เชื่อว่าผู้ชายหลายต่อหลายคน ต่างก็หลงใหลในเสน่ห์แห่งท้องทะเล กับความงดงามของผืนน้ำสีครามที่ส่องประกายระยิบระยับยามเกลียวคลื่นต้องกับแสงแดด รวมถึงผืนทรายขาวละเอียดทอดตัวยาวไกลสุดสายตา และแน่นอนว่าการได้มีโอกาสออกไปล่องเรือยอร์ช ปล่อยใจให้ว่าง เพื่อดื่มด่ำบรรยากาศ สูดกลิ่นอายทะเล คือกิจกรรมในวันพักผ่อนที่ผู้ชายอย่างเรา ๆ ยากที่จะปฏิเสธ ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกของการใช้ชีวิตอิสระ ท่องไปยังท้องทะเลกว้างใหญ่นั้น เป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ถูกถ่ายทอดมาสู่อีกหนึ่งสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็น Key Piece ชิ้นสำคัญคู่กายผู้ชายแทบทุกคน แทบทุกโอกาส นั่นก็คือนาฬิกา ที่ไม่ได้เป็นแค่เครื่องบอกเวลา แต่มันคือเรือนเวลาที่บ่งบอกตัวตนของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี ซึ่งตัวแทนแห่งท้องทะเลที่เราพูดถึงนั่นก็คือ OMEGA Seamaster Aqua Terra 15 YEARS OF AQUA TERRA เรือนเวลา Aqua Terra เป็นสมาชิกใหม่ของตระกูล Seamaster ซึ่ง Seamaster นั้นถือเป็นอีกหนึ่งซีรีส์นาฬิกาของ OMEGA ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง และมีเรื่องราวในหน้าประวัติศาสตร์มายาวนานกว่า 69 ปี ส่วนน้องใหม่อย่าง Aqua Terra นั้นถูกเปิดตัวออกมาให้โลกได้ยลโฉมเป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2002 หรือ 15 ปีมาแล้ว ชื่อของ Aqua
ในช่วงหยุดยาวที่ผ่านมา ทีมงาน UNLOCKMEN ได้มีโอกาสคุ้ยกองหนังเก่า ๆ ที่กระจัดกระจายอยู่ในลังเก็บของกลับมาดูอีกครั้ง เนื่องจากว่างและไม่มีโปรแกรมเดินทางไปไหน จนกระทั่งไปพบ DVD ฝุ่นจับที่ยังคงมีป้ายลดราคาติดอยู่บนกล่องสีดำคุ้นตา นั่นคือ Romeo + Juliet เวอร์ชั่นปี 1996 ที่เป็นการดัดแปลงมาจากวรรณกรรมสุดอมตะของ William Shakespeare ในชื่อเดียวกัน ซึ่งต้องขอยอมรับตามตรงว่าก่อนหน้านี้ เราเคยอ่านบทวิจารณ์มามากมายเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้จดติดภาพว่าเป็นหนังรีเมคธรรมดา แถมเสียงวิจารณ์ค่อนข้างไปทางแย่เสียด้วยซ้ำ ในเรื่องของตัวบท เพราะสำหรับคอหนัง ที่ไม่ชอบอาจจะงงได้ว่าหนังพยายามที่จะดัดแปลงโครงเรื่องให้เข้าใจง่ายขึ้น แต่ดันใส่ภาษาแบบ Shakespeare แบบจัดเต็ม จนคิดว่านั่งเรียนกลอนกวีแบบชาวบ้านทั่วไปไม่เข้าใจกัน แต่เชื่อหรือไม่ว่าพอเรานำกลับมาชมอีกครั้ง ภาพยนตร์เรื่องนี้อาจจะสอบตกในเรื่ององค์ประกอบในการเล่าเรื่อง และตีความต่างจากวรรณกรรม *(สำหรับบางคน) แต่ในแง่ขององค์ประกอบศิลป์ต้องบอกเลยว่า Romeo + Juliet เวอร์ชั่นของ Baz Luhrmann สอบผ่านฉลุย เพราะไม่ว่าจะเป็นเรื่องโทนภาพ สไตล์การแต่งตัวแบบ hyper-colorful ทุกอย่างถูกอัดแน่นอย่างลงตัว จนทำให้ Romeo + Juliet ที่นำแสดงโดย Leonardo Dicaprio และ Claire Danes เต็มไปด้วยความฉูดฉาด และเป็นแรงบันดาลใจชั้นดีของศิลปะสมัยใหม่ แฟชั่น