เรื่องราวจากอดีตถือเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนชื่นชอบ เพราะความขลัง ความวินเทจที่เราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปสัมผัสได้ด้วยตัวเอง ภาพถ่ายจากวันเก่าก่อนที่หลงเหลืออยู่จึงชวนให้คิดถึงและโชว์ให้เราได้เห็นช่วงเวลาอันแตกต่างจึงเป็นสิ่งที่พวกเรามักนำมาแบ่งปันกันเสมอ วันนี้ UNLOCKMEN จะพาทุกคนย้อนเวลาไปยังปี 1970 ในเมือง Zuffenhausen แหล่งผลิตรถยนต์สัญชาติเยอรมนีที่ได้ฉายาว่า ‘เจ้าชายกบ’ คอลเลกชันภาพถ่ายจากยุค 70 เกิดขึ้นโดยช่างภาพหนุ่มนามว่า Bruce Thomas เขาได้ถ่ายภาพขั้นตอนการผลิตและขนส่งรถยนต์ปอร์เช่ในเมือง Zuffenhausen ที่อยู่ใกล้กับ Stuttgart แหล่งผลิตรถยนต์ขนาดใหญ่ของแบรนด์เจ้าชายกบ ด้วยกล้อง Nikon F Photomic เลนส์ Nikkor 50 มม. ฟิล์ม High Speed Ektachrome ตั้งค่าความไวแสง (ISO) ไว้ที่ 160 ปอร์เช่ 914/6 เป็นรถยนต์รุ่นที่ 2 ของแบรนด์ ผลิตออกมาในรูปแบบเครื่องยนต์วางอยู่ตรงกลาง กำเนิดขึ้นในปี 1969 ด้วยจำนวนเพียงแค่ 3,338 คันเท่านั้น โดยสาเหตุที่ทำให้เจ้าชายกบรุ่นนี้มีจำนวนการผลิตน้อยมาจากต้นทุนการผลิตที่สูงกว่ารุ่นอื่น ๆ แถมเจ้า 914/6
สิ่งนึงที่แบรนด์รถยนต์ทั่วโลกได้เรียนรู้จาก Tesla คือการสร้างรถพลังงานไฟฟ้าที่น่าเบื่อนั้น สร้างยอดขายไม่ได้ แต่ถ้าเป็นรถพลังงานไฟฟ้าที่ Inspired มาจาก Mustage ล่ะ? ดูเหมือนว่า Mustang Mach-E Electric SUV จะเป็นคำตอบที่ Ford ทำการบ้านมาเป็นอย่างดี ในยุคที่ตลาด SUV กำลังมาแรงแซงทุกตัวถัง เราเห็นทั้ง Lamborghini, Rolls-Royce หันมาลงแข่งในตลาดนี้กันอย่างดุเดือด ในขณะเดียวกัน อีก Segment ที่หอมหวานของ Electric SUV ก็มีอนาคตที่สดใสน่าสนใจไม่น้อย แถมยังเป็น sengment ที่ค่อนข้างจะมีเจ้าตลาดน้อย อย่างที่นึกออกเร็ว ๆ ก็มีเพียง Tesla Model X, Jaguar I-Pace, MG ZS EV ดังนั้นการรีบผลักดันเปิดตัว Mustang Mach-E Electric SUV ออกมาในตลาดนี้จึงถือเป็นการตัดสินใจที่สำคัญและทำได้ดีเลยทีเดียว WE NEED A NEW
ด้วยความเข้าใจในความต้องการและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย สานต่อแคมเปญ ‘JOY is BMW’ ด้วยการสื่อสารผ่านคำง่าย ๆ แต่มีความหมายลึกซึ้งอย่างคำว่า ‘JOY’ โดยมุ่งรังสรรค์สุดยอดประสบการณ์เหนือระดับผ่านโปรแกรม The Ultimate JOY Experience อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูไม่ว่าจะเป็นรุ่นใด ได้ร่วมเปิดประสบการณ์ที่ยากจะมีใครได้สัมผัส ครบครันทั้งกิจกรรมไลฟ์สไตล์ในประเทศ และทริปต่างแดนสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ล่าสุด บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ได้สร้างความเร้าใจครั้งใหม่กับการพลิกโฉม JOY ด้วยกิจกรรมใหม่สุดพิเศษตลอดปี 2020 นี้ที่พร้อมเชื่อมโยงสาวก BMW และแบรนด์เข้าไว้ด้วยกัน ‘JOY’ คือตัวตนของบีเอ็มดับเบิลยู ซึ่งเป็นโฟกัสของแบรนด์ที่มุ่งเน้นการสร้างสุนทรียภาพในการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีวิศวกรรมยานยนต์ที่ล้ำสมัย ควบคู่ไปกับดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ดังนั้น JOY จึงเปรียบดั่งหัวใจของแบรนด์ที่แทรกซึมและขับเคลื่อนทุก ๆ สิ่งที่แบรนด์ทำ เพราะ BMW ไม่ได้สร้างแค่รถยนต์เท่านั้น แต่ได้สร้างความรู้สึกที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า และตอนนี้ได้มุ่งเน้นสร้างความ JOY ที่เหนือไปกว่าการขับขี่ด้วยประสบการณ์ไลฟ์สไตล์อันหลากหลายที่คัดสรรมาให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นสายท่องเที่ยว สายกินดื่ม ผู้ที่ชอบเล่นกีฬา รักสุขภาพ ขาช้อป หรือคนรักเสียงเพลงและความบันเทิง เชื่อว่าครบและตอบโจทย์ทุกคนอย่างแน่นอน ในช่วง
หลังจากปีที่แล้วข่าวอวสานรถเต่าทำให้คอโฟล์กทุกคนต้องคอตก วันนี้ UNLOCKMEN ไปเจอสองล้อคันใหม่ที่ใช้ร่างเก่าของ BEETLE มาประดิษฐ์ให้หายคิดถึง เจ้านี่คือ “VOLKSPOD” มินิไบค์ VW ที่พ่อหนุ่มชื่อ Brent Walter ถอดชิ้นส่วนของ Volkswagen Beetle Type 1 หรือที่เรียกว่า “BUG” มาประกอบเป็นมินิไบค์คันใหม่ ทำสีใหม่ให้สดใส งานทำมือที่ได้ด้านในสอดไส้ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 79 cc ซึ่ง Brent ยืนยันว่ารถมินิไบค์คันนี้มันจะมีความเป็นไดนามิกมากกว่า Beetle Type 1 ต้นทางของมันอย่างแน่นอน ใครอยากรู้ว่าวิ่งได้เร็วแค่ไหน เราแนบคลิปมาแล้วเลื่อนลงไปดูด้านล่างได้เลย ถึงหน้าของมันจะดูอ้วน ๆ ไฟหน้าจะใหญ่ยักษ์ไม่อยู่ใกล้ใต้แฮนด์ แต่เพราะทรงนี้แหละทำให้หลายคนมองออกทันทีว่ามันมาจาก Bug นอกจากโครงที่เป็นพระเอกแล้ว ส่วนที่ไม่พูดถึงเพิ่มไม่ได้คงเป็นเรื่องแฮนด์ขนาดยาว หน้าตาแหวกแนวรถมอเตอร์ไซค์ทั่วไปจากความกว้างแฮนด์ ที่ดูเหมือนจักรยานมากกว่ากับไฟหน้าดวงกลมโตที่มาจากไฟของ Type 1 พ่วงด้วยไฟท้ายสีแดงพร้อมอวดลำแสงให้คนขับตามได้ชื่นชม มาลองดูความเท่ของมันในคลิปไปพร้อมกัน ตอนนี้รายละเอียดอาจจะยังออกมาไม่มากนัก สำหรับคนที่มีเงินเต็มกระเป๋าพร้อมจ่ายให้งานคราฟต์เพราะตกหลุมรักคันนี้ตั้งแต่แรกเห็นเหมือนเรา หรืออยากให้รถเต่าในบ้านได้มีสมาชิกใหม่ไปยืนเทียบ บอกเลยว่าเขายังไม่เผยรายละเอียดการวางจำหน่าย ไม่รู้ว่าจะมีแพลนขายไหมเพราะโมรถขึ้นมาเอง ใครที่อยากเข้าไปดูรูปดีเทลข้างในให้จุใจคลิกไปตามต่อจาก IG ของ
ไลฟ์สไตล์ของคนสร้างความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีให้กับทุกอย่างรอบตัว สิ่งหนึ่งที่อยู่กับพวกเราทุกวันและสะท้อนเส้นทางที่ถูกพัฒนาให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตมากที่สุดก็คือ “รถยนต์” ปัจจุบัน คำจำกัดความของรถยนต์แต่ละเซกเมนต์ แม้จะบอกจุดประสงค์การใช้งานที่เหมือนเดิม แต่ทุกอย่างก็ยังได้รับการพัฒนาอยู่เสมอ เช่น City Car รถเพื่อคนเมืองที่เริ่มเป็นที่รู้จักในประเทศตั้งแต่ปี 1981 ทุกวันนี้ได้ผ่านการพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้คนมาไกลกว่าที่เราจะคาดคิด ทุกอย่างมักเริ่มต้นขึ้นไลฟ์สไตล์ของเราทั้งนั้น UNLOCKMEN ขอชวนทุกคนไปตามดู 3 ไลฟ์สไตล์จากผลสำรวจพฤติกรรมคนเมืองที่เชื่อมโยงกับการสร้างวิวัฒนาการของการพัฒนารถ City Car ที่เราอาจคาดไม่ถึงมาก่อนต่อไปนี้ แล้วคุณจะแปลกใจว่าพวกเราทุกคนนี่แหละที่อยู่เบื้องหลังของการพัฒนาในวันนี้ Better Performance: ไลฟ์สไตล์ของคนในโลกปัจจุบันมีแต่จะเร่งรีบขึ้นทุกวัน ในหนึ่งวันเรามีหน้าที่ทั้ง Work และ Play ที่มากขึ้น จากผลสำรวจของ McCann เผยว่าวันนี้คนเมืองค้นพบตัวเองได้ไวขึ้นเพราะสังคมออนไลน์เชื่อมทุกคนเข้าหากัน แบ่งปันสิ่งที่หลงใหลร่วมกัน จึงทำให้รูปแบบการใช้ชีวิตของเราในแต่ละวันไม่ได้มีแค่แบบเดียว ถ้าสังเกตตารางชีวิตของเราหรือคนรอบข้างจะเห็นว่าคนเมืองใส่ใจกับการใช้ชีวิตเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เริ่มจากช่วงเช้าเราไปทำงาน กลางวันอาจต้องออกไปประชุมกับลูกค้า จบจากชีวิต 9 to 5 เราก็ยังบริหารชีวิตต่อไปทั้งนัดกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนและครอบครัว หรือปันเวลาในหนึ่งอาทิตย์ไปยิมเพื่อรักษาสุขภาพ การบาลานซ์ทั้งหมดให้ลงตัวจึงมาจากการบริหารเวลา 24 ชั่วโมงให้คุ้มค่าที่สุด และปัจจัยสำคัญอย่างการเดินทางก็กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ตัดเกรดเรื่องนี้เสมอ The 101 percent co. ltd ระบุตัวเลขผลสำรวจความคิดเห็นของคนเมืองในสังคมไทยปี
Audi ประกาศเตรียมวางขาย Audi R8 RWD ลงสู่ตลาดในช่วงต้นปี 2020 เพราะได้เสียงตอบรับที่ดีจากกลุ่มผู้ซื้อ หลังจากเมื่อปี 2018 พวกเขาทดสอบความนิยมในตลาดด้วยการปล่อยขายในจำนวนจำกัด Audi R8 RWD หรือโมเดลขับเคลื่อนล้อหลังเตรียมถูกโยกเข้าสู่รุ่นผลิตหลักเคียงข้าง R8 AWD (All-Wheel Drive) หลังจากปีที่ผ่านมา Audi ทดลองส่ง R8 ในโปรแกรม RWS (Rear Wheel Series) ออกสู่ตลาด และได้เสียงตอบรับที่ดีจากลูกค้าของแบรนด์ เพราะราคาที่ถูกลงและน้ำหนักของตัวรถที่เบาลง Audi R8 RWD เปิดตัวมาในโมเดล 2 ประตู (Coupe) และเปิดประทุน (Spyder) แต่ยังคงงานออกแบบภายนอกจากรถโมเดลมาตรฐานไว้ ไม่ว่าจะเป็นช่องลมด้านหน้า 3 ช่อง สี Gloss Black และช่องอากาศด้านหลัง รวมถึง Diffuser ก็ทำออกมาในสี Gloss Black เช่นกัน ต่างกันเพียงช่องลม
Hennessey Performance Engineering (HPE) ถือเป็นสำนักปรับแต่งรถที่คนรักรถยนต์หลายคนรู้จักกันดี เพราะพวกเขาเคยฝากฝีมือไว้กับการปรับจูนรถยนต์ทั้งจากค่าย Ferrari, Porsche, Chevrolet, Dodge และอีกหลายค่าย ล่าสุดพวกเขาจับรถยนต์โมเดลสุดดุดันอย่าง Jeep Gladiator มาเปลี่ยนเป็นขุมพลัง 1000 แรงม้า HPE มีประสบการณ์ปรับแต่งรถสุดแรงจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น Porsche Taycan, Chevrolet Camaro, Chevrolet Corvette C7 ,Ford Mustang, Dodge Charger Hellcat, McLaren 720 โดยการปรับแต่งทุกครั้ง คนรักรถทั่วโลกต่างก็ฮือฮาเพราะรูปลักษณ์และความแรงที่มีประสิทธิภาพ มารอบนี้สำนักแต่งสุดแรงร่วมมือกับ MAXIMUS และ Shell Pennzoil สร้าง Jeep Gladiator Maximus 1000 ที่มีพื้นฐานมาจาก Jeep Gladiator รุ่นปี 2020 โดยดัดแปลงรูปลักษณ์ภายนอกใหม่ให้เป็นสีดำล้วน ตัวรถยกสูงกว่ารุ่นมาตรฐาน 6 นิ้วจากการอัพเกรดช่วงล่างใหม่ทั้งหมด
Lamborghini Squadra Corse แผนกพัฒนารถแข่งของค่ายกระทิงเปลี่ยวปล่อยวิดีโอ Teaser ความยาว 33 วินาทีซึ่งเผยให้เห็นรูปทรงบางส่วนของ Lamboghini Aventador ไฮเปอร์คาร์คันใหม่ที่ผลิตขึ้นมาเพื่อใช้ในสนามแข่งโดยเฉพาะ คาดว่าจะพร้อมส่งมอบให้กับลูกค้าภายในสิ้นปี 2021 ไฮเปอร์คาร์คันใหม่ของ Lamborghini พัฒนาโดยมีพื้นฐานมาจาก Aventador ซึ่งคาดว่าจะถูกเรียกด้วยชื่อ “SVR” ภาพบางส่วนที่เห็นในตัวอย่างวิดีโอ เราจะเห็นรถโมเดล Aventador สีเขียวที่มีช่องลมบนฝากระโปรงและฮู้ดดูดอากาศขนาดใหญ่บนหลังคา นอกจากนี้ยังมีสปอยเลอร์ขนาดใหญ่และ Difusser ด้านหลังที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ รูปลักษณ์สมเป็นรุ่นพัฒนาเพื่อลงแทร็กโดยเฉพาะ โครงสร้างของ Aventador สร้างขึ้นให้มีน้ำหนักเบาเท่าที่จะทำได้ ตัวรถใช้โครงสร้างชั้นในเป็นเหล็กที่ครอบทับด้วยตัวถังจากคาร์บอนไฟเบอร์ตั้งแต่หัวจรดท้าย ตัวรถกขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตร ให้พลังสูงถึง 830 แรงม้า แรงขึ้นจากโมเดลล่าสุดอย่าง Avantador SVJ ประมาณ 60 แรงม้า ทั้งหมดสั่งงานด้วยชุดเกียร์ Xtrac 6 Speed ที่สร้างขึ้นมาให้ตอบสนองฉับไว เพื่อตอบสนองการเป็นรถยนต์สำหรับแข่งขัน นอกจากไฮเปอร์คาร์คันใหม่ซึ่งมีพื้นฐานจาก Avemtador ที่เตรียมปล่อยมาวิ่งในสนามแข่ง Lamborghini
ผู้ชายอย่างเราต่างชื่นชอบความท้าทายและการเอาชนะเป้าหมาย เพราะไม่ว่าขีดจำกัดที่ตัวเองตั้งเอาไว้จะยากแค่ไหน แต่หากเราทำได้สำเร็จนั่นคือการพิสูจน์ว่า ตัวเรามีศักยภาพมากพอที่จะทำเรื่องที่ยากหรือเหนือขีดจำกัดของตัวเองได้ การวิ่งมาราธอนคือหนึ่งในกิจกรรมที่หนุ่ม ๆ หลายคนใช้ท้าทายขีดจำกัดของร่างกายและวินัยในตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นคนที่เริ่มต้นวิ่งเพื่อสุขภาพ หรือคนที่ฝึกซ้อมจริงจังโดยมีเป้าหมายคือพิชิตการแข่งขันมาราธอนระดับเวิลด์เมเจอร์สักครั้งในชีวิต และเรารู้ว่าทุกคนกำลังมองหารายการแข่งขันที่ท้าทายกันอยู่ BMW Berlin Marathon คือ 1 ใน 6 การแข่งขันมาราธอนระดับเวิลด์เมเจอร์ที่คนทั่วโลกสนใจและต้องการเข้าร่วมมากที่สุด เพราะการแข่งขันที่จัดขึ้นครั้งแรกในปี 1974 ณ ใจกลางกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี รายการนี้ถือเป็นสนามมาราธอนที่มีชื่อเสียงในหลายด้าน ๆ ไม่ว่าจะเป็นความเหมาะสมของอากาศหรือความสวยงามตลอดสองข้างทาง ทำให้แต่ละปีมีนักวิ่งมาราธอนจากทั่วโลกเข้าร่วมมากกว่า 40,000 คน BMW Berlin Marathon ยังเป็นสนามวิ่งที่เหมาะสมที่จะท้าทายสถิติการวิ่งของตัวเอง เพราะนี่คือหนึ่งในสนามที่มีปัจจัยเหมาะสมจะวิ่งมาราธอน เพราะเป็นสนามที่มีทางโค้งน้อยและอยู่ในระดับความสูงจากน้ำทะเลที่เหมาะสม รวมถึงอุณหภูมิซึ่งอยู่ระหว่าง 14-18 องศาเซลเซียส ทั้งหมดเป็นเหตุผลที่ทำให้ BMW Berlin Marathon เป็นรายการแข่งขันที่เหล่านักวิ่งระดับตำนานมาฝากสถิติโลกเอาไว้มากที่สุด รวมถึงสถิติโลกปัจจุบันที่ Eliud Kipchoge ทำได้ในปี 2018 ด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 1 นาที 39 วินาที
รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์หรือ Electric Vehicle คือยนตรกรรมสมัยใหม่ที่มีบทบาทต่อชีวิตผู้ชายขึ้นเรื่อย ๆ และรูปแบบรถยนต์พลังงานสะอาดเหล่านี้ก็แสดงให้เห็นว่านอกจากระบบพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว สมรรถนะและอารมณ์การขับขี่ รถยนต์ไฟฟ้าเองก็สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างอิสระ ล่าสุด Nissan ค่ายรถยนต์ที่มีประสบการณ์ในการออกแบบและสร้างสรรค์รถยนต์ไฟฟ้ามานานกว่า 70 ปีเปิดตัวรถเจเนอเรชั่นที่ 2 ของ นิสสัน ลีฟ (Nissan LEAF) ซึ่งคาดว่าหนุ่ม ๆ ในเมืองไทยคงมีโอกาสได้ทำความรู้จักกับยนตรกรรมคันนี้ไปแล้วไม่มากก็น้อย และคงไม่ข้องใจกับการขับขี่ในเมืองเพราะนิสสัน ลีฟ ตอบโจทย์การใช้งานชีวิตคนเมืองได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามมีคำถามเกิดขึ้นเสมอว่า หากเราต้องเดินทางด้วยรถไฟฟ้าในเส้นทางที่ท้าทายมากขึ้น และมีระยะการขับขี่ไกลขึ้น ยนตรกรรมเหล่านี้จะยังสามารถแสดงสมรรถนะและตอบโจทย์การใช้งานได้สมบูรณ์แบบอยู่หรือไม่ ? UNLOCKMEN ได้รับเกียรติจาก Nissan ให้เข้าร่วมทริป “การขับรถยนต์นิสสัน ลีฟ ขึ้นไปพิชิตดอยอินทนนท์ด้วยการชาร์จแบตเตอรี่เพียงครั้งเดียว” มาดูกันว่ารถยนต์ไฟฟ้าคันนี้จะพิชิตยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทยซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 2,565 เมตร ได้หรือไม่ ? การขับนิสสัน ลีฟ พิชิตดอยอินทนนท์ครั้งนี้ ระยะทางไป-กลับ 200 กิโลเมตร โดยรูปแบบเส้นทางมีทั้งทางถนนปกติ รวมถึงเส้นทางสุดท้าทายที่ต้องไต่ขึ้นลงดอยอินทนนท์ ทำให้เราได้เรียนรู้เทคโนโลยี นิสสัน อินเทลลิเจนต์ โมบิลิตี
รถยนต์คลาสสิกของโฟล์คสวาเกน (Volkswagen) ถือเป็นยนตรกรรมรุ่นเก๋าที่แม้วันเวลาจะเปลี่ยนผ่านไปนานแค่ไหน วิ่งสู้แดดร้อน โต้สายฝนและลมหนาวมากเพียงใด ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพเก่าหรือใหม่ ก็ยังคงได้รับความนิยมจากผู้คนทั่วโลกอยู่เสมอ รวมถึงในประเทศไทยเรา ทุกคนคงคุ้นเคยกันดีกับสัญลักษณ์ “VW” เพราะยนตรกรรมคลาสสิกแบรนด์นี้ เป็นสิ่งที่หนุ่ม ๆ หลายคนหลงใหล ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลด้านรูปลักษณ์ เอกลักษณ์ หรือเพราะความชื่นชอบที่ส่งต่อภายในครอบครัวจากรุ่นสู่รุ่น กาลเวลาที่ผ่านมาไม่เคยลบโฟล์คสวาเกนลงจากท้องถนนได้เลย ด้วยความนิยมและราคาที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ แบรนด์จึงถูกตีตราเป็นสินค้าเพื่อการลงทุนสำหรับคนบางกลุ่ม จนบางครั้งเรื่องราวที่มีของรถและคุณค่าทางจิตใจถูกมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย แต่ก็ไม่ใช่สำหรับทุกคน เพราะวันนี้ในประเทศไทยยังคงมีผู้คนมากมาย ที่หลงมนต์เสน่ห์และเรื่องราวทรงคุณค่าในรถโฟล์คสวาเกนแต่ละคันอยู่ หนึ่งในนั้นคือ คุณจุ–จุรีพร กมลธรรมกุล คุณเจ-ธเนส กมลธรรมกุล และ คุณรัตน์–จุรีรัตน์ กมลธรรมกุล 3 พี่น้องที่นำความรักมาก่อตั้ง Volkstory BKK สถานที่ที่เริ่มต้นจากคนที่ชื่นชอบการปรับแต่งรถโฟล์คสวาเกนเป็นของตัวเองอย่างพวกเขา ที่พัฒนาสู่การสร้างธุรกิจร้านขายอะไหล่และรับซ่อมรถ รวมทั้งสร้างเพจ (ใช้ชื่อเดียวกัน) เพื่อเล่าเรื่องราวความชอบนี้เผยแพร่สู่สาธารณะ ธุรกิจความรักที่เน้นการ “บอกเล่าเรื่องราวที่มีระหว่างรถและตัวบุคคล” มีจุดประสงค์เพื่ออะไร ? เริ่มต้นมาจากตอนไหน ? วันนี้มาทำความรู้จัก Volkstory BKK ให้เข้าใจมากขึ้นไปพร้อมกับเราได้เลย เล่าถึงจุดเริ่มต้นของ VolkStory BKK ให้ฟังหน่อยครับ
James Bond: No Time To Die คือสุดยอดภาพยนตร์สายลับแห่งเกาะอังกฤษภาคที่ 25 ซึ่งหนุ่ม ๆ หลายคนตั้งตารอวันเข้าฉาย และถือเป็นภาคที่พระเอกอย่าง Daniel Craig อำลาบท 007 หลังจากรับบทบาทสายลับสุดคูลนี้มาถึง 5 ภาคแล้ว (รวมภาคที่กำลังจะเข้าฉายในปีหน้า) ขณะเดียวกัน Aston Martin ค่ายรถยนต์ที่รับผิดชอบเรื่องพาหนะของสายลับ 007 มายาวนาน ก็อยากอำลาพระเอกมาดเข้มให้สมศักดิ์ศรี ภาคนี้จึงมีรถยนต์จาก Aston Martin มากถึง 4 รุ่นปรากฏตัวในหนังโดยแบ่งเป็นรถรุ่นใหม่ 2 คันและรุ่นคลาสสิกอีก 2 คัน ยนตรกรรมตัวใหม่ 2 คันนั้นคันแรกคือ Aston Martin DBS Superleggera รุ่นปี 2019 ถือเป็นการกลับมาอีกครั้งหลัง DBS รุ่นคลาสสิกปรากฏตัวครั้งแรกในภาค On Her Majesty’s Secret Service เมื่อ


