พอล สมิธ ร่วมมือกับ นิวบาลานซ์ เพื่อสร้างสรรค์แคปซูล คอลเลคชั่น ในรุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่น สำหรับรองเท้าสตั๊ด รองเท้ากีฬา และลูกฟุตบอล ในช่วงฤดูกาลการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ ณ ประเทศรัสเซีย การร่วมมือกันในครั้งนี้ ได้นำเอาดีไซเนอร์ที่มีชื่อเสียงชาวอังกฤษ ร่วมมือกับบริษัทรองเท้าสัญชาติอเมริกัน เพื่อสร้างสรรค์สินค้าคอลเลคชั่นพิเศษ ที่รวบรวมเอาความเป็นต้นแบบและความทันสมัยไว้ด้วยกัน ด้วยเทคนิคการผลิตอันก้าวล้ำจากนิวบาลานซ์ จับคู่กับความโดดเด่นในการใช้สีและกราฟฟิคลายทางของ พอล สมิธ ดาวเด่นของการร่วมมือกันในครั้งนี้ อยู่ที่รุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่นของรองเท้าสตั๊ด New Balance x Paul Smith MiUK-One ที่ด้านบนของรองเท้าทำจากหนังจิงโจ้ เนื้อนุ่ม พร้อมลายทางอันเป็นเอกลักษณ์ของ พอล สมิธ บนพื้นด้านในของรองเท้า ลิ้นรองเท้า และส่วนที่ป้องกันส้นรองเท้า รองเท้าสตั๊ดรุ่น MiUK-One ถือเป็นรองเท้าสตั๊ดรุ่นแรกของนิวบาลานซ์ ที่ผลิตขึ้นที่โรงงาน ของบริษัทในเมืองฟลิมบี มณฑลคัมเบรีย จึงยิ่งทำให้เป็นไอเท็มชิ้นเด่นสำหรับนักสะสม รองเท้าสตั๊ดรุ่น MiUK-One ได้รับการขนานนามจากนิวบาลานซ์ ว่าเป็นรองเท้าสตั๊ดคลาสสิกที่มาพร้อมความทันสมัย
หากพูดแบรนด์ที่กำลังมาแรงสุด ๆ ในขณะนี้ ต้องยอมรับว่า Burberry ถือมีขวบปีที่ยอดเยี่ยมเสียเหลือเกิน จนเราเองก็ยังประหลาด เพราะไม่ว่าจะมองไปยัง Reference ต่างประเทศ ต่างเห็นลวดลาย Check อันเป็นซิกเนเจอร์ของพวกเขากลับมาโลดแล่นตามสื่ออีกครั้ง ซึ่ง UNLOCKMEN เคยได้วิเคราะห์ถึงการกลับมาผงาดอีกครั้ง (link) หลังการเข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของดีไซน์เนอร์มือฉมังอย่าง ริคคาร์โด ทิชชี่ (Ricarrdo Tisci) พร้อมปฎิวัติแบรนด์ให้มีความเป็นสตรีทแวร์และเข้าถึงกับไลฟ์สไตล์ได้มากขึ้น ดังนั้นวันนี้เราจะลองนำ Style Guide การแต่งตัวแบบ Check ของ Burberry อย่างไรให้ออกมาเข้ากับประเทศไทย #Look1 ลุคแรกถือว่าเป็นการผนวกสตรีทแฟชั่นเข้าไป โดยได้แรงบันดาลใจมากจากเสื้อผ้าของ โกชา รุบชินสกี้ (Gosha Rubchinskiey) ที่มาทำไอเทมกางเกงขาสั้นลาย Check จับคู่กับเสื้อเชิ้ตแขนสั้น ดูเป็นลุคที่แตกต่างจากแนวทางของ Burberry ที่ผ่านมา ซึ่งจะเน้นไปถึงอารมณ์คลาสสิคเป็นหลัก โดยสามารถจบลุคนี้ได้อย่างสมบูรณ์ด้วยการนำสร้อยมาใส่เป็นเครื่องประดับ พร้อมหมวก Bucket Hat หรือ Duckbill Cap #Look2 สำหรับลุคที่ 2
หากพูดถึงร้านสนีกเกอร์และสตรีทแวร์ที่มาแรงสุด ๆ ในบ้านเรา คงจะไม่มีใครกล้าปฎิเสธอีกแล้วว่า Carnival Store คือเบอร์หนึ่งในปัจจุบัน เนื่องจากช่วงขวบปีที่ผ่านมา การได้ Nike Tier Zero และ adidas consortium ล้วนเป็นเครื่องตอกย้ำชั้นดี โดยผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จเหล่านี้ คงจะหนีไม่พ้นหัวเรือใหญ่ คุณปิ๊น-อนุพงศ์ คุตติกุล ที่ปลุกปั้นแบรนด์ขึ้นมาเมื่อ 8 ปีก่อน จนกลายมาเป็นร้าน Multi-Fashion แถวหน้าของเอเชีย ซึ่งวันนี้ UNLOCKMEN ได้รับเกียรติจากคุณปิ๊นให้เดินทางไปพูดคุยเกี่ยวกับแง่คิด พร้อมทั้งประสบการณ์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเป็นนักสะสมรวมถึงหลักการณ์บริหาร ถึงออฟฟิศของ Carnival ที่ตั้งอยู่ใจกลางศูนย์การค้า สยามสแควร์ เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจถึงผู้อ่านทุกคน A PART OF COLLECTOR อยากทราบเรื่องราวของคุณปิ๊นก่อนที่จะมาเริ่มทำ Carnival ปิ๊น Carnival : คือในวัยเด็กก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แต่เหมือนกับเรารู้ตัวว่าชอบที่จะค้าขาย บางทีก็ซื้อโน่นนี่มาขายบ้าง เวลาบ้าอะไรก็จะบ้าเป็นพัก ๆ ไม่ได้จริงจังอะไร จนจุดเริ่มต้นคือตอนที่ผมได้ไปเรียนปริญญาโทที่อังกฤษกับเพื่อนอีก 2 คน พอเราไปอยู่ที่นั่นปุ๊ป มันเป็นการเปิดโลก จนรู้ตัวเองว่าสนใจเรื่องของรองเท้า ชอบรองเท้า
แม้ว่าจะดูเงียบเหงาเสียเหลือเกินสำหรับมหกรรมฟุตบอลโลกหนนี้ และแม้กำลังจะเดินทางมาถึงช่วงโค้งสุดท้าย แต่ดูเหมือนว่าหลาย ๆ คนจะเลิกสนใจมันไปแล้วด้วยซ้ำว่าใครจะได้เป็นแชมป์โลก ต้องยอมรับตามตรงว่าฟุตบอลที่รัสเซียถือว่าค่อนข้างกร่อย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแบรนด์กีฬาดังอย่าง adidas ยังคงเกาะกระแสด้วยการออกสินค้าใหม่ ๆ มายั่วน้ำลายผู้ชายที่หลงใหลในเรื่องของฟุตบอล แถมปัจจุบันยังเพิ่มทางเลือกทำดีไซน์ให้มีความเป็นไลฟ์สไตล์มากขึ้น อย่างเช่นคอลเลคชั่นพิเศษล่าสุดที่เป็นการย้อนอดีตด้วยการนำรองเท้าสตั้ดในตำนานอย่าง Predator Accelerator สุดคลาสสิคสี Solar Yellow ซึ่งเคยผลิตขึ้นเมื่อปี 1998 นำกลับมาจำหน่ายอีกครั้ง โดยความพิเศษคือจะมีเพียง 999 คู่ทั่วโลกเท่านั้น แถมพวกเขาได้นำไอคอนฟุตบอลแห่งยุคอย่าง Zinedine Zidane และ David Beckham สองอดีตดาวดังมาถ่ายโฆษณาเพื่อให้แฟนบอลรุ่นเก่า ๆ ได้หายคิดถึงกันอีกด้วย นอกเหนือจากนี้ Predator Accelerator ที่ทาง adidas ได้นำกลับมาผลิตอีกครั้ง ยังเพิ่มไลน์สินค้าเป็นเวอร์ชั่นรองเท้าเทรนนิ่งเอาใจหนุ่ม ๆ สายแฟชั่น สามารถใส่ลำลองเท่ ๆ ได้อีกด้วย โดยยังคงใช้วัสดุหนังแท้บริเวณหน้าผ้าเพื่อความพรีเมี่ยม พร้อมใส่เทคโนโลยี BOOST ลงไปในส่วนของพื้นกลาง จนออกมาเป็นรองเท้าที่มีลักษณะหน้าตาเรโทรย้อนยุค แต่อัดแน่นไปด้วยความสะดวกสบายแบบสมัยใหม่ สำหรับรองเท้าฟุตบอล Predator Accelerator ราคาถือว่าเอาเรื่องทีเดียว โดยจะอยู่ที่ 13,000 บาท
ใครจะไปคิดว่าเราเดินทางมาถึงยุคที่ตุ๊กตาตัวหนึ่งมีมูลค่ามากกว่า 4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว ๆ 130 ล้านบาท (ในมุมมองของคนขาย) สำหรับงานคอลแลบพิเศษจากศิลปินสตรีทอาร์ต Kaws ที่ได้รับเกียรติจาก Kim Jones ครีเอทีฟ ไดเรคเตอร์ คนล่าสุดของ Dior Homme ให้มาร่วมแสดงผลงานพร้อมทิ้งปริศนาด้วยกันในงาน Paris Fashion Week ที่ผ่านมา ปัจจุบันราคาของเจ้าตุ๊กตาตัวดังกล่าวกำลังถูกประมูล (Bid) กันอย่างเข้มข้มบนเว็บไซต์ StockX โดยคาดว่าราคาน่าจะจบไม่ต่ำกว่าหลักล้านบาทอย่างแน่นอน สำหรับตุ๊กตาหน้าขนสีชมพูจริง ๆ แล้ว มีชื่อเรียกว่า BFF “Best Friend Forever เป็นผลงานตัวคาแรกเตอร์ล่าสุดของ Brain Donnelly หรือที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันในนาม Kaws โดยเขาจัดเป็นศิลปินทรงอิทธิพลแห่งยุคและเป็นผู้บุกเบิกศิลปะในแนวสตรีทอาร์ตให้กลายเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก แต่หลายคนอาจสงสัย ทำไมตุ๊กตาหน้าตาพิลึกสีชมพูนี้อยู่ดี ๆ ถึงได้มีราคาค่างวดแพงระดับที่สามารถดาวน์บ้านหรือรถได้เลยทีเดียว ซึ่งเราต้องเกริ่นท้าวความก่อนสักเล็กน้อยว่าเหตุผลง่าย ๆ ที่ทำให้เจ้าตุ๊กตา Pink ‘BFF’ Plush ตัวนี้แพงแบบไร้เหตุผล เพราะมันคือผลงานของ Kaws ศิลปินสตรีทอาร์ตที่กำลังร้อนแรงที่สุดในขณะนี้ Kaws ถือเป็นคนแรก ๆ ที่นำผลงานศิลปะของตัวเองไปเชื่อมต่อกับศาสตร์แขนงอื่น ๆ
เลือกเสื้อผ้าสีขาวดำยังไงให้ดูดีทุกสถานการณ์
เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าสำหรับแบรนด์ Nike ที่มักจะขี้ตืดไม่เข้าท่า ปล่อยให้สูญเสีย Endorser คนสำคัญ เนื่องจากปฎิเสธมอบสัญญาค่าจ้าง จนส่งผลให้เกิดเอฟเฟกในเรื่องยอดขายหรือถึงขั้นหุ้นตกเลยก็มี อย่างเช่นกรณี Kanye West ที่กลายเป็นตัวเงินตัวทองให้กับ adidas ในปัจจุบัน กระทั่งล่าสุด Roger Federer ได้ยุติความสัมพันธ์ที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 21 ปีกับ Nike เป็นที่เรียบร้อย พร้อมเปิดตัวในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ของ UNIQLO อย่างเป็นทางการ เหตุการ์ณนี้ทำให้หุ้นของแบรนด์ยักษ์ใหญ่จากอเมริกาถึงกับร่วงเลยทีเดียว โดยในการแข่งขันรายการวิมเบิลดัน ซี่งเป็นแกรนด์สแลมที่ 3 ของปี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ยอดนักเทนนิสเบอร์หนึ่งตลอดกาลอย่าง Roger Federer ได้เดินทางมาลงสนามพร้อมกับเครื่องแบบชุดใหม่ ที่แฟนเทนนิสเองคงจะไม่คุ้นตา เพราะถ้าพูดถึงวงการหวดลูกสักหลาด โดยเฉพาะแบรนด์ Nike นับตั้งแต่ Andre Agassi แขวนแร็กเก็ตไป ก็ได้นักเทนนิสชาวสวิสอย่าง Roger Federer มาเป็นตัวตายตัวแทนพรีเซ้นต์แบรนด์ในไลน์กีฬานี้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งเหตุการณ์การสลับฝากของ Roger Federer นี้ ทำให้หุ้นของ Nike ร่วงลงไปถึง 1.7 % กลับกันทางฝั่งของ Uniqlo สามารถปรับตัวขึ้นได้ถึง
“เมื่อเราไม่สามารถจ่ายให้กับของราคาแพงได้ ก็ทำมันขึ้นมาขายเองซะเลย” น่าจะเป็นสิ่งที่ Filip Tysander ผู้ก่อตั้งแบรนด์นาฬิกา Daniel Wellington อันโด่งดังในปัจจุบันคิดเอาไว้เมื่อเริ่มสร้างเรือนเวลามินิมอลออกวางจำหน่ายสู่ตลาดเมื่อปี 2011 ชายวัยเพียง 33 ปี กลับมีทรัพย์สินมากกว่า 1,000 ล้านโครนาสวีเดน (3,690 ล้านบาท) และสามารถซื้อบ้านเพนท์เฮ้าส์ที่แพงที่สุดในเมือง Stockholm ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง โดยเขาใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีในการสร้างแบรนด์ Daniel Wellington ให้กลายเป็นที่รู้จักและยอมรับไปทั่วโลก ซึ่ง UNLOCKMEN จะขอนำเรื่องราวของ Filip Tysander มาเล่าเพื่อเป็นแรงบันดาลใจสำหรับคนที่กำลังหมดไฟ ท้อแท้กับชีวิต ให้ได้มีพลังฮึดสู้ต่อไป ไม่มีนักรบที่ไม่มีบาดแผล และไม่มีนักสู้คนใดที่ไม่เคยล้ม หากคุณอยากจะประสบความสำเร็จบางครั้งก็จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้จากความล้มเหลวก่อน ซึ่ง Filip Tysander ถือแบบอย่างของความมุ่งมั่น และน่าจะเป็นเคล็ดลับสำคัญที่ผลักดันให้เขากลายเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุน้อย ๆ โดยในช่วงมัธยมขณะที่เด็กคนอื่นอาจจะมัววิ่งเล่น เที่ยวเล่น หรือปาร์ตี้เมาไปวัน ๆ Filip Tysander กลับพยายามทำธุรกิจออนไลน์ด้วยการขายเนคไทและนาฬิกาพลาสติก ทว่าแม้ทั้งสองกิจการนี้จะล้มเหลวไม่เป็นท่า แต่ในความคิดของเขากลับคิดว่าถือเป็นการได้เรียนรู้กับสิ่งที่ตั้งใจอยากจะทำ หลังจากเรียนจบมัธยม Filip ได้ตัดสินใจออกเดินทางไปท่องเที่ยว Backpacking ตามสไตล์วัยรุ่นยุโรปทั่วไป ที่อยากจะเปิดโลกกว้างค้นหาความหมายให้กับชีวิตของตัวเอง ระหว่างนั้นเขาได้พบกับชายชาวอังกฤษที่ชื่อว่า Daniel Wellington ทันใดนั้น Filip รู้สึกว่าชายคนดังกล่าวเป็นคนเท่ที่สุดเท่าที่เขาได้เจอมา โดยเฉพาะนาฬิกาบนข้อมือของชายที่ชื่อ Daniel
หากพูดถึงงานปาร์ตี้ระดับโลก ที่ทุกคนรอคอย แน่นอนว่าชื่อของ SENSATION จัดเป็นเทศกาลดนตรีที่น่าประทับใจ และแลนด์มาร์คของสายแดนซ์ทั่วโลก ต่างวาดฝันอยากจะเดินทางมาร่วมงานให้ได้สักครั้งในชีวิต เปรียบกับ Bucket List ของบรรดา Raver ที่หากไม่เคยไปร่วมงานถือว่ายังตายไม่ได้ ก่อนอื่น สำหรับหนุ่ม ๆ คงเคยได้ยินชื่อของ SENSATION มาบ้าง แต่อาจจะไม่รู้ว่าแท้จริงแล้ว งานที่คนพร้อมใจกันใส่เสื้อผ้าสีขาวโดยมิได้นัดหมาย นั้นมีที่มาอย่างไร ? สำหรับ SENSATION ครั้งแรกต้องนับถอยหลังย้อนกลับไปในปี 2000 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงอัมสเตอร์ดัม และมีผู้เข้าร่วมงานมากถึง 20,000 คน แต่ทว่าความเป็นมาของธีมชุดขาวอันเลื่องลือ จนเป็นเอกลักษณ์ของงาน เริ่มต้นขึ้นในปีถัดมา เมื่อ ดันแคน สตัทเทอร์ไฮม์ ประธานจัดงาน SENSATION ขอร้องให้ผู้ร่วมงานแต่งกายในชุดสีขาว เพื่อเป็นการไว้อาลัยแด่น้องชายที่ได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ โดยผู้มาร่วมงานต่างให้ความร่วมมือทำตามที่ดันแคนได้ขอไว้ จึงเกิดเป็นภาพประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ ทำให้ Dress Code สีขาวกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของงาน SENSATION นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ตลอดระยะเวลาหลายปีมานี้ SENSATION ได้ตระเวนมอบความสุขไปทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศไทยที่ Heineken® ผู้นำด้านประสบการณ์ทางดนตรี
ในช่วงขวบปีที่ผ่านมา เราได้บอกลาเทรนด์รองเท้าแบบมินิมอลไปจนหมดสิ้น ซึ่งถูกเติมเต็มด้วยกระแสแฟชั่นรองเท้าผ้าใบทรงหนาเตอะใส่แล้วดูบวม ๆ เข้ามาแทนที่ โดยทีแรกเราเชื่อว่าทุกคนจะต้องตั้งคำถามเกี่ยวกับ Dad Sneakers ว่าจะไปได้ไกลสักแค่ไหน แต่ตอนนี้ต้องยอมรับตามตรง ไม่ว่าจะหันมองไปทางไหน ล้วนเห็นรองเท้าประเภทนี้มากมายเต็มไปหมด แถมยังคงสร้างสรรค์ออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยหากจะพูดถึงความเป็นมาของเทรนด์ดังกล่าว เราจำเป็นจะต้องยกความดีความชอบทั้งหมดให้กับ Demna Gvasalia ที่ได้นำไอเดียคอนเซ็ปต์ Anti-Fashion ใส่ลงไปในคอลเลคชั่นของ Balenciaga จนเกิดเป็นรองเท้ารุ่น Triple S สร้างปรากฎการณ์ความนิยมรองเท้าไฮเอนด์ชนิดที่ไม่เคยมีมาก่อน กระทั่งอีกหลาย ๆ แบรนด์จำเป็นต้องสร้างสรรค์รองเท้าทรง Chunky ออกมาสอดคล้องกับการแต่งตัวในปัจจุบัน เพราะขนาด adidas หรือแม้แต่ Puma และแบรนด์แฟชั่นกีฬาชั้นนำมากมาย ยังต้องคลอดรองเท้ารุ่นใหม่ ๆ ที่เป็นการดึงกลิ่นอายแฟชั่นของ Balenciaga มาใช้กับตนเอง เพื่อโหนรับกับเทรนด์รองเท้าแบบ Dad Sneakers ดังนั้นในวันนี้ UNLOCKMEN ได้รวบรวมรองเท้า Dad Sneakers รุ่นอื่น ๆ ที่เป็นทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการตามเทรนด์ ทว่าไม่อยากซ้ำกับใคร adidas Yung-1 หากไม่บอกเราเชื่อว่าหลายคนต้องคิดว่ารองเท้าคู่นี้เป็นโมเดลเก่านำมาปัดฝุ่นทำใหม่อย่างแน่นอนสำหรับ adidas Yung-1
ถ้าพูดถึงสุดยอดแบรนด์นาฬิกาหรูระดับโลกสัญชาติสวิส ต้องไม่พลาดนึงถึง OMEGA ที่ล่าสุดได้จัดเอ็กซ์คลูซีฟ ปาร์ตี้แห่งปี “OMEGA TRESOR COLLECTION” ที่เหล่าสาวกต่างรอคอยกับคอลเลคชั่นระดับตำนานรุ่นล่าสุด “เทรซอร์” (Trésor) อย่างเป็นทางการ เรื่องราวของกาลเวลาในคอนเซ็ปต์ “Fountain of Youth” ที่เปรียบความงามอันเป็นนิรันดร์ของ “เทรซอร์” เหมือนความมหัศจรรย์ของธรรมชาติในแต่ละฤดูกาลที่มีเสน่ห์ และตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยอย่างแท้จริง พร้อมถ่ายทอดความน่าหลงใหลแห่งคอลเลคชั่นเทรซอร์แบบเอ็กซ์คลูซีฟ ร่วมด้วยเหล่าเซเลบริตี้ และวอทช์ เลิฟเวอร์ที่มาร่วมงาน ด้วยจิตวิญญาณของแบรนด์ที่เชื่อว่าแต่ละคนล้วนมีคาแรคเตอร์ สไตล์ และบุคลิกที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ในปีนี้ OMEGA ส่งมอบคอลเลคชั่นอันภาคภูมิใจอีกครั้งกับ เทรซอร์ ที่ผสานคุณสมบัติชั้นเลิศทางด้านวัสดุและหลากโทนสีหน้าปัดให้คุณเลือกเจิดจรัสในแบบของตนเอง สำหรับคอลเลคชั่นเทรซอร์ล่าสุดนี้ ออกแบบมาพร้อมความมั่นใจ สดใส เข้าใจถึงไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่แต่ก็ไม่ละทิ้งความคลาสสิคในยุคเก่า ดังจะเห็นได้จากดีไซน์ทันสมัยของตัวเลขโรมันตกแต่งลายนูนบนรอบหน้าปัด ความละอียดอ่อนของการฝังเพชรตามเส้นโค้งด้านข้างตัวเรือน และสายรัดข้อมือที่จับคู่กับดีเอ็นเอความคลาสสิคของตัวเรือนบางเฉียบและเข็มนาทีได้อย่างลงตัว ควรค่าแก่การครอบครอง โดยภายในงานได้เนรมิตชั้น 19 เกษร เออร์บัน รีสอร์ท ให้กลายเป็นสเปซสุดหรู ทว่าเรียบง่ายสะท้อนตัวตนตามแบบฉบับเทรซอร์ ที่เพียบพร้อมไปด้วยความงดงามและสมบูรณ์แบบในคอนเซ็ปต์ “Fountain of Youth” การเดินทางที่เชิญชวนให้แขกผู้มีเกียรติดื่มด่ำไปกับไทม์เลสบิวตี้ที่ต่างเฝ้าปรารถนา โดยบอกเล่าเรื่องราวแห่งความงามเหนือกาลเวลาผ่านผลงานอินสตอลเลชั่น ซึ่งเผยให้เห็นถึงความน่าอัศจรรย์ของฤดูกาลทั้ง 4 อันได้แก่ ฤดูใบไม้ผลิ
อัลตร้าบูสท์ พาร์ลี่ย์ สี Deep Ocean Blue ได้รับแรงบันดาลใจจากมาเรียน่า เทรนช์ (The Mariana Trench) พื้นที่ใต้ทะเลที่ลึกที่สุดในโลกและยังเป็นที่ๆ ถูกค้นพบขยะที่เป็นถุงพลาสติกที่ลึกที่สุดในโลกอีกด้วย รองเท้าอัลตร้าบูสท์ พาร์ลี่ย์ทุกคู่ ใช้ขวดพลาสติกจากท้องทะเลจำนวนประมาณ 11 ขวดเป็นวัสดุในการผลิตรองเท้า โดยใช้นวัตกรรม Parley Ocean Plastic® นวัตกรรมอีโคที่ปฏิวัติวงการการผลิตรองเท้าซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากขยะพลาสติกที่เก็บมาจากชายหาด และนำมาแปลงเป็นเส้นใยเพื่อถักทอเป็นไพร์มนิตส่วนบนของรองเท้า และยังมีนวัตกรรม “บูสท์” (BOOST) สุดยอดเทคโนโลยีรองเท้าวิ่งของอาดิดาสที่ช่วยฟื้นคืนพลังให้แก่ผู้ใส่ พื้นรองเท้ายางคอนติเนนทัลยึดเกาะในทุกสภาวะพื้นผิว นอกจากนี้ยังมีชิพ NFC ในรองเท้าข้างขวาเพื่อให้ผู้ใส่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการลดปริมาณพลาสติกในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา อาดิดาสสนับสนุนองค์กรพาร์ลี่ย์ทั้งในด้านการศึกษาและการสื่อสาร โดยมีการคิดค้นนวัตกรรม อีโค Parley Ocean Plastic® ที่ช่วยรณรงค์ลดมลพิษจากขยะพลาสติกในท้องทะเล มาในปีนี้อาดิดาสเดินหน้าสนับสนุนองค์กรพาร์ลี่ย์อย่างต่อเนื่องโดยจัดแคมเปญ Run for The Oceans โดยนักวิ่งทั่วโลกสามารถวิ่งเก็บสะสมกิโลเมตรโดยใช้แอพลิเคชั่น Runtastic ระหว่างวันที่ 8 มิถุนายน – 8 กรกฎาคม


