“We heard you” เพราะลูกค้าคือหัวใจสำคัญ เมื่อมีเสียงเรียกร้องเข้ามา Maurice Lacroix ก็รับฟัง feedback มาโดยตลอด นี่คือเคล็ดลับความสำเร็จที่ทำให้แบรนด์นำ Calypso จากปี ’90s มาตีความใหม่กลายเป็น AIKON ที่เปิดตัวในปี 2016 และขึ้นแท่น best-selling ของแบรนด์นับแต่นั้นมา ในปี 2022 Maurice Lacroix ได้เปิดตัวหนึ่งในโมเดลที่สำคัญมากใน AIKON collection โทนสี monochromatic grey โชว์กลไกที่สวยงามของ openworked movement ML115 calibre ที่พัฒนาร่วมกับ Sellita จากสวิตเซอร์แลนด์ ในตัวเรือน stainless steel case ขนาด 39 mm ที่ผ่านการขัดเงาและขัดด้าน ซึ่งเป็นอีกครั้งที่ AIKON ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ตลอดระยะเวลาที่ผ่าน แบรนด์นาฬิกาจาก Swiss แห่งนี้ก็เก็บรวบรวมสิ่งที่ลูกค้าต้องการเพื่อนำมาพัฒนาจนเป็นที่มาของการเปิดตัว AIKON
เรานำเสนอ 911 restomod มาเยอะแล้ว เยอะจนหลายคนเข้าใจว่าโลกนี้มีแต่ Porsche เท่านั้นหรือที่ทำ restomod วันนี้ขอฉีกมาดูผลงาน restomod เลือดซามูไรกันบ้าง เดิมทีรถคันนี้คือ 1975 Nissan Skyline 2000GT coupe รหัส KGC110 ที่ทำตลาดอยู่ในช่วงปี 1972 – 1977 เป็นรถรุ่นธรรมดาตัวเริ่มต้นที่มากับเครื่องยนต์ L20 2000cc OHC มีแรงม้าเพียง 128 hp ผ่านการสร้างใหม่ทั้งคันจากสำนัก JDM Legends คนคลั่ง JDM ในอเมริกา ที่ตามหารถในญี่ปุ่นและส่งกลับมาทำใหม่ใน Utah ติดตั้งชุดบอดี้ใหม่หมดจนดูคล้าย hyper-rare Kenmeri Skyline GT-R พร้อมเสริม front / rear spoilers ขยายซุ้มล้อ ท่อซิ่ง ระบบขับเคลื่อนรวมถึงช่วงล่างล้วนถูก custom ขึ้นมาใหม่ ใต้ฝากระโปรงวางเครื่องยนต์จาก Rebello
รหัส m79360n-0024 ของซีรีส์ Black Bay คือการตอกย้ำการเป็นเรือนเวลาระดับประวัติศาสตร์ของแบรนด์ Tudor ซึ่งเป็นการจับส่วนผสมของนาฬิกาดำน้ำระดับโปรเข้ากับ Sports Chronograph ผสมผสานอย่างลงตัวทั้งฟังก์ชันและดีไซน์ นาฬิการุ่นนี้มาพร้อมกลไกอัตโนมัติ Calibre MT5813 (COSC) สำรองพลังงาน 70 ชั่วโมง มาพร้อมกลไก Column Wheel & Vertical Clutch ที่ให้เราใช้งานได้แบบ Everyday Watch ด้วยสายนาฬิกาตัวล็อค TUDOR “T-Fit” สุดปลอดภัยใส่ On Hand ได้ตลอดวัน และด้วยไซส์ซิ่งตัวเคสความกว้างขนาด 41 มม. / ความหนา 14.4 มม. ของนาฬิกา Stainless Steel ตัวนี้ ก็เหมาะกับทุกสไตล์ มาพร้อมฟังก์ชันกันน้ำลึกถึง 200 เมตร ว่ากันด้วยไฮไลต์ความงดงามบนหน้าปัดของ Flamingo Blue ที่เป็นการตอกย้ำจิตวิญญาณแห่งการแหกฏของแบรนด์ Tudor อีกครั้ง
รถที่ขับดี ขับสนุก ไม่จำเป็นต้องเครื่องใหญ่แรงม้าเยอะเสมอไป รถ lightweight ที่แรงม้าเหมาะสมก็สร้างฟิลลิ่งการขับที่ยอดเยี่ยมได้ไม่แพ้กัน และสำนัก Kamm ก็คือหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญการ restomod Porsche 912c ให้ทันสมัย แรงขึ้น ในน้ำหนักตัวที่เบาเพียง 800 กิโลกรัม อีกหนึ่งสำนัก restomod ที่เน้นทำรถ Porsche แต่แตกต่างจากสำนักอื่นตรงที่ Kamm จาก Hungary จะเน้นทำเฉพาะ 912 classis จากช่วงปี 1965-1969 เป็น entry-level 911 ที่ทำตลาดเพียง 4 ปี และนี่คือผลงานคันล่าสุด Lightweight Kamm 912c Targa น้ำหนักรวมทั้งคันเบาเพียงแค่ 800 กิโลกรัม เพื่อให้เห็นภาพคือมันมีน้ำหนักเทียบเท่า Smart ForTwo generation แรกเท่านั้น เป็นผลจากการอัพเกรดบอดี้ทั้งคันรวมถึง rollover hoop targa ด้วย carbon
เมื่อพูดถึงวัฒนธรรมการดื่มแบบ Slow Sipping ท่ามกลางบรรยากาศของ Speakeasy Bar ณ ใจกลางเมืองแห่งแสงสีกรุงเทพฯ ของเหล่าผู้หลงใหลรสชาติสุดละเมียด เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของมอลต์เป็นหัวใจหลัก กลั่นจนออกมากลมกล่อมเป็นซิงเกิลมอลต์วิสกี้ ก็ต้องพูดว่านี่คือเครื่องดื่มซึ่งอยู่คู่กับภาพของสุภาพบุรุษ สุภาพสตรี ที่มาในแก้วทรง Rock Glass กลิ้ง Ice Ball กลั้วกับความนุ่มละมุนมาเสมอ แต่ถึงจะรักความเป็นซิงเกิลมอลต์วิสกี้ขนาดไหน ประเทศไทยก็ไม่เคยมีแบรนด์ซิงเกิลมอลต์วิสกี้ Made in Thailand เป็นของตัวเองในตลอดเวลาหลายศตวรรษที่ผ่านมา จนกระทั่งปี 2024 ที่ผ่านมานี้ PRAKAAN (ปราการ) ปักหมุดเป็นซิงเกิลมอลต์วิสกี้ระดับพรีเมียมแบรนด์แรกของประเทศไทย ที่ได้ถ่ายทอดเรื่องราวอันทรงคุณค่า ทั้งในด้านของ Source & Story ในความเป็นไทย กลั่นรสชาติออกมาอย่างมีเอกลักษณ์ สร้างความแสนจะภูมิใจ ด้วยมาตรฐานการผลิตระดับสากลที่ตั้งอยู่ในจังหวัดยุทธศาสตร์อย่างจังหวัดกำแพงเพชร งานนี้เราขอใช้ทุกบรรทัดที่มี พาทุกคนออกค้นหาและสัมผัสเรื่องราวของ PRAKAAN (ปราการ) ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง เพื่อส่งต่อความภาคภูมิใจไปพร้อมกัน และก็เอาใจช่วยเพื่อให้แบรนด์ซิงเกิลมอลต์วิสกี้สัญชาติไทยแบรนด์แรกนี้ ได้ไปยืนอยู่ในเวทีระดับโลกอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ว่าต้องการจะเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยให้สำเร็จ PRAKAAN (ปราการ) ซิงเกิ้ลมอลต์วิสกี้ระดับพรีเมียมแบรนด์แรกของไทย เกิดขึ้นจากการนำทรัพยากรและเรื่องราวอันทรงคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นที่ตั้ง จุดกำเนิด
วันครูปี 2025 หนึ่งวันของปีที่ให้เราได้เคารพถึงอาจารย์คนสำคัญในชีวิตของตัวเองอย่างลึกซึ้งไปด้วยกัน และสำหรับเหล่าผู้หลงใหลในยนตกรรม ไม่ว่าจะรักดีไซน์หรือหลงใหลฟังก์ชันสมรรถนะของแบรนด์ใหน รถเหล่านั้นล้วนมีหยาดเหงื่อและความคิดสร้างสรรค์จากมือเปื้อนน้ำมันจาก AUTOMOBILE DESIGNER อาจารย์ผู้ออกแบบอยู่เบื้องหลังเสมอ UNLOCKMEN อยากใช้โพสต์นี้พาทุกคนกลับไปอ่านเรื่องราวกว่าจะมาเป็นที่สุดของนักออกแบบยนตกรรมและรถรุ่นสำคัญของโลก ผู้กำหนดภาพลักษณ์และดีไซน์ให้กับเหล่า Iconic Car ที่เติมเต็มจินตนาการ ความเร็ว และความฝันของเด็กผู้ชายทั่วโลก Dean Moon (MOONEYES) คำว่า MOONEYES คือประวัติศาสตร์ของ American Hot Rod ของก่อนยุคสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 จนถึงทศวรรษ 1970 และชื่อของบุรุษพระจันทร์ Dean Moon ก็ยังเป็นตำนานจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดของโลโก้สีเหลืองสองตาเริ่มต้นจากตรงนี้ .. Dean Moon เกิดในปี 1927 เมือง New Richland รัฐ Minnesota พ่อของดีน Dallas เป็นเจ้าของกิจการปั๊มน้ำมันในฉากหน้า แต่ว่าฉากหลังนำเหล้าเถื่อนเข้ามาขาย พอขายไปขายมาก็ถูกตำรวจจับ ทำให้ต้องขายปั๊มทิ้ง และทั้งครอบครัวต้องย้ายไปที่ California ลงเอยกันที่ในเมือง Norwalk
ถ้าลองเสิร์ชคีย์เวิร์ดใน Google คำว่า “Why do car manufacturers choose a car logo with snake?” เราจะเจอเหตุผลมากมายหลายเว็บไซต์ที่อ่านรวม ๆ ได้ควาหมายไม่ต่างกันประมาณว่า นอกจากงูจะเป็นตัวแทนแสดงภาพลักษณ์อันดุดันทรงพลังของแบรนด์ งูยังเป็นศิริมงคลซิมโบลิคความหมายของการกำเนิดใหม่รวมถึงเป็นสัญลักษณ์ Infinity ความเป็นนิรันดร์อีกด้วย 2025 Year Of The Serpent ! พวกเรา UNLOCKMEN ขอพาทุกคนไปสำรวจความหมายบนโลโก้ของเหล่าสปอร์ตคาร์ที่ใช้งูสัตว์เลือดเย็นตัวยาวนี้เป็นเครื่องหมายแสดงความเป็นตัวตนของแบรนด์ ALFA ROMEO : Visconti Serpent งูแห่งผู้ปกครองมิลาน Anonima Lombarda Fabbrica Automobili / Lombard Automobile Factory, Public Company (A.L.F.A) ก่อตั้งขึ้นในปี 1910 ในเมือง Milan ประเทศ Italy ใครจะรู้ว่ารถที่มีความดุดันและมาพร้อมกับสมรรถนะเครื่องยนต์อันทรงพลัง จะมีตราสัญลักษณ์ซึ่งรับแรงบันดาลใจมาจากความงามในสถาปัตยกรรมแลนมาร์กสำคัญของ Italy
ถ้าลองเสิร์ชความหมายของงานศิลปะที่เรียกว่า GRAFFITI ART ใน CAMBRIDGE DICTIONARY จะพบกับคำอธิบายสั้น ๆ ที่ว่า “Words Or Drawings, Especially Humorous, Rude, Or Political, On Walls, Doors, etc. In Public Places.” แต่ ! ศิลปะทุกแขนงไม่ใช่สิ่งที่สามารถอธิบายตัวตนได้ด้วยกรอบและความเป็นไปได้ที่ จำกัดอยู่แล้ว เราจึงชอบความเป็น Graffiti Art ที่ศิลปินนิรหน้า Banksy เคยพูดเอาไว้ โดยการมองว่าศิลปะชนิดนี้ก็คือชีวิตของคุณ “Graffiti Is One Of The Few Tools You Have If You Have Almost Nothing.” และในช่วงเวลาของปี 2025 ณ Event Hall ชั้น
“AI จะเปลี่ยนโลกนี้ให้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป” คำพูดนี้ไม่เกินจริงเลย เพราะในปี 2024 เรียกว่าเป็นปีแห่งการเริ่มต้นนำ AI เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร ยังรวมไปถึงเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของพนักงานและอยู่ในชีวิตของผู้คนทั่วไป ปี 2025 มั่นใจว่า AI ก็จะยังคงได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้มีความฉลาดและการทำงานที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่าก็เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวก และนำไปประยุกต์ใช้ในวงกว้าง ทั้งช่วยปลดล็อคการทำงานของพนักงาน สร้างขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กร หาแนวทางรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของประเทศไทยและระดับโลก ในขณะเดียวกันก็จะต้องสร้างหลักการกำกับดูแลการใช้งาน AI ให้มีจริยธรรมและความรับผิดชอบอย่างเป็นรูปธรรม ‘ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์’ (กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย) เผยเทรนด์ AI ที่น่าจับตามองในปี 2025 เพื่อให้องค์กรไทยทั้งภาคธุรกิจ ภาครัฐ และคนไทยได้เตรียมความพร้อมประยุกต์ใช้ AI ในวงกว้างมากยิ่งขึ้น จุดประสงค์เพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ เป็นตัวกำเนิดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ จะมีเทรนด์อะไรบ้าง เลื่อนลงไปอ่านพร้อมกันเลย 1.Scaling Laws : AI จะยกระดับศักยภาพและเติบโตอย่างก้าวกระโดด ในปีหน้า AI จะได้รับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดยิ่งกว่าทุกการปฏิวัติอุตสาหกรรมที่ผ่านมา ฉีกกฏการเติบโตจากเดิมที่เติบโตด้วยตัวเองอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามกาลเวลา โดยคาดการณ์ว่า AI จะเพิ่มขึ้นแบบเป็นทวีคูณในทุก ๆ
“ถ้ามี Glasses Store ที่สามารถดูแลสไตล์ลิ่งของผู้ชายได้แบบ Bespoke Eyewear มันจะดีแค่ไหนกัน” คำถามเล่น ๆ ปนเอาจริงของคนที่ใส่แว่นมาทั้งชีวิตอย่างเราที่กำลังมองหาร้านแว่นตาเซอร์วิสได้ระดับ Bespoke ก็ถูกเติมช่องว่างให้เต็มทันทีที่ได้มาใช้บริการของ ‘O33 VISION SOLUTION แบรนด์สโตร์แว่นตาลักชัวรี ที่ให้ความสำคัญกับแว่นตาระดับอวัยวะชิ้นที่ 33 ดูแลลงลึกระดับที่ว่าไม่ใช่แค่ได้แว่นตาที่ใช้ดีที่สุด แต่จะเป็นแว่นตาที่คุณภูมิใจพร้อมกับอยากให้โลกมองเห็นคุณอย่างชัดเจนในทุกวันเลยล่ะ O33 เป็นร้านที่เกิดขึ้นจาก ‘หมออ๊อบบี้ (พญ.ชมพูนุท ภูมิรัตนประพิณ)’ จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพสายตาที่มีประสบการณ์กว่า 10 ปี กับ ‘หมอตั้ม (นายแพทย์คณพล ภูมิรัตนประพิณ)’ อายุรแพทย์เฉพาะทางดูแลผู้สูงอายุและผู้ก่อตั้ง Health at Home หมออ๊อบบี้เล่าความตั้งใจของตัวเองให้เราฟังว่า ที่เปิด O33 เพราะอยากให้ทุกคนได้ใส่แว่นแล้วชอบทั้งแว่นตาที่ตัวเองเลือก พร้อมกับชอบตัวเองมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของค่าสายตาที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่ว่าบุคลิกภาพที่ทำให้โลกมองมาที่คุณเองก็สำคัญ “เราอยากให้คุณมองโลกชัดเจนขึ้น และให้โลกมองเห็นคุณ” คือสโลแกนของที่หมออ๊อบบี้ใช้บอกกับทุกคนที่เข้ามา เราติดใจประโยค Quotes อันนี้เข้าอย่างจังเพราะไม่คิดว่าจะได้เลือกแว่นใหม่ที่ถูกดูแลใส่ใจตัวเองได้มากเท่านี้มาก่อน บทความนี้ UNLOCKMEN ได้ไปสัมผัสประสบการณ์แบบ Bespoke Eyewear (คำที่เราเรียกขึ้นเอง)
หลังจากที่เข้าไปอยู่ในช่วงเวลาสุดพรีเมียมของคนไทยมาได้สักพัก ก็ได้เวลาแล้วที่ PRAKAAN (อ่านว่า ‘ปราการ’) ฉลองการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในงาน ‘UNVEIL THE FLAVORS OF THAILAND’ ที่สุดของการค้นพบเสน่ห์แห่งรสสัมผัส เผยถึงอัตลักษณ์ของแบรนด์จากจุดเริ่มต้น สู่ผลงานชิ้นเอกด้วยคุณภาพและสุนทรียสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนความภาคภูมิใจความเป็นไทยผ่านรูปแบบ Immersive Experience ณ The House on Sathorn – W Hotel Bangkok UNVEIL THE FLAVORS OF THAILAND มาด้วยคอนเซปต์ Multisensory ที่ให้ความสำคัญกับทุกประสาทสัมผัสทั้ง 5 ตลอดเส้นทางการค้นหารสสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์ ชูไฮไลต์ของแบรนด์ได้ครบทุกมิติ สะท้อนแนวคิดของแบรนด์ที่ว่า “Irresistible Quest, Unforgettable Taste” การออกเดินทางค้นหารสชาติและสุนทรียสัมผัสที่ไม่อาจลืมเลือน ผ่าน Room Of 3P Provenance ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักอันดับแรกของ PRAKAAN สะท้อนผ่านเรื่องราวของต้นกำเนิดวัตถุดิบคุณภาพจากรากฐานความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าตะวันตก (Western Forest Complex) ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในผืนป่ามรดกโลกจาก
หากจะให้พูดถึง Moto Music Festival สุดตราตรึงแห่งปี 2024 สำหรับเราต้องขอยกให้งานเทศกาลมอเตอร์ไซค์และดนตรีครั้งยิ่งใหญ่ระดับภาคพื้นเอเชียอย่าง ASIA HARLEY DAYS 2024 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ในไทย ณ สิงห์ปาร์ค จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 15-16 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา ร่วมกับงาน Singha Soda Music Concert ขึ้นแท่นติดโผอันดับต้น ๆ ของความประทับใจ ชนิดที่งานจบแล้ว แต่นึกถึงทีไรความมันส์สุดซ่าก็ยังคงคุกรุ่นในใจอยู่อย่างไม่จางหาย กับความทรงจำในเรื่องความสวยงามลงตัวของสถานที่, กิจกรรมดี ๆ จัดเต็ม พร้อมไลน์อัพศิลปินเดือด ๆ รวมไปถึงบรรยากาศแห่งมิตรภาพไร้พรมแดนของชาว Harley-Davidson ที่พร้อมใจยกขบวนกันมากว่า 13 ประเทศ ได้แก่ ไทย เกาหลีใต้ มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ อินเดีย ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ จีน ญี่ปุ่น


