เขื่อว่าหนุ่ม ๆ แฟนซีรีส์ของมหาศึกชิงบัลลังก์ Games Of Thrones คงเริ่มนับถอยหลังรอคอยกันแล้ว หลังจากเหลือเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ที่ซีรีส์เรื่องนี้จะออกฉายสู่สายตาผู้ชม โดยช่องเจ้าของลิขสิทธิ์สาขาโลกตะวันออกอย่าง HBO Asia ก็ได้ปล่อยโมเดลคัสตอมรองเท้ารุ่นยอดนิยมจากค่ายสามขีด ออกมาเรียกกระแสจากแฟน ๆ เป็นการเรียกน้ำย่อยแล้ว ใครที่เป็นแฟนของทั้ง Games Of Thornes และ Adidas มีโอกาสได้รองเท้าและของสะสมเพิ่มอีกครั้งหลังจาก HBO Asia เตรียมฉลองการเปิดตัวซีซันสุดท้ายของซีรีส์สุดฮิตที่หลายคนตั้งตารอมาเป็นเวลานาน ด้วยการจับโมเดลรองเท้าจากค่ายสามขีดมา Custom 4 รุ่น 4 คู่ด้วยกัน เริ่มจากโมเดล Continental 80’s ในโทนสี Black, Gold , Red ที่ใช้แรงบันดาลใจจาก House Lannister ต่อด้วยโมเดล Stan Smith มาในลวดลาย Dessert-Camo เป็นตัวแทนของ House Targaryen ตามด้วยโมเดล Micro R1 ในโทนสี
การสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกของจิตรกรแต่ละคนผ่านผ้าใบ พู่กัน สี และความคิดสร้างสรรค์จนเกิดเป็นผลงานระดับพรีเมียมทำให้ศิลปินหลายคนกลายเป็นศิลปินที่ทรงอิทธิพลต่อศิลปะตะวันตก วิธีเดียวที่จะได้เสพผลงานของศิลปินตะวันตกที่ชื่นชอบคือต้องบินไปยังทวีปยุโรป แต่ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันการเสพงานศิลปินที่เราหลงรักอาจไม่ยากเหมือนก่อนแล้ว เพราะผลงานมาสเตอร์พีซของศิลปินในลัทธิต่าง ๆ ถูกยกมาที่กรุงเทพฯ ในนิทรรศการที่มีชื่อว่า From Monet to Kandinsky นิทรรศการ From Monet to Kandinsky ก่อนหน้านี้จัดขึ้นที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนีและประสบความสำเร็จล้นหลาม โชคดีที่คิวต่อจากกรุงเบอร์ลินคือกรุงเทพฯ โดยถือเป็นที่แรกของเอเชียที่ได้จัดแสดงนิทรรศการของโครงการนี้ พร้อมกับผลงานจิตรกรรมกว่า 1,500 ชิ้น ผ่านโปรเจกต์เตอร์ที่เคลื่อนไหวได้ รอให้ผู้ชื่นชอบและหลงใหลในศิลปะมารับชมงานศิลป์แบบ 360 องศา ผลงานที่ถูกนำมาจัดแสดงล้วนมาจากฝีมือยอดจิตรกรทั้ง 16 คน ที่เมื่อเห็นชื่อของจิตรกรและผลงานของเขาหลายคนจะต้องร้องอ๋ออย่างแน่นอน เริ่มตั้งแต่ศิลปินผู้มีอิทธิพลต่อวงการศิลปะตะวันตกอย่าง Claude Monet กับผลงาน Impression Sunrise หรือความประทับใจของพระอาทิตย์ขึ้นที่ชื่อของภาพนี้กลายมาเป็นชื่อลัทธิ Impressionism นอกจากนี้ยังมีผลงานของ Edger Degas ที่โดดเด่นเรื่องการวาดภาพประวัติศาสตร์ และ Pierre August Renoir กับศิลปะอ่อนช้อยสะท้อนอารมณ์ความรู้สึกลึกซึ้ง ซึ่งศิลปินทั้งสองคนก็อยู่ในลัทธิ Impressionism ด้วยเช่นกัน ถัดจากลัทธิ
หลังจากเปิดตัวอัลบั้มใหม่ไปได้ไม่นานสำหรับวงดนตรีสุดแนวจากเกาะอังกฤษอย่าง Arctic Monkeys ที่มีกระแสทั้งด้านบวกและลบ สำหรับอัลบั้ม Tranquility Base Hotel & Casino แต่ทว่าอีกหนึ่งไฮไลท์คือการเปลี่ยนทรงผมของ Frontman สุดฮิปประจำวงอย่าง Alex Turner ที่ดูเหมือนตอนแรกจากไว้ผมยาวลุคเซอร์ ๆ เหมือนสมัยอัลบั้ม Humbug (2009) ซึ่งทำไปทำมา เขาก็ได้บรรจงไถผมสะเกรียนกลายเป็นทรง Skinhead สะอย่างนั้น จนเรียกเสียงฮือฮาจากชาวอินเทอร์เน็ตได้อย่างล้นหลาม จากเหตุการณ์นี้ทำให้เรานึกย้อนได้ว่า Alex Turner จัดเป็นอีกคนที่มีสไตล์การแต่งตัวรวมถึง Grooming ตัวเองได้อย่างน่าสนใจ และทุกครั้งที่เขาเลือกทรงผมให้กับตัวเอง ดูเหมือนว่ามันจะกลายเป็นเทรนด์ให้หนุ่ม ๆ ทั่วโลกได้บรรจงจัดลุคตาม ดังนั้น UNLOCKMEN จะขอนำเรื่องไลฟ์สไตล์การไว้ทรงผมตลอดช่วงเวลากว่า 10 ปีที่วง Arctic Monkeys ได้ทำการเดบิวท์ มาลองดูกันว่าที่ผ่าน Alex Turner ได้จัดการมอบสไตล์ทรงผมซึ่งมีอิทธิพลต่อเทรนด์แฟชั่นโลกอย่างน่าเหลือเชื่อ Feather Cut ย้อนกลับไปยังช่วงอัลบั้ม EP. แรกของพวกเขา อย่าง Five Minutes With Arctic Monkeys และ
ฤดูร้อนแสนระอุในเมืองไทยนอกจากทำให้นึกถึงวันหยุดพักผ่อน ชายหาดสีขาวสุดลูกหูลูกตา แสงแดดจ้าและสาว ๆ ในเสื้อผ้าน้อยชิ้นแล้ว แฟชั่นสีสันสดใสต้อนรับฤดูร้อนก็เป็นอีกสิ่งที่ผู้ชายอย่างเราตั้งตารอคอย โดยเฉพาะคอกเลกชันที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งฤดูร้อนแต่ก็ไม่ทิ้งความเท่แบบสตรีตยิ่งเป็นสิ่งที่ผู้ชายไม่ยอมพลาด JASPAL ไลน์เสื้อผ้าที่ประสบความสำเร็จและเต็มไปด้วยสไตล์เองก็ไม่พลาดมี HELLO SUMMER คอลเลกชันใหม่รับฤดูร้อนที่ได้ มร. อังเดร ซาไลวา (Mr. Andre Saraiva) ศิลปินกราฟฟิตี้ระดับโลกมารังสรรค์ผลงานสุดชิคที่น่าจับตามอง วิเศษ สิงห์สัจจเทศ ผู้ช่วยกรรมการบริษัท ยัสปาล จำกัด เปิดตัวคอลเลกชันใหม่จาก JASPAL ที่โดดเด่นกว่าใครด้วยคอนเซ็ปต์คัดสรรศิลปินชื่อดังระดับโลกทั้งในประเทศและต่างประเทศ มาร่วมออกแบบคอลเลกชั่นโดยเลือกถ่ายทอดการผสมผสานระหว่างศิลปะกับเทรนด์แฟชั่นในปัจจุบันเพื่อไม่ให้สามารถดื่มด่ำกับความงามของศิลปะ แต่ก็ไม่ตกเทรนด์ด้วยแฟชั่นสุดล้ำ แต่ซัมเมอร์นี้นอกจากมวลอากาศร้อนแล้วยังระอุไปด้วยความเท่ เพราะ JASPAL ได้ศิลปินกราฟฟิตี้ชาวสวีเดนที่ชาวโลกจับตามองอย่าง มร. อังเดร ซาไลวา (Mr. Andre Saraiva) มาร่วมออกแบบคอลเลกชัน มร. อังเดร ซาไลวา คือเจ้าของคาแรกเตอร์การ์ตูนสุดร่าเริงอย่าง Mr. A ด้วยใบหน้าวงกลมและรอยยิ้มขนาดใหญ่ พร้อมดวงตารูปตัวอักษร O และ X ซึ่งครั้งนี้ มร. อังเดร ซาไลวา ร่วมรังสรรค์ผลงานสุดชิคผ่านคอลเลกชันใหม่ในสไตล์สตรีตแฟชั่นต้อนรับฤดูร้อนด้วยคอนเซ็ปต์ HELLO SUMMER ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากชายหาดชื่อดังในไทยที่ครองใจนักท่องเที่ยวทั่วโลก ไอเทมหลักที่ทุกคนตั้งตารอก็คือเสื้อผ้าที่มีสีสันสดใสซึ่งคอนเซ็ปต์ HELLO SUMMER
ทุกวันนี้เรารู้กันดีว่าตลาดสนีกเกอร์เป็นตลาดโหด ที่ไม่มีผู้เล่นหน้าใหม่ค่ายไหนอยากจะบุกเข้าไปเสี่ยงสู้กับแบรนด์ดังเจ้าถิ่นเดิม เพราะภาพมวยรองที่ติดตาเมื่อเทียบกับแบรนด์ขาใหญ่จากต่างประเทศกับความกังวลว่าถ้าลงทุนไปยังไงก็เจ็บตัวแน่นอน “แบรนด์ใหญ่เราไม่ได้คิดจะไปสู้กับเขาอยู่แล้ว เพราะเราก็ยังซื้อแบรนด์ใหญ่อยู่ แต่คนเราหลากหลายมาก มันไม่จำเป็นว่าต้องไปซื้อรองเท้ายี่ห้อเดียว” – DUST OFF SHOES แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา มีแบรนด์สนีกเกอร์ไทยอย่าง “Dust Off” หาญกล้าลุกขึ้นมาผ่าเหล่า โยนความกลัวทิ้งไปแล้วสร้างความคึกคักให้วงการสนีกเกอร์ ทยอยส่งโมเดลใหม่จัดจ้านทั้งสีสัน ดีไซน์ และคุณภาพจนสายแคนวาสต้องตามเก็บ พวกเขาใช้ธีมสนีกเกอร์ยุค 70 นำมาพัฒนาปรับปรุงให้ดีขึ้น เข้ากับยุคสมัย จนจุดประกายกระแสสนีกเกอร์คลาสสิกทางเลือกในวงการรองเท้า ต้นตอของแรงบันดาลและความแตกต่างของจุดยืนที่มั่นใจว่าไม่ได้เปิดฉากมันเพราะอยากข้ามหัวแบรนด์ใหญ่แบรนด์ไหน แต่แค่ทำขึ้นเพื่อคนคอเดียวกัน ไม่ว่าคุณจะเป็น Sneaker Head สายไหน ก็สามารถเลือกซื้อ เลือกใส่ ซบแบรนด์ที่ชอบได้ อยากเลือกมันส์แบบไหนก็ตามสบาย แม้ฟังดูเป็นความคิดธุรกิจที่ออกจะห่ามและโคตรฟุ้งของพวกเขา เบิร์ด – สิทธิอาจ อมศิริ, เบิร์ด – รุ่งเรือง กุฎมหาราช, โอ้ต – ชิดชนก บุญเกษม และอาร์ท – เอกสิทธิ์ โขมมัย 4
‘Camper’ คือแบรนด์รองเท้าเก่าแก่ระดับโลกจากสเปน ที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้ทุกเพศทุกวัยมาอย่างยาวนาน เพราะทุกคนต่างก็ติดใจความใส่สบาย ดีไซน์เรียบง่ายแต่สวยงาม และคุณภาพที่คุ้มค่าราคา นอกจากนั้น Camper ยังเป็นแบรนด์ที่ผสมผสานระหว่างความ Sport และ Smart ได้อย่างลงตัว จึงตอบโจทย์การใช้งานได้ทุกไลฟ์สไตล์ ทุกช่วงเวลาของชีวิต Camper ยืนหนึ่งในเรื่องนี้มาตลอดตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์ขึ้นในปี 1975 ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ถึงแม้เวลาจะล่วงเลยมาหลายทศวรรษ แต่ Camper ก็ยังครองใจลูกค้าทุกเพศทุกวัยได้อย่างเหนียวแน่น The Camper House ‘บ้าน’ เป็นคำที่ฟังแล้วรู้สึกอบอุ่นหัวใจ เป็นอะไรที่ใกล้ตัวและให้เราได้พักพิงเสมอยามเหนื่อยล้า แต่อาจจะด้วยความที่มันใกล้ตัวเกินไป จนบางครั้งเราอาจจะลืมสังเกตไปว่าภายในบ้านนั้นก็มีสีสันที่สวยงามซ่อนอยู่เหมือนกัน ด้วยความคิดนี้จึงเกิดเป็น The Camper House คอลเลกชันใหม่ประจำฤดูใบไม้ผลิ 2019 ที่ผสมผสานสถาปัตยกรรม ความเป็นธรรมชาติ และศิลปะ เข้าด้วยกัน ผลลัพธ์ที่ได้คือความเรียบง่ายแต่สวยงาม สะท้อนอัตลักษณ์ของ Camper ออกมาผ่านรองเท้าทุกคู่ Romain Kremer ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของแบรนด์ ดึงความพิเศษจากเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ตกแต่งในบ้านที่อยู่ใกล้ตัว มาเป็นแรงบันดาลใจ โดยตัดภาพที่คุ้นเคยออกไป เปลี่ยนเป็นความเรียบง่าย และไม่ใช่แค่ 1 แต่คอลเลกชันนี้ของ Camper มีออกมาถึง 5 มู้ด 5
เชื่อเหลือเกินว่านาทีนี้หนุ่ม ๆ สาวกของโคตรแบรนด์สตรีตอย่าง Supreme และค่ายกีฬายักษ์อย่าง NIKE คงไม่มีรองเท้าคู่ไหนที่เฝ้ารอเป็นเจ้าของมากไปกว่า Supreme x Nike Air Tailwind IV ที่มีรูปหลุดออกมาก่อนหน้านี้ จนในที่สุดมันก็ถูกประกาศวันวางขายอย่างเป็นทางการออกมาแล้ว ภาพสมบูรณ์ของ Supreme x Nike Air Tailwind IV เป็นหนึ่งในผลงานชิ้นล่าสุดเกิดจากการ Collaboration ระหว่างของเจ้าพ่อสตรีตจากนิวยอร์กและ Nike ที่ได้รับความนิยมอย่างท่วมท้นจนกลายเป็นของหายากทันทีที่เปิดตัวใน SS19 ของ Supreme หลังจากทั้งคู่ร่วมงานกันมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่จับรองเท้ารองเท้าโมเดล Dunk Low Pro SB มาทำด้วยกันครั้งแรกในปี 2002 Supreme x Nike Air Tailwind IV เกิดจากการเลือกหยิบ Air Max ที่ถือกำเนิดขึ้นในปี 1999 อย่าง Nike Air Tailwind VI มาปรับแต่งและเติมดีไซน์ความไฮป์ลงไป จนออกมาเป็นรุ่นพิเศษที่ผลิตออกมา 2 โทนสีด้วยกัน สีแรกคือ White/University Red-Gayser
เริ่มงาน Baselworld 2019 อย่างร้อนระอุกันไปแล้ว ท่ามกลางข่าวลืมไม่ค่อยดีเกี่ยวกับนาฬิกาแบรนด์หรูที่ว่าไปได้ไม่ดี แต่ในความเป็นจริงดูเหมือนตลาดจะยังคึกคัก ไม่มีท่าทีจะซึมเศร้ายาวนานเหมือนที่หลายคนหวาดกลัว เอาแค่ Rolex แบรนด์เดียวก็มีการเปิดตัวนาฬิกาในงานนี้มากมายหลายรุ่น แต่บางรุ่นอย่างเช่นตระกูล Oyster Perpetual Datejust 36 หรือ Day-Date 36 ที่อาจจะไม่โดนใจเรามากนัก เราจึงขอเลือกนำเสนอ Rolex 3 รุ่นที่ทั้งโดนใจ เท่ และน่าสะสมกันดีกว่า Rolex Monochromatic Yacht-Master 42 เริ่มจากเรือนแรก ขอยกให้เป็นเรือนที่เราชอบมากที่สุดใน 3 เรือน นั่นคือ Monochromatic Yacht-Master 42 ที่มาในขนาดใหญ่เหมาะกับข้อมือผู้ชาย ใครมี Submariner หรือ GMT แล้วอยากได้เรือนที่ใหญ่กว่าน่าจะถูกใจ ตัวเรือน White Gold ขนาด 42mm จากเดิมที่หลายคนคุ้นกับขนาด 40mm ขับเคลื่อนด้วยกลไกรุ่นใหม่ Calibre 3235 สำรองพลังงานได้ถึง 70 ชั่วโมง ต้านสนามแม่เหล็กและมีความแม่นยำมากกว่าแฮร์สปริงแบบดั้งเดิมถึง
อาจสร้างความผิดหวังให้กับหนุ่ม ๆ ที่เป็นแฟนของค่าย Swoosh ได้ไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะสาวกชาว Air Max เมื่อทางสปอร์ตแบรนด์ยักษ์ใหญ่ออกมาประกาศกร้าวว่า Air Max Day ของพวกเขาในปีนี้ จะไม่มีการเปิดตัวรองเท้าใหม่เพื่อแสวงหาผลกำไร แต่จะใช้เป็นโอกาสพิเศษเพื่อเปิดตัวโปรเจกต์เพื่อตอบแทนชุมชน การเดินทางของรองเท้าตระกูล Air Max เริ่มต้นขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 มีนาคม ปี 1987 ซึ่งทาง NIKE ได้เปิดตัว Air Max 1 ออกมาให้เหล่าสนีกเกอร์ทั่วโลกได้รู้จัก จนกลายเป็นต้นกำเนิดความนิยมที่ทำให้เกิดรองเท้าสายการผลิต Air Max รุ่นต่าง ๆ ตามออกมาอีกจำนวนมาก ซึ่งแต่ละรุ่นก็ได้รับความนิยมมากน้อยแตกต่างกันไป แต่ก็สามารถพูดได้ว่าความไฮป์ของรองเท้าตระกูลดังกล่าวของ NIKE ทำให้เกิดอีเวนต์ประจำปีอย่าง Air Max Day ขึ้นมา Air Max Day จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2014 หรือ 27 ปีหลังจากวันเปิดตัว Air Max 1 เป็นครั้งแรก ปีนั้น
เดิมทีอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิส มีผู้ซื้อรายใหญ่คือสหรัฐ และญี่ปุ่น แต่ต่อมาคงไม่มีใครปฏิเสธได้หรอกว่า อำนาจในการใช้เงินหรือซื้อของ luxury ถูกเปลี่ยนขั้วไปเป็นจีน และรัสเซีย โดยที่ใครต่อใครก็บอกว่าสองชาตินี้ขาดรสนิยม บ้างก็บ่นกันว่า ใช้เงินไม่เป็นบ้างหล่ะ ไม่เข้าใจศิลปะบ้างหล่ะ แต่เมื่อเวลาผ่านไปทุกคนยอมรับในตัวตนของสองชาตินี้มากขึ้น อาจเพราะสภาพเศรษฐกิจ หรือกำลังในการจับจ่ายวิ่งเข้าสู่สองประเทศนี้ จึงทำให้นาฬิกาแบรนต์หรูแห่กันไปเปิดร้าน รวมถึงทำ roadshow event, exhibition event ในสองประเทศนี้กันอย่างคึกคัก เพื่อหวังจะเป็นทางรอด และเป็นที่หนึ่งในอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิสให้จงได้ ต่อมา คนกลุ่มแรกที่สามารถหล่อหลอมการใช้เงินอย่างบ้าคลั่งของเศรษฐีทั้งสองประเทศก็คือ Independent watch ซึ่งก็คือนาฬิกาแนว ๆ แปลก ๆ แพง ๆ ทำน้อย ๆ ไม่เหมือนใคร โดยยุคทองของนาฬิกาแปลกนั้นถูกเริ่มโดย Mb&F, Urwerk และ Richard Mille อยู่ในช่วงเวลาประมาณปี 2009 ถึง 2013 ซึ่งความจริงแล้วยุคทองของ Indy Watch เกิดจากการเบื่อหน่ายนาฬิกาหน้าตาเดิมๆ ซึ่งผู้ที่ซื้อนาฬิกาเหล่านั้นส่วนใหญ่ก็คือคนที่มี Rolex, Patek Philippe,


