เราเชื่อว่าเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Facebook แต่ละคน คงจะเต็มไปด้วยฟีดข่าวงานอภิเษกสมรสของรัชทายาทลำดับที่ 6 แห่งราชวงค์วินเซอร์อังกฤษ ระหว่าง เจ้าชายแฮร์รี่ และ เมแกน มาร์เคิล ซึ่งทั้งสองได้รับบรรดาศักดิ์พระราชทาน ให้เป็นดยุกและดัชเชสแห่งซัสเส็กซ์หลังจากเสร็จพิธียิ่งใหญ่นี้ ท่ามกลางการติดตามจากผู้คนหลายล้านคนทั่วโลก ประเด็นที่น่าสนใจซึ่ง UNLOCKMEN จะหยิบยกมาพูดถึงในวันนี้ คือเรื่องเครื่องแต่งกายที่บรรดาแขกผู้ชายทั้งหลายนำมาใส่ร่วมพระราชพิธีช่วงเช้า ซึ่งเราเชื่อว่าน่าจะเป็นเครื่องแบบที่ไม่ได้เห็นบ่อยนัก สำหรับเครื่องแบบที่บรรดาแขกคนดังในงานล้วนนำมาสวมใส่นั่นเรียกว่า “Morning Dress” ถูกจัดเป็นเครื่องแบบสำคัญ ที่จะถูกใช้ในงานสำคัญราชวงค์ หรือวันพิเศษของหนุ่ม ๆ เมืองผู้ดี ซึ่งจากชื่อก็น่าจะทำให้เราพอเดาได้ว่า เวลาไหนถึงเหมาะจะสวมใส่เครื่องแต่งกายนี้ ทว่า Morning Dress ยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจอีกเพียบ ประวัติของ Morning Dress ถือว่ามีมายาวนานพอสมควร ตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 (ค.ศ.1801 – ค.ศ. 1900) ซึ่งมันเป็นเครื่องแบบให้หนุ่ม ๆ ใช้ขี่ม้า ส่วนมากจะทำมาจากขนสัตว์ มักเป็นเสื้อกระดุมแถวเดียว ปกเป็นมุมแหลม ชายเสื้อด้านหน้าตัดเป็นแนวโค้งเรียวไล่ไปยังหลังเข่า ต้องใส่แบบ Full Dress ร่วมกับเสื้อกั๊กและกางเกงขายาวลายทางในเวลากลางวัน สำหรับคนที่จะมีโอกาสได้สวมใส่ Morning Dress ล้วนต้องมีหน้าที่การงานที่ได้รับการเคารพนับถือ อย่างเช่น ทนายความ
ผู้ชายหลายคนแค่ได้ยินคำว่า “ศิลปะ” ก็เกิดอาการคลื่นเหียน เพราะภาพที่สมองเรียกจากความทรงจำเป็นภาพฝีแปรงปาดฉวัดเฉวียน สีที่ไม่เข้ากัน รูปร่างกับองค์ประกอบไม่คุ้นเคยจากงานสไตล์ abstract ที่ทำให้เข้าถึงยากเหลือเกิน บางทีก็แอบสบถเบา ๆ ว่า “นี่อะไรวะเนี่ย” หากคุณเป็นคนหนึ่งที่คิดแบบนั้น เราอยากขอให้คุณเปิดใจให้กว้างเข้าไว้ เพราะ UNLOCKMEN คิดว่าศิลปะก็ไม่ต่างจากผู้หญิงที่มีหลายประเภท บางคนคุณก็อาจจะไม่เข้าใจ เข้าถึงยาก ขณะที่บางคนก็เฟรนด์ลี่ เข้าถึงง่าย แต่ไม่ว่าพวกเธอจะอยู่ใน Type ไหน จำไว้ว่าคุณไม่จำเป็นต้องรู้หรือเข้าใจเธอทั้งหมดก็สามารถชื่นชมได้ สำหรับหนุ่ม ๆ ที่อยากลิ้มรสงานศิลป์ที่เสพง่ายในรูปร่างที่คุ้นเคย และมีความดิบ ความแสบจากละอองสเปรย์ติดแคนวาสแบบบอย ๆ สไตล์ graffiti เราขอแนะนำให้ไปที่ Central Embassy เพราะหนนี้เขายกสตรีทอาร์ตผลงานของศิลปินชื่อดังอย่าง MADSAKI เข้าไปไว้ในลักซ์ชัวรี สโตร์ อย่าง Central Embassy แล้ว ใต้ชื่อนิทรรศการ “MADSAKI: Combination Platter” WHO’s MADSAKI ก่อนจะดูสตรีทอาร์ตดิบ ๆ ด้านล่าง เราขอเปิดวิชา
อาดิดาส รันนิ่ง เปิดตัวรองเท้าวิ่งรุ่นใหม่ล่าสุด “โซลาร์บูสท์ (SolarBOOST)” สำหรับผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพในการใช้งาน ความนุ่มสบาย และการคืนพลังในขณะวิ่งได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โซลาร์บูสท์ คือรองเท้าวิ่งที่สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อการใช้งานเป็นหลัก โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากวิศวกรรมศาสตร์ของนาซ่า และเทคโนโลยีที่ดีที่สุดของอาดิดาส จึงทำให้ โซลาร์บูสท์ เป็นรองเท้าวิ่งที่มีความเบา มีการใช้เทคโนโลยี Tailored Fibre Placement ในการจัดวางเส้นใย ซึ่งเป็นวัสดุจากพาร์ลี่ย์ (Parley) อีกทั้งยังมีการตัดเย็บและนำมาประกอบอย่างสมบูรณ์แบบในทุกตารางมิลลิเมตร จนได้ออกมาเป็นรองเท้าที่มีทั้งความนุ่มสบาย ความกระชับ และการซัพพอร์ตที่เหนือกว่า แถมยังมีน้ำหนักเบา ทำให้นักวิ่งสามารถเคลื่อนตัวได้อย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะใช้ความเร็วในการวิ่งหรือวิ่งในระยะทางในระดับไหนก็ตาม ความมั่นใจถือเป็นเบื้องหลังในการสร้างสรรค์รองเท้าวิ่งรุ่นใหม่ เนื่องจากนักวิ่งโดยส่วนมากมักจะออกไปวิ่งเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นในตัวเองในหลายๆ ด้านของชีวิต ด้วยเหตุนี้ โซลาร์บูสท์ จึงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเติมเต็มความมั่นใจให้กับนักวิ่งด้วยการใช้เทคโนโลยีสุดล้ำสมัย ถูกออกแบบตามหลักการเดียวกับการสร้างกระสวยอวกาศที่องค์ประกอบแต่ละส่วนล้วนมีความสำคัญในตัวของมันเอง โดยในแต่ละส่วนประกอบของ โซลาร์บูสท์นั้นมีส่วนช่วยในการยกระดับประสิทธิภาพในการวิ่ง ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนักที่เบาเพียง 295 กรัม ซึ่งถือว่าเบากว่า เอเนอจี้บูสท์ ถึง 15 กรัม แต่ยังคงรักษามาตรฐานในการรองรับแรงกระแทกและการคืนพลังในระดับเดียวกัน นอกเหนือจากนี้ โซลาร์บูสท์ ยังผ่านการทดสอบการใช้งานจริงโดยเหล่านักวิ่งของกลุ่มอาดิดาส รันเนอร์ส ตามหัวเมืองหลักจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งในแต่ละที่ก็จะมีสภาพอากาศที่หลากหลายและแตกต่างออกไปอย่างชัดเจน สำหรับคุณสมบัติพิเศษของรองเท้าวิ่ง โซลาร์บูสท์
เราเชื่อว่าหนุ่ม ๆ ทุกคนล้วนอยากจะครอบครองเรือนเวลาสุดหรู อย่าง Rolex หรือ Patek Phillippe ไว้สักเรือน เพราะตลอดมานาฬิกาข้อมือเปรียบดังเครื่องบ่งบอกฐานะ อีกทั้งยังสามารถเล่าเรื่องผ่านทางสิ่งประดับบนข้อมือของคุณได้ จนมันกลายเป็นของเล่นของผู้ชายที่มากกว่าเครื่องไว้ใช้เพียงแค่บอกเวลาเท่านั้น และเมื่อพูดนาฬิกาข้อมือคุณภาพสูง เรามักจะพุ่งเป้าไปที่นาฬิกาจาก SWISS MADE ที่เป็นแหล่งกำเนิดของแบรนด์ดังมากมาย อาทิ Corum, Ebel, Omega, Rolex, Movado, Brietling ซึ่งพวกเขาถึงกับมีหุบเขานาฬิกา (Watch Valley) สำหรับประกอบนาฬิกาหรูอยู่ที่นั่นโดยเฉพาะ ทำไมต้องสวิตเซอร์แลนด์? แม้ว่าสวิตเซอร์แลนด์จะไม่ใช่ประเทศแรกในโลกที่ประกอบนาฬิกาขึ้นมา แต่พวกเขาเรียกได้ว่าเป็นเจ้าแห่งนาฬิกาอันดับหนึ่งของโลกอย่างแท้จริง ซึ่งมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน จุดเด่นของนาฬิกา SWISS MADE คือความประณีตในการประกอบชิ้นส่วน พร้อมเทคนิคตกแต่งที่ผ่านการฝึกปรือมาจากช่างผู้เชี่ยวชาญอย่างดี โดยเรื่องมันเกิดจากที่ว่านาย Jean Calvin มาเปลี่ยนวิธีคิดออกกฎระเบียบให้ชาวสวิตเซอร์แลนด์ ห้ามแสดงออกซึ่งความร่ำรวยใด ๆ ส่งผลให้นักทำเครื่องประดับอัญมณี ต้องหนีมาประดิษฐ์นาฬิกาแทน ดังนั้นจึงเป็นเห็นผลว่าทำไมนาฬิกาจากสวิตเซอร์แลนด์ถึงมีความสวยงามเป็นเครื่องประดับมากกว่าใช้บอกเวลาเท่านั้น เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ที่แม้จะมีการประกอบนาฬิกามาก่อนพวกเขา อีกทั้ง Abraham-Louis Breguet ช่างนาฬิการะดับครูของประเทศได้พัฒนาชิ้นส่วนกลไกสำหรับฟังก์ชันใหม่ ๆ ออกมามากมาย อย่างเช่น
ยิ่งใกล้เทศกาลฟุตบอลโลกเข้ามาเท่าไหร่ บรรดาแบรนด์แฟชั่นต่าง ๆ ก็อยากที่จะเกาะกระแสสร้าง capsule collection ออกมาเพื่อต้อนรับมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษย์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุด เพราะความพิเศษของฟุตบอลโลกคือ 4 ปีถึงจะมีหน ทำให้ทุกคนต่างเฝ้าคอยช่วงเวลาแห่งความสนุกนี้ สำหรับแบรนด์ที่ขยับตัวก่อน ปล่อยสินค้าไอเทมออกมารับกระแสบอลโลกที่กำลังจะจัดขึ้นประเทศรัสเซีย คือโอกูตูร์ชื่อดังอย่าง Louis Vuitton ซึ่งเคยเนรมิตกระเป๋าเดินทางไฮเอนด์ในช่วง World Cup ปี 2010 โดยในปีนี้ Louis Vuitton ยังคงได้เอกสิทธิ์จากทาง FIFA ให้ผลิตคอลเลคชั่นกระเป๋าสุดพรีเมี่ยมอีกครั้ง Louis Vuitton x FIFA จะประกอบไปด้วยกระเป๋าเป้ Apollo พร้อมกระเป๋าใส่เอกสารและกระเป๋าสตางค์ชุดเดียวกันที่ได้แรงบันดาลใจมาจากลูกบอลที่ใช้แข่งขันในปี 1970 พร้อมพิเศษสุด ๆ กับ made-to-order สั่งทำกระเป๋า Keepall ที่เราสามารถเลือกสี tri-color ธงชาติได้เองกว่า 35 แบบ หนุ่มคนไหนที่สนใจอยากจะมีกระเป๋าสุดพิเศษเหล่านี้ไว้ใช้แบบไม่ซ้ำใคร ก็สามารถเข้าไปสั่งซื้อได้ทาง ออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน ไปจนถึง 15 กรกฎาคมนี้
ความเนี้ยบของผู้ชายไม่ใช่แค่เนียนกริบจากทรงผมจรดปลายเท้าเท่านั้น แต่ UNLOCKMEN เชื่อว่าแม้แต่ส่วนที่ลึกลับที่สุดและมีโอกาสควักออกมาโชว์ต่อหน้าสาธารณชนน้อยที่สุดก็ต้องเนี้ยบไม่แพ้กัน จินตนาการว่าถ้าภายนอกเราแม่งโคตรเนี้ยบ จนสาว ๆ พากันน้ำลายหก พอถึงจังหวะเข้าด้ายเข้าเข็ม แล้วเปิดกางเกงมาแบบโคตรลุ้น กลับพบกับทรงผมน้องชายเรากลับฟูฟ่องเป็นป่าดิบไม่เป็นทรง ผสมกลิ่นชื้นอับที่มากับเหงื่อและขนที่ควบคุมไม่ได้ มันคงทำลายภาพลักษณ์ผู้ชายสุดเพอร์เฟกต์ที่เราสั่งสมมาทั้งชีวิตลงย่อยยับแน่ ๆ ทำไมต้องตัดแต่งด้วย ไว้มาตั้งนาน ? ที่พี่ทำมานานไม่ได้แปลว่ามันจะดีเสมอไป ลองตัดแต่ง เล็ม ๆ มันดูบ้าง ถ้าพบว่าไม่ชอบค่อยกลับไปปล่อยรุงรังแบบที่ใช่ก็คงไม่เสียหาย แต่ข้อดีของการตัดแต่งทรงผมน้องชายคือเหตุผลเรื่องความสะอาดที่จะทำให้เราดูแลมันง่ายขึ้นเยอะ นอกจากนั้นการใส่เสื้อผ้าก็สำคัญ ชุดรัด ๆ บางชุดแนบเนื้อจนเห็นกลุ่มขนฟูฟ่องคงดูไม่คูล หรือจะตอนใส่ชุดว่ายน้ำที่ขนมักจะแพลมออกมาทักทายชาวโลกให้ขนลุกเล่น ๆ ที่สำคัญขนที่ยาวเกินไปก็เป็นอุปสรรคกับกิจกรรมบนเตียงได้ ไม่ว่าจะเป็นจังหวะที่สาว ๆ ก้มลงมาทำออรัลเซ็กซ์ให้คุณ ขนยาว ๆ ที่เข้าปากเธอไปก็ไม่ใช่เครื่องกระตุ้นอารมณ์ที่ดีนัก หรือแม้แต่เวลาที่สอดใส่ ถ้าขนเรายาวเกินไปก็จะเข้าไปบาดและเสียดสีช่องคลอดของพวกเธอจนเกิดแผลในพื้นที่ละเอียดอ่อนได้ ดังนั้นก็ใจเขาใจเรา ลองตัดแต่ง ลองเล็มดูหน่อย เพื่อคนที่เรารักและเพื่อตัวเราเอง ทรงผมน้องชาย ทำทรงไหนได้บ้างครับ ? เลี่ยนเตียนโล่งกันไป : ใครอยากสัมผัสความรู้สึกเหมือน 9 ขวบอีกครั้งก็จัดไปกับทรงเรียบ ๆ เตียน ๆ เนียน
เมื่อเอ่ยถึง Tom Ford หลายคนอาจรู้จักในฐานะของชื่อแบรนด์ไฮแฟชั่นสุดหรู แต่ถ้าเป็นคอแฟชั่นสายลึกคงรู้ซึ้งถึงกิตติศัพท์ความเก๋าของชายที่ชื่อว่า Tom Ford คนนี้เป็นอย่างดี กับการเป็นดีไซเนอร์มากฝีมือผู้เข้ามากอบกู้ Gucci แบรนด์ดังจากอิตาลีที่กำลังอยู่ในสภาพร่อแร่ใกล้ล้มละลายให้กลับมาเป็นหนึ่งในแบรนด์มหาอำนาจทางแฟชั่นในปัจจุบัน ก่อนที่จะแยกตัวออกมาปลุกปั้นแบรนด์ Tom Ford ของตัวเองให้ผงาดขึ้นมาฉายแสงในยุทธจักรแฟชั่น ไม่ต่างจากที่เคยฝากฝีไม้ลายมือในการพลิกฟื้นแบรนด์ Gucci มาก่อน นอกจากนี้ Tom Ford ยังไม่ได้หยุดความสามารถในการสร้างสรรค์ของเขาเอาไว้แค่การเป็นดีไซเนอร์เท่านั้น แต่เขายังก้าวข้ามจากวงการแฟชั่นมาสู่เส้นทางของแผ่นฟิล์ม และแค่ผลงานการกำกับภาพยนตร์ชิ้นแรกของเขาก็ได้ส่งให้นักแสดงนำชายในเรื่องถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์มาแล้ว ซึ่งการที่ใครหลายคนยกให้ Tom Ford เป็นอีกหนึ่งในศิลปินที่ประสบความสำเร็จในศตวรรษนี้ก็คงจะไม่เป็นคำกล่าวที่เกินไปนัก ด้วยพลังสร้างสรรค์อันโดดเด่นของเขา ที่เราเชื่อว่าจะสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครอีกหลายคนได้เป็นอย่างดี เราจึงอยากนำชาว UNLOCKMEN ทุกท่านไปรู้จักกับเขาให้มากกว่านี้ ย้อนไปตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม ปี 1961 ซึ่งเป็นวันที่ Thomas Carlyle Ford หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ Tom Ford ได้ถือกำเนิดขึ้นมาที่ รัฐ Texas โดยเขาได้เล่าถึงความสนใจในเรื่องของศิลปะ การออกแบบ และงานดีไซน์ ที่มีมาตั้งแต่วัยเด็กว่า “อย่าเพิ่งคิดภาพผมในวัย 5 ขวบกำลังนั่งร่างแบบเสื้อผ้าเวลาที่พ่อแม่ไม่อยู่หรืออะไรแบบนั้น แต่ในทุกครั้งที่พวกเขาไม่อยู่บ้าน
“แค่เปลี่ยนแว่นที่ใส่ คาแรคเตอร์ก็จะกลายเป็นคนละคน” สำหรับคนที่ไม่เคยเปลี่ยนแว่นตาเลยอาจจะนึกภาพไม่ออก แต่ถ้าถามคนในวงการแฟชั่น แว่นตาถือเป็นอวัยวะที่ 33 นอกจากประโยชน์ด้านกันแดด ด้านสายตา มันยังช่วยคลุมบุคลิกกาพให้เราได้ตามที่ต้องการ เป็นส่วนเติมเต็มที่ทำให้ Total Look สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นไปอีก แต่แว่นตาก็มีหลากหลายขั้นราคา หลากหลายแบรนด์ ทั้งที่ดูผ่าน ๆ แล้วก็คล้ายกัน ที่จริงแล้วแว่นตาที่ดีกับของไม่ได้คุณภาพนั้นสามารถแยกแยะกันได้ง่ายมาก รวมถึงรายละเอียดบางอย่างที่แบรนด์แว่นคุณภาพดีมักจะมี ลายเซ็น เป็นของตนเอง วันนี้เราจะมาแนะนำ “Native Sons” แบรนด์แว่นน่าสนใจจากประเทศญี่ปุ่น เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงมากในบ้านเค้า แต่ในบ้านเราอาจจะถือเป็นแบรนด์ใหม่ Native Sons ถือกำเนิดขึ้นหลังสงครามโลกจบลง ช่วงเวลาที่ชายหนุ่มเดินทางกลับมายังบ้านเกิดด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่กระหายต่อการมีชีวิตอยู่ และเป็นการมีชีวิตอยู่ด้วยความปรารถนาที่จะสรรค์สร้างและแสดงออกซึ่งบางสิ่งที่มีความหมาย ผ่านทางเสียงดนตรี งานวรรณกรรม ศิลปะ และสถาปัตยกรรม Native Sons คือแบรนด์ผลิตภัณฑ์แว่นตาและแอคเซสซอรี่ที่ตั้งชื่ออันสื่อความหมายถึงชายหนุ่มกลุ่มนั้นในอดีต ชายหนุ่มกลุ่มที่วางรากฐานอันมั่นคงให้เราได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยความรุ่งเรือง งอกงามในอีกหลายปีต่อมา ความมุ่งมั่นของพวกเขาในการสร้างโลกแห่งเครื่องจักรอุตสาหกรรมให้เติบโตอย่างยิ่งใหญ่และแข็งแกร่ง สร้างงานสถาปัตยกรรมที่เปี่ยมเอกลักษณ์ พร้อมกับที่สร้างผลิตภัณฑ์ชิ้นเล็กชิ้นน้อยอันมากด้วยประโยชน์ใช้สอยให้เราได้ใช้กันในชีวิตประจำวัน ผลงานทุกชิ้นคือการสร้างสรรค์โดย 2 หัวเรือผู้ยิ่งใหญ่ในวงการแฟชั่นที่ทั่วโลกรู้จักกันเป็นอย่างดี “Tommy O’Gara” ผู้ก่อตั้งบริษัท ไลท์ จำกัด และ “Shinsuke Takizawa” ผู้ก่อตั้งแบรนด์
มีหนังสือสมัยนี้หลายเล่มที่มักเขียนว่าไม่ต้องเรียนจบก็รวยได้ แต่นั่นเป็นเพียงคำพูดเท่ ๆ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่ไม่มีวุฒิการศึกษาแล้วประสบความสำเร็จในชีวิตเหมือน Steve Jobs หรือ Bill Gates ยิ่งสำหรับในประเทศไทยที่ค่อนข้างถือเรื่องวุฒิการศึกษาสำคัญเหนือสิ่งใด การที่เราไม่ได้เป็นคนอัจฉริยะระดับเดียวกับคนเหล่านั้น จึงจำเป็นจะต้องขยันหมั่นเพียรทำงานหนักเพื่อที่จะก้าวไปอยู่ในระดับเดียวกับพวกเขา แต่ทว่าวันนี้ UNLOCKMEN ได้นำเรื่องราวของเจ้าพ่ออาณาจักรแฟชั่น Cult Clothing ผู้อยู่เบื้องหลังแบรนด์เสื้อผ้าระดับโลกอย่าง Superdry ซึ่งมีหัวเรือใหญ่อย่าง Julian Dunkerton ที่ตัดสินใจหันหลังให้กับการศึกษาตั้งแต่อายุ 19 และเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง มาเพื่อเป็นแรงบันดาลใจสำหรับคนที่อาจจะมีแต้มเป็นรองคนอื่นให้รู้สึกอยากลุกขึ้นมาฮึดสู้กับชีวิต ย้อนกลับไป Julian Dunkerton ต้องเดินทางไปอยู่ที่ Hereforshire เนื่องจากครอบครัวแยกทางกัน ซึ่งเขาลงวิชาผิดไปหมดเลือกเรียน ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ที่ตัวเขาเองไม่ได้มีความถนัดเลย สุดท้ายก็สอบตกไปตามระเบียบ เกรดของ Julian นับว่าแย่มาก จนเขาคิดว่าหนทางสู่การเรียนต่อมหาวิทยาลัยได้จบลงไปเรียบร้อย เขาจึงใช้เวลาหลังจากเรียนจบไฮสคูลเดินทางไปทำงานยังโรงงานและฟาร์มเพราะหวังว่าจะใช้เก็บเงินก้อนนี้ในการเดินทางท่องเที่ยว ที่นั่นเองที่ Julian ได้พบกับชายคนหนึ่งที่ทำงานขายพรม ซึ่งถือเป็นแรงบันดาลใจให้เขาเริ่มต้นขายเสื้อผ้าของตัวเอง Julian ต้องเดินทางไปรับเสื้อผ้าจาก London เพื่อมาขายต่อ เขามองช่องทางหาเงินโดยการเข้าร่วมโปรแกรมท้องถิ่นที่ชื่อว่า Allowance Scheme ที่จะมอบเงินให้กับคนตกงาน โดย
เรียกได้ว่าพระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก โดนราหูอมก็ไม่แปลก สำหรับ adidas แบรนด์กีฬาแฟชั่นยักษ์ใหญ่ของโลก ที่พักหลังเหมือนกระแสจะตกลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่เหมือนกับช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และบวกกับข่าวนี้ยิ่งทำให้พวกเขากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเลยทีเดียว หลังจาก super influencer เบอร์หนึ่งของค่ายอย่าง Kanye West ที่อยู่ดีไม่ว่าดี ไปให้สัมภาษณ์แบบไม่คิดหน้าคิดหลังอีกแล้ว โดย Kanye West ได้ไปพูดประเด็นเรื่องการเหยียดสีผิวที่ตอนนี้ยิ่งดุเดือดในประเทศอเมริกาอยู่ด้วยว่า “กว่า 400 ปีที่คนผิวสีตกเป็นทาสในประเทศนี้ แต่มันฟังดูเหมือนว่าเป็นเลือกนะ” แม้ความหมายจะดูกำกวม แต่พอคนผิวสีได้ฟังยังอีกก็ควันออกหูทันที พร้อมประณามคำพูดของยอดแร็ปเปอร์ลูกสองพร้อมยื่นคำร้องให้ adidas ยกเลิกสัญญากับเขา ยิ่งจากที่เราตามข่าวหลัง ๆ ถึงท่าทีของ Kanye West ที่ค่อนข้างเอนเอียงไปสนับสนุนประธานาธิปดี Donald Trump ซึ่งเป็นที่เกลียดชังของคนผิวในอเมริกาอยู่แล้ว บอกได้คำเดียวว่า เละเป็นโจ๊ก ร้อนถึง Care2 เว็ปไซต์เกี่ยวกับการยื่นคำร้องออนไลน์ ได้ยื่นคำร้องไปให้ทาง adidas ยกเลิกสัญญากับ Kanye West และเขาก็ต้องการประกาศให้โลกรู้ว่า “Care2 ไม่ต้องการมีส่วนร่วมกับคนที่คิดว่า ชาวผิวสีอเมริกันเลือกที่จะเป็นทาสนานถึง 400 ปี
Longines (ลองจินส์) แบรนด์นาฬิกาคลาสสิกที่สร้างชื่อเสียงจากการผลิตนาฬิกาชั้นนำ ได้ฉลองความสัมพันธ์อันยาวนานกับการแข่งขันเทนนิส เฟรนช์ โอเพ่น ในงานเปิดตัว “Longines Road To Future Tennis Aces Tournament 2018” หรือ “LFTA 2018” โครงการดี ๆ ที่ทางแบรนด์ Longines(ลองจินส์) มอบโอกาสให้เด็กไทยได้สัมผัสประสบการณ์เทนนิสระดับโลก ไปฝึกซ้อมกับโค้ชระดับโลกอย่าง อเล็กซ์ คอร์เรตจา, อรันต์ซ่า ซานเชส วิคาริโอ โดยได้รับการดูแลจาก สเตฟฟี่ กราฟ และ อันเดร อากัสซี่ พร้อมเป็นตัวแทนเยาวชนไทยไปแข่งขันที่ฝรั่งเศสกับเยาวชนจากอีก 20 ประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ยังได้เข้าร่วมชมการแข่งขันเทนนิสคอร์ตดินระดับตำนาน “French Open 2018” ทั้งนี้ลองจินส์ได้เปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ Conquest V.H.P. และนาฬิการุ่นพิเศษ Conquest 1/100th Roland Garros เพื่อเป็นการเพื่อฉลองความสัมพันธ์อันแบบแน่นที่ลองจินส์ได้รับเกียรติจับมือเป็นพาร์ทเนอร์อยู่คู่กับศึกการแข่งขันเทนนิสระดับโลก French Open Tennis Championship
จากกระแสรายการ Show Me the Money และ The Rapper นับว่าเป็นการปลุกกระแสให้วงการเพลงฮิปฮอปลุกขึ้นมาคึกคักอย่างมาในบ้านเรา ซึ่ง UNLOCKMEN เคยเขียนเล่าถึงวัฒนธรรมฮิปฮอปไปอย่างละเอียดแล้วในคอนเทนท์ ( Part 1, Part 2 ) แต่วันนี้พวกเราจะขอมาแนะนำศิลปินสไตล์ ฮิปฮอป/อาร์แอนด์บี เชื้อสายเกาหลีใต้ที่กำลังก้าวสู่ผลงานระดับโลกด้วยวัยเพียง 23 ปีเท่านั้น Dean หรือ ควอนฮยอก ศิลปินที่เกิดและเติบโตในประเทศเกาหลีใต้ เขาฉายแววเก่งมาตั้งแต่งอายุ 16 เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว จนกระทั่งได้มาร่วมงานกับศิลปินรุ่นพี่อย่าง Keith Ape ก่อนจะเข้าสู่วงการเพลงอย่างเต็มตัว พร้อมควบตำแหน่งนักแต่งเพลงเมื่ออายุ 18 ปี ฝีมือของเขารุดหน้าไปไกลกว่าอายุ เพราะหลังจากนั้นไม่นานแทนที่เขาจะเดบิวท์เพลงในบ้านเกิด แต่ Dean กลับไปเปิดตัวต่อหน้าแฟนเพลงในประเทศสหรัฐอเมริกาแทน ก่อนที่เขาจะกลับมาลุยงานเดบิวท์ พร้อมปล่อยสองซิงเกิ้ลที่ฮิตติดชาร์ทในประเทศตัวเอง จุดเด่นของ Dean คือเนื้อหาเพลงที่เขียนมาได้อย่างลึกซึ้ง พร้อมน้ำเสียงอ่านหวานบวกกับดนตรีโรแมนติก ด้วยเอกลักษณ์ความสามารถเหล่านี้ จึงทำให้เขาโด่งดังในชั่วพริบตา ได้ขึ้นไปเล่นงานสำคัญ ๆ มากมาย ปัจจุบันเขาได้มีโอกาสทำเพลงกับศิลปินระดับโลกอาทิ Justin Bieber,


