“สก็อตช์วิสกี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม และอาชีพของคนในสกอตแลนด์ เนื่องจากสกอตแลนด์เป็นอันดับหนึ่งของโลกในแง่ของสก็อตช์วิสกี้ และแน่นอนว่าสก็อตช์วิสกี้ ฝังแน่นอยู่ในวัฒนธรรมของชาวสกอตแลนด์ที่มีอยู่ราว ๆ 5 ล้านคน บางหมู่บ้านที่มีคนอยู่ 50-100 คน เขาก็สร้างโรงกลั่นกันขึ้นมา โดยมีโรงกลั่นในสกอตแลนด์ทั้งหมดประมาณ 145 โรงกลั่น ขนาดเล็กใหญ่คละกันไป เรื่องขนาดของโรงกลั่นและการจ้างงานนั้น ยังขึ้นกับเกษตรกรที่ปลูกข้าวบาเลย์ เพราะเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตสก็อตช์วิสกี้ ตลอดจนคู่ค้าในด้านอื่น ๆ อย่างคนผลิต ทำขวด หรือแม้แต่นักวิทยาศาสตร์ที่มีหน้าที่ในการผสมสก็อตช์วิสกี้ ถือได้ว่าโรงกลั่นสก็อตช์วิสกี้ ครอบคลุมการจ้างงานในหลากหลายทักษะ อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวอีกด้วย โดยการทำโรงกลั่น สก็อตช์วิสกี้ ถือเป็นหนึ่งในอาชีพหลักที่เป็นอัตลักษณ์สำคัญอย่างหนึ่งของสกอตแลนด์” Mr. Ewan Gunn (ยวน กันน์) แบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกของดิอาจิโอได้เล่าเกริ่นให้เราฟัง ยวน อยู่ในวงการสก็อตช์วิสกี้มานานถึง 24 ปี หลังจากเรียนจบด้านภาษาจากมหาวิทยาลัย ก็ผันตัวมาทำงานกับบริษัทวิสกี้เล็ก ๆ ที่ทำให้เขาได้ทดลองทำงานทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายขาย การตลาด และประชาสัมพันธ์ จากการที่ยวนหลงใหลในสก็อตช์วิสกี้ เขาจึงมีความสุขมากที่ได้แบ่งปันความรู้ ส่วนผสมและเรื่องราวที่พิเศษเกี่ยวกับสก็อตช์วิสกี้ และประเทศสกอตแลนด์ให้ผู้คนได้รับรู้ โดยปัจจุบันได้มาร่วมงานกับดิอาจิโอเป็นเวลา 12 ปีแล้ว
ปี ค.ศ 1920 ที่เป็นจุดกำเนิดเริ่มต้นของบาร์ลับ หรือที่เราคุ้นเคยอย่าง “Speakeasy Bar” ซึ่งในยุคของ ค.ศ 1920 นั้นเป็นยุคที่อเมริกาห้ามขายเหล้า หรือที่เรียกว่า Prohibition ของอเมริกา ซึ่งเป็นช่วงที่ห้ามผลิต และห้ามขายอย่างเด็ดขาด จึงเกิดเป็นยุคที่มีการลักลอบการขายเครื่องดื่มอย่างลับ ๆ แบบแอบเปิด จึงเป็นที่มาของคำว่า Speakeasy หรือแปลตรง ๆ ง่าย ๆ ว่า “ค่อย ๆ พูด” ซึ่งร้านพวกนี้จะต้องคุมเสียงไม่ให้ลูกค้าเสียงดังมากเกินไป ไม่งั้นเดี่ยวตำรวจจะมาจับเอา เล่าถึง Speakeasy ในปีค.ศ. 1920 ไปแล้ว เลยอยากชวนมารู้จัก Speakeasy Bar น้องใหม่ที่มีชื่อว่า “2463 Speakeasy” บาร์ลับที่ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังของโรงแรม Civic เอกมัย โดยชื่อของร้านคือปี พ.ศ. 2463 ซึ่งเท่ากับปี ค.ศ. 1920 ในการเริ่มยุคของ Speakeasy Bar นั่นเอง
แสนสิริ ตอกย้ำเบอร์หนึ่งผู้นำอสังหาฯลักซ์ชัวรี่และซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ไทย รุกตลาดรับดีมานด์ล้น ส่ง BuGaan เอ็กซ์คลูซีฟ เรสซิเดนท์ 3 ชั้น ใน Sansiri Luxury Collection กับ 3 โครงการใหม่ 3 ดีไซน์ที่แตกต่าง บน 3 สุดยอดทำเลไพร์ม “BuGaan Krungthep Kreetha” “BuGaan Pattanakarn” และ “BuGaan Rama9-Meng Jai” รวมมูลค่ากว่า 3,600 ลบ. มุ่งสู่ยอดขายโครงการลักซ์ชัวรี่รวมตามเป้าที่วางไว้ปีนี้กว่า 18,700 ลบ เผยโฉมที่แรก “BuGaan Krungthep Kreetha” มาสเตอร์ พีซการอยู่อาศัยระดับเวิลด์คลาสสไตล์ Modern Luxury ราคา 35-60 ลบ. เจาะกลุ่ม Young Successors พร้อมคลับเฮาส์ดีไซน์ยูนีค บน The Best Location
Vespa จัดเต็มฉลองครั้งยิ่งใหญ่ ภายใต้แคมเปญ “VIVA LA VESPA” เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 12 ปี กับการส่งมอบประสบการณ์การขับขี่แบบฉบับอิตาเลียนขนานแท้ ที่ได้โลดแล่นสู่ประเทศไทย ในครั้งนี้ “เวสป้า” อัปเลเวลแห่งความสนุกสนาน และสีสันเทคโอเวอร์ทุกตารางเมตรของ LIDO CONNECT ให้ได้สัมผัสกับ TIMELESS ICON อย่างเต็มพิกัด ตอกย้ำความเป็นแบรนด์สกู๊ตเตอร์ที่เป็นมากกว่ายานพาหนะ ทั้งผู้คน สถานที่ ไลฟ์สไตล์ ศิลปะ ดนตรี วิถีชีวิต และเรื่องราว ผ่านการรังสรรค์ผลงานสุดครีเอทีฟในรูปแบบ VESPA EXPERIENCE POP-UP EXHIBITION ที่โชว์เรื่องราว และมุมมองผ่านผลงาน COLLABORATE COLLECTION การร่วมมือครั้งสำคัญกับศิลปินและแบรนด์ดังระดับโลก ดีไซน์ 5 รุ่นพิเศษ อาทิ SEAN WOTHERSPOON, JUSTIN BIEBER, CHRISTIAN DIOR, EMPORIO ARMANI และ องค์กร (RED) พร้อมอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญกับการเปิดตัวสกู๊ตเตอร์รุ่นล่าสุด
Jim Thompson แบรนด์ไอคอนิกไลฟ์สไตล์ระดับโลกของเมืองไทย เปิดตัวคอลเลกชัน Home Furnishings Spring Collections 2023 จาก 3 แบรนด์ดังในเครือทั้ง Jim Thompson, No.9 Thompson และ Fox Linton พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์สิ่งทอระดับหรูที่ตอบโจทย์การตกแต่งทุกรูปแบบ โดยเปิดตัวคอลเลกชันอย่างเป็นทางการ ณ โชว์รูมผ้าตกแต่งบ้านจิม ทอมป์สัน สาขาสุรวงศ์ ผ่านการตกแต่งห้องตัวอย่างสุดหรูทั้ง 11 สไตล์ ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบของอินทีเรียร์ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวไทย ดาว-วิชดา สีตกะลิน โดยไฮไลต์การตกแต่งห้อง 5 สไตล์ที่ห้ามพลาดในโชว์รูมจิม ทอมป์สัน สาขาสุรวงศ์ Wild Ember: สะดุดตาด้วยประกายแวววับของสีทอง บรอนซ์ และเหลืองมัสตาร์ดที่สว่างไสว ตัดกับผนังเหลือบเงาสไตล์ Metal Moiré ที่ถักทอด้วยเส้นไหมเงางามแบบเมทัลลิกสลับด้ายดำ ช่วยสร้างความลึกลับและน่าหลงใหลให้กับห้องนี้ พร้อมการตกแต่งอย่างหรูหราด้วยผ้าม่าน Railay สีทองมันวาวที่งามหรูในทุกรายละเอียด เสริมด้วยลวดลายสัตว์สไตล์ชนเผ่าที่สอดรับกับของประดับอย่างลงตัวทั้งกระจกเงาติดผนังหุ้มหนังลายจุดและโคมไฟตั้งโต๊ะที่สวยแปลกตาจาก Muse Design ช่วยเพิ่มบรรยากาศของการผจญภัยอันน่าตื่นใจให้กับห้องอันสง่างามแห่งนี้ Haute Hues:
บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) หรือ “Pi” “พาย” (เดิมบริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป หรือ CGS) เป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่ให้บริการด้านการเงินแบบครบวงจร โดยมุ่งเน้นบริการทั้งลูกค้า High net worth และลูกค้ารายย่อย เป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี มีเครือข่ายสาขาที่ครอบคลุม มุ่งเน้นการพัฒนาบริการในช่องทางใหม่ๆ เพื่อประโยชน์สูงสุดของลูกค้า ทำรายได้รวมและจำนวนลูกค้าเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง 5 ปีติดต่อกัน โดยมีจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้น 39% เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ปัจจุบันมีส่วนแบ่งการตลาดด้านหลักทรัพย์อยู่ในอันดับที่ 15 และส่วนแบ่งตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอยู่ในอันดับ 2 โดยปี 2565 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมแห่งปี “TFEX Best Award of Honor 2022” หรือ TFEX Best Award 2022 ในด้าน Active Agent Award ติดต่อกันเป็นเวลา 4 ปีซ้อน
แฟรงค์ มุลเลอร์ (Franck Muller) ร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 50 ปีของ คอร์ติน่า วอทช์ (Cortina Watch) ที่ได้รับการยกย่องและมีชื่อเสียงสูงสุดแห่งวงการการค้าปลีกนาฬิกาของสิงคโปร์ด้วยซีรีส์ผลงานเรือนเวลาเฉลิมฉลองสุดพิเศษที่รังสรรค์ขึ้นเฉพาะเพียงหนึ่งเดียว โดยผู้ผลิตที่ได้รับการขนามนามว่า มาสเตอร์ ออฟ คอมพลิเคชันส (Master of Complications) รายนี้ ได้เผยโฉมคอลเลกชันอันวิจิตรประณีตของการรังสรรค์เรือนเวลาเฉพาะหนึ่งเดียว (pièce unique) ขึ้นใหม่ทั้งหมดห้าผลงานจากแนวคิดของนาฬิกาสลับซับซ้อนรุ่น เรโวลูชัน 3 สเกเลตัน (Revolution 3 Skeleton) ของ แฟรงค์ มุลเลอร์ ที่นำมาสร้างสรรค์ขึ้นพิเศษ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 50 ปี (Golden Jubilee) ของ คอร์ติน่า วอทช์ ในปีนี้ นาฬิกา เรโวลูชัน 3 สเกเลตัน ทั้งห้ารุ่นผลงานเอกลักษณ์ ที่ล้วนรังสรรค์ขึ้นด้วยมืออย่างพิถีพิถันละเอียดอ่อนโดยเหล่าศิลปินช่างระดับมาสเตอร์ ณ โรงงานการผลิต วอทช์แลนด์ (Watchland) ในเจนีวา ซึ่งแต่ละผลงานนั้นได้ร่วมรำลึกถึงมรดกแห่งสัมพันธภาพอันแน่นแฟ้นระหว่าง
เพียงเพราะการไม่อยากถูกจำกัดความ ทำให้ Dee sweetdrug หรือ ดี – ชาญณรงค์ ขลุกเอียด ศิลปินประยุกต์ (Applied Artist) ได้พัฒนาตนเองจากการทำงานศิลปะมาตั้งแต่สมัยเรียน ปี 1 ที่ศิลปากร ผู้ไม่เคยหยุดนิ่ง และมีโปรเจกต์งานศิลปะไอเดียล้ำมาให้ชมกันตลอดเวลา รวมถึงยังได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะประยุกต์ร่วมกับแบรนด์ดัง และห้างสรรพสินค้าชั้นนำมาแล้วมากมาย สั่งสมประสบการณ์จากการจัดแสดงผลงาน ทำงานประกวด ทำงานอีเวนต์ และได้เข้าร่วมแสดงในหลายรายการ จนกลายเป็น Applied Artist แถวหน้าของเมืองไทย ผู้ที่เชื่อว่างานศิลปะและงานออกแบบเกิดจากการ Applied เรื่องราวในอดีต และนำกลับมาเล่าใหม่ให้ถูกจังหวะ ถูกที่ ถูกเวลา และ Dee sweetdrung ก็เป็นศิลปินคนหนึ่งที่รู้ว่า ช่วงเวลานี้ จังหวะนี้ เรื่องราวนี้ ควรจะพูดถึงอะไร และนำสิ่งเหล่านั้นมาประยุกต์ใช้กับสี ลายเส้น และรูปลักษณ์ที่เคยมีมาแล้วให้ดีและแตกต่างกว่าเดิม นอกจากนี้เขายังเป็นศิลปินผู้ฉีกกฎการนำเสนองานศิลปะในรูปแบบเดิมๆ ไปสู่แนวความคิดที่สดใหม่ มีการนำมนต์เสน่ห์และวัฒนธรรมไทยมาเล่าสู่บริบทของงานศิลปะร่วมสมัยโดยนำเทคนิคอันหลากหลายตามแนวถนัด ไม่ว่าจะเป็น จิตรกรรม วาดเส้น ประติมากรรม สื่อผสม และศิลปะจัดวาง มาเป็นสื่อในการบอกเล่าเรื่องราวตามจินตนาการอันไร้ขีดจำกัดของเขาได้อย่างน่าทึ่ง
หากเอ่ยถึงชื่อ Speedmaster ’57 แฟน ๆ OMEGA หลายคนน่าจะรู้กันดีว่านี่คือเรือนเวลาที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อสะท้อนความเป็น Sport and Racing Watch ของตระกูล Speedmaster ซึ่งส่งต่อตำนานการบอกเวลาอันยอดเยี่ยมมาตั้งแต่ปี 1957 ล่าสุด OMEGA ก็พร้อมเผยโฉมรุ่นใหม่จากคอลเลคชั่น Speedmaster ’57 และยังได้นักแสดงชื่อดังจากสองฝั่งทวีปทั้ง ‘จอร์จ คลูนีย์’ และ ‘ฮยอนบิน’ มาร่วมกันเฉิดฉายในโฆษณาเรือนเวลาคอลเลคชั่นนี้ ซึ่งต้องยอมรับว่าทั้งคู่คือส่วนผสมที่เติมเต็มภาพลักษณ์ทั้งสองด้านของโครโนกราฟอันโด่งดัง คลูนีย์สื่อถึงสไตล์ที่คลาสสิกและตัวตนที่เป็นเอกลักษณ์ให้กับแคมเปญ อีกทั้งเป็นการตอกย้ำถึงสายสัมพันธ์ที่เขามีมาอย่างยาวนานกับ OMEGA ในขณะที่ดาราดาวรุ่ง ฮยอนบิน นั้นมาด้วยความเท่และจิตวิญญาณแห่งยุคสมัยใหม่ที่ประกาศก้องถึงการพัฒนาของ Speedmaster ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง เช่นเดียวกับนาฬิกา Speedmaster ’57 ที่เป็นตัวแทน DNA การออกแบบดั้งเดิมของ Speedmaster ที่เผยโฉมเมื่อปี 1957 ซึ่งถือกำเนิดมาสำหรับนักแข่งรถและช่างเครื่องรวมถึงทีมงานในสนามประลองความเร็ว เพื่อเป็นการรำลึกถึงต้นกำเนิด คอลเลคชั่น Speedmaster ’57 จึงประกอบไปด้วยนาฬิกาถึงแปดรุ่นใหม่ที่นำเสนอสไตล์ที่เพรียวบาง, หน้าปัดหลากสีสัน, สายนาฬิกาโลหะแบบวินเทจ รวมถึงกลไก Co-Axial Master Chronometer 9906 ชั้นเลิศ
ไซโก แบรนด์นาฬิกาที่มีอายุยาวนานถึง 140 ปี ผลิตและจำหน่ายนาฬิกาข้อมือ นาฬิกาปลุก นาฬิกาแขวนรวมถึงนาฬิการะบบอื่น ๆ เช่นนาฬิกาจับเวลา ออกทำตลาดจนมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ได้ส่งมอบนาฬิกาข้อมือออกทำตลาดไปมากมายกว่า 1,000 รุ่นนับตั้งแต่ปี 1913 ชื่อเสียงของไซโกนั้นได้เริ่มจากการเป็นนาฬิกาสัญชาติญี่ปุ่น ที่ผลิตในญี่ปุ่น โดยชาวญี่ปุ่น และได้รับการไว้วางใจในเรื่องของความแม่นยำและทนทาน นาฬิกาของไซโกในแต่ละยุคแต่ละสมัยนั้นมีเอกลักษณ์ความโดดเด่นที่บ่งบอกถึงช่วงเวลาการผลิตได้อย่างชัดเจน และในนาฬิกาทุกรุ่นนั้นจะมีการใส่เทคโนโลยีล้ำสมัยเข้าไปมากมายจากการคิดค้นและพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งของไซโก ซึ่งนั่นอาจมาจากปรัชญาของท่านประธานอย่าง ชินจิ ฮัตโตริ ที่ให้ไว้กับทุกคนว่า “One step ahead of the rest” ซึ่งหมายถึง “การต้องก้าวนำผู้อื่นอยู่หนึ่งก้าวเสมอ” ทำให้แบรนด์ไซโกนั้น ไม่เคยที่จะหยุดพัฒนาจนปัจจุบัน นอกจากคุณภาพ ดีไซน์และฟังก์ชั่นอันยอดเยี่ยมของนาฬิกาแล้ว หัวใจสำคัญที่จะขาดไม่ได้คือการบริการหลังการขาย ที่ต้องดูแลให้ได้อย่างครอบคลุม เราจึงได้ทำการพัฒนาและสร้างศูนย์บริการแห่งใหม่ที่มีความพร้อมในทุกๆ ด้าน เพื่อดูแลและรองรับนาฬิกาที่จำหน่ายออกไปทุกรุ่น และมอบความสะดวกสบายในการเข้ารับบริการของลูกค้า ในปัจจุบันนั้นศูนย์บริการของไซโก ได้ย้ายจากสาขาเพชรบุรี 35 มารวมกันกับสำนักงานใหญ่แล้ว ณ ตึกอิตัลไทย ทาวเวอร์ ชั้น 1 โดยสามารถรองรับนาฬิกาเพื่อเข้าซ่อมแซมได้ถึง 2,000 เรือนต่อเดือน และให้บริการครบวงจรตามมาตรฐานของศูนย์บริการจากประเทศญี่ปุ่น


