หากจะบอกว่าปีนี้เป็นปีของ ALBA ก็คงไม่ผิดนัก เพราะแบรนด์น้องที่ถ่ายทอด DNA เรือนเวลาคุณภาพมาตรฐานญี่ปุ่นจาก SEIKO ซึ่งโดดเด่นเรื่องดีไซน์ คุณภาพ ที่พร้อมให้ทุกคนสัมผัสได้อย่าง ALBA ยังคงเดินหน้าเปิดตัวนาฬิกาคอลเลกชั่นใหม่ ให้แฟน ๆ ได้ติดตามอัพเดทสไตล์เท่ที่เป็นตัวเองได้ไม่รู้จบ เพราะล่าสุด ALBA ได้เผยโฉมน้องใหม่ ALBA Nami / Yama ที่ยังคงความพิเศษในฐานะ Thailand Creation ซึ่งมีวางจำหน่ายเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น สำหรับคู่หู New ALBA Gent Thailand Creation สองสีใหม่ ยังคงไว้ซึ่งคอนเซ็ปต์ The Reflection of Japan สะท้อนภาพจิตวิญญาณญี่ปุ่น และคุณภาพระดับ Japan Product ออกมาภายใต้รูปลักษณ์นาฬิกาสปอร์ต ได้อย่างชัดเจน และความพิเศษสำหรับ ALBA Nami / Yama คืองานดีไซน์ที่ล้ำสมัย แต่มีกลิ่นอายที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากตำนานนาฬิกาดำน้ำยอดนิยมของไซโกในยุค 1960 พร้อมผสานไอเดียคอนเซ็ปต์ของทะเลและภูเขาเข้ามา จึงเป็นที่มาของชื่อเล่นภาษาญี่ปุ่นสำหรับเรียกแทนตัวนาฬิกาทั้งสองเรือนนี้ โดย NAMI
ประเทศญี่ปุ่น ขึ้นชื่อเรื่องการทำงานหามรุ่งหามค่ำ หลายปีที่ผ่านมามีความพยายามแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ คือการออกข้อห้ามไม่ให้บริษัทสั่งพนักงานทำงานเกินเวลาที่กำหนด แต่บางครั้งการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุก็เป็นสิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไป สำหรับคนที่งานก็ต้องทำ แต่ก็ง่วงจนจำเป็นต้องนอนสักงีบ บริษัท Itoki Corp ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิต furniture ร่วมมือกับบริษัท Koyoju Gohan KK จาก Hokkaido จับมือร่วมกันพัฒนาโปรเจค “Nap Box” ตู้สำหรับยืนนอนที่อยู่ในช่วงพัฒนาและจะผลิตออกมาจริงในอนาคต เหตุผลที่ต้องทำเป็นตู้สำหรับยืนหลับ เพราะในประเทศญี่ปุ่นนั้นต้องออกแบบทุกอย่างให้ประหยัดพื้นที่เป็นอันดับแรก ซึ่งหากออกแบบให้นอนได้สบาย ก็จะช่วยให้พนักงานไม่ต้องไปแอบนั่งหลับในห้องน้ำหรือโต๊ะกินข้าว ซึ่งเป็นการนอนที่ไม่สะดวกสบาย และไม่ถูกสุขลักษณะเลย Nap Box ออกแบบการยืนหลับโดยได้แรงบันดาลใจจากนกฟลามิงโก ภายในถูกออกแบบให้รักษาตำแหน่งศีรษะ เข่า และหลัง อยู่ในท่าทางที่สบายที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ซึ่งจะช่วยประคองไม่ให้คนหลับล้มลงมาได้ด้วย ซึ่งจุดประสงค์การนอนใน Nap Box คือการงีบหลับแบบ power naps ในระยะเวลาสั้น ๆ ซึ่งมีการพิสูจน์แล้วว่าช่วยให้ตื่นตัวและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า ด้วยเจตนา ก็พอจะเข้าใจได้ แต่ในความเป็นจริง ใครจะกล้าเข้าไปยืนหลับในตู้นี้จริงหรือไม่ ก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องลองเท่านั้นถึงจะรู้
นับตั้งแต่การเปิดตัวของนาฬิกา Seiko 5 Sports ในปี 1968 โลกก็ได้รู้จักกับ เรือนเวลาจักรลที่เป็นตัวแทนของความทนทาน และคุณค่าด้านประสิทธิภาพที่ไว้ใจได้ มาอย่างยาวนานกว่า 54 ปี จวบจนปัจจุบัน โดยเลข “5” ในชื่อรุ่นเป็นสิ่งแสดงถึงคำมั่นสัญญาว่านาฬิกา Seiko 5 ทุกเรือนจะมาพร้อมคุณสมบัติหลัก 5 ประการ ดังนี้ เครื่องระบบอัตโนมัติ, ฟังก์ชั่นวันและวันที่บริเวณ 3 นาฬิกา, ระบบกันน้ำ, เม็ดมะยมบริเวณ 4 นาฬิกา และ ตัวเรือนรวมถึงสายที่มีความแข็งแรงทนทาน จากคุณสมบัติเหล่านี้ ส่งผลให้ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ชื่อของ Seiko 5 Sports นาฬิกาสปอร์ตสัญชาติญี่ปุ่น ได้สร้างประวัติศาสตร์รับความนิยมในระดับนานาชาติในฐานะนาฬิกาที่สามารถ “ไปได้ทุกที่” โดดเด่นทั้งประสิทธิภาพครบครันและดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครในราคาที่คุ้มค่า อีกทั้งจุดเด่นเหล่านี้ยังได้ถ่ายทอด DNA ความแข็งแกร่งสู่คอลเลคชั่นใหม่ของ Seiko 5 Sports ที่กลับมาในปี 2019 ซึ่งได้มีการเพิ่มความกระตือรือร้นและพลังแห่งการขับเคลื่อนอันทันสมัยลงไป พร้อมเปิดตัวรุ่นพิเศษออกมามากมาย ทั้ง Thailand Limited Edition / Street Fighter
ตอกย้ำความเป็นหนึ่งในมังงะที่ดังที่สุดในโชเน็นยุคใหม่ของ Chainsaw Man ที่ล่าสุด ถูกแบรนด์เครื่องประดับไฮคลาสจากญี่ปุ่น Tasaki มาจับมือร่วม collaboration ทำเป็นสร้อยคอ แหวน ต่างหูในคอลเล็กชั่นที่ชื่อว่า DANGER การสร้างคอลเล็กชั่น DANGER ของทาง Tasaki ใช้วัสดุหลักเป็นทองคำขาวประกบด้วยไข่มุกอะโกยาม่า (Akoya pearls) ส่วนไอเดียในการปรับตัวละครจาก Chainsaw Man ให้ลงมาอยู่ในรูปเครื่องประดับนั้น จะใช้รูปทรงของ ‘ฟัน’ เพื่อให้เข้ากับความอันตรายของชื่อคอลเล็กชั่น และความแหลมคมของฟันตัวเอกในมังงะเรื่องนี้เองก็เป็นเอกลักษณ์ดึงดูดสายตามาก สำหรับแฟนคลับของมังงะเรื่องนี้ ต่อให้ไม่บอกว่าแบรนด์ Tasaki คอลแลบกับใคร ก็คงจะเดาได้ทันทีที่เห็นตัวเครื่องประดับของจริง อย่าง Power Necklace สร้อยคอเขาสีแดงจากตัวละคร ‘พาวเวอร์’, Chainsaw Pendant & Ear Cuff ต่างหูและสร้อยคอเลื่อยนตร์ประดับมุขจาก ‘เดนจิ’ กระทั่ง Pochita Pendant สร้อยสุดน่ารักที่ถอดคาแรกเตอร์ของ ‘โปจิตะ’ มาเต็ม ๆ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาคือไอเท็มไฮไลต์ของคอลเล็กชั่นนี้ ในวันที่ 29/06/2022 ที่ผ่านมา
ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับการนำรถยนต์มาเชื่องโยงกับโลกของศิลปะ แต่ส่วนใหญ่เราจะเห็นเพียงดีไซน์สีหรือการตกแต่งภายนอกเท่านั้น ต่างจากรถยนต์กึ่งผลงานศิลป์ของดีไซน์เนอร์ชาวฝรั่งเศส Pierre Gonalons กับการออกแบบโปรเจคที่ชื่อว่า “Renault 5 Diamant” Renault 5 Diamant คือการใช้แรงบันดาลใจจากอัญมณีมีค่า นำมาใส่ในดีไซน์ของรถยนต์ Renault 5 ซึ่งในอีกความหมายคือการเชิดชูตำนาน rally racing อันยิ่งใหญ่เลอค่าของรถรุ่นนี้ ดีไซน์ธรรมดาถูกแทนที่ด้วยเส้นสายรายละเอียดของเครื่องเพชร ตั้งแต่ไฟหน้าถูกปรับดีไซน์เหมือนเพชรเม็ดใหญ่ ที่จับประตูได้แรงบันดาลใจจากตุ้มหูเพชร เป็นการคัสตอมรถให้กลายเป็นเครื่องเพชรติดล้อก็ว่าได้ ภายนอกสีสันสดใสอย่างมีสไตล์ด้วยโทน matte pink สีชมพูด้านที่หาดูได้ยากบนท้องถนน มีการเติมเม็ดสีทองจำนวนมากลงไปเพื่อเพิ่มมิติและแสงประกายทองวิบวับในเวลากลางวัน และจะกลายเป็นประกายสีน้ำเงินเข้มในเวลากลางคืน ภายในใส่รายละเอียดสุดบรรจงไว้ทุกจุด ของตกแต่งสั่งผลิตสำหรับผลงานชิ้นนี้โดยเฉพาะจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก แม้แต่พรมรถยังผลิตจากผ้าไหมโมแฮร์ของ Pinton ที่ใช้เส้นใยที่ได้จากแพะแอกอร่ามาทอเป็นผืน ส่วนเบาะนั่งหุ้มด้วยผ้าสั่งพิเศษจาก Metaphores ห้องโดยสารตกแต่งปิดทองเพิ่มความหรูหราโดย Bertin-Aubert ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ พร้อมเพิ่มความทันสมัยบนคอนโซลด้วย phone dock สำหรับเชื่อมต่อ Smartphone ผลิตจากผ้าที่ใช้ขนม้าถักด้วยมือจาก Le Crin ปุ่มกดและที่จับเปิดประตูใช้ทองเหลืองปิดด้วยแผ่นทอง ส่วนพวงมาลัยได้ไอเดียจากเก้าอี้สุดหรู Loggia by Pierre Gonalons ซึ่งผลิตจากหินอ่อนและ
ปี 2022 นี้ นอกจากรันเวย์ของเจ้าชายแห่งความมืด Rick Owens ที่ว่าพีคแล้ว พอเจอกับคอลเล็กชั่นล่าสุด AUTUMN-WINTER 2022/23 ของ Vivienne Westwood ราชินีพังก์ (Queen Of Punk) เข้าไป ก็เรียกว่าสุดไม่แพ้กัน เพราะนอกจากจะจับ Courtney Love มาเป็นแบบ วิเวียนยังใช้ช่างภาพชื่อกระฉ่อน Juergen Teller มาถ่ายภาพเหล่านางแบบ/นายแบบในครั้งนี้ด้วย คอนเซ็ปต์ไอเดียของคอลเล็กชั่น AUTUMN-WINTER 2022/23 เกิดขึ้นจากการที่วิเวียนกับสามีของเธอ Andreas Kronthaler ต้องการเฉลิมฉลองให้กับพื้นที่แห่งความสร้างสรรค์รอบ ๆ สตูดิโอของทั้งคู่ที่ Battersea ใน London ซึ่งมีความเปลี่ยนแปลงไปมากตลอดระยะเวลา 10 ปีตั้งแต่พวกเขามาอยู่ มันรายล้อมไปด้วยพื้นที่ศิลปะแห่งใหม่ ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา อย่าง Royal College of Art (RAC) ก็เพิ่งมาเปิดวิทยาเขตใหม่ใกล้ ๆ กับสตูดิโอเลย และสำหรับทั้งคู่แล้วสตูดิโอนี้เปรียบเสมือนบ้าน
The Bulgari Octo Finissimo Ultra เพิ่งจะบันทึกว่าตัวเองเป็นนาฬิกาที่บางที่สุดในโลกเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี้เอง แต่แล้วก็ต้องฝันสลาย เมื่อแชมป์ใหม่เขาจัดการทุบสถิติแล้วในเดือนกรกฎาคม ด้วยการจับมือระหว่าง Richard Mille กับ Ferrari เกิดเป็น The RM UP-01 Ferrari นาฬิกาที่ถูกบันทึกว่าบางที่สุดในโลก ณ ปัจจุบัน ด้วยความหนาเพียง 1.75mm เท่านั้น! RM เป็นโปรเจ็กต์ที่ใช้เวลาพัฒนาหลายปี และใช้เวลาไปกว่า 6,000 ชั่วโมง ซึ่งนอกจากจะร่วมมือกับ Ferrari แล้ว ก็เป็นการทำงานร่วมกับ Piguet Renaud & Papi เหมือนเดิม ส่วนเคล็ดลับความบางของ RM นั้น เริ่มต้นตั้งแต่วิธีการที่เขาเลือกเอากลไกทั้งหมดใส่ไว้ในตัวเครื่อง แทนการเพิ่มฝาหลังเป็น 2 ชั้นแบบที่นาฬิกาปกติทั่วไปเลือกทำกัน ในงานออกแบบ RM ถูกดีไซน์ในความบางระดับแบบชิ้นโครงกระดูก (Skeletonized) และเหมือนเดิม แม้ว่าจะบางแค่ไหนก็ไม่อาจหยุดยั้งปณิธานของการเป็นหนึ่งในนาฬิกายี่ห้อที่ทนทานที่สุดในโลกของ Richard Mille ได้ เพราะเขาออกแบบตามมาตรฐานความทนทานระดับรถแข่งเหมือนเดิม
“ความสมดุล” คำที่ฟังดูเรียบง่าย สะท้อนให้สัมผัสได้ถึงความสุขในการใช้ชีวิตทุกด้าน เมื่อพูดถึงสมดุลชีวิตหลายคนอาจคิดว่าเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก เฝ้าเพียรพยายามเสาะหาวิถีทางสร้างสมดุลจนเผลอมองข้ามไปว่าจริง ๆ แล้ว “คุณ” ทุกคนสามารถบาลานซ์ชีวิตได้โดยไม่ต้องขวนขวายหาเคล็ดลับ หรือเหนื่อยกับการมองหาคำตอบจากสิ่งที่อยู่ไกลตัว แต่คุณสามารถเลือก “สร้างสมดุลชีวิต” ให้กับตัวเองและครอบครัวโดยเริ่มต้นได้จากที่ ‘บ้าน’ “แล้วบ้านแบบไหนที่เอื้อต่อการสร้างชีวิตให้สมดุลกันล่ะ?” สำหรับคำถามนี้ เรามีคำตอบที่พร้อมภูมิใจนำเสนอให้เป็นทางเลือกที่ใช่ สำหรับเหล่า Urban Men ทั้งหลาย ซึ่งกำลังมองหาพื้นที่ชีวิตเพื่อตัวเอง และการสร้างครอบครัวใหม่ ที่เชื่อมต่อไลฟ์สไตล์ในเมืองใหญ่ เข้ากับความสงบผ่อนคลายได้อย่างลงตัว กับโครงการ DEMI SATHU 49 (เดมี สาธุ 49) จากแสนสิริ ดีลักซ์ ทาวน์โฮม แนวคิดใหม่ ที่พัฒนาขึ้นมาภายใต้คอนเซ็ปต์ BALANCE IS ABOUT… SERENITY IN URBAN LIFESTYLE “ชีวิตสมดุล” ระหว่าง “ชีวิตเมือง” และ “ความสงบผ่อนคลาย” ที่ต้องการผสานความสมดุลระหว่าง “Space of Home” และ “The Convenience
“ผมชอบทดลองสร้างสรรค์งานในสไตล์ใหม่ ๆ มันเหมือนกับการได้พาตัวเองออกไปผจญภัย ได้สนุกกับการทำลายกำแพงของการสร้างงานไปเรื่อย ๆ และตั้งใจว่าจะทำงานศิลปะต่อไปให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้” นี่คือคำตอบหลังจากที่เราได้ถามไถ่ถึงแพสชั่นในการสร้างงานที่ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยพลังงานที่ไม่มีวันหมดของ ‘เบนซ์ – ปริญญา ศิริสินสุข’ หรือที่หลายคนรู้จักกันดีในชื่อ ‘BENZILLA’ ศิลปินสตรีทอาร์ตชาวไทยซึ่งมีผลงานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และได้ฝากฝีมือไว้กับแบรนด์ดังระดับโลกมาแล้วมากมาย ล่าสุดผู้ชายที่มีคาแรคเตอร์ ‘LOOOK’ มนุษย์ต่างดาว 3 ตาเป็นภาพจำ กำลังจะปล่อยผลงาน Collaboration สุดพิเศษชิ้นใหม่ ในฐานะศิลปินไทยคนแรกที่ได้สร้างสรรค์ผลงานร่วมกับ MAURICE LACROIX (มอริส ลาครัวซ์) แบรนด์นาฬิกาหรูสัญชาติสวิส ในคอลเลกชั่น AIKON #Tide x BENZILLA Special Edition แต่ก่อนจะไปพบกับความพิเศษของนาฬิกา AIKON #Tide x BENZILLA Special Edition เราขอชวนทุกคนย้อนเวลาไปพบกับแนวคิด ตัวตน และจุดเริ่มต้นบนเส้นทางศิลปะของ BENZILLA เพื่อความเข้าใจถึงที่มาที่ไป และแก่นแท้ของความหมายที่ต้องการสื่อสารผ่านงานศิลปะบนข้อมือที่เขาได้ร่วมสร้างสรรค์กับ MAURICE LACROIX อย่างตั้งใจ ประเด็นแรกในการพูดคุยเพื่อทำความรู้จักผู้ชายคนนี้ให้มากขึ้น แน่นอนว่าเราขอให้ ‘เบนซ์’ นิยามการสร้างงานภายใต้ชื่อ ‘BENZILLA’ รวมถึงการเล่าที่มาที่ไป
คงไม่มีใครคิดว่าวันนึงเราจะได้เห็นการจับมือของ 2 แบรนด์อิตาลีชื่อดังระดับโลกที่ไลน์ผลิตสินค้าไม่ได้ใกล้เคียงกันสักนิดอย่าง Fiat กับ Smeg เกิดขึ้น สำหรับคนที่กังวลว่างานนี้จะสวยแต่รูปจูบไม่หอมรึเปล่าก็อุ่นใจได้เลย เพราะแบรนด์ทั้งสองเขาใช้แนวคิดในการทำงานร่วมกันครั้งนี้ว่า “เพราะตู้เย็นไม่ใช่แค่เครื่องใช้ไฟฟ้า และฝากระโปรงหน้ารถเองก็ไม่ใช่แค่ชิ้นส่วนหนึ่งของรถยนตร์” SMEG 500 ตู้เย็นไซส์มินิ ออกแบบโดยจำลองหน้ารถของรุ่น Fiat 500 ทั้งไฟตากลม โลโก้สีแดงมาครบ ส่วนชื่อรุ่นของตู้เย็นถูกทำเป็นทะเบียนรถติดอยู่ที่ตรงกันชนหน้า (ตัว E ที่เป็นธงชาติของประเทศอิตาลีสวยมาก) วิธีเปิดตู้เย็นของเครื่องนี้รับรองความไม่เหมือนใคร เพราะเขาใช้วิธีเดียวกับการเปิดฝากระโปรงหน้ารถเลย แล้วพอเปิดขึ้นมาก็จะเจอค่าแสดงความเย็น และปุ่มสวิตซ์ในการปรับค่าตู้เย็นออกแบบเป็นคอนโซลของรถยนตร์ทั้งหมด! สำหรับความจุในการใส่ของจะอยู่ที่ 100 ลิตร จะเป็นที่วางเครื่องดื่มทั้งหมด อ๊ะเกือบลืมบอกไป ตู้เย็นคันนี้เขามีสีให้เลือกถึง 5 สีเลยนะ มีสีขาว แดง เขียว น้ำเงิน และเหลือง จุดเริ่มต้นของโปรเจ็กต์ SMEG 500 เกิดจากความสนใจของ Fiat ต่อโลกของงานออกแบบที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่งานพาหนะยานยนตร์ แต่อยากจะลองทำสินค้าอื่นอยู่เสมอ และอย่างที่รู้กันดี สำหรับ Smeg มันก็ต้องไม่ใช่แค่งานออกแบบที่สวยงามเท่านั้น การใช้งานจริงก็ต้องเป็นไปได้ ทำให้แบรนด์เครื่องครัวในฝันของทุกคนกลายเป็นแบรนด์ในอุดมคติที่จะบรรลุโปรเจ็กต์นี้ให้ Fiat ได้
เมื่อ ‘เจ้าชายแห่งความมืด’ (The Prince Of Darkness) นาม Rick Owen ขึ้นบัลลังก์บนโลกแฟชั่นอีกครั้ง งานแสดงแฟชั่นโชว์ และเสื้อผ้าในคอลเล็กชั่นจึงธรรมดาไม่ได้ UNLOCKMEN จะพาไปดูที่มาในงานล่าสุดของเขากัน แต่สำหรับคนที่ยังไม่รู้จักชายคนนี้ อ่านประวัติโดยย่อของเขาก่อนได้เลยครับ Richard Saturnino Owens คือดีไซเนอร์คนหนึ่งที่มีผลงานเป็นเอกลักษณ์ที่สุดในโลก และมีฐานแฟนคลับอันเหนียวแน่นที่สุด ถึงขนาดมีชื่อด้อมของตัวเองว่า Tribe โดยงานของโอเว่นให้อารมณ์ที่เต็มไปด้วยความมืดมน ทว่าก็ชวนหลงใหลในเวลาเดียวกัน โอเว่นเป็นเจ้าของงานดีไซน์รองเท้าบาสเก็ตบอลชื่อ The Geobasket และนอกจากจะเป็นเจ้าของแบรนด์แฟชั่นชื่อตัวเองแล้ว ยังมีแบรนด์ลูกอย่าง DRKSHDW ด้วย ดีไซน์เนอร์งานชุกคนนี้ร่วมงานกับแบรนด์ระดับโลกมานับไม่ถ้วน เช่น Adidas, Converse, Dr. Martens, BIRKENSTOCK เป็นต้น แต่งานของโอเว่นไม่ได้สวยอยู่แค่ในแพลตฟอร์มของเสื้อผ้าเท่านั้นนะ จินตนาการและความสามารถในการสร้างสรรค์ของเขาแผ่ขยายไปถึงเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านด้วย! ซึ่งเป็นงานที่ทำร่วมกับภรรยา Michele Lamy โดยใช้แนวคิดคล้ายๆ กับเสื้อผ้าคือต้องมีสีดำ และต้องไม่เหมือนใคร บางชิ้นนี่มาแบบรูปทรงบังเกอร์ตั้งรับของทหารเลย ด้วยรูปทรงที่ไม่ Cozy เขาจึงเรียกงานดีไซน์เฟอร์นิเจอร์ของตัวเองกับภรรยาว่า ‘Anti Cozy’ (ชื่อถูกต้องมาก)
นอกเหนือจากอาการลุ้นเรื่องราวที่ยังค้างคา รอให้ติดตามบทสรุปใน Stranger Things SS4 Vol.2 ซึ่งกำลังจะลงสตรีมมิ่งในวันที่ 1 กรกฎาคม นี้ เราเชื่อว่าสาวก Stranger Things หลายท่าน คงกำลังอินกับแฟชั่นยุค 80s จากพร็อพและคอสตูมต่าง ๆ ของเหล่าตัวละครในซีรีส์ ที่ทีมงานทำการบ้านมาอย่างดี หาไอเทมมากมายมาให้แต่ละคาแรกเตอร์สวมใส่กันแบบตรงยุค และคงปฏิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งในไอเทมที่โดดเด้งสะดุดตาออกมาคือนาฬิกาสวย ๆ หลากรุ่นหลายแบรนด์ ที่บอกไปเป็นต้องรู้อายุ เพราะเพียงแค่เห็นโผล่มาในจอแค่ไม่กี่วิ เป็นต้องอุทานด้วยภาษากึ่งไม่ทางการว่า “เชี่ยย นี่มันรุ่นที่เคยอยากได้” หรือ “เฮ้ย เรือนนี้เราเคยมีใส่ไปอวดเพื่อนที่โรงเรียนนี่นา” งานนี้ใครที่รู้สึกว่านาฬิกาของเหล่าตัวละครใน Stranger Things นั้นมันทัชใจ แต่จำได้แค่คลับคล้ายคลับคลา ไม่ได้รู้ลึกถึงขนาดว่ามันชื่อรุ่นอะไร บอกเลยว่าไม่ต้องไปเหนื่อยค้นหาให้ตาแตก เพราะเราได้รวบรวมลายแทงชื่อรุ่นเด่นจากตัวละครดังเกือบทุกคาแรคเตอร์เท่าที่เราสามารถหาได้ มาให้ชาว UNLOCKMEN ทั้งหลายนำชื่อรุ่นลากเข้า Google เพื่อสะกดรอยไปตามสอยกลับมาครอบครองให้หายคิดถึง ข่าวดีคือมีหลายเรือนที่วางขายมาจนถึงปัจจุบัน แต่ก็มีอีกจำนวนไม่น้อยได้กลายเป็นงานวินเทจเข้าขั้น Rare Item ที่อาจต้องใช้กำลังกาย บวกกำลังใจ เสริมด้วยกำลังภายในกระเป๋าตังค์ในการตามล่าของดีมาประดับข้อมือ เอาเป็นว่าก่อนจะเวิ่นเว้อไปมากกว่านี้ เชิญไปดูกันเลยดีกว่าว่าตัวละครไหนใส่นาฬิกาอะไรเข้าฉากกันบ้าง เอ้า…


