ด้วยจำนวนงานเทศกาลดนตรีเจ๋งๆ และปาร์ตี้สุดตื๊ดที่ถูกจัดขึ้นอย่างมากมาย ทำให้ช่วงนี้ UNLOCKMEN มีโอกาสได้รับเชิญไปปลดปล่อยอารมณ์กับหลากหลาย Event ที่ถูกจัดขึ้น ซึ่งงานไหนโดนใจเราก็ไม่พลาดที่จะเก็บภาพบรรยากาศเด็ดๆ ของงานมาฝากกัน อย่างล่าสุดกับ BLEN FES ที่ Mega Bangna ถือเป็นอีกงานที่มีดีกรีความมันส์ขั้นร้อนระอุ เข้ากับช่วงซัมเมอร์แบบนี้เหลือเกิน สำหรับโชว์ภายในงาน เราบอกได้เพียงว่ามันคือส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างความมันส์กระแทกอารมณ์ด้วยดนตรีสดจากศิลปินชื่อดัง และความสนุกสนานของบีทดนตรีอิเลคทรอนิกส์สุดเร้าใจจากดีเจระดับโลก ตามแนวคิด ‘สุดไปอีกขั้นกับส่วนผสมความมันส์ทางดนตรี’ และไม่ได้มีเพียงแค่ความมันส์ขั้นสุดจากบนเวทีเท่านั้น เพราะพื้นด้านล่างเวทีได้ถูกเนรมิตขึ้นมาให้เราสัมผัสได้ถึงความสนุกที่กระจายตัวไปทั่วงาน ด้วยการแบ่งเป็นโซนต่างๆ เริ่มจาก Gate Entrance: ปลุกอารมณ์ความสนุกตั้งแต่ทางเข้างาน ด้วย Illumination Tunnel ยาวกว่า 14 เมตร ที่ใช้เทคนิคไฟ และกระจก infinity mirror สร้างมิติใหม่ที่แตกต่าง เป็นจุดที่หลายคน (รวมทั้งเรา) แวะถ่ายรูปเท่ๆ เช็คอินบน IG ก่อนเข้างาน Landmark: ดึงดูดทุกสายตากับ Dynamic Space พีระมิดกระจกขนาดใหญ่ รวมร่างกับไฟ LED ที่มีจังหวะการกระพริบหรือเปลี่ยนสีไปตามบีทของดนตรีบนเวที คอยสร้างสีสัน
สงกรานต์นี้ติดอยู่เมืองกรุง ก็มันส์ได้ใน Pool Party ใจกลางกรุง
Unlockmen พาชมบรรยากาศงาน Chang Urban Pulse เปิดประสบการณ์ความมันส์ในระดับโลก เป็นครั้งแรกที่ประเทศสิงคโปร์
จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ เอาใจวิสกี้เลิฟเวอร์ชาวไทย ด้วยการจัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรม เพื่อ การรับรู้ครบทุกผัสสะ ทั้งรูป รส กลิ่น เสียงและการสัมผัส ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับ มรดกตกทอดด้านการผสมวิสกี้ และการบุกเบิกในยุคแรกเริ่มของ จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ ในงาน “The Journey of Whisky Experiment” โดยจัดพื้นที่พิเศษ ในไสตล์เก๋ไก๋ร่วมสมัยกลางพื้นที่ Gourmet Garden ชั้นล่างของศูนย์การค้าสยามพารากอน ที่เพิ่งปรับปรุงใหม่ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น มุ่งให้ความรู้และสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้บริโภค ด้วยประสบการณ์ จากผู้เชี่ยวชาญการผสมสก็อตซ์วิสกี้ ตั้งแต่วันนี้ – 6 เมษายน 2560 นี้ พื้นที่จัดงานสุดฮิปและเทรนดี้นี้ ได้แรงบันดาลใจจาก จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ เบลนเดอร์ส แบทช์ เรด ไรย์ ฟินิช (Johnnie Walker Blenders’ Batch Red Rye Finish) วิสกี้ลิมิเต็ดเอดิชั่นล่าสุด เป็นพื้นที่แห่งการทดลอง เรียนรู้และบอกเล่าเรื่องราว
ถ้าพูดถึงเฟสติวัลแห่งปีที่พลาดไม่ได้ คงไม่มีใครไม่พูดถึงงาน WONDERFRUIT เฟสติวัลระดับโลกโดยคนไทยที่เฉลิมฉลองความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่ลงตัวในด้านศิลปะ ดนตรีและไลฟ์สไตล์ได้พาทุกคนไปเปิดประสบการณ์ใหม่เป็นครั้งที่ 3 ซึ่งในปีนี้ก็เป็นอีกปีที่จัดเต็มจนเราเฝ้ารองานในปีต่อ ๆ ไป งานดีขนาดนี้ ทีมงาน UNLOCKMEN ไม่พลาดที่จะไปสัมผัสประสบการณ์จริงกับเหล่าวันเดอเรอร์กว่า 10,000 ชีวิตจากหลากหลายประเทศที่มารวมตัวกัน ซึ่งทำให้วันเดอร์ฟรุ๊ตในปีนี้กลายเป็นศูนย์รวมของผู้คนจากทั่วทุกสารทิศในการเฉลิมฉลองไลฟ์สไตล์ ศิลปะ ดนตรี และอื่นๆอีกมากมาย ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้างานวันเดอร์ฟรุ๊ต สิ่งที่เรามองว่างานนี้ต่างจากเฟสติวัลอื่นๆ มากกว่าการเสพอรรถรสทางดนตรีจากสุดยอดศิลปิน แต่มันคือสุดยอดประสบการณ์ที่สร้างมาตราฐานใหม่สำหรับศิลปะ ดนตรี ความคิดสร้างสรรค์ ความแตกต่างทางวัฒนธรรม และการหล่อหลอมเป็นหนึ่งเดียว โดยทุกสิ่งต่างถูกร้อยเรียงให้อยู่ในท่วงทำนองเดียวกันตามแนวคิดของการสร้างความยั่งยืนให้แก่ชุมชน DRESS like WANDERERS อีกหนึ่งความพีคของงานนี้คือ การแต่งตัวจัดเต็มของเหล่าเหล่าวันเดอเรอร์ กับความครีเอทที่ต้องบอกว่าเห็นแล้วต้องควักกล้องขึ้นมาถ่ายกับความจัดเต็ม The STAGEs จุใจกับความอลังการของดนตรี และไฮไลต์สำคัญของงานด้วยศิลปะ การตกแต่งโครงสร้างเวทีสุดอลังการแบบจัดเต็ม ยากที่จะปฏิเสธว่ายามพระอาทิตย์ขึ้นหรือกำลังจะลับขอบฟ้าคือภาพที่สวยที่สุดภายในวันเดอร์ฟรุ๊ต เหล่าวันเดอเรอร์ต่างมุ่งหน้าไปยังเวที Solar Stage เพื่อเติมความคึกคักไปกับพาเหรดสุดเร้าใจ มันส์สุดเหวี่ยงไปกับบรรดาดีเจอย่าง Wolf + Lamb, KMLN, Sabo และ Eric Volta ตามด้วยเวที Farm Stage กับผลงานการออกแบบและสร้างสรรค์ที่สะท้อนถึงการเฉลิมฉลองวัฒนธรรมการปลูกข้าวแบบดั้งเดิมของไทย
งานจบแรงบันดาลใจไม่จบ! สีสันงาน Hive Salon 5th Year Anniversary The Irresistible Night มิติใหม่ของแฟชั่นโชว์สุดอลังการจัดเต็ม Passion เท่ ลึกลับ สุดอลังการสร้างกระแส Talk Of The Town ในเวลานี้ เรียกว่าสร้างความตื่นตาตื่นได้อย่างยอดเยี่ยม กับความยิ่งใหญ่ของงาน Hive Salon 5th Year Anniversary The Irresistible Night ในค่ำคืนที่ผ่านมา ภายใต้คอนเซ็ปต์ท้าทาย Passion จาก “Red Feather” ที่ซึ่งก่อนหน้านั้นได้ปูทางผ่านทางการทำอีเวนต์รูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการ Casting รูปแบบใหม่ และการออกมาพูดถึงแฟชั่นเสื้อผ้าท้าทาย Passion ของสไตล์ลิสต์แนวหน้าของเมืองไทย Vatanika และ แฟชั่นทรงผม ก้อง Hive Salon จนเกิดเป็นกระแสแฟชั่นโชว์แห่งปีที่ทุกคนปักหมุดติดตามและอยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง เพื่อค้นหาคำตอบว่า… “Red Feather” จะสร้างเซอร์ไพร์สและงานออกมาได้ตื่นตาตื่นใจขนาดไหน และเกินความคาดหมายสมแก่การรอคอย
จัดเต็มเหมือนเดิมสำหรับเทศกาลไลฟ์สไตล์สุดฮิพประจำปีอย่าง Wonderfruit
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ทีมงาน UNLOCKMEN มีโอกาสได้เข้าร่วมงานเปิดตัวแคมเปญล่าสุดของเครื่องดื่มตราช้าง นำโดย มร. เอ็ดมอนด์ เนียว คิม ซูน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ช้างอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กับงานที่สร้างขึ้นเพื่อต่อยอดแนวคิด “ช้าง…เติมเต็มคำว่าเพื่อน” โดยครั้งนี้เป็นการเปิดตัวแคมเปญ #OurSong #เพลงของเรา ภายใต้คอนเซ็ปต์ เพลงของเรา ด้วยความเชื่อที่ว่า ทุกความสัมพันธ์ของมิตรภาพ มักจะมีความทรงจำดีๆ ซ่อนอยู่ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานสักเท่าไร ขอเพียงแค่ได้ยินเสียงเพลงที่เราและเพื่อนคุ้นเคย เพลงๆ นั้นจะทำให้เรานึกถึงช่วงเวลาดีๆ และอุปสรรคต่างๆ ที่เราเคยผ่านมาด้วยกันได้ โดยมีการเล่าแคมเปญผ่านเรื่องราวของกลุ่มเพื่อน 4 คนที่เติบโตมาด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก ด้วยเพลงที่ทำให้นึกย้อนถึงวันเวลาทั้งดีและร้ายที่ผ่านมาด้วยกัน ไม่ว่าจะเรียนจบ พบรัก อกหัก ตกงาน ไปเที่ยว ได้กลายเป็นความทรงจำดีๆ ที่ไม่อาจลืมเลือน และเพื่อนแท้เท่านั้นที่จะอยู่เคียงข้างกัน ความทรงจำที่เพื่อนทุกคนมีร่วมกันและ “เพลงของเรา” จะช่วยเติมเต็มคำว่า “เพื่อน” ของคุณตลอดไป” แคมเปญนี้จึงถูกถ่ายทอดออกมาภายใต้ชื่อ #OurSong #เพลงของเรา สำหรับแคมเปญ “#OurSong หรือ
ให้เดินทั้งวันก็ยังไม่หมด เราจึงเลือก 5 ร้านบรรยากาศเท่น่าไปในย่านอโศกมนตรีมาแนะนำ
จุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมขาแดนซ์ตั้งแต่อดีต ก่อนจะไปพบกับเทศกาลดนตรีสเกลระดับโลกครั้งแรกในไทย
อัพเดทงานเทศกาลดนตรี Coachella 2017 ที่กำลังจะจัดขึ้น รวมไปถึงเรื่องราว และรายละเอียดๆ ต่างๆ ภายในงาน
UNLOCKMEN มีโอกาสได้รับเชิญไปร่วมงานที่ ซูม่า (Zuma) ห้องอาหารชื่อดังที่ได้รับรางวัลการันตีจากนานาชาติ ร่วมกับ รอน ซากาปา (Ron Zacapa) เครื่องดื่มรัมชั้นเลิศของโลก ด้วยขั้นตอนการผลิตสุดประณีต ในการจัดงานเปิดตัว ‘ซูม่า ซากาปา ไลฟ์ โซเลรา’ (Zuma Zacapa Live Solera) นวัตกรรมสำหรับผสมเครื่องดื่มค็อกเทลที่คิดค้นขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก เปิดตัวอย่างเป็นทางการและพร้อมให้บริการแล้ว ที่ห้องอาหารซูม่า สาขากรุงเทพมหานครฯ และในอีก 8 สาขาทั่วโลก เพื่อเติมเต็มรสชาติและกลิ่นอายของท้องถิ่นเข้ากับมื้ออาหารญี่ปุ่นแนวร่วมสมัย กระบวนการนี้จะใช้ถังไม้โอ๊คอเมริกันจำนวน 4 ถัง ใส่วัตถุดิบที่เลือกสรรมาเพื่อเป็นตัวแทนของแต่ละท้องที่ จากนั้นจะปล่อยให้ รอน ซากาปา ไหลผ่านแต่ละถังอย่างช้าๆ ผ่านท่อขนาดเล็กที่เชื่อมแต่ละถังเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้รัมซึมซับกลิ่นและรสชาติที่เฉพาะตัวเอาไว้ สำหรับห้องอาหารซูม่า ที่โรงแรม เดอะ เซนต์รีจิส กรุงเทพฯ นั้น ได้คัดเลือกวัตถุดิบสำหรับหมักบ่มรัม อันจะสื่อถึงเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานครฯ นั่นก็คือ ขิงกับตะไคร้ ช็อกโกแลตกับพริก และชาส้มโอ หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการนี้ รัมจะถูกเสิร์ฟในแก้วที่ถูกแช่เย็นเฉียบพร้อมกับน้ำแข็งที่แกะสลักด้วยมือ พรเศก ภาคสุวรรณ


