คำว่า ‘มนุษย์เป็นสัตว์สังคม’ คือสิ่งที่เราทุกคนซึมซับมาจากห้องเรียนตั้งแต่วัยเด็ก และค่านิยมส่วนใหญ่ของทุกสังคมคือมักจะปฏิเสธคนที่ดูแปลกแยกออกไป แม้ว่าสังคมปัจจุบันจะเปิดกว้างยอมรับในความแตกต่างของบุคคลมากขึ้น แต่ด้วยธรรมชาติของการเป็นสัตว์สังคมที่ถูกฝังอยู่ในยีนของมนุษย์ เราจึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงความรู้สึกต้องการเป็นส่วนหนึ่งของสังคม หรือ อดที่จะรู้สึกขบขันไม่ได้เมื่อพบเจอใครที่แตกต่าง ซึ่งเราเชื่อว่าความรู้สึกเหล่านี้เป็นสิ่งที่ขัดแย้งอยู่ภายในใจของใครหลายคน แม้หัวใจของเราเรียกร้องที่จะทำตามฝันแค่ไหน แต่ก็ยังถูกกรอบความคิดเดิม ๆ ของสังคมปิดกั้นเอาไว้ เพียงเพราะไม่อยากกลายเป็นตัวตลกที่ดูแตกต่าง ดูไม่เท่ ไม่เป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป แต่ในโลกที่มีผู้คนอยู่มากมาย หากทุกคนเลือกดำเนินชีวิตไปในทางเดียวกันหมด โดยไร้ซึ่งความแตกต่าง โลกคงขาดสีสัน และคงไม่มีใครกล้าที่จะสร้างสิ่งใหม่ให้โลกได้เกิดการพัฒนามาจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งข้อดีในการเป็นตัวของตัวเองยังมีมากเหลือคณานับ แต่ที่ชัดเจนที่สุดคงหนีไม่พ้นการได้สัมผัสความสุขที่แท้จริง ซึ่งเกิดจากการได้เป็นตัวของตัวเอง โดยไม่ต้องปกปิด หรือพยายามที่จะเป็นเหมือนคนอื่น ซึ่งความเชื่อของเราได้ถูกปลุกให้ชัดเจนขึ้นอีกครั้ง เมื่อได้เห็นโฆษณา AXE YOU สเปรย์น้ำหอมระงับกลิ่นกายตัวใหม่ล่าสุดจาก AXE ที่กระตุ้นแรงบันดาลใจได้ดีจนต้องเรียกเพื่อน ๆ ทีมงาน UNLOCKMEN มาดูด้วยกัน และทุกคนต่างลงความเห็นว่านี่มัน ‘โคตรเท่ โดนใจ ใช่เลย’ โดยเรื่องราวในโฆษณาสามารถสื่อสารคำว่า YOU ของผลิตภัณฑ์ออกมาได้อย่างชัดเจนตรงไปตรงมา กับแนวคิดหลักที่ต้องการให้ผู้ชายทุกคนเท่ได้ในแบบของตัวเอง ซึ่งไม่ได้เป็นแค่ความคิดลอย ๆ ที่นำเสนอขึ้นมาหล่อ ๆ เพื่อโยงให้เข้ากับตัวโปรดักส์เท่านั้น แต่เนื้อเรื่องที่ถ่ายทอดออกมายังแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจที่แท้จริงต่อปัญหาเรื่องความแตกต่างที่เกิดขึ้น กับแมสเสจที่ว่า “เพราะเรารู้ว่าการเป็นตัวของตัวเองมันไม่ง่าย เพราะเราเข้าใจว่าความชอบที่ไม่เหมือนคนอื่นมันทำให้คุณดูประหลาด
ทีมงานพาไปหา reference เสื้อผ้าจากมิวสิควิดีโอ เผื่อไว้เป็นคลังไอเดียสำหรับการแต่งตัวของคุณในอนาคต
กำลังมองหารองเท้าสีขาวคู่ใหม่อยู่ใช้ไหม ลองเก็บ 5 คู่นี้ไว้ในพิจารณา น่าจะถูกใจไม่น้อย
รองเท้าวิ่งดีไซน์สปอร์ตที่เมื่อคุณสวมใส่จะรู้สึกเหมือนกำลังขับรถ Lamborghini
หากผู้ชายอย่างเราจะต้องเลือกนาฬิกาข้อมือคู่ใจสักเรือนหนึ่ง ปัจจัยหลัก ๆ ในการตัดสินใจคงหนีไม่พ้นเรื่องของงานดีไซน์ที่เข้าตา ฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ นอกจากนี้ชื่อเสียงและประวัติความเป็นมาของแบรนด์ก็ถือเป็นอีกเรื่องที่เรามองข้ามไปไม่ได้ เพราะประวัติศาสตร์อันยาวนานของแบรนด์ย่อมมีผลต่อความเชื่อมั่นในคุณภาพการใช้งาน อีกทั้งยังส่งผลต่อความภาคภูมิใจหากนาฬิกาบนข้อมือเรานั้นคือผลผลิตจากแบรนด์ที่มีจุดร่วมสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์โลกมาอย่างยาวนาน และหนึ่งในแบรนด์นาฬิกาที่เราเชื่อว่าต้องเป็นที่รู้จัก เป็นที่หมายปองของเหล่าชายชาตรี คงหนีไม่พ้นแบรนด์ OMEGA และยิ่งเป็นรุ่นที่อยู่ในตระกูล Speedmaster ซึ่งมีเรื่องราวเท่ ๆ มากมายบนหน้าประวัติศาสตร์โลก กับจุดเริ่มต้นในการเป็นนาฬิกาสำหรับนักแข่งรถ และก้าวข้ามไปสู่ภารกิจบนอวกาศ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ลูกผู้ชายแทบทุกคนใฝ่ฝันจะได้เป็นส่วนหนึ่งในเรื่องราวเหล่านั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ OMEGA Speedmaster จะถูกเลือกให้เป็นเรือนเวลาที่ประดับอยู่บนข้อมือของใครหลายต่อหลายคน และเนื่องในโอกาสที่ OMEGA Speedmaster ได้เดินทางผ่านกาลเวลา และประวัติศาสตร์บทสำคัญมาจนครบรอบ 60 ปี UNLOCKMEN จึงขอเลือก 10 รุ่นสุดประทับใจ ที่เรามองว่ามันเปรียบเสมือนตัวแทนความสำเร็จ และเป็นหลักไมล์สำคัญในการพัฒนาของ OMEGA Speedmaster มาแนะนำให้ได้รู้จักเรื่องราวความเป็นมาที่ไม่ธรรมดาของแต่ละรุ่น หรือใครที่เป็นนักสะสมนาฬิกาตัวยง อยากจะใช้ลิสต์นี้เป็นตัวช่วยในการออกตามล่า Speedmaster รุ่นหายากมาเก็บเอาไว้ในคอลเลคชันส่วนตัว เราก็ยินดี 1957 “BROAD ARROW” : The first Speedmaster สำหรับรุ่นแรกที่เราเลือกมาคงจะเป็นเรือนไหนไปไม่ได้ นอกจากต้นกำเนิดตำนานของตระกูล Speedmaster
ในยุคที่แฟชั่นรองเท้าผ้าใบกลายเป็นวัฒนธรรมหลัก ผู้คนก็เริ่มมีไอเดียและความรู้ในการเฟ้นหารองเท้ากันมากขึ้น ไม่ใช่แค่รุ่นใหม่จากดีไซน์เนอร์คนดังเพียงอย่างเดียว แต่รองเท้าที่ขึ้นชื่อด้านความคลาสสิค ความวินเทจ ก็ได้รับความนิยมมากไม่แพ้กัน ทำให้ในปัจจุบันเริ่มมีหลายแบรนด์นำรองเท้าโมเดลยิ่งใหญ่ในอดีต กลับมา re-production ผลิตใหม่อีกครั้งด้วยวิธีการดั้งเดิม โดยยังคงคุณสมบัติและจุดเด่นเช่นเดียวกับในยุคอดีตไว้อย่างครบถ้วน ถ้าพูดถึง Converse ย่อมนึกถึงภาพรองเท้าคู่กายผู้ชาย ที่ใส่ Mix and Match กับลุคไหนก็ทำได้ง่าย แถมยังมีความคงทน ไม่ขาด ไม่พัง อย่างเราเองก็ใส่มาตั้งแต่เรียนมัธยมปลาย ยาวไปถึงจบมหาวิทยาลัย รองเท้าก็ยังไม่พัง แถมยังมีจำนวนมากขึ้นแถบจะครบทุกเฉดสีโดยไม่รู้ตัว และถ้าพูดถึง Converse รุ่นที่หายาก เป็นรุ่นที่มีความแตกต่าง มีจุดเด่นที่สังเกตได้ง่าย ได้รับความนิยมมาโดยตลอด ต้องเป็น Converse All Star 70’s รองเท้าวินเทจสุดคลาสสิคในตำนานของยุค 70’s ที่หาซื้อยาก จนมีเสียงเรียกร้องให้นำมาผลิตใหม่อีกครั้ง ข่าวดีคือคอลเลคชั่นล่าสุดของ Converse มีการนำ All Star 70’s ออกมาทำใหม่ให้เก็บสะสมกันอีกด้วย ความแตกต่างของ Converse All Star 70’s เชื่อว่าหลายคนต้องใส่หรือมี Converse
NMD เวอร์ชั่น 2 ที่กลับมาพร้อมละลายเงินในกระเป๋าสตางค์ของคุณพร้อมกันวันที่ 6 เมษา นี้
ไขความลับที่มาของ VaporMax รองเท้าที่มีกระแสคนพูดถึงมากที่สุดในขณะนี้
มิกซ์แอนด์แมทช์สไตล์ด้วยโทนสีคลาสสิคที่ได้แรงบันดาลใจมาจากยอดนักบาส Michael Jordan
หากใครมีโอกาสได้คลุกคลีอยู่ในโลกแห่งนาฬิกาข้อมือ คงพอจะรู้ว่านิยามของมันถูกขยายขอบเขตกว้างออกไปมากกว่าการเป็นแค่เครื่องบอกเวลา เพราะมันยังถือเป็นเครื่องประดับที่สามารถบ่งบอกตัวตน และความภาคภูมิใจให้กับผู้สวมใส่ได้ในหลายแง่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของมูลค่า ความยากลำบากในการเสาะหามาเป็นเจ้าของ ความแม่นยำของกลไกบอกเวลา รวมไปถึงขั้นตอนการผลิตที่มีความประณีต และละเอียดพิถีพิถันในระดับงานฝีมือ ซึ่ง Grand Seiko เป็นแบรนด์นาฬิกาที่เรามองว่าสามารถเป็นอีกหนึ่งตัวแทนแห่งความภาคภูมิใจให้กับผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี เพราะในวงการนาฬิกาต่างรู้ดีว่า เหตุผลหลักสำหรับผู้ที่ตัดสินใจเป็นเจ้าของนาฬิกาไฮเอนด์ จากญี่ปุ่นแบรนด์นี้ จะต้องเกิดจากการค้นคว้าข้อมูลลงลึกไปถึงเรื่องราวความเป็นมาจนก่อเกิดเป็นความหลงใหลในตัวตนของ Grand Seiko กับงานฝีมือระดับสูง และเทคโนโลยีกลไกบอกเวลาชั้นนำ ที่ถูกซ่อนเอาไว้ภายใต้รูปลักษณ์อันเรียบง่าย เสมือนความตั้งใจที่จะเก็บความสุดยอดนี้เอาไว้เป็นความภาคภูมิใจที่รู้กันเฉพาะช่างนาฬิกาผู้ให้กำเนิด และผู้สวมใส่ที่รักความเป็น Grand Seiko อย่างแท้จริง โดยเรื่องราวความเป็นมาของ Grand Seiko ต้องย้อนกลับไปในปี 1960 ซึ่ง Seiko แบรนด์นาฬิกาสัญชาติญี่ปุ่น มีแนวคิดที่จะสร้างสรรค์นาฬิกาในอุดมคติสำหรับคนรักนาฬิกาข้อมือระดับ Hi-end ที่เน้นความเรียบง่ายของฟังก์ชั่นการใช้งาน แต่เต็มเปี่ยมด้วยความสมบูรณ์แบบทั้งความพิถีพิถันในงานขัดแต่งตัวเรือนภายนอก และการพัฒนาความเที่ยงตรงในการบอกเวลาของ Movement ภายในภายใต้ชื่อ Grand Seiko และตลอดระยะเวลาเกือบ 60 ปีที่ผ่านมา Grand Seiko ได้พิสูจน์ความตั้งใจที่มีมาแต่เริ่ม โดยยังคงมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับความเที่ยงตรงของกลไกบอกเวลา ซึ่งถือเป็นหน้าที่หลักของนาฬิกาในอุดมคติของผู้สวมใส่ ที่ต้องการใช้นาฬิกาที่มีความผิดเพี้ยนของเวลาน้อยที่สุด และปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือเรื่องที่ท้าทายเป็นอย่างมากสำหรับผู้ผลิต Mechanical


