การเริ่มต้นเช้าวันใหม่ที่ต้องตื่นมาส่องกระจกแล้วพบว่าผมของตัวเองในปัจจุบันไม่ใช่ทรงในอุดมคติอีกต่อไป ทั้งยาวกระเซิง แทงหูทิ่มตา จนเกิดความคิดว่าคงถึงเวลาต้องหั่นออกให้เรียบร้อยเสียหน่อย แต่ความน่ากลัวที่ผู้ชายมักจะต้องเจออยู่เป็นประจำก็คือ การเสี่ยงดวงในร้านตัดผม เพราะเราเองยังจดจำครั้งล่าสุดที่เข้าร้านตัดผมได้ว่า เมื่อบอกให้ช่างตัดทรง Undercut แบบพี่หมื่นเรืองไป แต่เมื่อเสร็จกลับพบว่าทรงที่ได้มาเหมือนกับทหารพึ่งปลดประจำการมาไม่มีผิดเพี้ยน แล้วจะโทษใครได้ล่ะทีนี้ ตัวเราเองหรือช่างตัดผม ? ถ้าไม่อยากให้ความผิดพลาดแบบนี้เกิดขึ้นอีกล่ะก็วันนี้ UNLOCKMEN มี 5 ศิลปะการเข้าร้านตัดผมมาฝาก ให้คุณไม่ต้องพลาดได้ผมผิดทรงกลับบ้านอีกต่อไป 1. หารูปตัวอย่างให้เหมาะสม การนำรูปทรงผมไปให้ช่าง จะช่วยคุณได้มากทีเดียว ควรเก็บข้อมูลก่อนจะออกไปร้าน เพราะเราจะมีเวลาเลือกอย่างไม่ต้องเร่งรีบ ค้นหาภาพจากโทรศัพท์หรือนิตยสาร โดยเลือกจากแบบที่มีรูปหน้าและชนิดของผมคล้ายกับเรามากที่สุด อย่าทึกทักไปเองว่านี้แหละใช่ และเมื่อขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้เพื่อเตรียมตัดก็ใช้ภาพชี้จุดให้ช่างดูอย่างชัดเจนว่าคุณต้องการตัดแต่ละส่วนออกแค่ไหน บอกช้า ๆ ไม่ต้องกลัวช่างจะอารมณ์เสียกับความเรื่องมาก เพราะทุกวันนี้การใส่ใจในเรื่องที่ทำให้ตัวเองดูดีเป็นสิ่งที่ทุกคนทำกัน 2. เน้นย้ำกับสิ่งที่คุณต้องการเป็นพิเศษ ถ้าคุณต้องมีรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ระหว่างตัดผม ให้เน้นจุดบอกไปเลย เพราะบางทีช่างก็อ่านใจเราไม่ออก ตัวอย่างเช่น ผมข้างบนเอาออกนิดเดียว ส่วนนี้ก็ต้องขยายความคำว่านิดเดียว ว่าจะให้ตัดออกตรง ซอยให้บางลง หรือแค่เก็บส่วนชี้ฟู ถ้าคิดว่าร้านที่เข้าช่างรู้จักศัพท์เฉพาะ เช่น Fade ( ไถ่ไล่ระดับผมจากบางไปหนา )
ข่าวนี้ทีมงาน UNLOCKMEN อยากจะฝากเตือนภัยสำหรับคนที่ชอบผูกระบบแอคเค้าท์ต่าง ๆ ไว้ที่เดียวกัน หรือ ตั้งค่าพาสเวิร์ดง่าย ๆ ที่สามารถคาดเดาได้ ซึ่งล่อตาล่อใจมิจฉาชีพสายไอทีเสียเหลือเกิน จนเราอยากนำข่าวนี้มาเป็นอุทาหรณ์เตือนใจไม่ให้พลาดพลั้งเสียท่าให้กับผู้ไม่หวังดีเหล่านี้กัน เพราะเมื่อเร็ว ๆ นี้ มีการเปิดเผยว่า MyFitnessPal แอพพลิเคชั่นด้านสุขภาพและออกกำลังกาย ซึ่งเป็นของแบรนด์ชุดกีฬาชื่อดังจากอเมริกาอย่าง Under Armour ประกาศว่าฐานข้อมูลของตัวเองโดนแฮ็กระบบและมีข้อมูลของผู้ใช้งานรั่วไหลไปกว่า 150 ล้านราย แม้ว่าทาง Under Armour จะยืนยันหนักแน่นเหลือเกินว่าข้อมูลสำคัญของลูกค้าไม่มีการรั่วไหลไปไม่ว่าจะเป็น ประกันสังคม, บัตรเครดิต และใบขับขี่ เนื่องจากอ้างว่าถูกเก็บอยู่คนละที่กัน โดย Under Armour ระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2018 แต่เพิ่งค้นพบเมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา ข้อมูลที่หลุดออกไปมีชื่อผู้ใช้ อีเมล และโชคดีที่รหัสผ่านส่วนใหญ่ถูกเข้ารหัสผ่าน bcrypt ไว้ ทว่าสิ่งที่ถูกแฮ็กไปคือ อีเมล และค่า Hash ของรหัสผ่าน อย่างไรก็ตามทาง Under Armour ได้แจ้งไปยังผู้ใช้งานทั้งหมดให้เร่งเปลี่ยนรหัสผ่านแล้ว พร้อมทั้งออกแจ้งเตือนผู้ใช้งานถึงเหตุการณ์ที่น่าจะเกิดขึ้นถัดไปคือเรื่องของ Phishing โดยแจ้งว่าอีเมลแจ้งเตือนในเหตุการณ์รั่วไหลของ MyFitnessPal นี้ไม่มีลิงก์หรือไฟล์แนบและไม่มีการร้องขอข้อมูลส่วนตัวใด ๆ
เป็นปัญหาใหญ่สำหรับนักออกแบบ ตากล้อง หรือใครก็ตามที่ต้องใช้ iMac ในการทำงาน แม้ประสิทธิภาพจะจัดว่าเด็ดตามประสา apple หน้าจอจะแจ่มชัดจัดเต็มแค่ไหน แต่เมื่อต้องไปทำงานออกกองแบบ on-site หรืออยากจะแบกคอมไปจบปัญหาแก้งานแก้สีต่อหน้าลูกค้า ครั้นจะแบก iMac ไปก็ทุลักทุเลเหลือรับ ถามใครที่เคยแบกไปจะรู้ดีว่าการต้องยัด iMac ใส่กล่องหอบขึ้นรถไฟฟ้ามันเหมือนฝันร้ายชัด ๆ วันนี้เรามีทางออกมาบอกกล่าวชาว iMac User โดยเฉพาะ นั่นคือ Lavolta Carrying Case Bag กระเป๋าที่ถูกออกแบบมาเพื่อบรรจุ iMac สะพายอย่างเหนือชั้น Lavolta Case Bag เป็นกระเป๋าที่ผลิตแบบ handmade อย่างดี ภายนอกดีไซน์สวยงาม ภายในมีผ้า Microfiber นุ่ม ๆ คอยรองรับหน้าจอไม่ให้มีรอยขีดข่วย และรองรับแรงกระแทกได้ประมาณหนึ่ง มีหน้าที่ห่อหุ้ม iMac ได้แบบง่าย ๆ ใน 3 ขั้นตอน สวมเข้าจากด้านล่าง เอาขาตั้งลอดเข้าไปในหูหิ้ว ดึงกระเป๋าขึ้นคลุมถึงจอด้านบน จากนั้นก็รูดซิปปิดเป็นอันเสร็จพิธี ยังไม่จบแค่นั้น
ถือว่าเป็นข่าวใหญ่สำหรับคนที่ชื่นชอบรองเท้าสนีกเกอร์ เพราะหลังจากหายหน้าหายตาไปถึง 2 ปี ล่าสุด Nike ประเทศไทยสามารถนำแบรนด์ยอดนิยมอย่าง Jordan กลับมาขายในไทยได้อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งถือว่าลบฝันร้ายของแฟน Jordan เสียที เพราะก่อนหน้านี้หากอยากจะได้รองเท้ารุ่นอะไรต้องคอยฝากเพื่อนหิ้วจากต่างประเทศหรือไปโดนราคารีเซลมหาโหดจนถอดใจพลางบอกว่าไม่ใส่แม่งก็ได้วะ ทว่าหลังจากการกลับมา Nike และ Jordan ก็เรียกเสียงฮือฮาโดยการปล่อยหมัดเด็ดรุ่นฮิตอย่าง Air Jordan 11 เป็นคู่แรกอย่างเป็นทางการ สำหรับรองเท้าคู่แรกที่จะกลับมาวางขายทางร้านสโตร์ทั่วไปในบ้านเราก็คือ Air Jordan 11 “Easter” โดยเป็นการเอารองเท้ารุ่นที่ 11 ฉบับข้อต่ำหรือ “Low-Top” ของตระกูล Air Jordan มาสร้างสรรค์อีกเช่นเคย โดยรองเท้าคู่นี้ผ่านการดีไซน์โดย Tinker Hatfield สุดยอดปรมาจารย์นักออกแบบชื่อดังของ Nike ซึ่งเขาได้รับแรงบันดาลใจมาจากเครื่องตัดหญ้านับว่าแปลกใหม่อย่างมาก รองเท้าคู่นี้ยังมีสตอรี่เกร็ดเล็กน้อยที่น่าสนใจอีกคือ ความตั้งใจเดิมของ Tinker Hatfield เมื่อคุยกับ Michael Jordan หลังจากเขารีไทร์(รอบแรก 1993 – 1994) ว่าต้องการรองเท้าที่สามารถใส่หล่อ ๆ ลำลองได้ ดังนั้นรองเท้าต้นแบบจึงมีกลิ่นอายความเป็นไลฟ์สไตล์มากกว่าใช้เล่นบาสเสียอีก ทว่าอยู่ดี
Converse ถูกจัดอยู่ในรองเท้าระดับตำนานที่ไม่ว่าคุณจะเป็นใครอย่างน้อยต้องมีติดตู้สักหนึ่งคู่เหมือนกับยาสามัญประจำบ้าน ซึ่งนอกเหนือจาก Chuck Taylor All Star หรือ Jack Purcell Converse ยังมีอีกหนึ่งโมเดลรองเท้าที่โดดเด่นอยู่คู่วงการสนีกเกอร์ตลอดมาไม่แพ้กันนั่นคือ One Star ถ้าหากย้อนเรื่องราวของรองเท้า One Star นั่นมีจุดเริ่มต้นในปี 1974 ที่กำเนิดจากการพัฒนารองเท้าบาสเกตบอลในรูปแบบ low-top ซึ่งเวลานั้นวัสดุที่ Converse เลือกใช้คือหนังกลับและชุดพื้นโฟม ทว่าน่าเสียดายเป็นอย่างมาก เพราะมันถูกวางขายเพียงปีเดียวเท่านั้นก่อนจะถูกยกเลิกไลน์การผลิตไป อย่างไรก็ตาม One Star ไม่เคยหายไปจากหน้าวงการรองเท้าเลย โดยมันถูกใช้เป็นตัวแทนของดนตรีกรันจ์ใน Seattle ซึ่งภาพที่ทุกคนคงน่าจะจำได้เป็นอย่างดีคือ Kurt Cobain กำลังทุ่มกีต้าร์สวมเสื้อผ้าเก่า ๆ ขาด ๆ จับคู่กับรองเท้า Converse One Star สุดคูล นอกเหนือจากนี้แล้วนักสเก็ตบอร์ดหลาย ๆ คนยังชื่นชอบที่จะนำมาใช้ เวลาเล่นสเก็ตจนเป็นที่มาของคำว่า Anti-Fashion ในปี 1993 One Star ถูกนำมาวางจำหน่ายอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้
ในยุคที่ทุกคนในประเทศไทยให้ความนิยมการสวมใส่เสื้อฮาวาย ( Hawaiian Shirt ) ถึงขนาดสามารถพบเห็นได้ทุกครั้งตอนออกจากบ้าน ไม่ว่าจะเป็น ตลาดสด ห้างสรรพสินค้า ไปจนถึงงานเทศกาลดนตรี แต่เราเคยรู้กันหรือเปล่าว่าก่อน Hawaiian Shirt จะกลายเป็น Pop-Culture สำหรับหมวดเครื่องแต่งกายอย่างเช่นในปัจจุบัน สิ่งนี้มีจุดกำเนิดมาจากที่ไหนและเคยได้รับความนิยมในยุคสมัยใดมาแล้วบ้าง วันนี้ UNLOCKMEN ได้รวบรวมเรื่องราวทุกอย่างเกี่ยวกับ Hawaiian Shirt เอาไว้ให้แล้ว จุดเริ่มต้นการรวมกันของวัฒนธรรมเสื้อผ้า ย้อนกลับไปเมื่อปี 1880 ในสมัยรัฐฮาวายยังคงเป็นนิคมปกครองตนเองและมีการขยายตัวของธุรกิจต่าง ๆ บนเกาะเกิดขึ้น แน่นอนว่าเจ้าของกิจการทั้งหลายอยากได้แรงงานราคาถูก จึงมีผู้อพยพจากต่างถิ่นเข้ามามากมายไม่ว่าจะเป็นชาวจีน,โปรตุเกส เกาหลี แต่เห็นจะมีเปอร์เซ็นต์มากกว่าใครเพื่อนคือ ชาวญี่ปุ่น แถมคนกลุ่มนี้ยังติดเอาผ้าพื้นเมืองของตัวเองข้ามน้ำข้ามทะเลมาอีกด้วย แรงงานส่วนใหญ่ถูกจ้างมาทำงานเกี่ยวกับเกษตรกรรม ทำให้ต้องการชุดสวมใส่สบาย ราคาไม่แพง จึงได้ผนวกรวมผ้าต่างถิ่นเข้ากับลายผ้าท้องถิ่นของฮาวายเรียกว่า Tapa แต่เสื้อที่ทำออกส่วนใหญ่มักเป็นแขนยาวและใช้กันเพียงในวงแคบ เท่านั้น นักประวัติศาสตร์หลายคนเห็นพ้องกันว่า Hawaiian Shirt ต้นแบบตัวแรก เกิดขึ้นในช่วงปี 1920 แต่ก็ยังมีข้อโต้แย้งเรื่องที่ว่าใครเป็นบิดาแห่งเสื้อฮาวายกันแน่ระหว่างสองคนนี้ คนแรกคือ Gordon Young จากมหาวิทยาลัยฮาวาย ว่ากันว่าเข้าได้ร่วมมือกับคุณแม่ของเรา ออกแบบและตัด
หากพูดถึงการปล้น วิ่งราว ชิงทรัพย์ แล้วส่วนใหญ่เรามักจะคิดถึงการขโมยของมีค่าที่สามารถนำไปขายต่อได้ราคาสูงอย่างเช่น ทองคำ นาฬิกาหรู หรือล้วงกระเป๋าเงินกันซึ่ง ๆ หน้า แต่นับว่าเป็นข่าวแปลกใหม่ของโลกเลยก็ว่าได้ เพราะเทรนด์การปล้นช่วงหลัง ๆ เริ่มพุ่งเป้าหมายมายังสินค้าที่เราไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าจะกลายเป็นของล่อตาล่อใจโจรอย่าง รองเท้าสนีกเกอร์ ซะอย่างนั้น สืบเนื่องจากรายงานข่าวต่างประเทศ บอกว่าพนักงานคนหนึ่งของ UPS ผู้ให้บริการด้านการส่งพัสดุได้ทำการขโมยรองเท้าจากลูกค้าเสียเอง แต่โชคร้ายไม่ทันได้ใช้ตังค์ ก็มาถูกตำรวจจับกุมไปเสียก่อน ซึ่งจากการเปิดเผยของผู้ต้องหา Halif Bryant วัย 41 กล่าวว่าเขาได้ทำการขโมยรองเท้าจำนวน 3 คู่เพื่อนำไปขายต่อยังตลาดมืดและได้ราคาสูงถึง $1,100 USD (3x,xxx บาท) ก่อนถูกจับกุมตัว ซึ่งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์ขโมยรองเท้ากันเกิดขึ้น เพราะก่อนหน้านี้เมื่อปีกลายเพิ่งจะมีข่าวรถบรรทุกขนรองเท้า Nike ได้ถูกขโมยในรัฐ Tennessee และสูญเงินไปกว่า $14,000 USD และไหนจะข่าวการบุกงัดเข้าไปยังโกดังรองเท้าในย่าน LA ที่กลุ่มโจรได้กวาดรองเท้าจากคลังสินค้าไปจนเกลี้ยงโดยมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้นราว ๆ $900,000 USD จึงนับว่าเทรนด์ของโจรใน พ.ศ. นี้ดูเหมือนจะพุ่งเป้าหมายมาที่รองเท้ามากขึ้น แต่ถ้าหากเราวิเคราะห์กันแบบเจาะลึกจะพบว่าไม่ใช่เรื่องน่าน่าแปลกใจ เพราะชั่วโมงนี้การขายสินค้าประเภทแฟชั่นโดยเฉพาะ limited item ทั้งหลาย สามารถทำกำไรได้มากกว่าขายทองหรือหุ้นเสียอีก เพียงแต่ในประเทศไทยวัฒนธรรมการแต่งตัวอาจจะยังไม่ได้เข้าถึงทุกคน
หลังจากห่างหายการอัพเดทข่าวสารรองเท้ามาพักใหญ่ ๆ เนื่องจากออกมาเยอะจนเลือกไม่ถูกจริง ๆ ว่าจะนำเอาคู่ไหนมาเสนอให้ตรงใจกับผู้อ่าน แต่ทว่าวันนี้ทีมงาน UNLOCKMEN ได้ไปเจอรองเท้าคู่เด็ดที่จะไม่พูดถึงเลยไม่ได้เป็นอันขาด เพราะเปรียบดั่งไฮไลต์ประจำปีของวัน Air Max Day ซึ่งทาง Nike ได้เตรียมออกกระชากอารมณ์เหล่านักสะสมรองเท้าสนีกเกอร์รวมถึง คนธรรมดาปุถุชนที่เห็นแล้วบอกได้คำเดียวว่าใจเต้นตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ ไม่เป็นจังหวะ สำหรับรองเท้าที่เรากำลังพูดถึงนี้คือ The Sean Wotherspoon x Nike Air Max 97/1 ที่กำลังจะวางขายในวันที่ 24 มีนาคมนี้(รวมถึงในประเทศไทยด้วย) หลายคนอาจจะสงสัยว่า Sean Wotherspoon เป็นใคร ? ทำไมเขาถึงได้มีโอกาสสร้างรองเท้า Air Max คู่นี้ รวมถึง Nike ดูจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษถึงขนาดไฮไลต์ให้เปิดตัวในวันสำคัญอย่าง Air Max Day จนเราได้นำเรื่องราวแบบเจาะลึกทุกรายละเอียดมาไขข้อข้องใจ Sean Wotherspoon คือนักสะสมและเจ้าของร้านรองเท้า Round Two ที่ส่งผลงานการประกวดออกแบบรองเท้า Nike
เรื่องของแฟชั่นแต่ละคนอาจจะให้ความสําคัญแตกต่างกันออกไป ทว่าสําหรับคนที่ใส่ใจเรื่องสไตล์ของตัวเองและแสดงตัวตนผ่านทางเสื้อผ้าที่เลือกใส่นั้น เวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงคอลเลคชั่นในแต่ละฤดูกาลจึงเป็นเรื่องสนุกตื่นเต้นที่จะได้อัพเดทลุคของตัวเองให้ตามเทรนด์อยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะซัมเมอร์นี้ นับว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่หนุ่ม ๆ จะได้เฉลิมฉลองกับช่วงเวลาพักผ่อนอย่างเต็มเหนี่ยว แถมด้วยความร้อนแรงของแสงแดด ที่ทำให้เราอยากจัดเต็มเพื่อดึงดูดสายตาของทุกคนแข่งกับสภาพอากาศเมืองไทยให้มันรู้กันไปเลยว่าใครที่แน่กว่ากัน แล้วถ้าหากพูดถึงวัฒนธรรมแฟชั่นที่มีอิทธิพลกับหนุ่มไทยมากที่สุดตลอดมา คงจะหนีไม่พ้น Japanese Style ที่กลมกลืนผสมผสานเข้ากับไลฟ์สไตล์แบบไทย ๆ ไม่ว่าจะเป็นมินิมอลหรือโอเวอร์ไซส์เป็นอย่างดี ดังนั้นเพื่อเป็นการอัพเดทเทรนด์ใหม่ล่าสุดให้เหมาะสมกับช่วงหน้าร้อน ทีมงาน UNLOCKMEN ได้จัดลุคเฉียบ ๆ จนเรียกได้ว่าเป็น Dress-2-kill แบบฉบับ “Nippon Boy” มาฝากทุกคนกัน #LOOK1 Working Sharp จุดเด่นอย่างหนึ่งของสไตล์การแต่งตัวแบบ Nippon คือต้องมีดีเทลให้น้อยที่สุดเพื่อสะท้อนอารมณ์แบบมินิมอล โดยเฉพาะโทนสียิ่งเรียบง่ายยิ่งดี ดังนั้นเราจึงเลือกชุดเป็นสูทสีเทากระดุมเดียวแบบโอเวอร์ไซส์ ที่ให้ความรู้สึกแบบ Japanese เพิ่มดีกรีรับซัมเมอร์ให้ชุดทำงานไม่ดูน่าเบื่อ มีสีสันขึ้นด้วยการเสริมด้วยเสื้อ polo สีเหลืองสแซมเข้าไป พร้อมจับคู่กับรองเท้าหนังดี ๆ สักคู่ จากนั้นหาเครื่องประดับอย่างเช่น นาฬิกาดี ๆ สักเรือนมายกระดับ Overall look ให้เฉียบคมสะกดทุกสายตาในเวลาทำงานของคุณ อย่างเช่นนาฬิกา ALBA รุ่น AT3C31X ด้วยดีไซน์เรียบหรูสะดุดตาด้วยหน้าปัดสีทองไล่สีกับสายสเตนเลสสตีลที่ตัดกันอย่างลงตัว #LOOK2 Casual
เดี๋ยวฝนก็ตก เดี๋ยวแดดก็ออก เดาไม่ถูกแล้วสำหรับสภาพอากาศในบ้านเราที่วันหนึ่งเปลี่ยนไปไม่รู้กี่ฤดู แต่ดูเหมือนช่วงสัปดาห์หลังจากนี้เป็นต้นไป หนุ่ม ๆ UNLOCKMEN จะต้องเผชิญกับอากาศร้อนแบบยาว ๆ ชนิดเหงื่อไหลไคลย้อยอย่างที่เราคุ้นเคยกันดี แล้วเมื่อถึงคราวเปลี่ยนฤดูกาลก็เป็นเรื่องธรรมดาต้องมาอัพเดทตู้เสื้อผ้าใหม่ตามไปด้วย เพราะครั้นจะใส่เสื้อผ้าเลเยอร์หลายชั้นคงดูจะเป็นอะไรที่ไม่เหมาะสมเท่าที่ควร ดังนั้น STYLE GUIDE ในวันนี้เราจะมานำเสนอคีย์ไอเทมเจ๋ง ๆ เหมาะกับหน้าร้อนไว้เพิ่มความคูลให้กับลุคของตัวเอง Summer Vacation สำหรับชิ้นแรกที่เราอยากจะแนะนำคือ Print Shorts & Swimwear Items เพราะหากพูดถึงฤดูร้อน ย่อมนึกถึงการออกท่องเที่ยวทะเลไปเดินเล่นบนหาดทะเลสวย ๆ รับลมปะทะหน้าเย็น ๆ ซึ่งจะใส่กางเกงยีนส์ขายาวในซีซั่นนี้คงไม่เหมาะเสียเท่าไหร่ ดังนั้นเราขอแนะนำกางเกงขาสั้น (boardshorts) ลายพิมพ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากลวดลาย nautical stripe โดยทำให้สนุกยิ่งขึ้นเมื่อเลือกจับคู่สีอย่างสี navy ตัดด้วยลายพิมพ์สีแดง หรือ สีดำคู่กับสีเขียวมินท์ สามารถใส่เป็นกางเกงกึ่งเซิร์ฟได้อย่างสบาย เพียงแค่นำมามิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อยืดสีดำทับด้วยแจ็คเก็ตฮู้ดดี้ก็ให้อารมณ์หนุ่มขี้เล่นอย่างมีสไตล์ในช่วงซัมเมอร์ร้อนแรงเช่นนี้ ไอเทมชิ้นที่สองซึ่งจะขาดไปเลยไม่ได้เพราะนับว่ามาแรงจริง ๆ สำหรับ SAFARI & SUMMER SHIRTS เนื่องจากเมื่อเราพูดถึงหน้าร้อน หลายคนคงหนีไม่พ้นเสื้อสไตล์ฮาวายหรือเสื้อซาฟารีที่ให้อารมณ์ลำลองในช่วงอากาศแรง ๆ เช่นนี้ได้เป็นอย่างดี


