ในช่วงโควิด-19 กำลังระบาดระลอกใหม่ เจ้าของธุรกิจหลายอาจจะประสบปัญหาจนอยากจะขายหุ้นให้นักลงทุนเพื่อรักษาประสิทธิภาพการทำงานเอาไว้ วิกฤตการทำธุรกิจนี้เกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ Elon Musk ที่ออกมาเปิดเผยเรื่องราวในอดีตว่าเคยติดต่อขอนัดพบ Tim Cook เพื่อให้ Apple ซื้อหุ้น Tesla แต่กลับถูกปฏิเสธ ซึ่งมองในวันนี้ถือเป็นโชคดี เพราะมูลค่าของ Tesla เพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่าจากวันนั้นได้ด้วยตัวเอง หลัง Apple ออกมาแง้มแผนการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของตัวเอง ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ สาวก Apple หลายคนน่าจะจำได้ว่าในปี 2014 เคยมีข่าวเกี่ยวกับ ‘Project Titan’ โครงการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างรถยนต์พลังงานไฟฟ้า แต่การสร้างรถยนต์ไม่ใช่เรื่องง่าย แม้แต่บริษัทนักสร้างนวัตกรรมอย่าง Apple ก็ต้องพบเจอปัญหามากมายจนต้องยุบแผนกไปหลายครั้ง ถึงกับเคยถอดใจเปลี่ยนแผนไปมุ่งพัฒนา autonomous driving software แทน กระทั่งไม่กี่วันก่อน ก็มีข่าวว่าเกี่ยวกับ Apple Car อีกครั้งให้สำเร็จในปี 2024 ด้วยจุดเด่นที่แบตเตอรี่พลังงานสูงอย่างที่ไม่เคยมีในตลาด หลังแพลนของ Apple ถูกนำเสนอไปทั่วโลก Elon Musk ได้ออกมาเล่าถึงเรื่องราวในอดีตย้อนไปในปี
จากกระแสกล้องฟิล์มที่กลับได้มาได้รับความนิยมอย่างสูงในหลายประเทศ สิ่งนึงที่เพิ่มขึ้นมาด้วยคือจำนวนขยะจากกล้องฟิล์มแบบใช้แล้วทิ้ง (Disposable or Single-use camera) ที่มีจำนวนนับไม่ถ้วน และมักจะผลิตจากวัสดุพลาสติกย่อยสลายยาก หนึ่งในนั้นกล้องของ MANUAL แบรนด์กล้องฟิล์มแแบบใช้แล้วทิ้งที่ได้รับความนิยมมากจากสไตล์โทนสีที่มีเอกลักษณ์ ล่าสุดด้วยความพยายามแก้ปัญหาดังกล่าว MANUAL จึงได้นำกล้องโมเดลที่ได้รับความนิยมมาก มาปรับให้เป็นกล้อง Reusable ในชื่อ “Reusable Camera_001” กล้องฟิล์มที่ดูดีและเป็นมิตรกับธรรมชาติ โดยขายแบบเป็นแพ็คเกจดีไซน์โดดเด่นเช่นเคย ภายในแพ็คของ “Reusable Camera_001” ประกอบไปด้วย บอดี้กล้องฟิล์มขนาด 35mm. พร้อม flash ในตัว สายรัดข้อมือ wrist strap 2 x AAA batteries บัตร Voucher สำหรับ development และ scanning ฟิล์ม 1 ม้วน Poster แนะนำวิธีการใช้และ Tips สำหรับถ่ายให้ได้โทนต่าง ๆ ด้านล่างคือตัวอย่างภาพที่ได้จากกล้อง MANUAL ‘Reusable Camera_001’
ย้อนไปในช่วงต้นปี เมื่อ KFC เผยแพลนว่าจะทำเครื่องเกม Console ของตัวเอง หลายคนอาจคิดว่าเป็นมุขตลก หรือไม่ก็ April Fool หลงเดือน แต่ตอนนี้ความเร้าใจจากแบรนด์ไก่ทอด KFC เป็นจริงแล้ว หลังประกาศยืนยัน มาเน่ เอ้ย มาแน่ KFConsole เครื่องเกมที่สามารถอุ่นไก่ทอดได้ในตัว ไม่มีชื่อไหนจะเหมาะไปกว่า KFConsole ต้องปรบมือให้คนคิดชื่อจริง ๆ ภายนอกเป็นเครื่องเกมรูปทรงถังซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจาก KFC bucket นั่นเอง ส่วนสเปกถือว่าจัดเต็มไม่แพ้ Console ค่ายไหนทั้งนั้น ด้วยเทคโนโลยี 4K 240FPS ตัวเครื่อง ‘Cooler Master NC100’ ระบายความร้อนได้รื่นไหล ผลงานการจับมือกับ Cooler Master ใช้ชิปประมวลผล Intel Nuc 9 Extreme Compute Element ที่มีประสิทธิภาพสูงส่ง ในขนาดที่เล็กจิ๋ว และที่เจ๋งกว่าคือออกแบบช่องเสียบ GPU แบบถอดเปลี่ยนได้เมื่อต้องการอัพเกรดกราฟฟิคโหด ๆ
สมัยนี้รถแรงทุกคนต้องมีการพ่นไฟทางท่อไอเสีย หรือที่ภาษาเทคนิคเรียกว่า Antilag system สำหรับรถเทอร์โบสมรรถนะสูง แต่ในอดีตมีการพ่นไฟที่ใหญ่โตกว่า Antilag ในปัจจุบัน อันที่จริงควรจะเรียกว่าเครื่องพ่นไฟติดในรถยนต์เลยจะดีกว่า เพราะหน้าที่ของมันมีไว้ยิงไฟใส่หัวขโมยที่ชุกยิ่งกว่ายุง ในปี 1998 เป็นช่วงเวลาที่โจรขโมยรถยนต์ระบาดหนักใน South Africa เรียกว่าจอดไว้เป็นหาเรียบ ที่จริงไม่ใช่แค่โจรขโมยรถที่ชุกชุม เรียกว่าอาชญากรทุกรูปแบบเลยดีกว่า ในยุคนั้นศาลใน South Africa ถึงกับอนุญาตให้ป้องกันตัวด้วยการฆ่าคู่กรณีได้ถ้าจำเป็นต้องป้องกันตัว และเฉพาะในปี 1997 ก็มีตัวเลขรถถูกขโมยไปมากถึง 13,000 คัน ทั้งปล้นต่อหน้าหรือขณะจอดไว้ก็ตาม เมื่อเจอปัญหานี้มาก ๆ เข้า ก็มีนักธุรกิจหัวใส “Mr. Charl Fourie” หาทางออกที่สะใจเจ้าของรถมาให้ ด้วยการเพิ่มชุดออพชั่นเสริมกันขโมย ไม่ใช่สัญญาณ แต่เป็นเครื่องพ่นไฟ “Blaster” ติดตั้งไว้บริเวณใต้ต้องรถทั้งสองด้าน มีหัวต่อท่อจากถังแก๊สที่เก็บไว้บริเวณท้ายรถ ยิงเปลวไฟสูงความสูงระดับหัวมนุษย์ได้พร้อมกันทั้งด้ายซ้ายและขวา ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกระดับความแรงและทิศทางของเปลวไฟได้ตามสภาพแวดล้อมที่ต้องการ ไม่ต้องกลัวว่าเราจะกลายเป็นฆาตกรเสียเองจากเปลวไฟที่รุนแรงขนาดนี้ เพราะเจ้าของเค้าการันตีว่าความแรงของเปลวไฟไม่ทำให้ถึงตาย เพราะมันทำให้โจรตาบอดได้เท่านั้น และคงไม่มีโจรหน้าไหนยืนแช่เปลวไฟโดยไม่รีบวิ่งหนีออกมาแน่นอน The Blaster ได้รับเสียงตอบรับที่ดีมากในยุคนั้น ถ้าเทียบกับปัจจุบันก็ระดับ Start-Up ของ Seo
มีรถยนต์หรูหราสำหรับผู้บริหารมากมายที่ถูกนำไปปรับแต่งเสริมเกราะกันกระสุนรอบคันเพิ่มความปลอดภัยให้ชีวิต แต่ไม่เคยมีสักครั้งที่เราจะเป็น Supercar อย่าง Ferrari 458 Speciale ถูกนำไปอัพเกรดในเวอร์ชั่นกันกระสุน อาจจะเป็นเพราะการยิงใส่รถ Supercar ที่ทำเวลา 0-100 km/h ใน 3 วินาทีนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่ AddArmor เชื่อว่าคนที่ซื้อรถ Supercar แบบนี้ได้ ย่อมต้องเป็นบุคคลสำคัญ และต้องการความปลอดภัยไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่ขับ Supercar กินลมเล่นก็ตาม หลายคนต่างมีคำถามว่า ซื้อ Ferrari 458 Speciale ซึ่งเป็น Lightweight model มาเสริมเกราะกันกระสุนให้หนักเพื่ออะไร มันจะผิดวัตถุประสงค์ของรถคันนี้มากไปหรือไม่? แต่ AddArmor ไม่คิดแบบนั้น และอธิบายว่า ถ้าคุณซื้อรถธรรมดาที่หนักอยู่แล้วมาเสริมเกราะกันกระสุน แม้มันจะปลอดภัย แต่ก็จะหนักเกินไป ซึ่งส่วนใหญ่มักจะทำความเร็วได้ไม่ดีนัก และเป้าหมายที่เคลื่อนไหวได้ช้าย่อมเป็นเป้าหมายที่อันตราย รวมถึงคนที่อยู่ในรถด้วย (มีเหตุผล!) ผลงานการเสริมความแข็งแกร่งให้ Ferrari 458 Speciale จึงเป็นการแสดงฝีมือของ AddArmor ว่าสามารถติดตั้งเกราะกันกระสุนได้ไม่ว่าจะเป็นรถรูปทรงไหน แม้แต่ Lightweight
หลังจาก Lamborghini พึ่งจะเปิดตัว Huracan STO ในเดือนที่ผ่านมา และเราคิดว่าน่าจะเป็นโมเดลสุดท้ายของปี 2020 แต่ต้องบอกเลยว่าคิดผิด เพราะ Lamborghini ยังมีผลงานที่ร้อนแรงและพิเศษยิ่งกว่ารอเอาไว้ นั่นคือ Lamborghini SC20 ในตัวถัง Roofless ไร้หลังคาไว้ซ่าแบบ Open top ผลิตเพียงคันเดียวในโลก! Lamborghini SC20, the most extreme open version of a road-legal V12 supercar, ผลงานระดับ Masterpiece ชิ้นล่าสุดของ Squadra Corse motorsport division ซึ่งต่อยอดมาจาก Track-only Lamborghini Essenza SCV12 เครื่องยนต์ NA V12 850 แรงม้า สุดยอด Racecar ที่สร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในสนามแข่งเท่านั้น ต่างกับ SC20
เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของอายุขัยแล้วสำหรับ Alfa Romeo 4C Spider ซึ่งค่ายรถเลือด Italian ก็เตรียมส่งท้ายด้วยเวอร์ชั่นสุดพิเศษ “33 Stradale Tributo” ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจาก 1967 Alfa Romeo 33 Stradale รถแข่งในอดีตที่อยู่เหนือกาลเวลา Alfa Romeo 4C Spider 33 Stradale Tributo มากับตัวถังสี signature แดงสด Rosso Villa d’Este tri-coat ผลิตจาก carbon monocoque chassis ตัดกับสีดำจาก carbon fiber ในจุดต่าง ๆ ของรถ พร้อมล้อสีพิเศษ grayish gold ช่วยเพิ่มอารมณ์ความสปอร์ตให้เลือดลมสูบฉีดได้เต็มพิกัด ส่วนภายในเต็มไปด้วยรายละเอียดที่ประณีตสวยงามผสมผสานอารมณ์ Racecar และความหรูหราของเครื่องหนัง Italian ด้วยโทนสีดำตัดน้ำตาล tobacco brown มีสัญลักษณ์ระบุความเป็น edition
Mercedes-Benz ต่างกับ Mercedes-AMG ยังไง ก่อนหน้านี้อาจจะมีบางท่านที่ไม่ทราบความเป็นมาของการควบรวมแบรนด์ระหว่าง Mercedes-Benz และ AMG จนได้ออกมาเป็นสุดยอดรถยนต์สมรรถนะเยี่ยมเต็มเปี่ยมด้วย DNA จากสนามแข่งออกมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งถ้าใครอยากรู้ข้อมูลแบบเจาะลึกก็สามารถเข้าไปดูกันได้ที่ History of Mercedes-Benz and AMG สำหรับในบทความนี้ เป็นอีกครั้งที่เราจะมาตอบคำถามยอดฮิตที่หลายคนสงสัยว่า รถที่เป็น Mercedes-AMG แท้ ๆ ดูยังไง แล้ว Mercedes-Benz ที่เป็น AMG Line ล่ะมันใช่ Mercedes-AMG หรือไม่ โดยการเทียบความแตกต่างที่ระหว่าง Mercedes-Benz CLS 300 d AMG Premium กับ Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+ จิตวิญญาณรถแข่งแท้ ๆ completed จากโรงงาน AMG Line คือการติดตั้งชุดแต่งทั้งภายนอกและภายในที่ผ่านการออกแบบมาเพิ่มอารมณ์สปอร์ตให้กับรถยนต์ Mercedes-Benz ซึ่งมักจะเป็นรุ่นท็อปสุดในโมเดลนั้น ๆ ภาพลักษณ์ที่ดูดุดันขึ้นจากชุดแต่งรอบคัน
สำหรับผู้ชายพ่อบ้านอย่างเราชาว UNLOCKMEN จะเลือกใช้อะไรก็ต้องมี Story และต้อง Hype อยู่เสมอ ไม่เว้นแม้แต่ตอนตัดหญ้าหน้าบ้าน ซึ่งใครต้องการตัดหญ้าอย่างมีสไตล์ ดูเท่ตั้งแต่หน้าปากซอย เราขอแนะนำนี่เลยครับ “GT XI Lawn Mower” รถตัดหญ้าสุดเท่ที่ได้รวมเอา 3 สหายจากแต่ละวงการ นั่นคือ “Mansory สำนักแต่งรถยนต์” “Air Jordan เจ้าพ่อแห่ง Sneakerheads” และ “BSTN ผู้นำด้าน Sportswear” มาสร้างผลงาน Masterpiece รันวงการเครื่องตัดหญ้าทุกสถาบัน อย่าถามว่าทำไมทั้ง 3 แบรนด์ถึงมาจับมือกันสร้างเครื่องตัดหญ้า ทั้ง ๆ ที่ไม่มีใครทำธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านเลย เพราะเราเองก็ไม่ทราบเหตุผล แต่ที่แน่ ๆ เรารู้ว่า Mansory แบรนด์ที่ออกแบบชุดแต่งโหด ๆ มาแล้วนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็น 2020 Ford GT “Le MANSORY”, 2020 Rolls-Royce Cullinan
ถ้าพูดถึงแบรนด์รถยนต์หรูอย่าง Mercedes-Benz น่าจะพูดได้เต็มปากว่าเป็นรถในฝันของมนุษย์ทุกคน ด้วยรูปลักษณ์การออกแบบที่น่าหลงใหล สมรรถนะ เทคโนโลยี และความปลอดภัยที่เหนือกว่าใคร เป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีความน่าเชื่อถือด้านวิศวกรรมระดับโลกจากประเทศเยอรมนี สะท้อนรสนิยมความมีระดับ ความสำเร็จของคนคนนั้นได้อีกด้วย หลายคนน่าจะทราบกันดีอยู่แล้วว่านอกจาก Mercedes-Benz รุ่นรหัสปกติ มันยังมีความพิเศษที่เหนือกว่าภายใต้ชื่อรหัส ‘AMG’ อยู่ด้วย ซึ่งเป็นรหัสที่หลายคนคุ้นเคยปนสับสน ระหว่าง Mercedes-Benz AMG line ที่เน้นการตกแต่งเพิ่มอารมณ์สปอร์ต เช่น C 220 d AMG Dynamic และ Mercedes-AMG Car รถที่ผ่านการปรับจูนสมรรถนะจากนวัตกรรม Race Cars ซึ่งจะแตกต่างตั้งแต่เครื่องยนต์ สมรรถนะ ช่วงล่าง และการตกแต่งทั้งภายนอกภายใน เช่น Mercedes-Benz CLS 300 d AMG Premium เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ กำลังสูงสุด 245 แรงม้า


