เป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เมื่อนักแสดงคนหนึ่งแสดงบทบาทไหนติดต่อกันเป็นเวลานาน แล้วผู้คนก็ยังคงติดภาพเขาในบทบาทเดิมอยู่ ยกตัวอย่างเช่น Neil Patrick Harris ซึ่งรับบทเป็น Barney Stinson ในซีรี่ส์ How I Met Your Mother มายาวนานถึง 9 ปี ถึงแม้ว่าหลังจากนั้นเขาจะเปลี่ยนไปรับบทบาทอื่นที่แตกต่างจากบทบาทเดิมขนาดไหน แต่ภาพลักษณ์การเป็นคนตลกโปกฮาไร้สาระแบบ Barney Stinson ก็ทะลุออกมาจากทุกบทบาทการแสดงของเขาอยู่ดี หรือ Pierce Brosnan ที่รับบท James Bond ในภาค GoldenEye , Tomorrow Never Dies , The World Is Not Enough , Die Another Day ซึ่งต้องยอมรับว่าเขาเป็น James Bond ได้สมบทบาทสุด ๆ และหลังจากนั้นไม่ว่า Pierce Brosnan จะรับบทอะไร ในภาพยนตร์เรื่องไหน คนก็ยังเรียกเขาว่า James Bond อยู่ดี แต่กรณีที่ชัดเจนที่สุดคงหนีไม่พ้น Daniel Radcliffe กับบทบาทพ่อมดน้อย Harry Potter
วันไหนเศร้า เราฟังเพลง Feeling Blue จนจมดิ่งไปกับมัน วันไหนอารมณ์ดี เราฟังเพลง Pop ที่สดใสไม่แพ้กับอารมณ์ของเรา หรือวันไหนอยากพักผ่อน เพลง Acoustic, Folk ที่ให้อารมณ์ Chill จนเหมือนได้เอนกายลงบนที่นอนนุ่ม ๆ ในบ่ายวันหยุด จนเราคุ้นเคยกันดีว่าเพลงที่เราฟังมันเชื่อมต่อกับอารมณ์ในตอนนั้นอยู่แล้ว UNLOCKMEN จะพามาดูว่าเพลงมันไม่ได้ส่งผลแค่อารมณ์เท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงมุมมองของคุณต่อโลกใบนี้อีกด้วย ดนตรีเปลี่ยนมุมมองของเราได้ยังไง ? จากการศึกษาของ University of Groningen ใน Netherlands พบว่าดนตรีไม่ได้ส่งผลกับแค่อารมณ์ของเราเท่านั้นแต่ส่งผลถึงมุมมอง ความคิด ของเราอีกด้วย เพลงที่คุณฟังนั่นแหละสามารถส่งผลกับมุมมองและความเข้าใจโลกใบนี้อีกด้วย ผู้ค้นคว้ารีเสิร์ชเรื่องนี้อย่าง Jacob Jolij และ Maaike Meurs จาก Psychology Department พบว่าเวลาคนเราฟังเพลงที่ให้มู้ดความสุขเนี่ย มันไม่ได้ทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นเท่านั้น แต่ทำให้มองสิ่งรอบ ๆ ตัวดูมีความสุขไปด้วย และในทางตรงกันข้ามกันก็เป็นแบบนั้น หากเราฟังเพลงที่ทำให้อารมณ์เราอึมครึม มันก็ทำให้เรารู้สึกว่าสิ่งรอบตัวของเราแม่งเศร้าตามไปด้วย เหมือนอยู่ดี ๆ ก็โดนเมฆหมอกของความเศร้าปกคลุมซะอย่างงั้น พูดให้ชัด