ชีวิตผู้ชายอย่างเราที่ใช้ไปในแต่ละวันกลางมหานครอย่าง “กรุงเทพฯ” เต็มไปด้วยไลฟ์สไตล์สุดหลากหลาย เรียกว่าอยากกินต้องได้กิน เพราะกรุงเทพฯ มีตั้งแต่อาหารหรูบนยอดตึกระฟ้าไปจนถึงสตรีทฟู้ดรสโคตรเด็ดตามถนนหนทาง อยากมันส์ต้องได้มันส์ เพราะกรุงเทพฯ ถือเป็นจุดหมายความมันส์อันดับต้น ๆ ของผู้คนจากทั่วโลก อยากใช้ชีวิตกลมกล่อมต้องได้ใช้ เพราะกรุงเทพฯ นี่แหละคือเมืองในฝันที่รวมความหลากหลายของทุกไลฟ์สไตล์ไว้อย่างแท้จริง! จะลงตัวแค่ไหนถ้าความสุขอันกลมกล่อมของกรุงเทพฯ เมืองในฝันจะมารวมไว้ในเฟสติวัลเดียว จะสนุกเพียงใดถ้าความสนุกของทุกไลฟ์สไตล์แห่งกรุงเทพฯ เมืองในฝันจะถูก BLEND จนเกิดเป็นเฟสติวัลที่ทำให้ผู้ชายอย่างเราเชื่อว่า #ชีวิตดีเรามีได้ เพราะไลฟ์สไตล์ ความสุขและความมันส์ถูกผสานเข้าด้วยกันอย่างแนบเนียน UNLOCKMEN ถึงกล้าการันตีได้เลยว่า BLEND 285 presents Bangkok Of Dreams เป็นเฟสติวัลสุดกลมกล่อมที่ย่อเมืองทั้งเมืองมาให้เราได้สัมผัสกรุงเทพฯ ในฝัน จนเราถึงกับลืมไม่ลง! ผู้ชายคนไหนที่พลาด Bangkok Of Dreams เฟสติวัลสุดลงตัวที่จัดขึ้นเมื่อ 10 มีนาคมที่ผ่านมา ณ Live Park พระราม 9 ไปก็ไม่ต้องห่วง UNLOCKMEN เต็มใจ RECAP ความกลมกล่อมเต็มสูบมาไว้ให้แล้ว YAOWARAT 285 : หลากหลายกับอาหารรสเลิศจากร้านดังย่านเยาวราช กรุงเทพฯ ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองในฝันด้านอาหารระดับโลกอย่างไร Bangkok
ถ้าจะถามผู้ชายอย่างเรา ๆ ว่า “เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน ?” ก็น่าจะพอสรุปได้ว่าต้องบุคลิกภาพที่น่าดึงดูด เป็นตัวของตัวเอง มีรอยยิ้มที่สดใส มีอัธยาศัยที่โดนใจ มีความสามารถ มีความฝันและมุ่งมั่นทำให้ประสบความสำเร็จเป็นความจริง ถ้าเจอผู้หญิงที่มีทุกอย่างที่กล่าวมานี้ ใครเล่าจะต้านทานเสน่ห์ของเธอคนนั้นได้ นับเป็นโชคดีของทีมงาน UNLOCKMEN ที่ได้มีโอกาสมาพูดคุยกับสุภาพสตรีท่านหนึ่งที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์เหลือเกิน เธอคนนี้คือ ‘อิงค์-วรันธร เปานิล’ ศิลปินสาวมากความสามารถแห่งค่าย BOXX Music เจ้าของผลงาน EP ‘Bliss’ ประกอบด้วย 5 ซิงเกิ้ลอย่าง เหงา เหงา (Insomnia) , Snap, ฉันต้องคิดถึงเธอแบบไหน (Cloudy) , ยังรู้สึก (Old Feelings) และ ขอดาว ที่เพิ่งปล่อยออกมาเมื่อปลายปีที่แล้ว แต่นี่ไม่ใช่ผลงานแรกของเธอ เพราะก่อนหน้านี้อิงค์เคยเป็นศิลปินในสังกัด Kamikaze ตั้งแต่อายุ 12 ปี มีผลงานการร่วมเล่นเอ็มวีเพลง ‘เด็กวุ่นวาย’ ของ โฟร์-มด รวมถึงเป็นหนึ่งในสมาชิกวง Chilli White Choc แถมยังได้ร่วมร้องประสานในเพลง ‘ก่อนมะลิบาน’ ของวง ไทม์ อีกด้วย
ศิลปินหลายคนจริง ๆ ก็มีมุมอื่น ๆ นอกจากบนเส้นทางสายดนตรี บางคนทำธุรกิจ บางคนเป็นนักแสดง หรืออาชีพอื่น ๆ ตามที่ตัวเองอยากจะเป็นยามที่ไม่ได้อยู่บนเวทีแล้ว แต่ใครบ้างล่ะที่มีโอกาสได้เป็น “อัศวิน” ด้วยและเป็นศิลปินไปด้วย วันนี้ UNLOCKMEN ชวนมาดู 5 ศิลปินเจ๋ง ๆ ที่ได้ประดับยศจากเกาะอังกฤษให้เป็นอัศวินแบบเท่ ๆ Elton John ดังระดับโลกขนาดนี้น้อยคนที่จะไม่รู้จักนักร้อง นักแต่งเพลง ที่คร่ำหวอดในวงการเพลงมาตั้งแต่ยุค 70’s แบบ Non-Stop ที่ได้ปล่อยเพลงฮิตคุ้นหูให้เราได้ฮึมฮัมตามตามสไตล์ของเขาหลายเพลง ไม่ว่าจะเป็น “Can you feel the love to night” “Your Song” และ “Candle In The Wind” ที่ในเวอร์ชั่นแรกนั้นแต่งเพื่อรำลึกถึง Marilyn Monroe จนภายได้เอาฉบับเดิมมาดัดแปลงเพื่อรำลึกถึงเจ้าหญิงไดอาน่า และในปี 1998 สมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ 2 ได้ทรงแต่งตั้งให้เขาเป็นอัศวินแค่นั้นไม่พอ ยังได้รับพระราชทานยศให้เขาเป็นท่านเซอร์อีกด้วย ถือว่าสมน้ำสมเนื้อกับผลงานของเขาที่สร้างชื่อเสียงในฐานะพลเมืองอังกฤษจนได้มาเป็นท่านเซอร์นี่แหละ Paul
หากพูดถึงการปล้น วิ่งราว ชิงทรัพย์ แล้วส่วนใหญ่เรามักจะคิดถึงการขโมยของมีค่าที่สามารถนำไปขายต่อได้ราคาสูงอย่างเช่น ทองคำ นาฬิกาหรู หรือล้วงกระเป๋าเงินกันซึ่ง ๆ หน้า แต่นับว่าเป็นข่าวแปลกใหม่ของโลกเลยก็ว่าได้ เพราะเทรนด์การปล้นช่วงหลัง ๆ เริ่มพุ่งเป้าหมายมายังสินค้าที่เราไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าจะกลายเป็นของล่อตาล่อใจโจรอย่าง รองเท้าสนีกเกอร์ ซะอย่างนั้น สืบเนื่องจากรายงานข่าวต่างประเทศ บอกว่าพนักงานคนหนึ่งของ UPS ผู้ให้บริการด้านการส่งพัสดุได้ทำการขโมยรองเท้าจากลูกค้าเสียเอง แต่โชคร้ายไม่ทันได้ใช้ตังค์ ก็มาถูกตำรวจจับกุมไปเสียก่อน ซึ่งจากการเปิดเผยของผู้ต้องหา Halif Bryant วัย 41 กล่าวว่าเขาได้ทำการขโมยรองเท้าจำนวน 3 คู่เพื่อนำไปขายต่อยังตลาดมืดและได้ราคาสูงถึง $1,100 USD (3x,xxx บาท) ก่อนถูกจับกุมตัว ซึ่งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์ขโมยรองเท้ากันเกิดขึ้น เพราะก่อนหน้านี้เมื่อปีกลายเพิ่งจะมีข่าวรถบรรทุกขนรองเท้า Nike ได้ถูกขโมยในรัฐ Tennessee และสูญเงินไปกว่า $14,000 USD และไหนจะข่าวการบุกงัดเข้าไปยังโกดังรองเท้าในย่าน LA ที่กลุ่มโจรได้กวาดรองเท้าจากคลังสินค้าไปจนเกลี้ยงโดยมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้นราว ๆ $900,000 USD จึงนับว่าเทรนด์ของโจรใน พ.ศ. นี้ดูเหมือนจะพุ่งเป้าหมายมาที่รองเท้ามากขึ้น แต่ถ้าหากเราวิเคราะห์กันแบบเจาะลึกจะพบว่าไม่ใช่เรื่องน่าน่าแปลกใจ เพราะชั่วโมงนี้การขายสินค้าประเภทแฟชั่นโดยเฉพาะ limited item ทั้งหลาย สามารถทำกำไรได้มากกว่าขายทองหรือหุ้นเสียอีก เพียงแต่ในประเทศไทยวัฒนธรรมการแต่งตัวอาจจะยังไม่ได้เข้าถึงทุกคน
หากคุณเป็นแฟนเพลงร็อคแล้วคงจะต้องรู้จักชื่อของ Aerosmith เป็นอย่างดีจากเพลง I Don’t Want to Miss a Thing โดยเฉพาะเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์ของ Frontman สุดเท่ Steven Tyler ที่กลายเป็นตำนานยังมีลมหายใจอยู่ทุกวันนี้ แต่ใครจะรู้ว่า Frontman คนนี้ก็เป็นนักเลงรถกับเขาด้วยเหมือนกัน เพราะรถคู่ใจของเขานั้นเป็นถึงไฮเปอร์คาร์ตัวแรงอย่าง Hennessy Venom GT ที่แรงติดอันดับ Top 5 ของโลก แบบเปิดประทุนรับลมปะทะบ้องหูแบบเต็ม ๆ ซึ่งรถคันนี้เคยได้ชื่อว่าเป็นรถเร็วและแรงที่สุดในโลกคันหนึ่งเลยทีเดียว แต่ล่าสุด Steven Tyler ได้นำรถสุดรักคันนี้เข้าประมูลเพื่อการกุศลไปเสียแล้ว วันนี้ UNLOCKMEN จะมาแนะนำให้ได้รู้จักกับไฮเปอร์คาร์พลังแรงสูงคันนี้ให้มากขึ้นอีกนิด Venom GT ผลิตโดย Hennessey Performance Engineering สำนักปรับแต่งรถชื่อดังของอเมริกาซึ่งรองรับการปรับแต่งจูนรถหลากยี่ห้อนอกจากรถอเมริกัน ภายนอกของ Venom GT นั้นดัดแปลงโดยใช้ตัวถังของ Lotus Elise และ Exige แทบจะทั้งหมดมาทำตัวรถแม้กระทั่งภายในด้วย พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนและขยายตัวถังอีกหลายส่วนด้วยเช่นกัน ไม่ใช่แค่นั้น เพราะจุดเด่นที่แท้จริงของรถคันนี้อยู่ที่ขุมพลังสุดโหดจนโลกต้องจารึก
บางครั้งหลังจากกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์จบลง หนุ่มบางคนอาจไม่รู้งาน คว้าผ้าเช็ดตัวปิดหนูน้อยออกไปดูดบุหรี่หน้าตาเฉย ทิ้งสาวให้นอนอ้างว้างบนเตียงอยู่คนเดียว เชื่อเถอะว่าสาวจำนวนไม่น้อย ไม่พอใจกับพฤติกรรมแบบนี้ จากนี้ไปสละเวลาสักนิดหน่อยมาเอาใจเธอ ทำหน้าที่แฟนหนุ่มที่ดีโชว์ความแมน UNLOCKMEN ขอแนะนำทริกเล็กน้อย เพื่อให้คุณกับแฟนสาวใกล้ชิดกันมากขึ้น อยู่ข้าง ๆ กัน ไม่จำเป็นต้องนอนกอด หรือคุยกันหวานแหววเสมอไปก็ได้ เพียงแค่นอนอยู่ข้าง ๆ กัน ใช้เวลาด้วยกัน อ่านหนังสือดี ๆ ให้เธอฟัง หรือเปิดหนังเรื่องโปรดดูกันเงียบ ๆ สักเรื่อง ให้เธอได้รู้สึกว่าคุณยังไม่ไปไหน แค่นั้นก็เรียกคะแนนได้เต็มร้อยแล้ว อาบน้ำกันเถอะ เพลงรักอาจจะร้อนแรงมากซะจนเรียกเหงื่อเหมือนไปวิ่งออกกำลังกาย หยิบผ้าเช็ดตัวให้พร้อม ลองชวนกันไปอาบน้ำให้หายเหนื่อยดีกว่า เพราะยังไงการอาบน้ำพร้อมกันเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ได้แบบเต็มร้อยเหมือนกัน เพราะเราจะได้เห็นอีกคนในร่างเปลือยเปล่า แต่เป็นมุมมองจากการใช้ชีวิตประจำวัน มากกว่าการมองกันด้วยมุมมอง Sexual ให้คะแนนกันหน่อย นอนอยู่อย่างงั้นนั่นแหละ พักให้หายเหนื่อย แล้วถามไถ่เธอถึงกิจกรรมที่เพิ่งจบลงไปว่าเป็นยังไง ? เธอชอบหรือไม่ชอบอะไรในครั้งนี้ จะได้เป็นการเรียนรู้กันด้วยบทสนทนาแสนซุกซน แถมได้เก็บเป็นข้อมูลว่าเธอชอบหรือไม่ชอบอะไร คราวหน้าจะได้ไม่พลาด การแสดงถึงความใส่ใจกับเธอเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าคุณยังคงทำแต่เรื่องเดิม ๆ ที่เธอไม่ได้ชอบ มันอาจชวนให้อึดอัดจนไม่อยากมี SEX ในครั้งต่อไปก็ได้ เพลงโปรดสร้างบรรยากาศ เชื่อว่าหลายคู่ที่ชอบเปิดเพลงสร้างบรรยากาศให้หอมหวานไปด้วยความ
แต่งตัวมอซอไม่ได้แปลว่าจน แต่งตัวดีก็ไม่ได้แปลว่ารวย เรื่องที่สามารถตบตากันได้อย่างนี้อาจทำให้ชาว UNLOCKMEN ทั้งหลายติดกับดักความใจดี ยื่นเงินให้เพื่อนหรือคนรู้จักที่เดินหน้าเศร้า ชีวิตสีเทามาขอยืมเงินต่อไลฟ์สไตล์รวยของตัวเองก็เป็นได้ แถมเวลาทวงก็ทวงยากสิ้นดี เพื่อให้ไม่ต้องเจ็บตัวและสูญเงินในบัญชีแบบเจ็บใจเพราะคนจนไม่จริง วันนี้เราเอาทริคจับกระแสความรวยจากนักวิทย์ที่เผยวิธีจับความรวยที่แล่บออกมาตีแผ่ ชนิดเงินเขา บัญชีใคร เราก็รู้! แต่งตัวดีแค่ไหนก็บอกอะไรไม่ได้ และสุดท้ายบอกตรงนี้เลยว่า “กูไม่ให้ยืม!” วีรบุรุษที่จับกลิ่นเงินที่จะพาเราออกจากสถานการณ์สุดกระอักกระอ่วนนี้คือเหล่านักวิจัยของ University of Toronto ซึ่งพวกเขาพบว่า มันจะไปยากตรงไหน ความรวยความจนมันแปะอยู่บนหน้านั่นแล้วไง แต่มันหมายความว่ายังไงกันแน่ลองไปดูกัน เส้นสถานะการเงินบนใบหน้า จะให้พูดก็ดูจะเหมือนการดูโหงวเฮ้งบนใบหน้านั่นแหละ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเหล่าซินแสทั้งหลายเขาใช้วิธีเดียวกันนี้ไหมเวลาทำนายอนาคต แต่ที่แน่ๆ ทั้ง R. Thora Bjornsdottir – นักศึกษาปริญญาโทและ Nicholas O. Rule – ศาสตราจารย์วิชาจิตวิทยา ที่ทำการวิจัยเรื่องนี้นำรูปภาพ portrait ขาวดำ ของชาย 80 คน และหญิง 80 คนที่มาจากต่างเชื้อชาติ สัญชาติและภูมิหลัง ผิวไม่มีรอยสักหรือตำหนิอะไรให้เป็นที่สังเกตมาใช้ในการวิจัย โดยครึ่งนึงมีรายได้ประมาณ $60,000 หรือประมาณ 1,870,000
หลังจากห่างหายการอัพเดทข่าวสารรองเท้ามาพักใหญ่ ๆ เนื่องจากออกมาเยอะจนเลือกไม่ถูกจริง ๆ ว่าจะนำเอาคู่ไหนมาเสนอให้ตรงใจกับผู้อ่าน แต่ทว่าวันนี้ทีมงาน UNLOCKMEN ได้ไปเจอรองเท้าคู่เด็ดที่จะไม่พูดถึงเลยไม่ได้เป็นอันขาด เพราะเปรียบดั่งไฮไลต์ประจำปีของวัน Air Max Day ซึ่งทาง Nike ได้เตรียมออกกระชากอารมณ์เหล่านักสะสมรองเท้าสนีกเกอร์รวมถึง คนธรรมดาปุถุชนที่เห็นแล้วบอกได้คำเดียวว่าใจเต้นตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ ไม่เป็นจังหวะ สำหรับรองเท้าที่เรากำลังพูดถึงนี้คือ The Sean Wotherspoon x Nike Air Max 97/1 ที่กำลังจะวางขายในวันที่ 24 มีนาคมนี้(รวมถึงในประเทศไทยด้วย) หลายคนอาจจะสงสัยว่า Sean Wotherspoon เป็นใคร ? ทำไมเขาถึงได้มีโอกาสสร้างรองเท้า Air Max คู่นี้ รวมถึง Nike ดูจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษถึงขนาดไฮไลต์ให้เปิดตัวในวันสำคัญอย่าง Air Max Day จนเราได้นำเรื่องราวแบบเจาะลึกทุกรายละเอียดมาไขข้อข้องใจ Sean Wotherspoon คือนักสะสมและเจ้าของร้านรองเท้า Round Two ที่ส่งผลงานการประกวดออกแบบรองเท้า Nike
*คำเตือนเนื้อหาต่อไปนี้ไม่ได้มีเจตนายั่วยุปลุกปั่นหรือชักจูงให้เกิดการเลียนแบบแต่อย่างใด จากรายงานของรัฐ Indianapolis ได้ประกาศแจ้งเตือนประชนชนถึงยาเสพติดตัวใหม่ที่กำลังระบาดอย่างหนัก ซึ่งมีชื่อเรียกกันว่า “KD” หรือบางคนรู้จักในนาม Katie และ Zombie ที่แม้อาจจะยังไม่ระบาดในประเทศไทย แต่ทีมงาน UNLOCKMEN ก็อยากนำข่าวมาแจ้งเตือนให้ทุกคนตระหนักถึงโทษและไม่ควรเข้าไปยุ่งกับยาเสพติดทุกประเภทเพราะนอกจากจะผิดกฎหมายแล้วยังเป็นโทษต่อร่างกายอีกด้วย KD คืออะไร ? KD ถือเป็นยาเสพติดที่กำลังระบาดอย่างมากทางตะวันออกของ Indianapolis ซึ่งมีส่วนประกอบของยาเสพติดหลากหลายชนิด แต่หนึ่งในนั้นคือยาฆ่าแมลงที่จัดว่าอันตรายต่อร่างกายมนุษย์อย่างมาก โดย IndyStar บอกว่า “KD มีกัญชา , พริก , ยาเส้น ใบตองกล้วย และยาฆ่าแมลงผสมอยู่ โดยความรุนแรงของมันถือว่าหนักหน่วงอย่างมาก เมื่อสูบเข้าไปแล้วจะทำให้คุณ Get-High แล้วร่างกายแข็งทื่อเหมือนซอมบี้ราว ๆ 45 นาที และเหตุผลที่ทำให้ KD ระบาดเนื่องจากราคาสุดถูกเพียง $20 (6xx บาท) เท่านั้น เจ้าหน้าที่ประจำเมือง Indianapolis ได้กล่าวว่า ยา KD นี้ “มีผลร้ายแรงทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้ช้าลงและทำลายประสาทสัมผัสส่วนต่าง ๆ จนผิดเพี้ยนไป หากคุณสูบมันคุณสามารถเดินแก้ผ้าโดยไม่รู้สึกอะไร แถมยังกินกระจกหรือแม้กระทั่งเอาสิ่งสกปรกต่าง
ปฏิเสธไม่ได้ว่ามลพิษกับรถยนต์ยังไงก็เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาเรื่อย เรียกได้ว่าถ้ามีรถมันก็ต้องมีควันพิษมาเป็นเงาตามตัว ธุรกิจที่ต้องวนเวียนอยู่กับรถทั้งหลายเลยพากันออกมาคิดค้นนวัตกรรมกันใหญ่ บ้างก็เป็นรถไฟฟ้าไม่น้ำมัน เครื่องยนต์ที่ทำให้ระบบเผาไหม้ทำงานแบบไม่ปล่อยควันพิษ จะได้รักษ์โลกไปกับความเร็วพร้อมกัน แต่ใครมันจะไปนึกว่าบริษัทผลิตล้อที่เราดูแล้วก็ไม่เห็นว่ามันจะเปลี่ยนอะไรไปได้ตรงไหนเกิดอยากจะสนุกกับเขาด้วยคน ส่งล้อเขียว ๆ มาฟอกควันมันดื้อ ๆ เอาสิวะ ! ก็อยากให้รถมันได้วิ่งในถนน งั้นก็จะทำยางที่ใครก็ต้องร้องขอให้เอารถออกมาวิ่ง Good Year เลยพัฒนาทุบมิติเดิมจากความแม็กซ์สวย เนื้อยางดี มาใส่ไอเดียสร้าง prototype ทำล้อรุ่น Oxygen ออกมาให้แม่งฟอกอากาศได้ด้วยเลย ยางลดโลกร้อนที่เห็นไม่ได้เขียวแค่สี ไม่ได้มีเครื่องฟอกอากาศด้านในใช้เครื่องยนต์อะไร แต่ใส่พืชเขียวตระกูลมอสส์มาปลูกกันในล้อ คลอโรฟิลล์เกาะไปกับรถยังไงก็ได้แดดไว้สังเคราะห์แสงชัวร์ หลักการคือระหว่างล้อหมุนจะดูดเอาความชื้นด้านนอกเข้ามาเลี้ยงมอสส์ พร้อม ๆ ไปกับการดึงก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้านนอกเข้าไปด้วยแล้วก็คายออกซิเจนออกมาตามระบบเดียวกับที่เราเคยเรียนเรื่องการสังเคราะห์แสงพืช แต่แค่จับต้นไม้ไปไว้ในล้ออย่างเดียวมันยังคูลพอ เขาเลยใส่ระบบเซ็นเซอร์กับ AI สร้างเทคโนโลยี V2X technology เข้าไปออกแบบร่วมเชื่อมโยงกระบวนการสังเคราะห์แสงของพืชดึงกระแสไฟฟ้ามาจ่ายเพิ่มระบบไฟให้ล้อเท่ส่องสว่างได้ด้วยวงไฟ LED รอบล้อยามค่ำคืนขณะเปลี่ยนเลนด้วย รถข้าง ๆ หรือคนตามทางเท้าจะได้มองเห็นเราได้ง่ายขึ้น นวัตกรรมล้อแห่งอนาคตที่หวังจะฟอกอากาศนี้ ทาง good year เขาคำนวณไว้ว่าอยากจะให้มีใช้กันในเมืองใหญ่ทั่วโลก อย่างน้อยที่สุดที่คาดการณ์ไว้คือ ถ้ารถทุกคันในปารีสมียางเหล่านี้ก็จะกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึงประมาณ 4,000 ตันในแต่ละปี เหมือนการทำให้รถที่เคยวิ่งหายไป 4,500


