ในปี 2009 Azimuth ได้สร้างความประหลาดใจแก่วงการนาฬิกาด้วยการนำเสนอนาฬิการุ่น Back-In-Time (BIT) ด้วยรูปลักษณ์ที่เรียบง่ายแต่พิสดารด้วยกลไกบอกเวลาเดินถอยหลังแบบเข็มเดี่ยว ถือเป็นนาฬิการุ่นแรกของโลกที่นำเสนอนวัตกรรมของกลไกอันแสนขบถเช่นนี้ และเป็นหนึ่งไอคอนที่ได้รับความนิยมสูงสุดของแบรนด์ จากการฉีกขนบธรรมเนียมเช่นนี้ ในปี 2017 Azimuth จึงได้รับเกียรติและความร่วมมือจากสมาคมอัสสัมชัญแห่งประเทศไทยให้ผลิตนาฬิกา Azimuth Round-1 Back in Time 132nd Anniversary Assumption College Limited Edition ที่มีจำนวนจำกัดเพียง 132 เรือน และปีนี้ถือเป็นโอกาสอันพิเศษอีกครั้งที่ Azimuth BIT ได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ประเทศสิงค์โปร์ด้วย “Garfield 56 BIT Commemorative Edition” โดยมีเจ้าแมว Garfield รับบทเป็นพระเอก “Garfield” คาแรกเทอร์แมวอ้วนสีส้มจอมขี้เกียจผู้แสบสันและตะกละตะกลามที่โด่งดังเป็นอย่างมาก เป็นการ์ตูนสัญชาติอเมริกันที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเรื่องหนึ่ง หลังจากปรากฎตัวครั้งแรกในปี 1978 ตลอด 41 ปีที่ได้สร้างความสุขให้แก่แฟนๆทั่วโลกมาหลายยุคหลายสมัย ได้รับการตีพิมพ์ในหน้าหนังสือพิมพ์และนิตยสารกว่า 2,570 ฉบับ จนได้รับการบันทึกลง Guinness Book ว่าเป็นการ์ตูนที่ได้รับการตีพิมพ์มากที่สุดในโลกจึงทำให้คาแรกเทอร์ตัวนี้มีความคลาสสิกเป็นอย่างมาก
นาฬิกาที่สร้างมาสำหรับข้อมือผู้ชายโดยเฉพาะ การร่วมมือที่ใช้เวลาพัฒนานานถึง 3 ปี นี่คือ Panerai x Brabus Submersible S Black Ops Edition PAM01240 ความเท่ขรึมสุดพิเศษที่มีจำกัดเพียง 100 เรือน หลายคนอาจสงสัยที่เห็น Panerai นาฬิกาที่เกิดมาจาก Royal Italian Navy ผู้เชี่ยวชาญทางน้ำ ทำไมถึงมาร่วมงานกับสำนักแต่งรถ Benz จากเยอรมนีอย่าง Brabus ได้ ที่จริงแล้ว Brabus ยังมีเรือ ‘Shadow Black Ops’ ที่ผลิตโดยทีม Brabus Marine division เรือทรงพลังระดับ 450 แรงม้าจากเครื่องยนต์ V8 ความเร็วระดับ 60 knots เป็นเรือความเร็วสูงที่ขึ้นชื่อในหมู่นักเล่นเรือ มีจุดเด่นคือการออกแบบที่สวยงามในโทนสีเทา gunmetal gray และแดง มีการตกแต่งที่หรูหราพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน นาฬิการุ่นพิเศษเรือนนี้มีหน้าปัดขนาดใหญ่ 47mm ตัวเคสผลิตจากวัสดุสุดแกร่ง
GoPro สร้างเซอร์ไพรส์ ประกาศเปิดตัวกล้องตระกูล HERO รุ่นใหม่ กับโปรเซสเซอร์ GP2 รุ่นใหม่ล่าสุดจากโกโปรที่จะช่วยทำให้คุณได้สัมผัสกับประสบการณ์การถ่ายภาพและวีดีโอเหนือขึ้นอีกระดับด้วยกล้อง Action Camera อย่าง GoPro HERO 10 Black ภาพความละเอียดสูงที่สมจริงยิ่งขึ้นและระบบกันสั่นที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา โปรเซสเซอร์ GP2 รุ่นใหม่ล่าสุดใน GoPro HERO10 Black ผสานเข้ากับเซ็นเซอร์ความละเอียดสูงทำให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพได้อย่างสมจริงถึง 23.6 ล้านพิกเซล และยังสามารถถ่ายวีดีโอที่ความละเอียด 5.3K ที่เฟรมเรท 60 เฟรมต่อวินาที ซึ่งมีความละเอียดสูงกว่าความละเอียดขนาด 4K ถึง 91% และยังให้ความละเอียดมากกว่าโหมด 1080p HD ถึง 665% แถมยังสามารถช่วยให้คุณถ่ายสโลว์โมชั่น 2X ได้ลื่นไหลมากกว่าเดิม ไม่หมดเพียงเท่านี้ผู้ใช้ยังสามารถถ่าย สโลว์โมชั่น 4K ได้ที่ 120 เฟรมต่อวินาที (สโลว์โมชั่น 4 เท่า) และถ่ายวิดีโอ 2.7K ได้ที่ 240
เข้าใกล้โลกอนาคตในอุดมคติของ Mark Zuckerberg ไปอีกก้าว กับการเปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะ Smart Glasses ที่ร่วมมือกันพัฒนาระหว่าง Facebook และ Ray-Ban ในชื่อ “Ray-Ban Stories” ความเจ๋งของแว่นตา Ray-Ban Stories ที่ดูจะเท่กว่าอดีต Google Glasses โปรเจคที่โดนพับจากความล้มเหลวไปก่อนหน้านี้หลายปี เพราะนอกจากความสามารถจากเทคโนโลยีสุดล้ำ ด้านดีไซน์ แว่นตาอัจฉริยะรุ่นใหม่เลือกใช้โครงจาก 3 รุ่นดัง Wayfarer, Round และ Meteor แว่นทรงยอดนิยมที่ใครใส่ก็เท่ ที่สำคัญคือฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามา แว่น Ray-Ban Stories สามารถถ่ายภาพนิ่งและวีดีโอได้ด้วยกล้องความละเอียด 5 Megapixels – high resolution photos (2592×1944 pixels) and quality video (1184×1184 pixels at 30 frames per second) พร้อม
ในปัจจุบันนี้ไม่ว่าใครก็พกกล้องติดตัวกันทั้งนั้น เพราะเพียงแค่หยิบ Smartphone ออกมาก็สามารถถ่ายรูปได้อย่างง่ายดาย ที่สำคัญคือกล้องเหล่านี้มันใช้ง่าย และถูกพัฒนาไปไกล แต่สำหรับคนที่หลงใหลการถ่ายภาพบางคน อาจมองว่าเสน่ห์ในการถ่ายรูปแบบเดิม ๆ มันค่อย ๆ จางหายไป เมื่อเทียบกับการใช้กล้องฟิล์ม ไม่ใช่เพียงแค่กล้องจาก Smartphone แต่กล้องดิจิตอลตัวท็อป ๆ ราคาแพง ๆ ก็ไม่อาจจะให้ความรู้สึก และรักษาขั้นตอนการถ่ายที่เป็นเอกลักษณ์แบบที่กล้องฟิล์มเคยให้เอาไว้ได้ ทำให้หลายคนอยากจะกลับมาใช้กล้องฟิล์มกันอีกครั้ง วันนี้เราจึงเอากล้องฟิล์มหลายรุ่นที่น่าสนใจมาแนะนำ Leica MP Leica MP แค่ชื่อแบรนด์ก็รับประกันความพรีเมี่ยมได้เป็นอย่างดีสำหรับผู้ที่คลั่งไคล้การถ่ายภาพ Leica MP ตัวนี้เป็นกล้องฟิล์มแมนนวลแบบมีมิเตอร์ในตัว และถึงแม้จะเป็นกล้องทีมีอายุค่อนข้างมาก แต่มันจะช่วยเรียกอารมณ์การถ่ายภาพในวันเก่า ๆ กลับคืนมาได้อย่างแน่นอน กล้อง Leica MP ยังขึ้นชื่อเรื่องของความเนี้ยบรวมไปถึงการเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูงในการผลิต ความสวยงามของของบอดี้ที่เป็นอมตะเปรียบเสมือนงานศิลปะที่ใช้ถ่ายรูปได้ ความโดดเด่นอีกอย่างหนึ่งก็คือ กลไกชัตเตอร์ที่นุ่มนวลทำให้กล้องนิ่ง เมื่อเราถือถ่ายด้วยความไวชัตเตอร์ต่ำ และที่สำคัญคือมันไม่จำเป็นต้องใช้แบตเตอรี่ในการทำงานแต่อย่างใด Polaroid Originals OneStep+ Polaroid Originals OneStep+ ถือเป็นกล้องอีกตัวนึงที่น่าใช้สำหรับคนที่หลงใหลในกล้องฟิล์มที่ต้องการรายละเอียดครบถ้วน โดยเฉพาะตากล้องที่ต้องการเห็นผลงานอย่างฉับไว อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth กับสมาร์ทโฟนเพื่อการใช้งานที่หลากหลาย
สำหรับ Car Enthusiast ทุกคน แค่เห็นชื่อ Pininfarina ก็สามารถนึกภาพรถดีไซน์ล้ำสวยงามตามออกมาได้ไม่รู้จบ และนี่ถือเป็นครั้งแรกที่สำนักออกแบบจาก Italy ดีไซน์ Driving Simulator สำหรับนักขับที่อยากซ้อมฝีมือแบบ indoor และแน่นอนว่าดีไซน์สวยล้ำนำโลกเหมือนเดิม Leggenda eClassic Driving Simulator ออกแบบและสร้างขึ้นด้วยวิธี hand-built ทั้งคัน ผลิตในโรงงาน Cambiano, Italy ซึ่งเป็น headquarter ของ Pininfarina จึงการันตีได้เรื่องการควบคุมคุณภาพในระดับสูงสุดเช่นเดียวกับการผลิตรถยนต์ที่ประณีต สร้างขึ้นเพื่อจำลองความตื่นเต้นของอารมณ์การขับขี่ในสนามแข่งด้วยรถยนต์คลาสสิค ความสวยงามของ Leggenda eClassic Driving Simulator นั้นห่างไกลจาก driving sim อื่น ๆ ที่คุณเคยเห็นมาทั้งชีวิต ส่วนบอดี้รถได้แรงบันดาลใจมาจาก Cisitalia 202 รถสปอร์ต two-seat grand tourer ที่ Pinin Farina ออกแบบในปี 40s ซึ่งเป็นรถที่สวยงามจนถูกเก็บรักษาไว้ใน
Cake ค่ายผลิตมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจาก Sweden เปิดตัว Makka e-moped ยานพาหนะประเภทจักรยานยนต์เบาที่กึ่งกลางอยู่ระหว่างมอเตอร์ไซค์และจักรยาน ในดีไซน์เท่สุดล้ำแถมยังใช้พลังงานไฟฟ้า ออกแบบมาเพื่อช่วยให้การเดินทางใกล้ ๆ ในเมืองใหญ่เป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้น หลายคนอาจจะรู้จัก Cake ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน motorbike นี่จึงเป็นผลงานชิ้นแรกที่ฉีกกรอบเดิม ๆ ของแบรนด์ไปอย่างสิ้นเชิง โครงสร้างของ Makka ออกแบบอย่างเรียบง่ายแต่มีสไตล์โดดเด่น พร้อมคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยที่คนเมืองต้องการ ตัวรถผลิตจาก aluminum แบบ naked พร้อมหน้าจอ touchscreen display แสดงข้อมูลความจุแบตเตอรี่ ความเร็ว และเลือกโหมดการขับขี่ระหว่าง Extended range และ Balanced Performance มีที่วางเท้าเพื่อความสะดวกสบายในการขับขี่ ด้านหลังมี cargo rack พื้นที่สำหรับติดตั้งอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น กล่องใส่สัมภาระ ที่นั่งผู้โดยสาร หรือแม้แต่ child seat ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ขนย้ายได้ง่ายด้วยน้ำหนักตัวรวมแบตเตอรี่เพียง 59 กิโลกรัม Makka
Audemars Piguet แบรนด์เครื่องบอกเวลาชั้นสูงจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ได้นำเสนอนาฬิการอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ 3 โมเดลใหม่ที่พัฒนาจากรุ่นดั้งเดิมในปี 1993 รังสรรค์ด้วยวัสดุที่แตกต่างกัน ได้แก่ สเตนเลส สตีล (Stainless steel) ไทเทเนียม(Titanium) และพิ้งค์โกลด์ 18 กะรัต ถึงแม้จะคงไว้ซึ่งรายละเอียดสำคัญของนาฬิการุ่นดั้งเดิม ทว่าเรือนเวลาขนาดหน้าปัด 42 มิลลิเมตรทั้ง 3 เรือนนี้มาพร้อมกลไกเซลฟ์ไวนด์ดิ้ง ฟลายแบ็ก โครโนกราฟ (Selfwinding Flyback Chronograph) คาลิเบอร์ล่าสุดจากโอเดอมาร์ ปิเกต์ รวมถึงระบบถอดเปลี่ยนสายด้วยตนเองแบบใหม่ อีกทั้งยังมีการปรับดีไซน์หน้าปัดเล็กน้อย พร้อมยังนำฝาหลังแซฟไฟร์กลับมาใช้อีกครั้งเพื่อนำเสนอกลไกโครโนกราฟซึ่งรังสรรค์อย่างประณีต แม้รังสรรค์ขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจากนาฬิการอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ รุ่นดั้งเดิมจากปี 1993 ทว่านาฬิกา 3 เรือนใหม่ในขนาดหน้าปัด 42 มิลลิเมตร มาพร้อมกลไกเซลฟ์ไวนด์ดิ้ง ฟลายแบ็ก โครโนกราฟใหม่ล่าสุด และระบบถอดเปลี่ยนสายด้วยตนเอง อีกทั้งยังมีการปรับดีไซน์บนหน้าปัดเล็กน้อย การทำงานที่มีประสิทธิภาพมากกว่าที่เคย นาฬิการุ่นรอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ใหม่ทั้ง
Audemars Piguet เปิดตัวนาฬิการอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ ไดเวอร์ ขนาดหน้าปัด 42 มิลลิเมตรรุ่นใหม่ที่ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 300 เรือน เช่นเดียวกับนาฬิการอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ ไดเวอร์ 3 โมเดลที่เปิดตัวในช่วงต้นปีที่ผ่านมา นาฬิการุ่นลิมิเต็ดเรือนนี้ขับเคลื่อนด้วยคาลิเบอร์ 4308 ซึ่งเป็นกลไกเซลฟ์ไวนด์ดิ้ง (Selfwinding) ล่าสุดของโอเดอมาร์ ปิเกต์ อีกทั้งยังใช้ระบบถอดเปลี่ยนสายนาฬิกาด้วยตนเอง พร้อมดีไซน์หน้าปัดที่ตอบโจทย์ทุกการผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ไม่ว่าจะบนบกหรือใต้น้ำ กลไกที่พร้อมสำหรับทุกการผจญภัย นาฬิการอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ ไดเวอร์ รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น มาพร้อมกลไกอัตโนมัติแบบล่าสุดของโอเดอมาร์ ปิเกต์ พร้อมการแสดงวินาทีและการแสดงวันที่แบบ Instant-Jump คาลิเบอร์ 4308 ถูกติดตั้งพร้อมกลไกที่ช่วยมอบเสถียรภาพและความแม่นยำเมื่อปรับฟังก์ชันของนาฬิกา สเกลเวลาการดำน้ำที่แสดงอยู่บนวงแหวนด้านในที่สามารถหมุนได้ของหน้าปัดสามารถเปิดใช้งานด้วยกลไกการคลิกแบบทิศทางเดียวที่ถูกติดตั้งให้เชื่อมกับเม็ดมะยมตรงที่ตำแหน่ง 10 นาฬิกา ฝาหลังแซฟไฟร์เผยให้เห็นเทคนิคการตกแต่งสุดประณีตของคาลิเบอร์ 4308 ไม่ว่าจะเป็นลาย โกตส์ เดอ เฌอแนฟ (Côtes de Genève) เทคนิคเทรตส์ ทิเรส์
เชื่อว่าสาวกเรือนเวลาทั้งหลายที่ชอบแสวงหาความแปลกใหม่ไม่จำเจ คงคุ้นเคยกับชื่อของ ALBA แบรนด์นาฬิกาดีไซน์สวย ซึ่งมีจุดเด่นเรื่องราคาที่สามารถจับต้องได้ภายใต้คุณภาพการผลิตที่การันตีโดย SEIKO แบรนด์นาฬิกาชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่ง ALBA นั้นถือเป็นแบรนด์น้อง ที่รวมพลังร่วมบุกตลาดในไทย ยืนหยัดเคียงข้างแบรนด์พี่ใหญ่อย่าง SEIKO มายาวนาน ล่าสุดในปี 2021 นี้ ทาง ALBA ได้กลับมาอีกครั้งพร้อมคอนเซ็ปต์ “The Reflection Of Japan” ด้วยงานดีไซน์ที่สะท้อนถึงคุณภาพความเป็น Japan Product โดยเน้นไปที่รูปลักษณ์ของเรือนเวลา Sport Style ที่หนุ่ม ๆ อย่างเราสามารถหยิบมาสวมใส่ได้ในทุกโอกาส และในวันนี้เราได้คัดเลือกเรือนเวลา 5 โมเดลใหม่ที่น่าสนใจจาก ALBA มาอวดโฉมความเท่ ให้ชาว UNLOCKMEN ได้สัมผัส และทำความรู้จักกับจุดเด่นของทั้ง 5 เรือนนี้ ที่พร้อมประทับลงบนข้อมือในฐานะไอเทมบอกเวลาคู่ใจซึ่งช่วยอัพความเท่ให้กับคุณได้ในทุกสถานการณ์ เริ่มต้นที่เรือนแรกซึ่งต้องบอกเลยว่าใครเห็นเป็นต้องสะดุดตา กับความหรูหราที่ผสานความสปอร์ตได้อย่างลงตัวกับ ALBA Automatic รุ่น AL4185X ตัวท็อปแห่งเรือนเวลาดีไซน์สปอร์ตขับเคลื่อนด้วยระบบออโตเมติก มาพร้อมหน้าปัดซันเรย์สีน้ำเงิน มีหลักชั่วโมงแบบพรายน้ำเหลือบทอง
งานดีไซน์ที่ดีต้องช่วยส่งเสริมชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนให้ดีขึ้นได้ด้วย นี่คือ “UNAwheel maxi” ตัวอย่างสุดยอดงานดีไซน์จาก SupremeMotors บริษัทสัญชาติ Russian ที่ถูกพูดถึงมากจาก iF Design Award 2021 ไอเดียที่ช่วยเปลี่ยนรถเข็นคนพิการให้สามารถเดินทางช่วยเหลือตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการเปลี่ยนให้เป็นยานพาหนะพลังงานไฟฟ้าด้วย design concept ที่เรียบง่ายและใช้ได้กับรถเข็นที่มีอยู่ทั่วไป ไอเดียของ UNAwheel maxi คือการออกแบบส่วนขับเคลื่อนด้านหน้า เป็นส่วน add-on ที่เชื่อมต่อกับรถเข็นคนพิการได้ทุกรูปแบบ ส่วน Hardware ประกอบไปด้วยแฮนด์สำหรับบังคับทิศทาง สามารถปรับระดับได้ตามรูปร่างของผู้ใช้งาน และส่วนขับเคลื่อนที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า ดึงพลังงานจาก built-in battery สามารถขับเคลื่อนได้ด้วยความเร็วสูงสุด 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้งานได้ระยะทาง 30 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟเต็มหนึ่งครั้ง วัสดุผลิตจากการผสมผสานเหล็กและพลาสติก รวมน้ำหนักเพียง 12 กิโลกรัม ขึ้นรูปด้วยเทคโนโลยีการตัดแต่งที่ทันสมัย บริเวณแฮนด์ผลิตจากยาง บอดี้ด้านหลังผลิตจากพลาสติกที่ปราศจากส่วนคมและดูดซับแรงกระแทกได้ดีในกรณีเกิดอุบัติเหตุ สามารถประกอบและถอดแยกออกจากรถเข็นได้อย่างง่ายดายภายใน 30 วินาที UNAwheel maxi มีหลากหลายดีไซน์ ซึ่งเวอร์ชันที่เราเห็นเป็นไอเดียการออกแบบล่าสุดของ SupremeMotors และไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ไหน
ช่วงนี้เรากำลังนิยมนาฬิกาดีไซน์ย้อนยุคที่ถูกปลุกขึ้นมาใหม่พร้อมใส่เทคโนโลยีทันสมัยเข้าไป มันให้ฟีลลิ่งความสนุกสนานที่แตกต่างไม่ซ้ำใคร หลังจากเปิดตัว Pac-man x A100WEPC ไปก่อนหน้านี้ ล่าสุด Casio ก็ตอกย้ำกระแสความ Vintage อีกครั้งด้วยการนำ “F-100” ที่โด่งดังในปี 1978 มานำเสนอใน collection ล่าสุด “A100” หน้าปัดทรงเหลี่ยมจอดิจิทัลที่หลายคนคุ้นตาตั้งแต่วัยเด็ก หากใครเกิดไม่ทันยุค ’70s นาฬิกา Casio F-100 ในยุคนั้นเปิดตัวมาอย่างอลังการ ได้รับความนิยมอย่างสูงด้วยความแตกต่างของ resin case น้ำหนักเบา เป็นนาฬิกา digital ที่ล้ำสุด ๆ ในยุคนั้นก็ว่าได้ มันเข้าถึงภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่อย่าง Alien (1979) ที่ Ridley Scott นำ F-100 2 เรือนมาเชื่อมต่อกันเพื่อให้ดูล้ำหน้าเหมาะกับยุคอวกาศในบทภาพยนตร์ ก็ยิ่งดันให้มันดังเปรี้ยงมากขึ้นอย่างรวดเร็ว Casio Vintage A100 Series นำความคลาสสิคของ F-100 นาฬิกาหน้าจอดิจิทัลระดับ Iconic ให้กลับมาใหม่อีกครั้งในรูปแบบ


