“มันสามารถบดขยี้ระยะทาง 1/4 ไมล์ ได้ในเวลาไม่ถึง 8 วินาที ที่ความเร็วสูงสุด 170 ไมล์ต่อชั่วโมง โดยไม่ซดน้ำมันสักหยด และเสียงเครื่องยนต์ของมันจะไม่ระคายของคุณแม้แต่นิดเดียว” นี่คือคำนิยามที่ทำให้ขาซิ่งสาย Drag ทั้งหลายได้จินตนาการถึงภาพความแรงระห่ำแบบไม่โหวกเหวกโวยวายของ Ford Mustang Cobra Jet 1400 รถต้นแบบจากสำนัก Ford Performance ซึ่งภูมิใจเสนอหนึ่งเดียวคันนี้ ที่ถือเป็นคันแรกของการสืบสานตำนาน Drag จาก Mustang Cobra Jet ในรูปแบบของยนตรกรรมขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ไฟฟ้า 100% ภายหลังจากการเปิดตัว SUV พลังไฟฟ้า Ford Mustang Mach-E ไปเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ค่ายวงรีสีน้ำเงินก็ยังคงเดินหน้าพัฒนาขุมกำลังแห่งอนาคต หรือเครื่องยนต์ขับเคลื่อนไฟฟ้าอย่างไม่หยุดหย่อน ล่าสุด Ford ได้นำเอางูเห่าผยองอย่าง Mustang Cobra Jet เจ้าของสมญา ‘เทพเจ้าแห่งสนาม Drag’ ที่วาดลวดลายจี๊ดจ๊าดฝากตำนานฝังใจชาว Dragster เอาไว้ตั้งแต่ช่วงปลายยุค 60 มาปลุกชีพในฐานะต้นแบบ Muscle Car
ออกมาทำตลาดตั้งแต่เดือนมีนาคม 2019 ถึงเวลาต้องกระตุ้นให้ Supra ดูสดใหม่ไม่เงียบเหงา Toyota Japan เผยโฉม ‘Horizon Blue Editon’ สีฟ้าพิเศษพร้อมเพิ่มความแรง ปรับช่วงล่าง และล้อลายพิเศษ สำหรับทำตลาดในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น จากเดิมที่เคยวางขายสีพิเศษ Matte Storm Gray เมื่อปีที่แล้ว Toyota Supra edition พิเศษนี้จะมีเฉพาะในรุ่น RZ (ที่ญี่ปุ่นจะแบ่งรุ่นย่อยออกเป็น SZ, SZ-R, RZ) ความแตกต่างคือ SZ และ SZ-R จะใช้เครื่องยนต์ 2.0-liter twin-turbo 255 แรงม้า ส่วนในรุ่น RZ จะมากับเครื่องยนต์ 3.0-liter twin-turbo 335 แรงม้า 2021 Toyota Supra Horizon Blue Edition เป็นรุ่นที่อัพเกรดจาก RZ ภายนอกมากับสีฟ้า Horizon
ย้อนกลับไปในปี 2013 ถือเป็นอีกหนึ่งยุคทองของรถยนต์สมรรถนะสูงหรือที่หลายคนเรียกกันติดปากว่าซูเปอร์คาร์ เพราะเป็นช่วงเวลาที่ค่ายรถยนต์น้อยใหญ่ทั่วโลกต่างแข่งขันกันสร้างรถยนต์ความเร็วสูงที่สมบูรณ์ที่สุดออกมา แต่คงไม่มีรถยนต์คันไหนจะโดดเด่นไปกว่า Ferrari LaFerrari, McLaren P1 และ Porsche 918 Spyder ที่ถูกยกให้เป็น The Holy Trinity หรือ 3 สุดยอดซูเปอร์คาร์ของช่วงเวลานั้น ซึ่งในวันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักเจ้าแห่งท้องถนนเหล่านี้อีกครั้ง สำหรับผู้ชายที่หลงใหลในความเร็ว ซูเปอร์คาร์หรือไฮเปอร์คาร์แต่ละคันเป็นเหมือนกับผลงานชิ้นเอกที่ถูกสร้างขึ้น และถ้าย้อนกลับไปดูประวัติความเป็นมา จะทราบว่ามีค่ายรถยนต์หลายค่ายพยายามหาทางสร้างรถยนต์ที่เรียกว่าซูเปอร์คาร์มาตั้งแต่ช่วงปี 1960 ตัวอย่างคือ Alfa Romeo Tipo 33 หรือในปี 1970’s กับ Lamborghini Countach แต่ยุคสมัยที่รุ่งเรืองที่สุดคงจะเป็นช่วงต้นยุค 2000 ในช่วงเวลาที่ Ferrari Enzo, Porsche Carrera GT และ Mercedes-Benz SLR McLaren ถูกปล่อยออกสู่ตลาดในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นเหมือนกับสัญญาณการแข่งขันของตลาดซูเปอร์คาร์สมัยใหม่ เพราะนับจากนั้นมาค่ายรถยนต์ทั่วโลกก็เร่งพัฒนาและผลิตรถยนต์ที่ชื่อว่าเป็นซูเปอร์คาร์ของค่าย รวมถึงการเข้ามาของเทคโนโลยีรถสูตร 1 และคาร์บอนไฟเบอร์ก็ทำให้หลายอย่างเปลี่ยนแปลงไป เรามีโอกาสได้เห็น
คงเป็นเรื่องยากที่จะปฏิเสธว่า Porsche 918 Spyder นั้นคือหนึ่งในซูเปอร์คาร์ตัวแรงที่เป็นรถในฝันของใครหลาย ๆ ไม่เว้นแม้แต่ Concept Artist ฝีมือเยี่ยมที่ชื่อว่า Khyzyl Saleem ซึ่งตัวเขาใช้เวลาถึง 4 ปีในการสร้างและจบโปรเจกต์เรนเดอร์ Porsche 918 Longtail ครั้งแรกที่เห็นภาพของรถยนต์คันนี้ หลายอาจคิดว่านี่คือรถยนต์คอนเซ็ปต์ที่ถูกสร้างขึ้นจริง แต่น่าเสียดายเพราะมันคือกราฟิกเรนเดอร์จากเซียนพิกเซลนามว่า Khyzyl Saleem ศิลปินผู้ชื่นชอบการออกแบบรถยนต์คอนเซ็ปต์ ที่เคยฝากผลงานไว้กับซีรีส์เกมอย่าง Need For Speed มาแล้ว Khyzyl Saleem เคยร่วมงานสร้างกราฟิกชุดแต่ง (Body-Kit) ให้กับ NFS ในภาค Playback และ Heat ก่อนจะผันตัวออกมาทำงานอิสระมากขึ้น ล่าสุดรถยนต์ PoleStar 1 Cover ที่ตัวเขาเคยออกแบบไว้ในเกมส์ก็สวยถูกใจขาซิ่งจนถูกสร้างจริงและขึ้นแสดงในงาน SEMA มาแล้ว มาครั้งนี้เจ้าตัวตัดสินใจหยิบหนึ่งในยนตรกรรมที่หลงใหลมานานอย่าง Porsche 918 Spyder มาโมดิฟายใหม่ให้เป็นสไตล์ Longtail ที่เห็นกันบ่อยในการแข่งขันสุดโหดอย่าง Le
ถือเป็นการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยวของ Jaguar ในการนำเสนอรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% อย่าง I-Pace ออกมาสู่ตลาด จากแบรนด์ที่มีภาพลักษณ์รถยนต์หรูอย่าง XJ หรือรถยนต์สมรรถนะสูงอย่าง F-Type คงไม่มีใครคาดคิดว่าอยู่ ๆ Jaguar จะควักเงินลงทุนหลายพันล้านปอนด์เพื่อพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า ผ่านการทดสอบเป็นระยะไกลนับล้านกิโลเมตร จนสามารถสร้างสรรค์ I-Pace ออกมาได้ ค่ายรถที่ไม่เคยผลิตรถยนต์ EV มาก่อน แต่กลับทำได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่ครั้งแรก การันตีด้วยรางวัลมากมายทั้ง 2019 World Car of the Year, World Car Design of the Year, World Green Car awards, European Car of the Year นี่ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ได้สำเร็จเพราะโชคช่วย สื่อหลายสำนักจึงเห็นตรงกันว่า Jaguar I-Pace เป็นรถที่มีความสำคัญสำหรับทั้งอนาคตของ Jaguar และอุสาหกรรมรถยนต์ เพราะ I-Pace
สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมาก อย่างไรก็ตามนี่ถือเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เราได้เห็นคน กลุ่มคนหรือองค์กรต่าง ๆ ออกมาช่วยเหลือผู้คนที่ได้รับความเดือดร้อนแบบถ้วนหน้า แต่สำหรับหนุ่มที่หลงใหลในรถยนต์โดยเฉพาะโมเดล Porsche 911 คงไม่มีการช่วยเหลือครั้งไหนน่าสนใจไปกว่า 911 Speedster คันสุดท้ายของเจน 991 ที่หลงเหลืออยู่ กำลังจะถูกนำออกประมูลออนไลน์เพื่อนำเงินไปสนับสนุนองค์กรที่กำลังต่อสู้กับไวรัสโควิด-19 อยู่ในขณะนี้ Porsche จับมือกับ RM Sotheby’s จัดการประมูลการกุศลเอาใจคนรักโมเดล 911 ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษเป็น Porsche 911 รุ่นเปิดประทุนคันสุดท้ายของเจเนอเรชันที่ 7 ซึ่งถือเป็นอีกโมเดลไอคอนิกที่หนุ่ม ๆ หลายคนอยากครอบครอง 911 Speedster ในรหัส 991 เปิดตัวครั้งแรกในปี 2018 ซึ่งปีที่ Porsche ฉลองครบรอบ 70 การเปิดตัวโมเดล Speedster ในรุ่น 911 โดยรถคันสุดท้ายที่กำลังถูกนำมาประมูลคือหนึ่งเดียวที่ยังไม่มีเจ้าของจากจำนวนทั้งหมด 1,948 คัน 911 Speedster เจเนอเรชันนี้ยังเป็นรถยนต์ที่ผสมผสานจุดเด่นของยนตรกรรมจาก Porsche เข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นแซสซีจาก Porsche
สำหรับหนุ่ม ๆ ที่หลงใหลในซูเปอร์คาร์ของค่ายรถยนต์สุดแรงจากอิตาลีอย่าง Ferrari คงจะตื่นเต้นไม่น้อยกับงานเรนเดอร์คอนเซ็ปต์คาร์คันล่าสุดที่ว่ากันว่ามาจะพร้อมเครื่องยนต์ V12 ที่ใช้ชื่อว่า STALLONE STALLONE คือคอนเซ็ปต์ซูเปอร์คาร์ผลงานการออกแบบของ Murray Sharp นักออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตั้งใจดีไซน์รถคันนี้ขึ้นมาเพื่อสืบทอดตำนานความยิ่งใหญ่ของ LaFerrari ด้วยงานออกและระบบอากาศพลศาสตร์ใหม่ที่ลงตัว งานดีไซน์ตั้งแต่หัวจรดท้ายของ STALLONE ได้แรงบันดาลใจดีไซน์โค้งมนสุดคลาสสิกของ Ferrari 250 GTO ผสมรวมกับกลิ่นอายสปอร์ตของ Ferrari F40 ออกมาเป็นรถดีไซน์แห่งอนาคตที่มาพร้อมช่องลมขนาดใหญ่ด้านหน้า และ 2 ช่องเล็กบนฝากระโปรง ทั้งหมดวางอยู่ในตัวถังแบบ Monocoque ด้านข้างตัวรถโดดเด่นด้วยกระจกมองข้างที่ใช้กล้องความละเอียดสูงดีไซน์ยื่นออกจากตัวรถ พร้อมช่องลมด้านข้างขนาดใหญ่ ในขณะที่ส่วนท้ายของตัวรถทั้งกระจกและชุดแต่งได้แรงบันดาลจากโมเดลในตำนานอย่าง Ferrari Rosso Corsa มาพร้อมท่อไอเสียคู่ที่ถูกเอาวางไว้ด้านหลังของหลังคา โดยงานดีไซน์ที่สมบูรณ์แบบของมันทำให้หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่านี่คือรถที่จะเข้ามาแทนที่สานต่อตำนานของ LaFerrari ให้กับค่ายม้าคะนอง ด้าน Murray Sharp ตั้งใจให้รถคันนี้เป็นแพลตฟอร์มสำหรับวางเครื่องยนต์ตัวแรงของค่ายกับเครื่องยนต์ V12 ซึ่งเป็นระบบเครื่องยนต์ที่ถูกใช้มาตั้งแต่รถรุ่นเก๋าของค่าย ไม่ว่าจะเป็น 125 S หรือใน 250 GTO ในเวลาต่อมาเครื่องยนต์ V12 ยังถูกพัฒนาและใช้ในซูเปอร์คาร์ตัวกลั่นทั้งในโมเดล
เพิ่งผ่านไปสด ๆ ร้อน แบบล้ำ ๆ เพราะถือเป็นครั้งแรกของ MG ที่เปิดตัวรถใหม่ในรูปแบบออนไลน์ ซึ่งสามารถรับชมได้พร้อมกันทั่วประเทศไทยเมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา กับการเปิดตัว NEW MG ZS โฉมใหม่อย่างเป็นทางการ ตอกย้ำการเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดเอสยูวี ด้วยอีกขั้นของยนตรกรรมภายใต้นิยาม “SMART UP” ยกระดับ สู่การเป็น “สมาร์ทเอสยูวี ที่เหมาะกับชีวิตสมาร์ทของทุกคน” และเมื่อพูดถึงการเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดรถเอสยูวี เราคงต้องย้อนความไปถึง MG ZS โฉมแรกเมื่อปี 2560 ที่เปิดตัวในประเทศไทยเป็นครั้งแรกด้วยความตั้งใจที่จะพัฒนารถยนต์อัจฉริยะ หรือ สมาร์ทคาร์ จากการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการรถยนต์ในเมืองไทย ณ ตอนนั้น กับการติดตั้งระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i – SMART ซึ่งเป็นระบบการเชื่อมต่ออัจฉริยะระบบแรก และระบบเดียวในโลกที่รองรับการสั่งการในรถด้วยเสียงภาษาไทย ผสานด้วยดีไซน์ที่ล้ำสมัย รวมถึงระบบความปลอดภัยที่ครบครัน ที่สำคัญคือทำราคาให้เข้าถึงได้ง่าย จนทำให้ยอดขายถล่มทลาย พา MG ZS โฉมแรก ขึ้นแท่นหนึ่งในผู้นำของกลุ่มรถอเนกประสงค์ขนาดเล็ก หรือ B-SUV ด้วยยอดขายสะสมที่มากกว่า 30,000 คัน โดยใช้เวลาเพียง
ขึ้นชื่อว่าเป็นค่ายที่เอารถมาแต่งยังไงก็เท่ จะเลือกหยิบรุ่นไหนของ BMW Motorrad ก็สามารถ Custom แบบการันตีได้ว่าออกมาดีแน่นอน มันจึงเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ที่หลายสำนักมักจะนำ BMW Motorrad รุ่นต่าง ๆ มาสร้างสรรค์ผลงานแบบ one-off ที่น่าตื่นตาตื่นใจ โดยเฉพาะรุ่นพิมพ์นิยมอย่าง R Nine T เช่นเดียวกับผลงานสุด steampunk ล้ำยุคเหมือนหลุดออกมาจากหนัง Sci-fi (โดยเฉพาะ Mad Max) นี่คือ BMW R NineT by Zillers Garage การ Custom แบบ one-off สร้างสรรค์โดย Dmitry Golubchikov แห่งเมือง Moscow ชายผู้เคยสร้างผลงานที่ทำให้วงการ Custom ต้องตะลึกมาแล้วในการแข่งขัน AMD World Champion of bike building โดยมีผลงานชื่อดังระดับโลกอย่าง ‘Insomnia.’
บางคนซื้อ Supercar เอาไว้ขับ ในขณะที่คนอีกจำนวนมากซื้อ Supercar เอาไว้สะสมหรือทำกำไร ส่วนใหญ่รถ Supercar คันงามจึงถูกจอดเก็บมากกว่าจะถูกขับออกไปบนถนน ซึ่งโอกาสในการนำรถราคาแพงระยับออกไปใช้งานก็ค่อนข้างน้อยและมีความเสี่ยงสูง ยิ่งในประเทศไทยยิ่งต้องสำรวจเส้นทางกันให้ดีก่อนเสมอ แต่ไม่ว่าคุณจะซื้อ Supercar ด้วยเหตุผลข้อไหน สิ่งที่เรามีเหมือนกันคือความหลงใหลในความสวยงามของรูปลักษณ์ภายนอก ที่สวยจนสามารถใช้เป็นงานศิลป์ชิ้นใหญ่สำหรับตกแต่งบ้านได้ ซึ่งคงจะดีกว่าการจอดเก็บอยู่ในที่จอดรถแบบปิดที่ไม่มีใครมองเห็น แม้แต่เจ้าของรถเองด้วย และเสียงเรียกร้องของบรรดาผู้ครอบครอง Supercar ทำให้เกิดเทรนด์การออกแบบสถาปัตยกรรมที่กำลังมาแรง นั่นคือ Supercar Capsule และมีบริษัทมากมายที่เกิดขึ้นเพื่อการออกแบบที่จอดรถโดยเฉพาะ หรือแม้แต่ค่ายรถยนต์ผู้ผลิต Supercar เอง ก็มีบริการออกแบบที่จอดรถเพื่อความโดดเด่นของรถคันนั้นอีกด้วย หนึ่งในบริษัทเกิดใหม่ที่มีชื่อเสียงด้านการออกแบบที่จอดรถก็คือ Superfuturedesign สตูดิโอออกแบบใน Dubai ร่วมงานกับ ASZarchitetti Group จาก Italy นำเสนอ Interior design service ที่เน้นออกแบบจุดจอดรถ Supercars ทั้งภายในและนอกบ้าน ให้กลายเป็น Personal Showroom โดยดึงจุดเด่นจากคาแรคเตอร์ของรถ รวมถึงเจ้าของบ้าน และสิ่งแวดล้อมในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการใช้แสงไฟ โทนสี วัสดุตกแต่ง จนกลายเป็นที่จอดรถที่คุณสามารถนั่งมองอย่างผ่อนคลายได้ทุกวัน
เปิดตัว Range Rover 2 รุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้ามากยิ่งขึ้น Range Rover Sport Plug-in Hybrid HSE Plus และ New Land Rover Discovery Sport รถยนต์เอสยูวีขนาดใหญ่ที่มีสมรรถนะยอดเยี่ยมอย่าง Range Rover Sport Plug-in Hybrid ที่สามารถขับขี่บนถนนปกติและในเส้นทางออฟโรด กับความหรูหราผ่านการเลือกใช้วัสดุระดับพรีเมียม ซึ่งกลุ่มลูกค้าที่เลือกมีการใช้งานที่หลายหลาก ไม่เพียงขับในเมืองแต่มีการใช้การบรรทุกสัมภาระขนาดใหญ่เพื่อขับขี่ไปนอกเมือง หรือการขับขี่ในสภาพแวดล้อมที่สมบุกสมบัน Range Rover Sport Plug-in Hybrid HSE Plus มีการปรับออฟชั่นให้เหมาะสมกับการใช้งานในลักษณะที่แตกต่างเพื่อให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้ามากยิ่งขึ้น ราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 5.699 ล้านบาท ออฟชั่นประกอบด้วย ล้ออัลลอยด์ที่มีขนาดใหญ่ถึง 21 นิ้ว เพิ่มความสง่าและสวยงามของรูปโฉมภายนอก พร้อมเทคโนโลยีหลอดไฟหน้า Matrix LED สามารถปรับการทำงานตามสภาพการขับขี่อัตโนมัติไม่รบกวนรถที่วิ่งสวนมา ด้านความปลอดภัยขั้นสูง อาทิ ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดบอดสายตา ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ พร้อมกล้องแสดงภาพ รอบทิศทาง
ในบรรดาค่ายรถผู้ผลิตยนตรกรรมระดับโลก คงต้องยอมรับว่า BMW (บีเอ็มดับเบิลยู) เป็นหนึ่งในค่ายที่ให้ความสำคัญกับการขับขี่รถยนต์หรูหราล้ำสมัยไปพร้อมกับการขับเคลื่อนผลงานศิลปะที่เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจจากศิลปินผู้รังสรรค์ ตั้งแต่ปี 1975 ที่ Hervé Poulain นักแข่งรถและนักประมูลรถชาวฝรั่งเศสได้ริเริ่มโปรเจกต์ ‘BMW Art Cars’ เอาไว้ นับแต่นั้นบริบทของศิลปะก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ผลงานศิลปะไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนผืนผ้าใบหรือในพิพิธภัณฑ์ชื่อก้องโลกอีกต่อไป หากสอดแทรกอยู่แทบทุกที่รอบตัว แม้แต่บนหลังคา ปีก หรือฝากระโปรงของรถยนต์ BMW ก็ตาม Hervé Poulain ชวนศิลปินหลากหลายแขนงทั่วโลกมาร่วมสร้างผลงานศิลปะเฉพาะตัว เนรมิตยานพาหนะเพื่อการขับขี่ให้กลายเป็นผ้าใบผืนใหญ่ และเปิดโอกาสให้เหล่าศิลปินใช้พื้นที่ว่างรังสรรค์ศิลปะที่สะท้อนเอกลักษณ์และตัวตนของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็น Alexander Calder, Frank Stella, Roy Lichtenstein หรือแม้แต่ Andy Warhol ล้วนเคยสร้างผลงาน BMW Art Cars ในแบบฉบับของตัวเองมาแล้วทั้งนั้น พวกเขาระเบิดความคิดสร้างสรรค์และถ่ายทอดทักษะความสามารถลงบนโมเดลรถยนต์ค่ายใบพัดฟ้าจนเป็นตำนาน ซึ่งปัจจุบันมี BMW Art Cars รวมทั้งสิ้น 19 คันทั่วโลก ‘BMW Unbound World of


