หากเราย้อนกลับไปยังพื้นฐานความต้องการของมนุษย์นั้น เสื้อผ้า เป็นเพียงเครื่องนุ่งห่มเพื่อให้ร่างกายของเรารู้สึกอบอุ่นตอบสนองกับการใช้งาน มากกว่าคำนึงถึงเรื่องของความสวยงาม แต่เมื่อเวลาผ่านไปทำให้เกิดการผสมผสานระหว่างความสวยงามกับประโยชน์ใช้สอยเข้าด้วยกัน จึงเกิดเป็นคำว่าแฟชั่น ซึ่งหลาย ๆ ครั้งแฟชั่นที่สวยนั้นอาจจะไม่ใช่ของที่ดี หรือแฟชั่นที่ดี อาจจะไม่ตอบสนองการใช้งานก็เป็นได้ แต่เชื่อหรือไม่ว่า เสื้อผ้าบางประเภทสามารถเอาชนะกาลเวลา ถูกออกแบบมาเป็นร้อยปี แต่ก็ยังคงความ เท่ และร่วมสมัยอยู่ตลอดเวลา โดยสิ่งที่เรากำลังพูดถึงนี้คือ “Parka” เสื้อกันหนาวที่มีดีไซน์สวยงาม และเคยผ่านการเป็นเครื่องแบบกองทัพ รวมถึงเสื้อผ้าของชนเผ่ามาแล้ว แม้ว่าจะไม่ค่อยเหมาะกับสภาพอากาศบ้านเราก็ตาม แต่วันนี้ทีมงาน UNLOCKMEN ก็อยากจะหยิบเอาประวัติของเสื้อ Parka มาเล่าสู่กันฟัง หลายคนอาจจะจดจำภาพของเสื้อ Parka ในฐานะเครื่องแบบของทหาร หรือเครื่องแต่งกายชาว Mods แต่อันที่จริงแล้วเสื้อตัวนี้มีประวัติที่ยาวนานกว่านั้นมาก เพราะหากเราย้อนไปยังจุดเริ่มต้น แม้จะยังไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้ว่าต้นกำเนิดของ Parka มาจากไหน แต่มีพบหลักฐานที่พอจะอ้างอิงได้ เกิดขึ้นอยู่สองแห่งสำคัญด้วยกัน คือในราวทศวรรษที่ 20 ชาว Kalaallisut (ชนเผ่าหนึ่งของเอสกิโม) ได้สวมเสื้อที่เรียกว่า anorak ซึ่งมีลักษณะเป็นเสื้อคลุมตัวหนาทำจากขนสัตว์ ไว้ใช้เพื่อปกป้องร่างกายจากอากาศอันสุดแสนจะหนาวเย็น ส่วนหลักฐานอีกแหล่งกำเนิดหนึ่งของเสื้อ Parka คือชนเผ่า Caribou Inuit ที่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ
วันนี้ขอนำข่าวคราวของไอเทมมาแรงประจำ พ.ศ นี้อย่าง adidas YEEZY ที่จะเปิดตัวรุ่นสุดท้ายของปี 2017 ด้วยสีใหม่ Blue Tint / Grey Three / High Resolution Red ซึ่งเป็นสีใหม่ที่ไม่เคยมีวางจำหน่ายมาก่อน สำหรับ adidas YEEZY boost 350 “blue tint” มีภาพหลุดออกมาตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านพร้อมกับรุ่นก่อนหน้านี้ แต่ทำท่าเหมือนจะให้ sneakershead ชาวไทยต้องฝันสลาย เนื่องจากตลอดมาไม่มีรายชื่อ store list ยืนยันว่าจะเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยหรือไม่ แต่สุดท้ายทาง adidas Thailand ก็ได้ประกาศคอนเฟิร์มผ่าน Facebook official แล้วว่าเตรียมวางจำหน่ายแน่นอนในวันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม ซึ่งนอกจากเรื่องนี้ ยังมีข่าวดีเพิ่มเติมอีกคือ adidas YEEZY boost 350 “blue tint” จะเป็นหนึ่งในโมเดลที่มีสต๊อกลิสต์มากที่สุด เพิ่มขึ้นจากเดิมราว ๆ 2-3 เท่า ทำให้ทุกคนมีโอกาสคว้ารองเท้าซุปเปอร์แรร์ไอเทมของยุคมาเป็นเจ้าของมากยิ่งขึ้น สำหรับรายละเอียดของรองเท้า adidas
เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่สัปดาห์ก็จะผ่านพ้นปี 2017 ไปเสียแล้ว นับเป็นอีกหนึ่งปีที่โลกแฟชั่นของผู้ชายหมุนตัวไปอย่างรวดเร็ว และเราได้เห็นพัฒนาการแต่งตัวของหนุ่มไทยที่มีทางเลือก แถมดูสนุกกับการหา outfit มากยิ่งขึ้นกว่าสมัยก่อน ซึ่งก็ต้องขอบคุณอินเตอร์เน็ตที่มีแรงบันดาลใจ และข่าวสารมากมายให้เราเลือกเสพ ไม่ว่าจะเป็น Facebook , Instagram หรือ Pinterest ดังนั้นเพื่อเป็นการสรุปภาพรวมของทั้งปี 2017 ทีมงาน UNLOCKMEN ได้นำเทรนด์ที่เคยเกิดขึ้นตลอดปีที่ผ่านมา พร้อมทำนายว่าจะอยู่รอดหรือไม่ในปีต่อไป Retro Sportswear เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาเทรนด์ที่มาแรงแซงทุกทางโค้งเราขอยกให้กับสไตล์การแต่งตัวแบบ Retro Sportswear ที่มีกลิ่นอายของยุค 90s เพราะไม่ว่าจะเป็นเสื้อวอร์ม กางเกง Trackpants ล้วนได้รับความนิยมชนิดหาซื้อในท้องตลาดแทบจะไม่ได้ ซึ่งเครดิตทั้งหมดต้องขอยกให้กับ Demna Gvasalia และ Gosha Rubchinskiy ผู้ปลุกกระแส Retro Sportwear ถ่ายทอดผ่านแบรนด์ของตนเอง และเหมือนการคืนชีพให้กับแบรนด์กีฬาเก่าแก่ที่หายไปจากตลาดแล้วอย่าง Kappa , Champion , Umbro ให้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง Sum = แม้ว่าปัจจุบัน Gucci จะยังคงมีการทำ Tracksuit
สำหรับการเล่นกีฬา ‘เวลา’ คือองค์ประกอบที่สำคัญ ทุกเสี้ยวนาทีมีความหมายถึงแพ้หรือชนะ โดยเฉพาะกีฬาบาสเกตบอล กีฬายอดนิยมที่มีสาวกนับล้าน กีฬาที่แม้จะหมดเวลาไปแล้ว แต่ยังมีโอกาสพลิกกลับมาชนะถ้าลูกบอลถูกปล่อยออกจากมือก่อนนั้นเพียงเสี้ยววินาที เป็นกีฬาที่มีลุ้นตลอดตั้งแต่วินาทีแรก จนถึงวินาทีสุดท้าย การแข่งขันที่ต้องเอาชนะทีมคู่แข่งด้วยการโยนลูกบอลให้เข้าห่วงมากที่สุดภายในเวลา 4 ควอเตอร์ ซึ่งลีกการแข่งขันกีฬาบาสเกตบอลที่มีผู้ติดตามมากที่สุดในโลกก็คือ บาสเกตบอล NBA ในทวีปอเมริกา ล่าสุดทางทิสโซต์ (Tissot) ผู้ผลิตนาฬิกาจากสวิตเซอร์แลนด์ที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการของการแข่งขันบาสเกตบอล NBA ได้เปิดตัวนาฬิกาคอลเลกชั่นพิเศษ สำหรับการแข่งขันบาสเกตบอล NBA ซีซั่นนี้ ทิสโซต์ โครโน เอ็กซ์แอล เอ็นบีเอ ทีม (Tissot Chrono XL NBA Team) นาฬิกาที่ออกแบบมาเพื่อแฟนกีฬาบาสเกตบอล NBAโดยเฉพาะ ด้วยการนำโลโก้ของ 6 ทีมตัวท็อปของ NBA มาใส่บนตัวเรือน 6 สี 6 สไตล์ นาฬิกาคอลเลกชั่นทั้ง 6 แบบ ประกอบไปด้วยหน้าปัดสกรีนสัญลักษณ์ 6 ทีม NBA ยอดนิยม ซึ่งมี
อยู่ในปาร์ตี้ เพลงดีกำลังเพลิน สาวมองกำลังดี มีโอกาสทักทายกำลังจะได้จับมือกัน แต่ติดปัญหาแค่นิดเดียว คือมือที่ถือเบียร์เปียกจนสาวร้องยี้ น้ำหยดแหมะเสื้อกางเกงเป็นดวง ทุกอย่างกำลังดี แต่ติดปัญหาแค่นี้ ทำให้พลาดโอกาสดี ๆ ไปเฉยเลย หรืออยู่ในปาร์ตี้ที่คนเยอะมากจนไม่มีที่วางเบียร์ ต้องถือตลอดคืนจนมือเปื่อย เมื่อยไปทั้งคืน จะให้วางพื้นก็ไม่ได้ เดี๋ยวจะกลายเป็นคนไม่รักษาความสะอาด จะเต้นกังนัมสไตล์ต้องใช้สองมือ ก็ทำไม่ได้ เพราะเบียร์จะหกเอา ด้วย INSIGHT ที่เข้าใจผู้ชายเป็นอย่างมาก เราอยากขอแนะนำ ITEM สุดคูล ‘THE BEVBUCKLE BELT” เข็มขัดที่ไม่ถึงกับอัจฉริยะมากเท่าไหร่ แต่ก็ใช้วางเบียร์ได้ สบายมือไปทั้งคืน “LIFE’S TOO SHORT TO HOLD YOUR OWN DRINK” สโลแกนเด่นชัด เข้าใจง่าย ของ BEVBUCKLE BELT เข็มขัดหัวใหญ่สไตล์คลาสสิค เหมาะสมกับลูกผู้ชายแบบ เต๋า สมชาย เข็มกลัด สามารถกางห่วงสำหรับวางและประคองเบียร์ได้สบาย ๆ นิ่งอยู่ตัวทุกการเคลื่อนไหว จะเต้นโยกบน ส่ายล่าง
ปรับตัวไม่ทันก็ต้องตาย คือสัจธรรมของโลกธุรกิจ เพราะในทุกวันนี้พฤติกรรมของผู้บริโภคมีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่เรามีอินเทอร์เน็ต โซเชี่ยลมีเดีย ทุกอย่างเคลื่อนตัวไปอย่างรวดเร็ว จนทำให้ธุรกิจบางอย่างที่ปรับตัวไม่ทันก็ต้องปิดตัวลง แต่ไม่ใช่กับ Asics แบรนด์รองเท้ากีฬาสัญชาติญี่ปุ่นที่มีอายุกว่า 70 ปี นับว่าเป็นอีกแบรนด์เก่าแก่ที่กำลังพยายามปรับเปลี่ยนตัวเองให้ตามทันความต้องการของผู้บริโภค อย่างที่เราทราบกันดีว่า Asics โด่งดังอย่างมากในเรื่องของรองเท้าวิ่ง เพราะกว่า 30% ของนักวิ่งที่ลงแข่งขันในรายการ NYC มาราธอนต่างสวมใส่รองเท้าดังกล่าว แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เพียงพอต่อภาพรวมของทั้งบริษัท เพราะเราต้องไม่ลืมว่าภายใต้หลังคา Asics ยังประกอบไปด้วย Asics Tiger และ Onitsuka Tiger ที่มีความเป็นไลฟ์สไตล์แฟชั่นมากกว่าแบรนด์กีฬา ซึ่งเริ่มได้รับความนิยมน้อยลงกว่าแต่ก่อนมาก ทำให้ CEO ของแบรนด์ Gene McCarthy ต้องวางกลยุทธ์ใหม่โดยการดึง fitness fashion เข้ามาไว้ด้วยกันพร้อมทำการ relaunch แบรนด์ในทิศทางใหม่ เนื่องจากพวกเขารู้สึกว่าเจตนารมณ์ของแบรนด์ผิดแปลกไปจากความตั้งใจเดิมของผู้ก่อตั้ง น้อยคนนักที่จะรู้ว่าแท้จริงแล้ว Asics เริ่มก่อตั้งหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยนาย Kihachiro Onitsuka ที่ต้องการจะสร้างสรรค์รองเท้ากีฬาให้กับเด็ก ๆ ญี่ปุ่นได้รู้จักกับการออกกำลังกายทุกประเภท ไม่ใช่เฉพาะกีฬาวิ่ง ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า
สองหัวดีกว่าหัวเดียว น่าจะเป็นเทรนด์สำเร็จที่เราเห็นได้ชัดในการสร้างแบรนด์ประจำปีนี้ การ COLLABORATION กันระหว่างแบรนด์ประเภทเดียวกัน แบรนด์ต่าง CATEGORY กัน ที่เขย่าโลกมากที่สุด ต้องยกให้ LOUIS x SUPREME ที่เขย่าวงการแฟชั่นและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ทั้งคู่ WIN-WIN ไปด้วยกัน หรือจะเป็นการร่วมงานระหว่างแบรนด์กับศิลปิน ที่ช่วยทำให้สินค้ามีเรื่องราวที่น่าสนใจขึ้น อย่าง ADIDAS x KANYE WEST สร้างลัทธิ YEEZY CRAZY ในหมู่วัยรุ่น MASS หรือ ALEXANDER WANG ที่เน้นจับกลุ่ม HIGH-FASHION STREETWEAR ถ้าให้เรานับนิ้วว่าปีที่ผ่านมามีการ COLLABORATION กี่ครั้ง คงจะเยอะเกินนับไหว ไม่ใช่แค่ในต่างประเทศ บ้านเราเองก็มีเทรนด์การ COLLABORATION มากขึ้น แต่จะเน้นไปที่การจับมือกับ ARTIST มากกว่าการข้ามแบรนด์ ที่เห็นตัวอย่างชัดเจนก็มี CHANG LIMITED EDITION เป็นผู้นำการ COLLABORATION ของไทยไปในช่วงปลายปีที่แล้ว โดยการจับมือกับ ALEX TROCHUT,
เนื่องจากประเทศของเราในทุกวันนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวดราม่า ชวนให้ปวดหัวอยู่ตลอดเวลา คอนเทนต์ sneakers of the week ก็อยากจะหาแง่มุมตลกขบขันในรูปแบบของแฟชั่นรองเท้ามาฝากกันเพื่อผ่อนคลายสมองจากเสพความหนัก ๆ มาตลอดทั้งสัปดาห์ ซึ่งในสัปดาห์นี้เราขอหยิบประเด็นรองเท้า sneakers ของท่านผู้นำในแต่ละประเทศกันดีกว่า ว่ามีผู้นำประเทศที่ให้ความสนใจในเรื่องของสไตล์ เนื่องจากเรามักจะคุ้นภาพนักการเมืองส่วนใหญ่ผูกไท ใส่สูท รองเท้าหนัง จนเราแอบเผลอคิดว่าพวกเขาให้ความสนใจกับเรื่องของสไตล์กันบ้างหรือเปล่า Albanian ถือเป็นเรื่องฮือฮาอยู่พอสมควรเมื่อนายกรัฐมนตรี Edi Rama ของประเทศอัลเบเนีย ได้แต่งกายแบบไฮบริดระหว่างฟอร์มอล และสตรีทแวร์ขณะ เดินทางไปพบประธานาธิบดีของประเทศฝรั่งเศส โดยท่านได้สวมชุดสูทร่วมกับรองเท้าผ้าใบอย่าง adidas original superstar ซึ่งเนี่ยไม่ใช่ครั้งแรกที่ Edi Rama สวมใส่ sneakers ออกสื่อเพราะท่านเป็นหนึ่งในผู้นำน้อยคนนักที่จะนิยมสวมใส่รองเท้าผ้าใบมากกว่ารองเท้าหนังเหมือนกับท่านผู้นำประเทศอื่น ๆ Russia Dmitry Medvedev ท่านนายกรัฐมนตรีของประเทศรัสเซียในปัจจุบัน ซึ่งต้องขอบอกว่าท่านเป็นนักสะสม sneakerhead ตัวเป้งเลยก็ว่า เพราะท่านเคยสวมใส่รองเท้า raf simon รุ่น ozweegos ขณะให้สัมภาษณ์กับสื่อ หรือแม้แต่ตอนที่ไปออกกำลังกายกับประธานาธิบดี Vladimir Putin ท่านก็ยังสวมใส่ Nike
RAG & BONE จับมือ “ดีสนีย์”และ “ลูคัสฟิล์ม” เปิดตัวแคปซูลคอลเลคชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟต้อนรับการมาถึงของภาพยนตร์ สตาร์ วอร์ส ภาคใหม่ที่ใช้ชื่อว่า “Star Wars: The Last Jedi – สตาร์ วอร์ส: ปัจฉิมบทแห่งเจได” แคปซูลคอลเลคชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้นำเสนอเสื้อผ้าชิ้นไอคอนของ rag & bone ที่นำมาตีความหมายใหม่ด้วยรายละเอียดและเรื่องราวของภาพยนตร์มหากาพย์สุดยิ่งใหญ่แห่งยุคอย่างสตาร์ วอร์ส ตั้งแต่การเล่นกับสีสันที่ คอนทราสต์และรายละเอียดปลีกย่อยที่ซ่อนอยู่อย่างน่าสนใจ โดยทั้งหมดจะสื่อถึงสมดุลของความดีและความชั่ว ที่แบ่งเป็นสองด้านของพลัง – ด้านสว่างและด้านมืด ฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามกันอย่างจักรวรรดิกาแลคติกและพันธมิตรกบฏ ไปจนถึงความขัดแย้งระหว่างฝ่ายต่อต้านและฝ่ายปฐมภาคี “ผมเป็นแฟนตัวยงของหนังเรื่องสตาร์ วอร์สมานาน เพราะฉะนั้นมันเยี่ยมไปเลยที่ผมจะมีโอกาสได้สร้างสรรค์คอลเลคชันแคปซูลพิเศษนี้ที่ไม่เพียงทำออกมาพร้อมกับการเปิดตัวภาพยนตร์สตาร์ วอร์สภาคใหม่ “Star Wars: The Last Jedi – สตาร์ วอร์ส: ปัจฉิมบทแห่งเจได” เท่านั้น แต่ยังทำออกมาในช่วงเวลาที่ภาพยนตร์ชุดนี้ครบรอบ 40 ปีพอดีด้วย โดยแนวทางการสร้างสรรค์เสื้อผ้าในคอลเลคชันนี้คือ การเลือกเอาเสื้อผ้า rag & bone
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าในปัจจุบัน ผู้ชายอย่างเรา ๆ กลายเป็นคนช่างเลือก และชอบช้อปปิ้งมากกว่าผู้หญิงเสียอีก เพราะจากสถิติทั้งหลายต่างบ่งชี้ว่า ผู้ชายเริ่มมาให้ความสนใจกับตลาดด้านแฟชั่นมากขึ้นกว่าสมัยก่อน จากเดิมที่ผู้ชายจะให้ความสนใจเพียงเรื่องของ รถยนต์ gadget หรือการดื่มสังสรรค์ ยิ่งไปกว่านั้นจากที่เราเคยเหน็บแนมบอกว่าผู้หญิงช้อปเก่ง กระเป๋าก็แสนแพง แต่เมื่อเทียบกับเสื้อผ้าของผู้ชายในตอนนี้ต้องบอกว่าขี้ปะติ๋ว ตัวอย่างเช่น เสื้อฮู้ด Louis Vuitton x Supreme สามารถซื้อกระเป๋า Louis Vuitton ได้ถึงสองใบ หรือแม้กระทั่งรองเท้ามหาชนอย่าง NMD รุ่นยอดนิยมก็สามารถจับจ่ายใช้สอยกับเครื่องสำอางผู้หญิงใหม่ได้ทั้งเซ็ต ดังนั้นจะบอกว่าผู้หญิงช็อปปิ้งเก่งกว่าผู้ชาย คงจะต้องถอนคำพูดนี้เสียแล้ว ซึ่งไอ้การช้อปปิ้งดูแลตัวเองถือเป็นเรื่องที่ดี และทีมงาน UNLOCKMEN ก็ขอสนับสนุน ถ้าหากมันไม่ได้ทำให้คุณเดือดร้อนชักหน้าไม่ถึงหลังสำหรับเงินในแต่ละเดือน เพื่อเติมเต็มความสุขให้กับชีวิต แต่สำหรับบางคนที่ยังมีรายจ่ายอื่นที่จำเป็นมากกว่า และก็จะอยากจะจับจ่ายใช้สอยดูแลตัวเอง เราได้นำเคล็ดลับการช้อปปิ้งสไตล์แมน ๆ เพื่อไม่ให้ทุกคนตกเป็นทาสแฟชั่น ใช้จ่ายเงินเกินความจำเป็น ต้องไม่ตกเป็นเหยื่อของแฟชั่น แม้ว่าปัจจุบันตลาดแฟชั่นผู้ชายจะพยายามนำเสนอเทรนด์ต่าง ๆ ออกมาแทบจะตลอดเวลา ให้เราได้รู้สึกเกิดกิเลสอยากจะช็อปปิ้งเสียเหลือเกิน แต่เราอยากจะให้ทุกคนตั้งสติเอาไว้อย่าตกเป็นเหยื่อการตลาดของพวกเขา เพราะผู้ชายไม่ได้มีสไตล์ที่ซับซ้อนเท่ากับผู้หญิง ดังนั้นเราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนสไตล์ตามทุกคอลเลคชั่น ไม่ต้องกดดันตัวเองว่าต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่อยู่เรื่อย ๆ ลองนำเสื้อผ้าที่มีอยู่มามิกซ์แอนด์แมทช์ และเลือกลงทุนเฉพาะไอเทมคลาสสิคที่คิดว่าจะได้สวมใส่บ่อย ๆ อาทิ
ย้อนกลับไปราว 18 ปีก่อน มีภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่เข้ามาสร้างกระแส แอคชั่น-แฟนตาซี ให้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากฉากสเปเชียลเอฟเฟ็คต์สุดเว่อร์วัง แนวคิดวิทยาศาตร์ล้ำยุค บวกกับเนื้อหาที่สอดแทรกทั้งศาสนา จริยธรรม ปรัชญา จึงทำให้ The Matrix แทบจะเป็นภาพยนตร์ไตรภาคแห่งทศวรรษ แต่นอกเหนือจากเนื้อเรื่องในภาพยนตร์แล้ว ความเจ๋งอีกอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นจาก The Matrix คือไม่น่าเชื่อว่าแฟชั่นสไตล์ลิสภายในหนังเมื่อราว ๆ 18 ปีก่อนที่สุดแสนจะล้ำยุค และดูไม่น่าจะกลายเป็นสิ่งที่สวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน กลับกลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้กับแฟชั่นในปัจจุบันราวกับทำนายไว้ ดังนั้นในวันนี้ทีมงาน UNLOCKMEN ขอนำคอสตูมที่เคยเกิดขึ้นใน The Matrix และกลายมาเป็นเทรนด์แฟชั่นในขณะนี้ Futuristic Sunglass แว่นตาทรงแปลกที่ดูล้ำยุค และเกิดขึ้นในภาพยนตร์ The Matrix เมื่อตัวละคร Neo สวมใส่ ซึ่งเอาเขาจริงตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาก็ไม่ค่อยมีใครจะกล้านำมาสวมใส่เสียเท่าไหร่ เนื่องจากมันดูล้ำแหวกแนวจนเกินไป แต่กลับกลายเป็นว่าในปีที่ผ่านมา Demna Gvasalia ไดเรคเตอร์คนดังของ Balenciaga และ Vetements นำมันกลับมาเล่นอีกครั้ง จนกลายเป็นกระแสเทรนด์ให้คนหยิบจับแว่นไอเทมล้ำยุคนี้กลับมาสวมใส่อย่างแพร่หลาย Bondage Pants กางเกงที่เคยมีสายรัดระโยงระยางเต็มกางเกงของ Neo
24KILATES ร้านสตรีทแวร์ชั้นนำหยิบเอาความเป็นไทยมาใส่ในการร่วมงานระดับโลกอีกครั้ง กับ Limited Edition สุดพิเศษอันเกิดจากความร่วมมือกับ “HUMMEL HIVE” แบรนด์ไลฟ์สไตล์สปอร์ตแวร์ระดับตำนานจากยุโรป สร้างเป็นผลงานสุดยิ่งใหญ่ที่นำเอากีฬายอดนิยมอของคนไทยอย่าง “ตะกร้อ”มาเป็นแรงบันดาลใจ และออกแบบผ่านตัวละครในวรรณคดีไทยอย่าง “ยักษ์อินทรชิต” การร่วมงานครั้งนี้มาในคู่สีดุดันอย่าง “ดำ/ทอง” อันประกอบไปด้วยชุดกีฬาและรองเท้าสุดคลาสสิก HUMMEL Marathona ที่ได้รับการนำกลับมาทำใหม่อีกครั้ง บรรจงตกแต่งด้วยความหรูหรา วัสดุของรองเท้าผลิตด้วยหนังแท้ Lambskin Leather ทั้งคู่เช่นเดียวกับเครื่องหนังระดับ Hi-End ตัวรองเท้าตัดเย็บแบบ One-Piece Upper หรือตัดเย็บด้วยวัสดุชิ้นเดียว ทำให้ได้รูปทรงที่ดูทันสมัยและเรียบหรูขึ้นมา นมาพร้อมกล่องรองเท้าหุ้มหนังสุดหรู พร้อมเหรียญโลหะสัญลักษ์ลูกตะกร้อสีทองที่สั่งทำขึ้นโดยเฉพาะ สำหรับตัวเสื้อผ้ากีฬานั้นจะประกอบไปด้วยเสื้อแขนสั้น, เสื้อแขนยาว และกางเกงขาสั้น ออกแบบมาในแบบชุดกีฬาแนวคลาสสิกตามสไตล์ของ HUMMEL มาในงานผลิตระดับ Premium ซึ่งจะมีจุดเด่นอยู่ที่แถบลูกศร chevronด้านข้าง ใช้โทนสีดำ/ทอง ซึ่งจะมีการพิมพ์ลายหน้ายักษ์สยามอินทรชิตขนาดใหญ่ที่ตัวเสื้อซึ่งจะให้ลวดลายที่ดูนูนขึ้นมาจากเนื้อผ้า เมื่อหันไปด้านหลังจะพบตัวอักษรภาษาไทยว่า “ทีมสยาม” และที่เบอร์ผู้เล่นจะใช้ “24” สีทอง ส่วนเสื้อแขนยาวจะมีตัวอักษรภาษาไทยคำว่า “ทีมสยามอินทรชิต” คาดที่ต้นแขนเพิ่มขึ้นมา ความพิเศษทั้งหมดนี้จะผลิตมาในจำนวนจำกัดเพียง 333 ชิ้นต่อแบบเท่านั้น และจะวางจำหน่ายเฉพาะในร้านรองเท้าชั้นนำของโลกเพียงไม่กี่แห่งอย่างเช่น


