รถสไตล์ Retro เป็นที่ชื่นชอบของผู้ชายหลายคน แต่ทว่าด้วยสมรรถนะที่เอาแน่เอานอนไม่ได้เท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นอายุการใช้งาน หรือเทคโนโลยีที่ยังไปไม่ถึงไหน ทำให้ถึงแม้จะสวยอย่างไรประสิทธิภาพก็ไม่จูงใจมากนัก โดยเฉพาะรถที่ใช้แข่งขันในกีฬาความเร็วด้วยแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะนอกจากรูปร่างหน้าตาที่ถูกพัฒนาให้ก้าวกระโดดออกมาไกลจากความ Retro และเน้นไปที่ความโฉบเฉี่ยวทันสมัย เพื่อให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีในปัจจุบัน ยิ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเห็นรถแข่งที่เป็นรถรูปทรงโบราณลงไปวิ่งอยู่ในสนามพร้อมกับรถแข่งในยุคนี้ แต่ดูเหมือนว่าล่าสุด จะมีคนคิดพิเรนทร์ โดยมีไอเดียที่จะพยายามสร้างรถแข่งยุคใหม่ในสไตล์รถแข่งแบบ Retro ขึ้น นั่นก็คือ INFINITI ที่ได้เปิดตัวภาพเรนเดอร์ของรถแข่งสมัยใหม่ที่มีดีไซน์ย้อนยุคออกมา โดยรถคันนี้นั้นมีชื่อว่า “Prototype 9” เมื่อไม่นานมานี้ โดยรถแข่งจาก INFINITI คันนี้นั้น ได้ย้อนยุคไปนำเอาสไตล์การออกแบบของรถแข่งยุค 40 มาออกแบบ และพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิม เพียงแต่ยังคงรูปลักษณ์ความโดดเด่นภายนอกเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นหลังคาที่เปิดโล่ง, วงล้อซี่ลวดพร้อมดอกยางสไตล์วินเทจ และตัวถังแคปซูลที่หายไปจากนวัตกรรมยายนต์ปัจจุบันไปนานแล้วมามัดรวมกันไว้ใน “Prototype 9” คันนี้ แรงบันดาลใจนี้มีแนวโน้มที่จะเป็นไปได้เมื่อรถต้นแบบคันนี้นั้น คาดว่าจะถูกนำเอามอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่คุณภาพสูงจากแบรนด์รถยนต์อย่าง Nissan ซึ่งจะเข้ามามีส่วนร่วม และว่ากันว่าน่าจะได้ทีมควบคุมการผลิต และช่างฝีมือชั้นเซียนของทาง Nissan อย่าง Team of Takumi มาแจมอีกด้วย จากแรกเริ่มเดิมทีที่ผู้ออกแบบ “Prototype
หนึ่งในตำนานรถยนต์ Sedan หรูหราสำหรับผู้บริหาร แต่สามารถไล่หวดตามรถ Supercar ได้สบาย ๆ ต้องยกให้ BMW M5 ที่ถูกออกแบบบนพื้นฐานของ DNA เทคโนโลยีรถแข่งตั้งแต่แรกเริ่ม แค่อาศัยใช้ร่างของ Passenger cars เท่านั้นเอง ถ้าใครเคยขับ BMW 525d มาแล้ว คงจะรู้ดีว่ามันแรงขนาดไหน ถ้าขยับมาเป็น M5 นี่บอกได้เลยว่าคนละเรื่อง แต่เราคงต้องหยุดความปรับทับใจที่มีมาทิ้งไปก่อน เพราะ 2018 BMW M5 F90 มีรายละเอียดที่น่าตื่นตาตื่นใจรออยู่เพียบ จาก teaser video ด้านล่าง ที่ส่งเสียงแหวกอากาศโหด ๆ พร้อมโชว์ brake caliper สีเหลืองสไตล์ Sport ให้ขนลุกชัน Limits can be exceeded. The all-new BMW M5 is living proof.
ใครกำลังอยู่บนท้องถนนตอนนี้ อาจจะสังเกตเห็นเทรนด์ที่น่าสนใจว่าจำนวนรถประเภท SUV บนท้องถนนมีมากขึ้นเรื่อย ๆ บางทีอาจจะมากกว่าจำนวนรถ Mid-Size car ด้วยซ้ำไป ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก นี่คือเทรนด์ที่เกิดขึ้นในตลาดรถยนต์หลายประเทศ อย่างเช่นใน USA ยอดขายรถ Mid-Size car ครึ่งปีแรกนั้นลดลงเกือบ 18% เนื่องจากคนหันไปถอยรถ SUV แทน เช่นเดียวกับในฝั่งยุโรป ที่รถกลุ่ม SUV เข้ามามีบทบาทมากขึ้นตั้งแต่ปี 2015 โดยจำนวนความนิยมเทไปทาง Compact SUV มากเป็นอันดับ 1 ตามมาด้วย Mid-Size, Large และ Compact SUV ตามลำดับ กลับมาที่ประเทศไทยบ้านเรา แม้ภาพของยอดขายรถ SUV จะไม่เด่นชัดเท่าต่างประเทศ แต่ก็เป็นเทรนด์ที่กำลังโตขึ้นเรื่อย ๆ แต่ด้วยสภาพถนนที่ดูแลโดยหน่วยภาครัฐที่ทำงานแบบขรุขระ พวกเราก็เลยได้ถนนแบบขรุขระเช่นเดียวกันมาใช้งานอย่างไม่เต็มใจนัก ซึ่งค่อนข้างจะเหมาะกับการใช้งานรถ SUV ยิ่งนัก แต่ก็ไม่อยากได้รถที่ภาพพจน์ดูบุกตะลุยเกินไป อยากได้ทั้งความคล่องตัว หรูหรา ขับสนุก และพร้อมบุกเมื่อจำเป็น ด้วยความคิดนี้เอง
หลังจากที่เราโพสต์เรื่องของรถ BMW รวมถึงประวัติของ Logo ที่หลายคนเข้าใจผิดกันมาแล้ว วันนี้เราเลยอยากนำเอาที่มาของ Logo ของ BMW ตัวแรงที่หลายคนชื่นชอบอย่าง “///M” มาให้ชาว UNLOCKMEN ได้ดูกัน เพราะจริง ๆ แล้ว ภายใต้ Logo ที่เป็นแถบสี 3 แถบนี้ มันมีความหมายอะไรมากกว่าที่หลายคนคิดซ่อนอยู่ หากใครที่เป็นคนรักรถรหัส “///M” ตัวจริง บทความนี้จะเป็นอีกบทความหนึ่งที่คุณห้ามพลาด ปีนี้ก็จะเข้าถือว่าเป็นปีที่ 45 แล้ว สำหรับการที่ BMW นำรถของพวกเขามาปรับปรุงออกมาให้มีศักยภาพสูงระดับรถแข่งในสนามอย่าง “///M” โดยโมเดลแรกของ “///M” ที่ถือกำเนิดขึ้นมาในตอนนั้นก็ คือ BMW M1 อันเลื่องลือ และเปรียบเสมือนบรรพบุรุษของตระกูล M ของ BMW มาจนถึงทุกวันนี้ สำหรับรถในตระกูล M ของ BMW นั้น ถือว่าเป็นรถตัวตัวท็อปสุด แรงสุด และแพงสุดของแต่ละ Series
พรางตัวมานาน ส่งสัญญาณมาก็ชัดเจนว่า Honda เตรียมเปิดตัว Accord รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งเป็น Generation ที่ 10 เข้าไปแล้ว การันตีถึงความขลังอันยาวนานคู่บ้านเมืองได้อย่างชัดเจน แต่แม้ทาง Honda จะเรียกว่าเป็นรุ่นใหม่ All New เราเชื่อว่าหลายคนน่าจะรู้สึกคุ้นตาเหมือนเคยเห็นกันมานาน มีความเหมือน Honda Civic generation ใหม่ล่าสุด ผสมกับ Honda Accord โฉมปัจจุบันอย่างชัดเจน แต่ด้านในถือว่าน่าสนใจ มีความเป็นผู้ใหญ่หรูเนี้ยบมากขึ้น ภายนอกของ Honda Accord Gen 10 รุ่นใหม่ล่าสุดจะเพิ่มความหรูหราและความสปอร์ตมากขึ้น ด้วยการยืดฐานล้อ wheelbase ออกไปอีก 2.16 นิ้ว กว้างขึ้น 0.39 นิ้ว และเตี้ยลง 0.59 นิ้ว ทำให้ที่นั่งผู้โดยสารด้านหลังมีพื้นที่เพิ่มขึ้นถึง 2.5 นิ้ว เป็นจุดเด่นที่สำคัญคือการออกแบบตัวถังอารมณ์ Fastback style หน้ายาว ท้ายสั้น และลายเส้นที่ลากยาวต่อเนื่องจากหลังคาไปถึงด้านท้ายรถอย่างไหลรื่น
“Logo หรือ ตราสัญลักษณ์” เป็นอีกสิ่งหนึ่ง ที่หลายองค์กรให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ดังนั้นกว่าจะได้ Logo มาหนึ่งอัน ต้องผ่านขั้นตอนการออกแบบจากมันสมองของ Designer มืออาชีพมากมาย ที่ได้พยายามกลั่นกรองจนตกตะกอนมาแล้วเป็นอย่างดี กว่าจะได้ Logo ที่ดีออกมามีความหมายครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นด้านความโดดเด่น มีเอกลักษณ์ สวยงามลงตัว จดจำได้ง่าย และที่สำคัญมันต้องซ่อนความหมายและตัวตนที่แท้จริงเอาไว้เสมอ อย่างเช่น BWM Logo จากค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่แห่งเยอรมนี ที่ใครต่อใครเห็นตรา Logo ฟ้า-ขาว แม้ตาบอดสีก็รู้แจ้งได้ในทันทีว่า มันคือ Logo ของแบรนด์รถยนต์ที่ยอดเยี่ยมทั้งด้านสมรรถนะและความหรูหรา หลายต่อหลายคน จดจำมันได้เป็นอย่างดี เห็นแค่เสี้ยวเดียวก็รู้ทันทีว่ามันคือแบรนด์ BMW แต่ความหมายที่แท้จริงของมันนี่สิ ที่เราเชื่อว่าหลายคนอาจจะยังไม่รู้ หรืออาจจะเข้าใจผิดมาตลอดว่า Logo ทรงกลมที่มีช่องสีฟ้า-ขาว นั้น มันเป็นสัญลักษณ์ของใบพัดเครื่องบินที่ตัดกับท้องฟ้า ถูกนำมาใช้เพื่อที่จะทำให้ทุกคนหวนกลับไปนึกถึงรากเหง้าที่แท้จริงของบริษัท ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากการผลิตเครื่องยนต์เครื่องบิน แต่ทว่าเรื่องดังกล่าวนั้น กลับเป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิดอันยาวนานเท่านั้น!! เราจะพาไปไขความลับ เกี่ยวกับเรื่องราวของตราสัญลักษณ์ BMW ซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันมาอย่างยาวนาน ถึงจุดกำเนิดที่มาของโลโก้ BMW ตั้งแต่รูปทรงกลม ตำแหน่งตัวหนังสือ รวมไปถึงสีฟ้าขาวด้านใน
BMW 4-Series กลายเป็นที่ถูกอกถูกใจสาวก BMW ที่ชอบรถตัวถัง Coupe แบบสุด ๆ และนั่นก็ทำให้ทาง BMW มีการพัฒนาปรับโฉม 4-Series มาตลอด จนกระทั่งในโฉมปี 2017 ที่หลายคนอาจจะมองว่า มีการปรับปรุงน้อยไปนิด แม้จะมีการเปลี่ยนเครื่องยนต์มาใช้ B-Sereis แทนของเดิมอย่าง N-Series แล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีเสียงซุบซิบออกมาไม่น้อยว่า ถ้าหากนำ BMW 4-Series ไปเทียบกันกับรถของแบรนด์อื่น ๆ โดยเฉพาะแบรนด์คู่แข่งร่วมชาติตลอดกาล แล้วเรื่องของเครื่องยนต์ และความแรง ก็ถือว่าเป็นของจุดอ่อนของ BMW 4-Series ไปโดยปริยาย แต่ล่าสุดดูเหมือนว่า ทาง BMW จะกลับไปทำการบ้าน และปรับปรุงข้อเสียรวมไปถึงจุดบกพร่องต่าง ๆ ของ BMW 4-Series โฉม 2017 มาเป็นที่เรียบร้อย เมื่อมีการเปิดตัว 2018 BMW 4-Series LCI โฉมใหม่ (รุ่นเปิดตัวล่าสุด) ที่สำคัญคือในครั้งนี้จะเป็นรุ่น
ภาพผลงานศิลปะระดับมาสเตอร์พีซของศิลปินผู้โด่งดัง ใคร ๆ ก็คงจะคิดว่า มันจะต้องถูกประดับเอาไว้ในหอศิลป์, พิพิธภัณฑ์ หรือไม่ก็คงถูกคนนำไปประชันความงามตามเวทีประกวด รวมไปถึงงานประมูลอย่างแน่นอน แต่เมื่อนานมาแล้วมีผู้ชายอยู่หนึ่งคนที่ได้ทำการ UNLOCK ความเชื่อเหล่านั้น จนกลายเป็นต้นกำเนิดของตำนานความงาม และงานศิลปะที่ได้ชื่อว่าเร็วที่สุดอย่าง BMW Art Cars และเขาคนนั้นก็คือ Hervé Poulain ความคิดสุดแหวกแนวนี้ เดิมทีเป็นเพียงแค่ความฝันลม ๆ แล้ง ๆ ของผู้ชายที่มีอาชีพเป็นนักประมูลรถ ที่มักจะใช้เวลาว่างไปกับการแข่งรถเท่านั้น โดยเขาฝันเอาไว้ว่า ถ้าหากมีโอกาสก็อยากจะเข้าไปลองขับรถแข่งในรายการ The 24 Hour Race ที่สนาม Le Mans ดูสักครั้ง โดยรถที่ใช้จะต้องเป็น Super Sport Cars ที่มีลวดลายโดดเด่นสะดุดตาผู้ชมทุกคน เขาจินตนาการเอาไว้ว่า จะให้ศิลปินระดับท็อปมาทำงานศิลปะประดับลงไปบนตัวรถ ความคิดทั้งหมดนี้เกือบจะกลายเป็นเพียงความฝันไปซะแล้ว แต่ BMW กลับมองเห็นศักยภาพ และความเจ๋งของไอเดียสุดบ้าคลั่งนี้ จึงเริ่มลงมือนำ BMW 3.0 CSL มาเพ้นท์ลวดลายโดยให้จิตรกรชาวอเมริกันอย่าง Alexander Calder
ของดี…มีมนต์ขลัง!! อ่านจบแล้วจะเข้าใจว่า ทำไม “BMW 3 Series” ถึงได้ครองใจคนมาได้อย่างยาวนาน
นาน ๆ ทีที่เราจะได้เห็นคนที่มีความบ้าเหลือล้น ชนิดที่นำเอายอดรถจักรยานยนต์ราคาแสนแพง มาทำการยำใหญ่ใส่หนักสารพัด ไม่ว่าจะเป็นการ ตัด, ต่อ, เชื่อม ตกแต่งแบบ Custom ตามใจตัวเองสุด ๆ ดังนั้นคงพลาดไม่ได้ที่จะนำรถที่มีชื่อว่า “Thivervel” ซึ่งเป็นชื่อที่ตั้งขึ้นโดยคนบ้าผู้มีจิตใจรักการแต่งรถอย่างนาย Fred Krugger คนนี้ แต่จริง ๆ แล้วก็ไม่น่าจะแปลกอะไรมากนัก เพราะเขาเป็นถึงเจ้าสำนักแห่งการ Custom รถที่ชื่อว่า Belggager Customizer ในประเทศเบลเยี่ยมเองด้วย แต่ดูเหมือนว่าหลังจากนี้ไป งานแต่งรถคงมารอต่อคิวเข้าไปที่ร้านของเขาอย่างยาวเหยียดแน่นอน รวมไปถึงชื่อเสียงของสำนักแต่งของเขา ก็คงจะเป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น เพราะล่าสุด Fred ได้นำรถของเขาออกมาโชว์ประชาชนให้เห็นถึงความเจ๋งกันไปเบา ๆ หนึ่งดอก เล่นเอาสั่นสะเทือนวงการรถจักรยานยนต์กันไปทั่วทุกมุมโลก วันนี้เราจึงอยากพาชาว UNLOCKMEN ทุกท่านที่ชื่นชอบรถ 2 ล้อ โดยเฉพาะรถที่มีหน้าตาดุดัน ร่างกายบึกบึนกำยำ อย่าง Ducati Diavel ที่หล่อ และโหดสุด ๆ โดยเฉพาะถ้าหากใครเป็นแฟนของสุดยอดรถ Cruiser รุ่นนี้อยู่เป็นทุนเดิมแล้วล่ะก็ ห้ามพลาดอย่างเด็ดขาด


