การคอลแลบระดับตำนานที่ทุกคนรอคอยได้เริ่มขึ้นแล้ว เมื่อแบรนด์รถมอเตอร์ไซต์ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นราชาแห่งท้องถนนของโลกอย่าง Harley-Davidson โคจรมาพบกับ โซดาสิงห์ เครื่องดื่มดีเอ็นเอแห่งความซ่าเบอร์ 1 ในใจคนไทย กับแคมเปญ “RIDE YOUR WAY” ซ่า…ให้สุดทาง ด้วยจุดประสงค์เพื่อผลักดันวัฒนธรรม 2 ล้อของฮาร์ลีย์ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจและซัพพอร์ตทุกเส้นทางของทุกคนให้มั่นใจทำสิ่งที่รักให้สุดทาง ! วันที่ 10 ตุลาคม ที่ผ่านมา UNLOCKMEN ได้ไปพรีวิวความมันส์ในโปรเจกต์ระหว่าง Singha Soda กับ Harley-Davidson ในครั้งนี้ เราเลยขอเอามาเล่าต่อ และจะบอกว่าทำไมคนรักฮาร์ลีย์และแฟนโซดาสิงห์ทุกคนไม่ควรพลาดทั้งงาน และ Merchandise ในครั้งนี้กัน “หนึ่งในความยิ่งใหญ่ของโปรเจกต์ครั้งนี้คือการที่โซดาสิงห์เป็นแบรนด์เครื่องดื่มแรกในเอเชียที่ได้ทำงานกับ Harley-Davidson” ในฐานะที่ UNLOCKMEN เป็นแฟนคลับของทั้ง 2 แบรนด์อยู่แล้ว เราไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่โปรเจกต์นี้เกิดขึ้นได้ เพราะไม่ว่าจะด้วย Heritage Story / Brand Character หรือจะ Goal Of Brand ที่นิยามออกมาได้ด้วคำว่า ‘มันส์’ และ
Aston Martin DB12 Goldfinger Edition ฉลองครบรอบ 60 ปี ให้กับสายลับ 007 Goldfinger ด้วยแรงบันดาลใจจาก iconic DB5 ที่ขับโดย Sean Connery ในปี 1964 ซึ่งเป็นครั้งแรกในซีรีส์ James Bond ที่ได้ขับ Aston Martin ในภาพยนตร์ รถคันนี้ถูกสร้างแบบ special edition บนโมเดล 2023 DB12 ผลงานการตกแต่งเป็นพิเศษโดยแผนก “built by Q” limited production จำนวน 60 คัน ด้านขุมพลังของ Aston Martin DB12 Goldfinger Edition ยังคงใช้สเปกเดิม เครื่องยนต์ 4.0-liter twin-turbo V8 ให้กำลัง 671 hp
เมื่อแบรนด์นาฬิกาหรูสัญชาติสวิส อย่าง MAURICE LACROIX ออกเดินทางสู่เส้นทางแห่งการรังสรรค์เรือนเวลาภายใต้ความมุ่งมั่นมาอย่างยาวนาน และเตรียมก้าวเข้าสู่ปีที่ 50 ในปี 2025 ที่จะถึงนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือช่วงเวลาสุดพิเศษของทางแบรนด์รวมไปถึงแฟน ๆ MAURICE LACROIX ในไทยหลายต่อหลายคน และเพื่อเป็นการส่งต่อช่วงเวลาสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ให้กับแฟน ๆ ชาวไทย ดั่งคำมั่นสัญญาที่ว่า “Your Time Is Now” ทาง MAURICE LACROIX ประเทศไทย รวมถึงบรรดาสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้ง MAURICE LACROIX Club Thailand ก็ได้เริ่มมองหาเรือนเวลาสุดพิเศษ ที่ควรค่าแก่การเป็นที่ระลึกสำหรับเหล่านักสะสมที่หลงใหลใน MAURICE LACROIX มาโดยตลอด แน่นอนว่าเรือนเวลาที่ถูกคัดเลือกมา จะต้องเป็นเรือนที่ถือเป็น “ยอดสุดของสุดยอด” กับ AIKON Mercury นาฬิกาชั้นสูงระดับ Masterpiece ที่โดดเด่นด้วยนวัตกรรมการแสดงเวลาอันซับซ้อนที่สุดของ MAURICE LACROIX ซึ่งใช้เวลาพัฒนากลไกยาวนานถึง 3 ปี เพื่อให้ได้มาซึ่งรูปแบบการอ่านค่าเวลาที่แสนมีเสน่ห์ ซึ่งสะท้อนผ่านเข็มนาฬิกาที่เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ เป็นการสอดประสานการทำงานร่วมกันระหว่างกลไกที่สลับซับซ้อนเอกสิทธิ์เฉพาะของ MAURICE
‘ความเท่’ คือคำที่แทบจะไม่มีความหมายแน่ชัดในตัวเอง หากจะพอนิยามเป็นกลาง ๆ ได้อยู่บ้าง เครื่องหมายเท่ากับของคำนี้ก็คงเป็นประมาณว่า ‘ผู้คน / สิ่งของ / สัตว์ / หรือสถานที่ / ที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนอะดรีนาลีนสูบฉีดด้วยความหลงใหลในบางอย่าง’ แต่ความเท่ก็เป็นสิ่งที่สามารถถูกนิยามความหมายใหม่ได้ตลอด โดยเฉพาะยิ่งกับช่วงอายุที่เปลี่ยนไป … หลังจากหายไปนาน The Portrait ตอนล่าสุด ทีม UNLOCKMEN ได้มีโอกาสไปคุยสั้น ๆ กับ ‘อิชณน์กร พึ่งเกียรติรัศมี’ อ๊ะ พูดแบบนี้อาจจะไม่คุ้น เขาคือ ‘จ๋าย-ไททศมิตร’ ในวันที่กำลังจะเป็นโค้ชคนใหม่ของ The Voice Thailand 2024 ในช่วงวัยที่ของขวบปีนับได้ 32 พอดี และเป็นตัวเลขที่จ๋ายเรียกตัวเองว่าเป็นปีที่ ‘เท่’ ที่สุดของชีวิต อะไรทำให้จ๋ายคิดแบบนั้น เรามา UNLOCK ชีวิตเบื้องหลังความเท่ของผู้ชายที่สวมบทบาทชีวิตมากมายไปด้วยกัน UNLOCKMEN : ในช่วงวัย 32 ปี ที่จ๋ายบอกว่าตัวเองเท่สุด ๆ
เวลาที่นึกถึงแฟชั่นแบบ Paul Smith เราจะรู้สึกถึงพลังงานของคำว่า “Classic with a Twist” ที่ Sir Paul Smith ได้ทำผ่านเสื้อผ้าซึ่งแสดงถึงความคลาสสิก เรียบหรู และในขณะเดียวกันก็สามารถโลดเต้นอย่างสนุกสนานได้ด้วยเหมือนกัน โดยเฉพาะกับแฟชั่นไลน์สูท Tailoring เสื้อผ้าที่เป็นรากฐานของแบรนด์มาตั้งแต่วันแรกในปี 1970s UNLOCKMEN ได้ลองสวมหนึ่งในสูทของคอลเลกชั่นฤดูกาลล่าสุด Paul Smith Collection AW24 อย่าง The Soho – Tailored-Fit Dark Blue Check Wool Suit Set การนำสูทใน Fit ที่ผู้คนนิยมมากที่สุดของแบรนด์ ทรงสูทที่ถูกตั้งชื่อตามเมืองย่านคึกคัก ณ New York กับ London และ Soho เองก็เป็นสูทที่เล่า Heritage Story ของแบรนด์ตั้งแต่วันที่เซอร์พอลเปิดร้าน ‘Paul Smith Vetements Pour
หากพูดถึงเครื่องดื่มยอดนิยมสำหรับช่วงเวลาพักผ่อนสังสรรค์ ความเย็นซ่าสดชื่นดื่มง่ายของ ‘ไฮบอล’ ต้องเป็นอีกหนึ่งในลิสต์อันดับต้น ๆ ที่หลายคนนึกถึง ซึ่งที่มาของเครื่องดื่มแก้วทรงกระบอกสูงนั้น ได้มีกล่าวถึงเรื่องราวต้นกำเนิดหลากหลายรูปแบบ แต่ข้อมูลที่แพร่หลายและมีการยอมรับมากที่สุด และเป็นการตอกย้ำว่า ‘โซดา’ คือหัวใจสำคัญในการสร้างสรรค์เครื่องดื่มชนิดนี้ ได้ถูกระบุเอาไว้ว่า ‘ไฮบอล’ นั้นมีถิ่นกำเนิดจากอังกฤษ โดย Joseph Priestley นักเคมีผู้คิดค้นน้ำโซดาคนแรกของโลก และเริ่มมีเครื่องดื่ม Spirit ผสมโซดาตามมาให้ได้ลิ้มลองในเมืองลีดส์เมื่อปี 1767 (ก่อนหน้านี้จะใช้ส่วนผสม Base Spirit เป็นบรั่นดี + โซดา แต่หลังจากเกิดการระบาดของเพลี้ยต้นองุ่นวัตถุดิบหลักในการทำบรั่นดี ทำให้มีการเปลี่ยนมาใช้วิสกี้จนถึงปัจจุบัน) หลังจากนั้นเครื่องดื่ม Spirit ผสมโซดาก็เริ่มเป็นที่นิยมในวงกว้าง เดินทางสร้างความสดชื่นจากเกาะอังกฤษ สู่สหรัฐอเมริกาช่วงปี 1890 และมหานครนิวยอร์กคือหมุดหมายสำคัญในฐานะโลเคชั่นที่เครื่องดื่มชนิดนี้ได้รับการขนานนามว่า ‘ไฮบอล‘ อย่างเป็นทางการ โดย Patrick Gavin Duffy บาร์เทนเดอร์แห่งเมืองแมนฮัตตันที่ตั้งชื่อเมนูเครื่องดื่มวิสกี้โซดาที่เสิร์ฟในแก้วทรงกระบอกสูงตามชื่อของแก้วชนิดนี้นั่นเอง ก่อนที่ ‘ไฮบอล’ จะส่งต่อความนิยมสู่ประเทศญี่ปุ่น และข้ามฝั่งมาสู่ประเทศเขตร้อนอย่างเมืองไทยบ้านเรา ด้วยเอกลักษณ์ความโดดเด่นของรสชาติที่เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน ผสานความเย็นสดชื่นที่ช่วยเติมเต็มให้ค่ำคืนแห่งความสุขนั้นต่อเนื่องลื่นไหลได้ยาว ๆ แต่ภายใต้รูปลักษณ์เรียบง่าย กว่าจะได้มาซึ่ง Perfect
ในช่วงเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสโซเชียลที่เชี่ยวกรากไปด้วยไวรัลต่าง ๆ ซึ่งผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาจับจองพื้นที่หัวข้อสนทนาของพวกเราในแต่ละมื้อแต่ละเดย์แบบไม่ให้ได้ว่างเว้น เราเชื่อว่าหนึ่งในเรื่องราวเหล่านั้นต้องมี Bar B GON ‘Oh My GON’ Collection เซ็ตฟิกเกอร์จี๊ดใจจาก Bar B Q Plaza ปักหมุดอยู่ในพื้นที่ความสนใจของใครหลายคนอย่างแน่นอน ยืนยันการคาดคะเนนี้ได้จากกระแสตอบรับเข้าขั้นถล่มทลาย เลื่อนฟีดไปไหนเป็นต้องเจอ ‘คนอวดของ’ โชว์ภาพฟิกเกอร์ Bar B GON ที่ตามล่ามาได้ด้วยความอุตสาหะ หลายคนถึงกับต้องโดดงานไปจัดเซ็ตอาหาร Oh My Pork! และ Oh My Beef! เพื่อให้ได้ครอบครองฟิกเกอร์พี่ก้อนก่อนที่ของจะหมดเกลี้ยงสาขา วันนี้เราจึงอยากจะขอล้วงลึกเบื้องหลังความปังของแคมเปญนี้ จากปากของ ‘รัฐ ตระกูลไทย’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด ผู้เป็นแม่ทัพใหญ่ด้านการตลาดของ Bar B Q Plaza ที่เคยปลุกปั้นโปรเจกต์เจ๋ง ๆ มาแล้วมากมายตลอด 10 ปี ที่ร่วมงานกับ บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด กับความสงสัยที่ว่า
ลองจินตนาการถึงเฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบโดย SUNTUR ศิลปินผู้ตัดทอนสิ่งไม่จำเป็น และเหลือทิ้งไว้เพียงสิ่งที่สำคัญหรือมีความหมายจริง ๆ ต่อเจ้าของภาพดูสิ แล้วถ้าเฟอร์นิเจอร์แห่งศิลปะเหล่านั้นถูกดูแลโดย VERTIER แบรนด์เฟอร์นิเจอร์สัญชาติไทยที่ยังมีอายุไม่ถึง 1 ปี แต่เหล่าผู้หลงใหลในเฟอร์นิเจอร์หลายคนต่างเทใจให้แบรนด์นี้ดูแลห้องนั่งเล่น ห้องนอน รวมถึงสิ่งต่าง ๆ ภายในบ้านให้พวกเขาจำนวนหลายหลังแล้ว ภาพที่ออกมาจะเป็นเฟอร์นิเจอร์หน้าตาแบบไหน ? SUNTUR X VERTIER ‘Conjunction Collection’ คือคอลเลกชั่นเฟอร์นิเจอร์ในฝันของคนรักความคราฟต์ ด้วยคอนเซปต์ที่ว่า หาก ‘บ้าน’ คือประโยคคำจำกัดความตัวตนของเรา Conjunction Collection คือตัวที่มาเชื่อมประโยคให้สมบูรณ์แบบ ความคราฟต์และความสนุกระหว่างศิลปะของ SUNTUR กับงานดีไซน์ที่เพอร์เฟกต์ของ VERTIER ออกมาเป็นชิ้นเฟอร์นิเจอร์ที่มีความ Contrast เพื่อให้ทุกคนได้แมทช์แต่ละชิ้นตามใจตัวเอง ซึ่งพอไม่ใช่เฟอร์นิเจอร์ที่อาจจะไม่ได้เข้าชุดกัน 100% ความสนุกในความต่างแต่ลงตัวจึงเกิดขึ้นภายในบ้านที่ถูกเติมเต็มด้วย Conjunction (หมายถึงการเชื่อมต่อตามชื่อ) หลังนี้ ทาง VERTIER ได้ชวนทีม UNLOCKMEN มาคุยกับ SUNTUR ถึงแรงบันดาลใจเบื้องหลังเฟอร์นิเจอร์ทั้งชุด ที่เจ้าตัวบอกว่าการคอลแลบนี้นับเป็นงานในฝันของตัวเองมานานแล้ว และมาในจังหวะที่เขาเองกำลังทำบ้านพอดี ก่อนจะไปสัมผัสกับ SUNTUR
สำหรับแฟนพันธุ์แท้ G-SHOCK รวมถึงใครที่หลงใหลในนาฬิกาพันธุ์แกร่งดีไซน์เท่ พร้อมขึ้นข้อไปด้วยกันได้กับทุกไลฟ์สไตล์ น่าจะเคยประทับใจในโมเดล GA-2100 ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากต้นตระกูลแกร่งอย่าง G-SHOCK DW-5000 กับงานออกแบบที่ผสมผสานระหว่างระบบอะนาล็อก และดิจิตอลเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว และต้องบอกว่าความโดดเด่นของ GA-2100 ได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการสร้างสรรค์ G-SHOCK GM-2110D นาฬิกา G-STEEL ที่ถ่ายทอดทุก DNA มาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเอกลักษณ์ของกรอบทรงแปดเหลี่ยม และงานดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่แข็งแกร่ง ขาดไม่ได้กับเทคโนโลยีบอกเวลา 2 ระบบทั้งอะนาล็อก และดิจิตอล พร้อมแสดงข้อมูล World Time ได้มากถึง 31 เขตเวลา ซึ่งใจความสำคัญทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมา ได้ถูกนำเสนอใหม่ภายใต้รูปลักษณ์ที่ดูเรียบหรูล้ำสมัย ด้วยกรอบสเตนเลสสตีลทรงแปดเหลี่ยมที่ได้รับการหลอมและขัดเงาอย่างพิถีพิถัน เข้ากันได้ดีกับสายโลหะดีไซน์เท่ และแน่นอนว่าตัวเรือนภายใน ซึ่งเป็นหัวใจหลักของความทนทานระดับตำนานนั้นผลิตขึ้นจากเรซินคุณภาพดีเสริมใยแก้วความแข็งแกร่งสูง พร้อมลุยทุกสถานการณ์ด้วยคุณสมบัติกันน้ำลึกที่ระดับ 20 บาร์ (200 เมตร) และถึงแม้จะทนทานขั้นสุด แต่ต้องบอกว่า G-SHOCK GM-2110D นั้นไม่ได้มีบอดี้ที่ใหญ่โตเทอะทะจนเกินไป เพราะนาฬิกาเรือนนี้คือเจ้าของตำแหน่งนาฬิการุ่นผสมของ G-SHOCK ที่บางที่สุด กับความบางเพียง 11.8 มม.
สำหรับผู้ที่หลงใหลในเสน่ห์แห่งเครื่องบอกเวลา น่าจะรู้จักถึงชื่อเสียงเรียงนามของ ORIENT เป็นอย่างดี ในฐานะแบรนด์นาฬิกาญี่ปุ่นที่ได้รังสรรค์เรือนเวลาระดับสูงให้กับโลกนี้มาอย่างยาวนานกว่า 70 ปี กับความโดดเด่นในเรื่องของการผสมผสานกลไกอันละเอียดอ่อนอย่างประณีตให้เข้ากับการออกแบบที่เป็นดั่งนวัตกรรมด้วยตัวเอง พร้อมทั้งนำเสนอคุณค่าในแบบที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งทั้งหมดนี้คือ ความประทับใจและสร้างการจดจำให้กับผู้ที่ชื่นชอบนาฬิกาทั้งในประเทศญี่ปุ่น และทั่วโลกเสมอมา และหากพูดถึง ORIENT เชื่อว่าสิ่งแรกที่หลายคนนึกถึง คือหนึ่งในตระกูลซีรีส์นาฬิกาสปอร์ตดำน้ำอย่าง ORIENT Diver Design ที่มีเอกลักษณ์เป็นรูปปลาโลมาประดับอยู่บนฝาหลัง ซึ่งได้รับการขนานนามในอีกชื่อหนึ่งว่า ORIENT Mako ถือเป็นรุ่นที่มีส่วนสำคัญในประวัติศาสตร์ของแบรนด์มาอย่างยาวนานนับตั้งแต่การก่อตั้งในปี 1960 พร้อมรับการพัฒนาในส่วนของสีหน้าปัดและรายละเอียดที่หลากหลายมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่การเปิดตัวในปี 2004 เป็นต้นมา จนกระทั่งในปี 2023 กลไกระบบโซลาพาวเวอร์พร้อมฟังก์ชั่นโครโนกราฟได้ถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกใน ORIENT Diver Design ซึ่งกลไก in-house ระบบโซล่าพาวเวอร์นี้จะเปลี่ยนพลังงานจากแสงอาทิตย์ หรือแหล่งกำเนิดแสงต่าง ๆ ให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้า ทำให้ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่เหมือนนาฬิกาควอต์ซทั่วไป จึงช่วยเพิ่มความสะดวกของการใช้งานในชีวิตประจำวันโดยเฉพาะกับการใช้ฟังก์ชั่นโครโนกราฟสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง ล่าสุดในปี 2024 แบรนด์ ORIENT ได้เปิดตัว ORIENT Diver Design รุ่นพิเศษ Limited Edition เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 20
ผ่านพ้นไปแล้วเรียบร้อย เมื่อวันที่ 14 – 15 กันยายน ที่ผ่านมา กับ CENTURY COCKTAIL FEST with Johnnie Walker งานค็อกเทลเฟสติวัลครั้งใหญ่ ฉลอง 100 ปี ที่ไม่เคยหยุดก้าว ของ Johnnie Walker ในประเทศไทย งานนี้ต้องบอกเลยว่า Johnnie Walker เค้าทำถึง โดนใจเหล่า Cocktail Lovers ไม่ว่าจะรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ หน้าเก่า หรือหน้าใหม่แบบสุด ๆ กับ Highlight สำคัญอย่างการรวมตัวของบรรดาบาร์เทนเดอร์ระดับตำนานแห่งวงการค็อกเทลในไทย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ที่พร้อมใจกันมาร่วมฉลอง 100 ปี Johnnie Walker ในประเทศไทย ด้วยค็อกเทลสูตรพิเศษให้ผู้เข้าร่วมงานได้ลิ้มรส และร่วมพูดคุยกันแบบใกล้ชิด ซึ่งแฟน ๆ ค็อกเทลน่าจะรู้กันดีว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะมีโอกาสได้ลิ้มรสผลงานของ ‘อั๋น-ชานนท์ บุรานนท์’ บาร์เทนเดอร์ผู้ปลุกปั้น
การทำวงดนตรีหนึ่งวงมันจะต้องใช้ความเชื่อทั้งต่อตัวเองและความเชื่อที่สมาชิกในวงมีร่วมกันมากมายขนาดไหนกันนะ เพื่อที่เราจะสามารถทำเพลงในแบบที่เป็นตัวเอง 100% สื่อสารในแบบที่ต้องการออกไป 100% โดยไม่เอนเอียงไปตามกระแสหรือสิ่งไหน แล้วในวันที่ ‘ยังไม่มีกลุ่มคนฟังเป็นของตัวเอง’ ทำยังไงไม่ให้ถอดใจกันไปเสียก่อน … ในฐานะที่ผู้เขียนทำวงดนตรีวงหนึ่งมา 10 ปี และยังคงอยู่ในความมืดไม่ไปไหน เราเก็บคำถามนี้เรื่อยมารอที่จะได้คุยกับ The Darkest Romance วงที่น่าจะตอบคำถามของเราได้ดีที่สุด วงที่ตลอด 14 ปีที่ผ่านมาไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปจากวันที่ออกอัลบั้มแรก 70,000,000-1=0 (2009) จนถึงอัลบั้ม Sentence (2023) และวันนี้วงก็ได้เดินทางมาถึงช่วงเวลาที่มีผู้คนเข้าใจสาสน์ที่พวกเขาต้องการจะสื่อในวงกว้าง ผ่านดนตรีร็อกที่มีความเป็นเมทัลอยู่ในนั้น ดนตรีที่สำหรับเมืองไทยแล้วแทบจะเป็น Underground มาตลอดเลยด้วยซ้ำ ผ่านมาแล้ว 2 เดือน กับคอนเสิร์ตใหญ่คอนเสิร์ตแรกในชีวิตของ TDR ‘ทัศนศึกษา’ สิ่งที่ตอกย้ำความเชื่อและความพยายามของวงดนตรีที่เราพูดไปก่อนหน้านี้ ชีวิตพวกเขาดำเนินต่อไปหลังคอนเสิร์ตนั้นจบ ‘ซีเกม–ธณัตชัย เหลือรักษ์’ เป็นครูสอนกลอง ‘เต้–ปัฏฐสิทธิ์ ห้วยห้อง’ เป็นพ่อค้าขายเสื้อมือ 2 Growdung_2hand แล้วก็ทำออเดอร์ส่งพ่อค้าต่างประเทศ ‘ก้อง–ก้องอุดม ใจทัศน์กุล’ เป็นพ่อค้าขายอะไหล่มอเตอร์ไซค์ที่ไม่มีเวลาขับมอเตอร์ไซค์เลย ‘แม็ก–ธิติวัฒน์ รองทอง’ เป็นฟรีแลนซ์ในวงการดนตรีรับจ้างทำเพลง


