จบสิ้นการรอคอยที่แสนยาวนาน วันนี้การร่วมมือกันของแบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านดีไซน์สวีเดน ‘Ikea’ กับ LA-based Streetwears Designer เจ้าของแบรนด์ STAMPD ‘Chris Stamp’ ก็ได้ฤกษ์ดี เปิดตัว ‘SPANST Limited Edition Collection’ ที่หมายมั่นปั้นมือออกมาสักที ซึ่งนี่ถือเป็นการก้าวข้าม comfort zone เดิมของ Ikea สู่เส้นทางสาย Street Lifestyle & Culture อย่างยอดเยี่ยม เพราะนอกจาก Furniture เท่ ๆ ที่ดูจะจับกลุ่มนัก Skateboard แล้ว ยังมีของแต่งบ้าน, Accessories และ Fashion Items สุดหล่อออกมาขายอย่างครบถ้วน ใครกำลังมีแผนจะแต่งบ้านใหม่ อยากได้อะไรที่เท่ ดิบ สะท้อนไลฟ์สไตล์ชาว Street ล่ะก็ ไม่ต้องคิดเยอะให้ปวดสมองอีกต่อไป เอาทุกชิ้นใน Collection นี้ไปวางได้เลย ยังไงก็ออกมาเท่แน่นอน Chris Stamp เป็น fashion designer ชื่อดัง
หากพูดถึงร้านสเก็ตบอร์ดที่เป็นตำนานในบ้านเรา ต้องมีชื่อ Preduce Skate Shop อยู่ในนั้นแน่นอน ร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่นรวมถึงแผ่นกระดานสเก็ตบอร์ด (deck) จุดหมายปลายทางของเหล่า sk8er boy ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ซึ่งครั้งหนึ่งพวกเขาเคยเฟื่องฟูอย่างมากในยุคที่ Nike SB เป็นรองเท้าแรร์ไอเทม แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้ร้านของพวกเขาอยู่ยงคงกระพัน เพราะความเจ๋งของ Preduce คือคาแรกเตอร์สุดชัดเจนที่ไม่เคยเอนเอียงไปตามกระแสโลก กระแสยี่ห้อไหนจะเด่นหรือดัง ถ้าไม่เกี่ยวข้องกับสเก็ตบอร์ด ก็ไม่มีทางที่จะได้เห็นวางอยู่ในร้านอย่างแน่นอน วันนี้ UNLOCKMEN จะพาทุกคนไปรู้จักกับ Preduce Skate Shop ให้มากขึ้น พร้อมแนะนำ Selected เสื้อผ้าเจ๋ง ๆ ภายในร้าน Preduce ว่ามีไอเทมไหนเหมาะจะกลายเป็นคอลเลคชั่นเสื้อผ้าใหม่ในตู้เสื้อผ้าของคุณ ซึ่งนับว่าโชคดีอย่างมากสำหรับการมาเยือนร้าน Preduce ในวันนี้ เนื่องจาก คุณ เต๋า กิจพูลลาภ โปรสเก็ตทีม Preduce แถมยังเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งร้าน Preduce ได้ให้เกียรติพาชมร้านด้วยตนเอง พร้อมเล่าถึงที่มาของร้านอย่างเป็นกันเอง จุดเริ่มต้นของ Preduce “ถ้าพูดถึงทีม Preduce เรารวมตัวกันมาร่วม 20 ปีแล้ว
ยังคงวนเวียนอยู่ในเรื่องของแฟชั่นที่มีกลิ่นอายมาจากสเก็ตบอร์ด เพราะปฎิเสธไม่ได้เลยว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนอยู่รอบตัวเราเต็มไปหมด จนแยกแทบจะไม่ออกด้วยซ้ำว่าไอเท็มชิ้นไหนมีที่มาจากวัฒนธรรมสเก็ตบอร์ด แต่สำหรับคนที่เริ่มหลงใหลอาจเสพแฟชั่นการแต่งตัวให้ลึกแบบตัวจริง เราคงจะต้องศึกษาถึงแก่นโดยการไปส่องสไตล์สเก็ตเตอร์บอยจากเหล่าโปรมืออาชีพตัวจริงว่าใครมีลุคสุดเฉียบคูลจนชาว UNLOCKMEN ควรนำไปเป็นแบบอย่างตามบ้าง Riley Hawk ลูกชายของสุดยอดโปรสเก็ตบอร์ด Tony Hawk ที่มีวิญญาณความเป็นสเก็ตเตอร์อย่างเต็มตัว ซึ่งแม้ว่าเส้นทางของ Riley อาจจะไม่ได้สวยหรูและประสบความสำเร็จเฉกเช่น Tony ผู้เป็นพ่อ แต่สไตล์การแต่งตัวของเขารับรองว่ากินขาดแน่นอน โดยเขาจะมีความเซอร์ดิบ ๆ แบบอเมริกัน สเก็ตเตอร์ มักจะสวมเสื้อวินเทจหรือไม่ก็ลาย tartan จับคู่กับกางเกงยีนส์ง่าย ๆ แต่ดูคูลไม่ธรรมดาเลยทีเดียว Instagram : rileyhawk Curren Caples จัดว่าเป็น Style God ของชาวสเก็ตบอร์ด เพราะไม่ว่าชายคนนี้จะสวมเสื้ออะไรล้วนดูดีไปหมด ลุคที่เรามักจะได้เห็นหนุ่มผมสวยผิวแทนคือมินิมอลสเก็ตเตอร์ เขาไม่จำเป็นต้องใส่เสื้อผ้ากราฟฟิคลวดลายเยอะเหมือนคนอื่น ของแค่เสื้อเรียบ ๆ กับกางเกงยีนส์ และรองเท้า Vans สักคู่ก็ทำให้ Curren Caples เท่เหนือใครไม่ยากแล้ว Instagram : currencaples Lucien Clake
13 – 15 เมษายน วันสงกรานต์และปีใหม่ไทยที่รู้กันดีว่าโคตรชุ่มฉ่ำชื้นแฉะ มาพร้อมกับ Activity สนุก ๆ กับความเปียกของการเล่นน้ำดับร้อนหลายรูปแบบให้ออกไปลุย แน่นอนว่าผู้ชายคงหลายคนคงจะเลือกรองเท้าผ้าใบคู่ใจไปปะแป้งสาว ๆ เพราะมันช่วยให้เราเดินเฟี้ยวได้แบบเต็มที่มากกว่าคีบแตะไปเสี่ยงเตะขวดและโดนเหยียบเท้าเป็นไหน ๆ หรือแม้จะไม่ได้ไปเล่นน้ำสงกรานต์ก็ตามด้วยสภาพพื้นถนนที่แสนจะสกปรกผลพวงจากการเล่นน้ำทำให้เป็นไปได้ว่ารองเท้าคู่เก่งของคุณอาจจะเลอะเทอะ เปรอะเปื้อนจาก น้ำ โคลน และแป้ง ในสภาพแห้งกรอบยับจนจำสภาพเดิมไม่ได้ ซึ่งเหตุการณ์ต่อไปนี้เราเชื่อว่าหนุ่ม ๆ ทุกคนต้องเคยต้องประสบพบเจอคือการเข้าไปค้น Google หาวิธีดูแลรักษารองเท้าขาวที่ยับเยินเหมือนผ่านสงครามโลกมา พร้อมเจอสารพัดร้อยแปดวิธีโดยพอนำไปทำตามกลับพบว่าสภาพรองเท้ายิ่งเหลืองอ๋อยจนจำเค้าโครงแทบจะไม่ได้เลย ดังนั้นเรื่องนี้จะไม่เป็นปัญหาให้ต้องกังวลอีกต่อไป เพราะวันนี้ UNLOCKMEN ไปถามกูรูการดูแลวิธีรักษารองเท้าสีขาวที่ถูกต้องจากมืออาชีพอย่างร้าน SEEK Thailand ที่จะมาสอนการทำความสะอาดและป้องกันรองเท้าผ้าใบทั้ง 4 วัสดุหลักที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปจากรองเท้าผ้าใบมาฝาก ไม่ว่าจะเป็น Knit , Mesh , Canvas หรือ Leather ซึ่งพออ่านจบนี้รับรองว่ารองเท้าของคุณจะขาวสว่างตราบนานเท่านาน 1. Knit ( ผ้าถัก) Mesh ( ผ้าตาข่าย ) สาเหตุที่นำสองวัสดุนี้มาไว้ในหัวข้อเดียวกัน เพราะทั้งคู่มีวิธีทำความสะอาดเหมือนกัน
เรายังคงวนเวียนอยู่กับวัฒนธรรม skateboard ซึ่งในวันนี้เราจะมาถอดรหัสความเท่ ของชาว skater กันว่าพวกเขาแต่งตัวกันอย่างไร และหากอยากมีสไตล์เหมือนพวกเขา แต่ติดที่เล่นสเก็ตไม่เป็น แต่งแล้วจะมีใครว่าอะไรหรือเปล่า? ก่อนอื่นเลยต้องบอกว่าคนที่แต่งตัวแบบสเก็ตบอร์ด เดิมทีมาจากรากเหง้าของวัฒนธรรมดนตรี ดังนั้นมันจึงถูกผสมผสานด้วยกลิ่นอายของสไตล์หลายประเภทเข้าด้วยกัน แม้จะเริ่มจากการเป็นคนกลุ่มน้อย คนนอกคอกที่ออกแนวต่อต้านสังคม รักอิสระ การแต่งตัวตามความคิดของตัวเองจึงเป็นแกนไอเดียหลักสำหรับ Skateboarding Fashion ซึ่งมีความใจกว้างพอสมควร แต่ทว่าไป ๆ มา ๆ คนส่วนใหญ่กลับต้องการแต่งตัวเหมือนคนกลุ่มน้อยซะงั้น นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการแบ่งแยกกีดกัน มึงมันมาทีหลัง มึงมันรุ่นเล็ก ไอ้นี่มันของปลอม และอื่น ๆ อีกมากมาย ก็แน่ล่ะ การที่คนส่วนใหญ่หันมาแย่งชิงสิ่งที่คน Skater สร้างขึ้นมา ย่อมสร้างความไม่พอใจบ้างอยู่แล้ว แต่ถ้าเรามองไปที่จุดเริ่มต้น ความอิสระเสรีทางความคิด นั่นแปลว่าตัวสไตล์เองไม่ใช่คนใจแคบ แต่เป็นผู้คนต่างหากที่สร้างกรอบมันขึ้นมา ปัจจุบันเราก็ได้เห็น Skaterboard Brand ออกมาจับมือกับไลฟ์สไตล์แบรนด์ หรือแม้แต่ Luxury Brand ชนิดรายวัน แม้บรรดาตัวจริงรุ่นใหญ่จะไม่ค่อยพอใจ แต่เรากลับมองว่ามันคือต้นตอหลักที่สไตล์นี้ถือกำเนิดขึ้น ดังนั้นแม้เราจะไม่ได้เล่นสเก็ตบอร์ดจริง ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องไปซีเรียส ขอแค่รู้สึกมั่นใจกับสไตล์ที่แต่งออกมาเท่านั้นเป็นพอ อย่าได้แคร์คนแซะคนแซว
สำหรับใครที่ยังไม่มีแผนจะเดินทางไปไหนในช่วงวันหยุดสงกรานต์นี้ ทีมงาน UNLOCKMEN มีช่องทางลัดหาเงินด่วนมาแนะนำคือการไปแคมป์รองเท้าพร้อมรอกดออนไลน์ เนื่องจากในวันที่ 14 เมษายนนี้จะมีสนีกเกอร์รุ่นโหด ๆ ที่สายคอลเลคเตอร์ต้องตกตะลึงวางจำหน่ายพร้อมกันถึง 4 รุ่นด้วยกัน หรือถ้าคุณสายสะสมต้องบอกว่าห้ามพลาด เพราะแต่ละคู่ที่กำลังจะวางขายล้วนโหดจนจิ้มไม่ถูกอยากจะคว้ามาไว้เสียแทบทุกคู่ #1 โดยคู่แรกจะเป็นการเปิดตัวรองเท้ารุ่น Air Jordan III “Free Throw Line” ซึ่งถือเป็นการครบรอบ 30 ปีของแบรนด์ ที่สำคัญโมเดล III ยังจัดว่าเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับสายนักสะสม เพราะมันมีเรื่องราวเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยว่าเป็นรองเท้าคู่ที่ทำให้ราชาดังค์ Michael Jordan สามารถคว้าแชมป์ Slamdunk Contest สมัยแรกได้ สำหรับหน้าตาของรองเท้าคู่นี้ หลายคนที่เป็นแฟน Jordan อาจจะสงสัยว่าทำไมมันช่างคล้ายกับรุ่น White/Cement เสียเหลือเกิน ไม่ต้องตกใจไปเพราะมันคือรุ่นเดียวเพียงแต่แบรนด์ได้ทำการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเล็กน้อย ๆ เพื่อสื่อถึงการเฉลิมฉลองการคว้าแชมป์ของ Michael Jordan ไม่ว่าจะเป็นบริเวณลิ้นรองเท้าที่ใส่ตัวเลข 147 หรือสกอร์รวมการดังค์สามครั้งของ MJ รวมไปถึงบริเวณส้นเท้าที่จะมีปริ้นเลข 3.51 หรือเวลาที่ Jordan กำลังค้างตัว air
‘STYLE OF THE FUTURE IS THE CONVERGENCE OF FUNCTION AND FASHION’ แฟชั่นยุคใหม่ ไม่ใช่แค่ดูเท่ ต้องมีประโยชน์ช่วยยกระดับการใช้ชีวิตประจำวันให้ดีขึ้นด้วย แมัจะฟังไม่ค่อยคุ้นหู นึกภาพแฟชั่นที่ว่าไม่ค่อยออก แต่ถ้าเราสังเกตโลกของแฟชั่นรอบตัว จะเห็นว่าปัจจุบันหลาย Items จากหลายแบรนด์ทั่วโลก มักจะดีไซน์ผลงานที่สามารถแก้ปัญหาบางอย่างอยู่เสมอ เช่น Sneakers ที่ใช้วัสดุเบา พร้อมพื้นดูดซับแรงกระแทก เพื่อลดโอกาสบาดเจ็บจากการวิ่ง ลดความเมื่อยล้าเมื่อสวมใส่ หรือจะเป็น Crease-Resistant Suit ที่ออกแบบให้ไร้รอยยับ แม้จะต้องพับใส่กระเป๋าเดินทางบ่อย ๆ แต่ไม่บ่อยนักที่เราจะได้เจอ Fashion Iteam ข้ามประโยชน์ไปหา Gadgets สามารถแก้ปัญหาในยุคมนุษย์ใช้ชีวิตติด Smartphone ได้แบบไม่ต้องกลัวแบตจะหมดกลางทาง วันนี้เราจะมาแนะนำอีก Fashion Item ที่หลายคนอาจเห็นว่าเป็น Accessory ที่สำคัญอันดับท้าย ๆ ไม่มีก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร นั่นก็คือ Bracelet หรือ สร้อยข้อมือ แม้จะมีวัสดุให้เลือกเพียบไม่ว่าจะเป็น Metal
อาจจะเพราะ Louis Vuitton และ Supreme เคยร่วมงานกันมาก่อน แล้วประสบความสำเร็จทั้งด้านชื่อเสียงและยอดขาย ทำตัวเลขกำไรเพิ่มขึ้นเบา ๆ 23% จึงไม่แปลกใจที่เราจะเห็นแบรนด์ในเครือ LMVH ออกมาจับมือ Collab กับ Supreme กันมากขึ้น โดยล่าสุด LVMH (Louis Vuitton Moet Hennessy) บริษัทที่มีแบรนด์ Luxury อยู่ในมือมากที่สุด ส่งแบรนด์ลูกรัก Rimowa กระเป๋าเดินทางสุดหรูที่ LVMH จ่ายเงินเป็นจำนวนถึง $719,000,000 หรือ 22,500,000,000 (สองหมื่นสองพันห้าร้อยล้านบาท) แลกหุ้น 80% จากมือ Mr. Dieter Morszeck, CEO ของ Rimowa และหลานของผู้ก่อตั้ง Mr. Paul Morszeck ในปี 1989 *FYI: หลายคนยังไม่รู้ นึกว่า LVMH จ่าย $500,000,000 ซื้อ Supreme
นับว่าเป็นข่าวอิมแพคในวงการ High-Fashion เนื่องจากเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เกิดการโยกย้ายข้ามไปมาของกลุ่มผู้มีอิทธิพลและกำหนดทิศทางของแฟชั่นโลกหลาย ๆ คน เริ่มจาก Hedi Slimane ผู้ที่นำความเป็นไลฟ์สไตล์ดึงความเป็น youthful ใส่กลิ่นอายอารมณ์วัฒนธรรมร็อคลงไปจนทำให้แบรนด์ Saint Laurent โดดเด่นทั้งรันเวย์และท้องถนน แต่แล้วเมื่อต้นปีที่ผ่านมา Hedi Slimane ก็ได้ประกาศอำลาตำแหน่ง และย้ายไปนั่งแท่น artistic creative director ของ CÉLINE ดังนั้นคาดว่าทิศทางของแบรนด์น่าจะได้ความเป็น grunge rock aesthetic ของ Slimane มาเต็ม ๆ อย่างแน่นอน มาต่อกับอีกแบรนด์ที่น่าจะเสียศูนย์พอสมควรหลังจาก Riccardo Tisci ผู้ชุบชีวิตแบรนด์ GIVENCHY ให้กลับมาผงาดคืนชีพอีกครั้งด้วยซิกเนเจอร์ส่วนตัวสตรีทลักซ์ชัวรี่อย่าง Dark Romantic และ Animal Spirits ต่าง ๆ โดยเฉพาะ Rottweiler ประกาศลาออกเมื่อปีกลายก่อนจะไปจับโปรเจคกับ Versace อยู่แวบหนึ่งและเพิ่งได้ตอบตกลงรับตำแหน่ง chief creative officer
หากพูดถึงวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ของโลกในปัจจุบันอย่าง Skate Culture ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นจากกีฬาเอ็กซ์ตรีมธรรมดา เพราะแต่เดิมมันเป็นเพียงการเล่นผาดโผนที่แม้แต่ผู้ปdครองเองยังไม่ค่อยจะอนุญาต ก่อนที่จะค่อย ๆ ขยายตัวฝังลึกเข้าไปถึงแก่นสารของวัฒนธรรม ซึ่งแสดงออกผ่านทางการแต่งกาย รสนิยมการฟังเพลง รวมไปถึงสถานที่เที่ยว และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมาก ยิ่งในตอนนี้มันได้หลอมรวมกลายเป็น mainstream culture ชนิดที่เราเองยังแทบจะไม่รู้ตัว โดยหากต้องแตกประเด็นของเรื่องสเก็ตบอร์ดออกมาให้พูดเป็นวันก็คงจะไม่จบ แต่เพื่อให้ชาว UNLOCKMEN ได้เข้าใจที่มาวัฒนธรรมกระดานสี่ล้อเพื่อเป็นการวอร์มอัพก่อนสกู๊ปใหญ่ประจำเดือน เราจึงสรุปเรื่องราวความเป็นมาแบบคร่าว ๆ ของวัฒนธรรมสเก็ตบอร์ดมาเล่าให้ฟังในวันนี้ ย้อนกลับไปในปี 1950 กีฬา surfing ถือว่าได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับวัยรุ่นชาว California แต่นั้นไม่เพียงพอต่ออะดรีนาลีนที่พุ่งพล่านพยายามหาอะไรที่สนุกสุดเหวี่ยงและต้องการความมันส์บ้าบิ่นในชีวิตประจำวัน ดังนั้นจึงเกิดไอเดียนำเอากล่องไม้มาดัดแปลงมาติดล้อโรลเลอร์สเก็ตลงไปและใช้ไถไปมาตามถนน ซึ่งในเวลานั้นยังคงไม่มีคำว่า skateboard ทว่าคนทั่วไปจะเรียกกลุ่มเด็กเหล่านี้ว่า sidewalk surfing ความนิยมของเจ้ากระดานล้อลื่นมีมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งบริษัททำกระดาน surf ใน California ได้ติดต่อกับ Bill Richard เจ้าของธุรกิจ Chicago Roller Skate เพื่อประกอบกระดาษสเก็ตบอร์ดสำเร็จรูปขึ้น มาเป็นครั้งแรก โดยผู้เล่นต้องถอดรองเท้า แต่ในเวลาต่อมาได้เกิดโรงงานผลิตอีกนับไม่ถ้วน อาทิ


