1994 BMW 850CSi 6-Speed นี่คือ rare gems หนึ่งใน 225 คันที่ส่งขายในอเมริกา ถือเป็นรุ่น top-of-the-range ของตระกูล 8-Series หากไม่นับรวม Alpina B12 5.7 ซึ่งต่อยอดมาจาก M8 Prototype ที่ถูกพับโปรเจคไปกลางคัน และคันนี้สั่งคัสตอมพิเศษผ่าน BMW Individual program ภายนอกตัวถังสีฟ้า ภายใน two-tone ฟ้าตัดดำที่หาดูได้ยาก แม้จะใช้ขุมพลังเดียวกับ 850i แต่ผ่านการจูนจนมี output ต่างกันมากจนต้องใช้ engine code ใหม่เป็น S70B56 เพิ่มความจุจาก 5.0 liter เป็น 5.6-liter V12 375 horsepower 550 Nm of torque 0-100 km/h in 5.9
นับเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของ BMW ในการสร้างโมเดล flagship รุ่นใหม่อย่าง i7 ขึ้นมา มันมีความแตกต่างจาก 7-Series ในอดีต รวมถึงคู่แข่งใน segment เดียวกันได้อย่างสิ้นเชิง มันเป็นรถที่ไม่ได้มีแค่ความหรูหราที่ส่งผ่านออกมาทางดีไซน์อย่างชัดเจน แต่มันยังมีความเร้าใจที่ล้ำหน้ากว่าใครซ่อนอยู่รอบคัน สมรรถนะที่น่าตื่นเต้นจากพลังงานไฟฟ้า 100% การออกแบบที่แตกต่างและห่างไกลจากคำว่า conservative เราจะพบเจอฟีเจอร์ที่ควบคุมสั่งงานผ่านหน้าจอได้เกือบจะทุกจุดรอบคัน รวมถึงจอ Theatre Screen 31.3 นิ้ว ที่ปรับระดับใกล้ ไกล และองศาได้จากห้องโดยสารด้านหลัง มันจึงตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าผู้บริหารรุ่นใหม่ รวมถึงลูกค้ากลุ่ม luxury ที่มองหาความแปลกใหม่โดยที่ราคาไม่ใช่อุปสรรค มองไปรอบตัวยังไม่เจอคู่แข่งของ BMW i7 แบบตรง ๆ แม้แต่รุ่นเดียว เช่นในด้านราคาตัวเริ่มต้นราว 7.5 ล้านบาท ซึ่งเรามองว่ามีทุกอย่างให้ครบจนไม่จำเป็นต้องซื้อตัวท็อปกว่านี้ ดีไซน์ภายนอกถือเป็นอีกจุดเด่นของ BMW i7 ได้เลย หากคุณขับไปบนถนน คุณจะรู้สึกได้ว่าตกเป็นจุดสนใจจากคนรอบข้าง มันเป็นดีไซน์ที่เตะตาและบอกคาแรคเตอร์ของผู้ขับและผู้โดยสารได้ชัดเจนมาก ไฟหน้าคริสตัล Iconic Glow และกระจังหน้าไตคู่เรืองแสงช่วยเพิ่มความน่าเกรงขามในยามค่ำคืน มิติตัวถังของ i7