แม้ว่าวัฒนธรรมกราฟิตี้จะไม่ได้อยู่ในกระแสสังคมหลักของบ้านเรา แต่ถ้าหากสังเกตออกไปรอบ ๆ ในปัจจุบัน แทบจะเป็นเรื่องธรรมดาที่สามารถมองเห็นลวดลายศิลปะเหล่านี้อยู่มากมายเต็มไปหมด ซึ่งหลายคนต่างถกเถียงเกี่ยวกับศิลปะแขนงนี้ว่ามันเป็นเพียงการพ่นสีเล่นของเด็ก ๆ ทั่วไป ทว่าในต่างประเทศศิลปะกราฟิตี้ล้วนได้รับการยอมรับ และจัดเป็นบ่อเกิดแห่งศิลปะสมัยใหม่ จนมีการศึกษาพัฒนางานกันอย่างจริงจัง ตัวอย่างเช่นกลุ่มคนที่เรากำลังจะมาพูดถึงในวันนี้สำหรับ 1UP Crew แก๊งกราฟิตี้ชื่อดังจากเมืองเบอร์ลินที่ตระเวน สร้างงานศิลปะไปทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย และกำลังโด่งดังเป็นเบอร์ต้น ๆ ของโลกในขณะนี้ 1UP Crew (One United Power) คือกลุ่มกราฟิตี้ที่รวมตัวกันเพื่อสร้างผลงานของตนเอง ซึ่งพวกเขาสร้างสรรค์งานได้อย่างไร้ขอบเขต พร้อมเปิดเผยสไตล์งานศิลปะของตัวเองอย่างชัดเจน โดยความโดนเด่นของชิ้นงานไม่ได้ถูกจำกัดเพียงแค่ในบ้านเกิดเมืองนอน (เยอรมนี) เท่านั้น เพราะสิ่งที่เป็นตัวช่วยขับเคลื่อนผลักดันให้ 1UP Crew กลายเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย คือการที่พวกเขานำภาพขณะกำลังสร้างงานศิลปะไปแชร์ต่อบนช่องทาง YouTube จากนั้นพวกเขาก็ได้รับความนิยมในวงกว้างอย่างรวดเร็ว 1UP Crew มีความบ้าดีเดือดและฮาร์ดคอร์ด ด้วยลักษณะการทำงานแบบ Bombing หรือการพ่นทับงานเก่าไปเลยด้วยสัญลักษณ์ของตัวเองแบบเด่นชัด และเลือกจุดที่อยู่เป้าสายตา เนื่องมาจากคำขวัญประจำกลุ่มคือ Higher Farther Faster แปลว่าผลงานของพวกเขาจะต้องเจ๋งชนิดไร้ที่ติ กลุ่ม 1UP Crew เริ่มต้นปล่อยผลงานตั้งแต่ปี 2003 และยังคงเดินหน้า Bomb กราฟิตี้ของพวกเขาไปทั่วโลก พร้อมยังทำเป็น DVD วางจำหน่ายอย่างจริงจัง แถมมีงานแสดงผลงานของตัวเองต่อสาธารณชนในอาร์ตแกลลอรี่อีกด้วย
ช่วงนี้ใครที่มีแผนจะเดินเข้าป่าตามรอยเพลง แม็กซ์ เจนมานะ ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะถอยชุดแคมปิ้งเซ็ตใหม่เพื่อให้การเดินทางพักผ่อนของคุณมีสไตล์ และได้รับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น วันนี้ UNLOCKMEN ได้นำอุปกรณ์เดินป่าสุดเท่ ที่แม้ว่าคุณเองจะไม่ใช่สายแคมปิ้ง แต่ถ้าเห็นเซ็ตอุปกรณ์เหล่านี้อย่างน้อยต้องอยากซื้อมาเก็บไว้ในห้องนอนเลยทีเดียว เพราะ White Mountaineering แบรนด์แฟชั่นจากประเทศญี่ปุ่นที่ได้แรงบันดาลใจการผลิตเสื้อผ้ามาจากกิจกรรมเดินป่า ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมาก โดยล่าสุด Yosuke Aizawa เจ้าของแบรนด์ได้พาร์ทเนอร์กับ Helinox ผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับกิจกรรม Outdoor แบบ Luxury จนเกิดเป็นคอลเลคชั่น W.M.B.C by Helinox ที่ประกอบไปด้วยเต้นท์ เก้าอี้พับ เตียงนอน โต๊ะ ลวดลาย Camoflage ทำวัสดุ Polyester อย่างดี นอกเหนือจากนี้ยังมีเสื้อผ้าและหมวกโลโก้ White Mountaineering ให้ใส่รวมกันเป็นเซ็ตใหญ่ทีเดียว สำหรับคนที่สนใจสินค้าทั้งหมดเหล่านี้สามารถหาซื้อได้ที่ FREAKS STORE’s ZOZOTOWN และร้าน W.M.BX. คอลเลคชั่นดี ๆ เอ็กซ์คูลซีฟขนาดนี้ เหมาะสำหรับจะเป็น Toy For Boy สำหรับหนุ่ม ๆ
เมื่อพูดถึงเรื่องความสวยงามดกดำของคิ้ว ผู้ชายหลายคนอาจอยู่ในโหมดหูดับ ปิดประสาทการรับรู้ ขอเลือกไม่ใส่ใจ ไม่สนใจ เพราะคิดว่าเรื่องความสวยความงามมันเป็นเรื่องของผู้หญิง จะมัวมาหยุมหยิมสนใจเรื่องเล็ก ๆ แค่คิ้ว 2 ข้างจนเสียความแมนไปทำไม ทั้งที่จริง ๆ แล้ว เราอยากบอกว่า การที่ผู้ชายจะใส่ใจเรื่องความงาม ความหล่อเหลา ไม่ว่าจะเป็นส่วนไหนของร่างกายตัวเองนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก หรือเป็นเรื่องที่ดูไม่เท่ ไม่คูลแต่อย่างใด และในวันนี้ที่เราหยิบยกเรื่องของคิ้วมาพูดถึงก็เพราะได้ไปเจอผลการวิจัยว่าด้วยเรื่องของส่วนประกอบของร่างกายที่ทำให้ใบหน้าของแต่ละคนมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งถ้าจะให้ลองทายกันเล่น ๆ ตอนนี้ ว่าสิ่งนั้นมันคืออะไร เชื่อว่าชาว UNLOCKMEN คงตอบว่าดวงตากันเป็นส่วนใหญ่ แต่จากผลการวิจัยของ the University of Lethbridge ที่ได้ทดลองด้วยการให้อาสาสมัครระบุชื่อบุคคลดังจากภาพถ่าย 2 ชุด โดยชุดแรกจะเป็นภาพเหล่าคนดังที่ถูกนำดวงตาออกไป และอีกชุดเป็นภาพคนดังทั้งหลายที่มีส่วนประกอบบนใบหน้าครบ จะขาดไปก็แค่คิ้วคู่งามเท่านั้น ซึ่งผลการทดสอบกลับกลายเป็นว่าตัวเต็งเรื่องการสร้างเอกลักษณ์สำคัญบนใบหน้าอย่างดวงตาต้องตกรอบไป เพราะภาพคนดังที่แม้ดวงตาจะหายไปแต่ก็ยังมีคนจำหน้าได้ทายถูกเป็นจำนวน 56% ซึ่งมากกว่าเซ็ทภาพคนดังคิ้วหายที่มีคนทายถูกเพียง 42% เท่านั้น จากการทดสอบนี้กลายมาเป็นข้อสรุปที่ว่า คิ้วถือเป็นกุญแจสำคัญที่สามารถสร้างการจดจำ และสร้างเอกลักษณ์ความโดดเด่นเฉพาะตัวให้กับหนุ่ม ๆ อย่างเราได้ แต่ก็ใช่ว่าเกิดเป็นผู้ชายแล้วจะมีคิ้วดกดำเด่นชัดเสมอไปทุกคน เพราะหนุ่มคิ้วบางจนขาดความมั่นใจก็มีให้เห็นไม่ใช่น้อย UNLOCKMEN จึงอยากชวนหนุ่ม ๆ
พูดถึงลูกกลม ๆ ที่โดนชายทั้ง 22 คนในสนามทั้งเตะ เหยียบ เขี่ย โขก จับ ทุ่ม ชก และเขวี้ยงแล้ว มันช่างฟังดูยิ่งใหญ่ และยิ่งถ้าพูดถึงลูกฟุตบอลที่ใช้ในศึกฟุตบอลโลกยิ่งฟังดูใหญ่ยิ่ง เพราะว่ามันถูกยิงเพื่อตัดสินความเป็นชาติเจ้าแห่งลูกหนังบนโลกใบนี้ ด้วยความที่เป็นลูกฟุตบอลที่ใช้ในทัวร์นาเม้นต์ที่มีความหมายมากที่สุด ลูกบอลนั้นย่อมต้องผ่านการออกแบบมาให้มีความหมายมากที่สุดเช่นกัน มีดีไซน์สวยงาม และมีเทคโนโลยีที่ทันเท่ากับการพัฒนาฝีเท้าของนักเตะ ขณะเดียวกันก็ต้องได้มาตรฐานตามกฏ กติกาฟุตบอล ซึ่งไม่ใช่งานง่าย ๆ เลยในทุกกระบวนการผลิต อย่างใน World Cup Russia 2018 ลูกฟุตบอลที่เราเห็น คือ adidas Telstar 18 ที่ได้แรงบันดาลใจมากจากรุ่นที่เป็นไอค่อนอย่าง Telstar ปี 1970 ซึ่งออกแบบให้เป็นสีขาวและดำสลับกัน เพื่อให้มองเห็นได้ชัดในขณะที่แฟนบอลกำลังชมเกมผ่านทางทีวีขาวดำในตอนนั้น และได้รับการยกย่องมากมาย โดยในรุ่นปี 2018 นี้ ได้เพิ่มเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดให้มีโครงสร้างผิวสัมผัสที่มีคุณสมบัติเกาะยึดดีขึ้น ทนทานมากขึ้นทั้งในและนอกสนามแข่งขัน ขณะที่วัสดุบางชิ้นสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ แถมยังฝังชิพ NFC เอาไว้ ให้ผู้เล่นสามารถปฏิสัมพันธ์กับเจ้าลูกบอลใบนี้ผ่านสมาร์ทโฟน เรียกได้ว่าล้ำและลุยขึ้น ตามเกมฟุตบอลสมัยใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีมาผสานกับความดั้งเดิม ดูลูกฟุตบอลของครั้งล่าสุดกันไปแล้ว ลองมาย้อนดูการออกแบบลูกหนังในใช้ในศึกฟุตบอลโลกในอดีตกันบ้างดีกว่า จะได้รู้ถึงประวัติศาสตร์ และพัฒนาการของอุปกรณ์ที่จะขาดไม่ได้เลยของกีฬาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก World Cup 1930
พาไปสัมผัสเสน่ห์เรือนเวลาอันมีประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกกับนิทรรศการ บลองแปง โอเชี่ยน คอมมิตเมนต์ (Blancpain Ocean Commitment) ซึ่งบลองแปงถือเป็นแบรนด์นาฬิกาที่มีความผูกพันกับมหาสมุทรมาอย่างยาวนาน พร้อมการเซอร์ไพรส์เปิดตัวนาฬิกาฟิฟตี้ ฟาธอมส์ รุ่น BOC III Limited Edition ที่มาจัดแสดงในเมืองไทยเป็นที่แรกของโลก เพื่อตอกย้ำวิสัยทัศน์ของบลองแปงในการสนับสนุนโครงการอนุรักษ์ท้องทะเล ภายในงานนิทรรศการ บลองแปง โอเชี่ยน คอมมิตเมนต์ ถูกออกแบบในโทนสีน้ำเงินเข้มเหมือนท้องทะเลอันสงบนิ่ง ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและอิสระในการดำดิ่งไปสู่ความงดงามของโลกใต้น้ำ ภายในงานมีการจัดแสดงนาฬิการุ่นดังอย่าง ฟิฟตี้ ฟาธอมส์ (Fifty Fathoms) ซึ่งถือเป็นนาฬิการูปแบบโมเดิร์นสําหรับดําน้ำเรือนแรกของโลก (Modern Diving Watch) ที่ต่างมีเอกลักษณ์อันทรงพลังและฟังก์ชั่นโดดเด่นเฉพาะตัวกว่า 10 รุ่น รวมถึงนำเสนอประวัติศาสตร์และวิสัยทัศน์ของแบรนด์ในการร่วมสนับสนุนโครงการสํารวจใต้ท้องมหาสมุทรที่ถ่ายทอดผ่านภาพถ่ายใต้ท้องทะเลอันสวยงามจากช่างภาพชื่อดังระดับโลกกว่า 20 ภาพ ที่ถูกจัดวางบริเวณรอบงานให้ทุกคนได้ซึมซับบรรยากาศท้องทะเล และนำรูปภาพมาจัดทำเป็นโปสการ์ดเพื่อส่งต่อความมหัศจรรย์และเจตนารมณ์การอนุรักษ์ธรรมชาติใต้ท้องทะเลให้ทุกคนได้ตระหนักถึงคุณค่าและร่วมกันรักษามหาสมุทรให้สวยงามไปตลอดกาล โดยในงานได้มีการพูดคุยกับช่างถ่ายภาพใต้น้ำ มร.อิมราน อาหมัด (Imran Ahmad) หนึ่งในเจ้าของผลงานที่ได้จัดแสดงในนิทรรศการครั้งนี้ มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และความประทับใจในการสวมใส่นาฬิกาบลองแปงระหว่างการบันทึกภาพความสวยงามใต้ท้องมหาสมุทร โดยไฮไลท์ของนิทรรศการครั้งนี้คือการเปิดตัวนาฬิกาบลองแปงรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น Fifty Fathoms Ocean Commitment III ที่จัดแสดงครั้งแรกของโลกที่ประเทศไทย และผลิตเพียงแค่ 250
สี่ปีมีครั้ง ที่ทุกคนตั้งตาคอย อันนี้พูดถึงบอลโลก ไม่ได้พูดถึงอย่างอื่นแต่อย่างใด บอลโลกแต่ละปีมักจะมีอะไรให้เราจดจำกันอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นแมตช์สุดประทับใจ ประตูสวย ๆ จากนักเตะตัวจี๊ด เพลงบอลโลกสุดฮิตติดหู หรือจะเป็นมาสคอตที่จะได้เห็นในรูปแบบของที่ระลึกสารพัดอย่าง ซึ่งเจ้ามาสคอตมันจะไม่ใช่แค่ตัวสร้างสีสันข้างสนามเท่านั้น แต่ยังเป็นการนำเสนอจุดเด่นของชาติเจ้าภาพเอาไว้ด้วย UNLOCKMEN จะพามาดูมาสคอตบอลที่ติดตา 10 อันดับ พร้อมที่มาที่ไป ว่าเจ้าตัวนั้นมันสื่อถึงอะไรในชาตินั้น ๆ เอาไว้เป็น Cool Knowledge คุยกันมันส์ ๆ ในวงเหล้าก็ยังได้ Mascot บอกอะไร ? มาสคอตที่ถูกเลือกมาใช้ แน่นอนว่ามันต้องเป็นอะไรที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของชาตินั้น ๆ การเลือกมาสคอตจึงเป็นอะไรที่ต้องพิถีพิถัน เพราะมันจะไม่ได้ทำหน้าที่แค่มายืนเชียร์ข้างสนามหรือเป็นพวงกุญแจเพียงอย่างเดียว แต่มันจะเป็นภาพแทนของชาตินั้น ๆ ที่ออกไปสู่สายตาชาวโลกในฐานะชาติเจ้าภาพของการแข่งขันอีกด้วย เราอาจจะคุ้นเคยกับมาสคอตที่เป็นสัตว์ซะส่วนมาก ซึ่งมาสคอตประเภทสัตว์ที่ถูกหยิบมาใช้ในบอลโลก อาจจะไม่ใช่สัตว์ประจำชาติเสมอไป อย่างอเมริกาก็เคยเลือกสุนัขอย่างเจ้า Striker มาเป็นมาสคอตในปี 1994 มาแล้ว ทั้งที่มีสัตว์ประจำชาติสุดเท่อย่างนกอินทรี เหตุผลก็ง่าย ๆ เพราะสุนัขคือสัตว์เลี้ยงยอดฮิตของชาวอเมริกัน แค่นั้นเอง ไม่ได้มีแค่สัตว์เท่านั้น เรายังมีทั้งผักและผลไม้ หรือแม้แต่อะไรที่ Abstract จัด ๆ เลยก็มี
สำหรับคนที่รอคอยภาพยนตร์ฮอลลีวูดฟอร์มยักษ์แห่งปีอย่าง Ocean’s 8 ที่เป็นภาคต่อของภาพยนตร์แอคชั่นในตำนาน Ocean’s 11 ที่โด่งดังมาแล้ว บอกเลยว่าไม่ผิดหวังแน่นอน ด้วยนักแสดงในเรื่องก็ถือว่าเจ้าแม่แห่งวงการทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น Anne Hathaway, Rihanna ตัวแม่ขนาดนี้ บอกเลยว่าไม่ดูก็คงไม่ได้ ซึ่งในภาพยนต์ Ocean’s 8 นี้ คาร์เทียร์ (Cartier) แบรนด์เครื่องประดับอัญมณีสัญชาติฝรั่งเศส ที่รังสรรค์ อัญมณีชั้นสูง ได้ร่วมเป็นเอ็กซ์คลูซีฟพาร์ทเนอร์ในการรังสรรค์จิวเวลรี่ชิ้นพิเศษสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้โดยเฉพาะอีกด้วย นับเป็นความท้าทายสำหรับแบรนด์เครื่องประดับเก่าแก่สัญชาติฝรั่งเศสอย่างคาร์เทียร์ ที่ได้รับการทาบทามให้สร้างสรรค์เครื่องประดับอัญมณีชุดพิเศษ “สร้อยคอตูซองต์” สำหรับประกอบฉากในภารกิจครั้งยิ่งใหญ่ในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ ความร่วมมือในครั้งนี้เกิดจากอุดมการณ์การพัฒนาบทบาทสตรีของคาร์เทียร์ที่สนับสนุนให้ผู้หญิงมีความกล้าหาญยืนหยัดในความเป็นตัวของตัวเอง คาร์เทียร์ได้ระดมช่างฝีมือของแผนกอัญมณีชั้นสูง (High Jewelry) ณ Rue de la Paix ในกรุงปารีส ใช้ช่างอัญมณีที่เชี่ยวชาญที่สุดเพื่อรังสรรค์สร้อยคอชิ้นเอกในระยะเวลาไม่เกิน 8 สัปดาห์ นับได้ว่าเป็นความรับผิดชอบอันหนักหนาที่นอกเหนือไปจากงานประจำของพวกเขา คาร์เทียร์ได้ทุ่มทุนในการสร้างสรรค์ผลงานเพื่อความร่วมมือเสมือนความฝันครั้งนี้และท้ายที่สุดได้นำสร้อยคอตูซองต์บินข้ามทวีปจากปารีสสู่นิวยอร์ก คาร์เทียร์ยังเป็นแบรนด์เครื่องประดับเพียงหนึ่งเดียวที่ดารารับเชิญในภาพยนตร์สวมใส่ในระหว่างการถ่ายทำภาพยนตร์ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโปลิตันหรือ The Met เป็นเวลา 5 คืนติดต่อกัน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับชั้นสูง ไฮ จิวเวลรี่ นาฬิกาและเครื่องประดับแบบต่าง ๆ บูติคแฟลกชิพ ณ ถนนฟิฟท์อเวนิวหรือคาร์เทียร์แมนชั่น (Cartier
คงจะไม่มีกระแสอะไรที่ร้อนแรงไปกว่าฟุตบอลโลกเสียแล้ว ซึ่งแม้ในปีนี้ดูไม่ค่อยคึกคักเหมือนกับครั้งที่ผ่าน ๆ มา อาจเพราะประเด็นการเมือง แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าเรื่องนอกสนามคือแฟชั่นฟุตบอลที่ต้องยอมรับเลยว่าชุดการแข่งขันของชาติที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายล้วนดีไซน์ โดดเด่นสวยงามไม่ว่าจะเป็นของ Nigeria ที่กวาดรายได้ยอดขายเสื้อสูงสุดยิ่งกว่าสโมสรชั้นนำอย่าง Man Utd เสียอีก โดยหนุ่ม ๆ สามารถเข้าไปดูเสื้อ Jersey ทั้งหมดได้ที่คอนเท้นท์ (Link) ซึ่งเหมือนครั้งหนึ่งเราจะเคยบอกว่า อย่าพยายามใส่เสื้อกีฬาออกไปเที่ยวข้างนอก หากไม่จำเป็นจริง ๆ เพราะคุณไม่ได้กำลังเตะฟุตบอลอยู่ ยิ่งใส่ไปเดทด้วยแล้ว ยิ่งน่าเป็นเรื่องที่อีกฝ่ายไม่น่าปลื้ม แม้ว่าคุณเองจะรู้สึกว่าเสื้อทีมฟุตบอลตัวนั้นจะสวยแค่ไหนก็ตาม แต่เนื่องจากช่วงนี้เป็นเทศกาลฟุตบอลโลก เราเชื่อคุณอาจจะได้มีโอกาสใส่เสื้อไปเชียร์บอลตามร้านเหล้าบ้าง เพื่อสอดรับกับกระแสนี้ ทีมงาน UNLOCKMEN เลยมานำเสนอเกร็ดวิธีการใส่เสื้อกีฬาสำหรับไลฟ์สไตล์ปกติเผื่อจะเป็นประโยชน์ เลือกเสื้อที่ทำให้คุณดูดี เราเข้าใจว่าหลายคนมีทีมที่ตัวเองเป็นแฟนพันธุ์แท้อยู่แล้ว แต่เชื่อเราเถอะบางทีเสื้อทีมที่คุณชอบก็ไม่ได้มีดีไซน์คู่สีสวยงามเหมาะสวยเหมาะจะนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างเช่น Drake ที่เขาแค่มองหาเสื้อที่เขาคิดว่าเท่ อย่างเสื้อทีม Juventus สีชมพูสดใส มาใส่ ทั้งที่ Drake เองก็ไม่ใช่แฟน Juventus เลยสักนิดเดียว หรือถ้าเกิดสุดท้ายแล้วคุณคิดว่าไม่มีเสื้อทีมไหนที่สวยในสายตาคุณ บางทีอาจจะต้องไปพึ่งบริการแบรนด์ Streetwears ที่ทำคอลเลคชั่นเสื้อบอล อย่าง Supreme, Palace, Stussy,
ถึงจิตใจของพวกเราชาว UNLOCKMEN จะแกร่งดุจหินผา แต่ร่างกายของเราบางทีพอเจอกับแรงปะทะของกิจกรรมประจำวันถี่ ๆ บางครั้งมันก็ส่ออาการประท้วงว่าเหนื่อยล้า เจ็บจี๊ดจนต้องร้องหาร้านนวดกันบ่อย ๆ เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นโรค Office Syndrome ผลพวงของการทำงานจนลืมเวลาหรือออกกำลังกายตามฟิตเนสมันส์จนลืมลิมิต ทว่าไอ้การจะบอกเพื่อนว่าจะไปใช้บริการนวดอยู่เรื่อย ๆ มันก็ดูไม่ค่อยตอบโจทย์ เหมือนอ่อนแอเสียเหลือเกิน และถ้าแปะพลาสเตอร์ยาเสือสิบเอ็ดตัวไว้กลางหลัง กลิ่นยาก็คงอบอวล ฟุ้งไปทั่วห้องได้ Pain point ในใจชายนี้ ทีมงาน UNLOCKMEN ไปเจอทางแก้มาแล้วจาก Gadget ที่ EES บริษัทที่ออกแบบผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายนักกีฬาบาดเจ็บทั้งจากความเครียดและบาดแผลคิดค้นขึ้น โดยใช้หลักของการรักษาแบบตะวันออกที่ใช้การกดจุดฝังเข็มเพื่อบรรเทาอาการ จากนั้น Fabiana Valletta, Maria Franco และ Valentin Haack ดีไซน์เนอร์ก็ร่วมกันออกแบบให้ออกมาเฉียบบางยิ่งขึ้นเป็นเอกลักษณ์ หน้าตาดูล้ำ ๆ ใช้ไปยังไงก็ไม่มีใครรู้อย่างแน่นอน มีหลากสีสันให้เลือกใช้ตามความชอบ แต่ทุกสีก็ยังคุมโทนเหมาะกับผู้ชายอย่างเรา ๆ วิธีการใช้งานง่ายเป็นการนำแผ่นคลิปวางพาดหรือหนีบบริเวณอวัยวะที่ปวดเมื่อย เช่น ช่วงไหล่ ง่ามนิ้วมือ เป็นต้น ช่วงปลายแต่ละด้านถ่วงน้ำหนักด้วยแรงแม่เหล็ก ทำให้แนบเมื่อนำมาพาดทับแล้วแนบสนิทกับผิวกาย ส่วนแรงกดที่เกิดขึ้นจะช่วยสร้างพลังลมปราณ Qi energy
การออกแบบโลโก้ที่เป็นเหมือนตัวแทนของแบรนด์ สามารถฉีกไปได้หลายทาง ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างอิสระ สัญลักษณ์ หรือแม้แต่ตัวหนังสือ มันทำได้หมด แค่เป็นที่จดจำของลูกค้าแค่นั้นก็ถือว่าตอบโจทย์ของการเป็นโลโก้ในตัวมันเองแล้ว สำหรับใครที่ทำงานสายนี้ หรือกำลังปั้นแบรนด์ของตัวเอง UNLOCKMEN มาแนะนำทริกดี ๆ สำหรับการนำ TYPO มาทำเป็นโลโก้สำหรับแบรนด์มาฝากกัน หนุ่ม ๆ สายดีไซน์จะได้ไม่ตกม้าตายกับเรื่องง่าย ๆ อย่างโลโก้ HandWritten Typeface กับ HandWriting จริง ๆ HandWriting ยังคงเป็นอะไรที่ไม่เคยตาย แม้ในจะผ่านในยุคตัวหนา ตัวบาง โมเดิร์น วินเทจ อะไรจะขับเคลื่อนไปยังไงก็ช่าง แต่ HandWriting ก็ไม่เคยตกยุคไม่ว่าจะเป็นภาษาใดก็ตาม คงเป็นเพราะความมีชีวิตชีวาในลายเส้นของมัน ที่ทำให้มีเสน่ห์อยู่ในตัวเสมอ เวลาใช้ในงาน Art Work สักชิ้น เราคงคุ้นชินกับการโหลดฟอนต์ HandWriting มาใช้แล้วจบไป เพราะฟอนต์เองก็ปรับระยะได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะระยะห่างระหว่างบรรทัด ช่องไฟ ตัวหนา เอียง ได้ดั่งใจเราหมด แบบที่เป็นมาตรฐานเท่ากันทุกตัวด้วย ซึ่งต่างจาก HandWriting ที่ใช้มือเขียนจริง ๆ ที่แต่ละชิ้นมันเป็นงานชิ้นเดียวในโลก วาดใหม่แต่ละทีก็ไม่เหมือนกันแล้ว ขนาดความหนา
Kanye West จัดเป็นอัจฉริยะที่น่าหมั่นไส้คนหนึ่งของโลก แม้จะพยายามหาแง่มุมต่าง ๆ นา ๆ มาเพื่อบลัฟหรือหาข้อโต้แย้งในตัวเขา แต่เราเองก็ปฎิเสธได้ไม่เต็มปากว่า เขาคือของจริง เนื่องจากผลงานทั้งในแง่ของแฟชั่นหรือดนตรี ที่เต็มไปด้วยเรื่องโอ้อวด โคตรหลงตัว ทว่าเขากลับสามารถจัดการทุกอย่างออกมาได้อย่างชาญฉลาดถึงขั้นอัจฉริยะ เพลงของ Kanye West เต็มไปด้วยความตื่นเต้น ล้ำสมัย ก้าวไปข้างหน้าเสมอ และความเนื้อเพลงแสนดิบเถื่อน ขี้โม้ หลงตัว แต่ด้วยวิธีการนำเสนอที่แยบยล จึงไม่แปลกหากชายคนนี้จะคว้ารางวัลแกรมมี่ไปถึง 21 รางวัล ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ถือเป็นวันเกิดครบรอบ 41 ปีของ Kanye West ซึ่งก่อนหน้าเขาเพิ่งจะเปิดตัวอัลบั้มใหม่พร้อมปาร์ตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟกลางป่าใน Jackson Hole, Wyoming โดยใช้เวลาไม่ถึงสัปดาห์อัลบั้ม ‘ye’ ของเขาถูกสตรีมมิ่งมากกว่า 100 ล้านครั้งเพียงแค่สามวันเท่านั้น มิหน่ำซ้ำยังเป็นครั้งที่ 8 แล้วที่มิสเตอร์ Kanye สามารถพาอัลบั้มของตัวเองขึ้นไปเป็นอันดับหนึ่งในชาร์ท Billboard นอกเหนือจากความอัจฉริยะในเรื่องเสียงเพลง ชื่อของ Kanye West ยังถูกจดจำในฐานะต้นแบบเรื่องสไตล์การแต่งตัว เป็นไอดอลของสาวกสตรีทแวร์จนกลายเป็นผู้มีอิทธิพลต่อวงการแฟชั่นมากที่สุดคนหนึ่งของโลก โดยตัวเขาเองก็รับรู้ได้ถึงเรื่องนั้นกระทั่งตั้งชื่อเล่นให้กับตัวเองอย่างจองหองสุด
Audemars Piguet โอเดอมาร์ ปิเกต์ สุดยอดแบรนด์ผู้ผลิตเครื่องบอกเวลาชั้นสูงที่เก่าแก่ที่สุดตั้งแต่ปี 1875 จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่ประดิษฐกรรมทุกชิ้นถูกผลิตขึ้นด้วยความปราณีต งดงาม และสมบูรณ์แบบ ทั้งเรือนเวลาระดับมาสเตอร์พีซ นาฬิกาสปอร์ตสุดหรู รุ่นคลาสสิคเหนือกาลเวลา อีกทั้งเรือนเวลาอันสวยงามโดดเด่นสำหรับสุภาพบุรุษที่เทียบได้กับจิลเวอรี่ล้ำค่า รวมไปถึงสุดยอดผลงานที่มีให้ครอบครองเพียงแค่ไม่กี่ชิ้นในโลก ครั้งแรกของการจัดแสดงประวัติศาสตร์เรือนเวลาครั้งยิ่งใหญ่ของ โอเดอมาร์ ปิเกต์ ส่งตรงจากเลอ บราซู สู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นิทรรศการที่บอกเล่าการเดินทางตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อัดแน่นไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์กว่า 143 ปี และจิตวิญญาณอันทุ่มเทต่อศาสตร์การประดิษฐ์เรือนเวลาชั้นสูงในแต่ละยุคสมัย ในงานเอ็กซ์คลูซีฟ ปาร์ตี้ ฉลองเปิดตัวนิทรรศการ “From Le Brassus to Bangkok” ในงานมีการร่วมโชว์เคสผลงานชิ้นพิเศษที่ถ่ายทอดอัตลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างทรงพลัง รังสรรค์ขึ้นโดย “อริญชย์ รุ่งแจ้ง” ศิลปินร่วมสมัยเชื้อสายไทย รุ่นบุกเบิกด้านศิลปะจัดวาง (installation art) เพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับเกียรติร่วมงานกับโอเดอมาร์ ปิเกต์ พร้อมเปิดตัว เจ-เจตริน วรรธนะสิน ในฐานะ ‘Friend Of The Brand’ คนไทยคนแรกอย่างเป็นทางการ โดยมีเหล่าเซเลบริตี้ และโอเดอมาร์ ปิเกต์ เลิฟเวอร์ตบเท้าร่วมงานอย่างคับคั่ง


