เรียกได้ว่าเป็นที่น่าจับตาตั้งแต่เปิดตัว สำหรับนาฬิกาอัจฉริยะอย่าง HUAWEI WATCH FIT 3 ซึ่งลบภาพจำเดิม ๆ ของ Smart Watch ทั่วไป ที่หลายคนมักคิดว่ามันคือไอเทมเหมาะกับผู้ใช้งานที่เน้นด้านออกกำลังกายเป็นหลัก เพราะ HUAWEI WATCH FIT 3 เรือนนี้ได้วาง Position ตัวเองเป็น Fashion Smart Watch ที่โดดเด่นทั้งงานดีไซน์ซึ่งพร้อมให้สวมใส่ในชีวิตประจำวัน ผสานด้วยฟังก์ชันการใช้งานที่ลงตัวกับไลฟ์สไตล์รอบด้าน แต่จะลงตัวแค่ไหน วันนี้ UNLOCKMEN จะพาทุกคนไปทำความรู้จักความเจ๋งของ HUAWEI WATCH FIT 3 ให้มากขึ้น เริ่มต้นที่ประเด็นแรก บอกเลยว่าสะดุดตากับงานดีไซน์ตัวเรือนแบบใหม่ของ HUAWEI WATCH FIT 3 ที่เน้นรูปทรงสี่เหลี่ยมขอบโค้งมน เรียบหรูดูดี เข้ากันได้กับการแต่งตัวหลากสไตล์ พร้อมหน้าจอสัมผัสแบบ AMOLED ขนาด 1.82 นิ้ว สีสันสดใสคมชัด ใช้งานกลางแจ้งได้สบาย ๆ ด้วยความสว่างหน้าจอสูงสุด 1,500
เช่นเดียวกับ Porsche จะเล่น Carrera อย่างน้อยต้องมี S และหากจะเล่น BMW M ก็ต้องไปให้สุดทาง นี่คือโมเดลที่เหล่า M Lover เฝ้ารอ all-new BMW M4 CS รุ่นย่อยที่เหนือกว่า M4 Competition เป็นรองเพียงแค่ CSL ซึ่งทีม BMW เน้นว่า M4 CS รุ่นนี้ถูกพัฒนาให้มี driving experience ที่แตกต่างจาก M4 และ M4 Competition เน้นความรู้สึกและอารมณ์สปอร์ตที่เข้มข้นจัดจ้านแบบเต็มพิกัด และดีไซน์ที่ยกมาจาก CSL ในหลาย ๆ จุด หากใครจำรายละเอียดของ M3 CS ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ได้ อาจจะไม่ตื่นเต้นกับ M4 CS มากนัก ใต้ฝากระโปรงของ M4 CS ใช้เครื่องยนต์ S58
Ferrari 12Cilindri ชื่อรุ่นใหม่มาจากภาษา Italian แปลว่า “12 cylinders” เป็นการตอกย้ำถึงเครื่องยนต์ 6.5 ลิตร NA V12 ที่ถูกเลือกมาอัพเกรดวางใต้ฝากระโปรงหน้าของ Super Grand Tourer โมเดลล่าสุดที่มาแทน 812 Superfast ให้พละกำลังแรงสะใจถึง 819 แรงม้า แรงบิด 678 นิวตันเมตร รอบจัดลากได้ถึง 9,500 rpm เครื่องยนต์ 6.5 ลิตร NA V12 ซึ่งเป็น flagship engine ของ Ferrari ผ่านการเปลี่ยนไส้ในด้วยวัสดุ titanium และ aliminum alloy เคลือบด้วยสาร Diamond-Like-Carbon coating ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้ราบรื่นมากขึ้น ลดน้ำหนักพร้อมเสริมความทนทานในระดับเดียวกับรถแข่ง Formula 1 นอกจากนี้ยังมีการเขียน software เรียก max torque
โมเดลที่ขายดีที่สุดของ Lamborghini Urus เปิดตัวขุมพลัง Plug-in Hybrid ที่ทั้งแรงและเร็วยิ่งขึ้นโดยไม่ลดไซส์เครื่องเล็กลง ยังคงเป็นเครื่องขนาด 4.0-liter V8 ทำงานร่วมกับ e-motor ให้กำลังรวมมากถึง 789 hp แรงบิด 701 lb-ft มาตั้งแต่ 1,750 rpm ทำเวลา 0-100 km/h ได้ 3.4 วินาที เร็วกว่า Urus S อยู่ 1 วินาที แต่ยังเป็นรอง Performante อยู่ 1 วินาทีเช่นกัน ความเร็วสูงสุดล็อคไว้ที่ 310 km/h Lamborghini Urus SE ใช้แบตเตอรี่ความจุ 25.7 kWh ซ่อนอยู่ใต้ที่เก็บสัมภาระด้านหลัง ขับด้วยไฟฟ้าล้วนได้ระยะทาง 60 km ใน EV Mode ขับความเร็วสูงสุดได้
New Mercedes-Benz Electric G-Class ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ The Geländewagen ที่ไม่ใช้เครื่องยนต์ แทนที่ด้วยพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ แต่ก็ยังคงความแกร่งพร้อมลุยเส้นทาง off-road ได้เหมือนเดิม ใช้ชื่อโมเดลว่า G580 with EQ Technology แทนที่ EQG ขุมพลัง quad-moto มอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัวครั้งแรกของ Mercedes-Benz ประกบสร้างพลังงานให้แต่ละล้อ ให้พละกำลังรวม 579 แรงม้า แรงบิดมากถึง 1,165 นิวตันเมตร แรงบิดมากกว่าตัว AMG G63 ถึง 315 นิวตันเมตร ทำเวลา 0-100 ใน 4.4 วินาที แบตเตอรี่ความจุ 116.0-kWh เก็บอยู่ในเคสซึ่งรวมอยู่กับเฟรมของรถเสริมความแข็งแกร่งเป็นพิเศษด้วยแผ่นปิดใต้รถผลิตจาก carbon-reinforced plastic ปกป้องจากเศษฝุ่นและน้ำ ช่องชาร์จอยู่ด้านหลังมาแทนที่ตำแหน่งล้ออะไหล่ของรุ่นปกติ ขับได้ระยะทางสูงสุด 384 กิโลเมตร ค่อนข้างน้อยไปหน่อยในยุคนี้ การชาร์จ
หากพูดถึงการก้าวข้ามผ่านเวลามากว่า 50 ปี คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ไม่น้อยเมื่อเทียบกับอายุของคนเรา แต่คงเร็วไปที่จะตัดสินว่าสิ่งที่ผ่านเวลามานานขนาดนี้ จะต้องเป็นสิ่งที่ตกยุคเสมอไป เพราะทุกหน้าปฏิทินที่เปลี่ยนผ่าน ย่อมหมายถึงประสบการณ์ที่สั่งสม ยิ่งผสานด้วยการพัฒนาที่ไม่หยุดยั้ง ยิ่งลบล้างภาพจำเรื่องความล้าสมัย แต่กลับเด่นชัดในมิติของความคลาสสิกที่อยู่เหนือกาลเวลา เปรียบได้กับ LAUREATO คอลเลกชันนาฬิการะดับไอคอนิกของ GIRARD-PERREGAUX ที่ปรากฎสู่สายตาชาวโลกเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1975 เดิมทีมีชื่อเรียกว่า Quartz Chronometer ซึ่งขับเคลื่อนด้วยกลไกควอตซ์ขนาดเล็ก ที่มีดีกรีเป็นกลไกควอตซ์แบบแรกของสวิส โดยงานดีไซน์แรกเริ่มจากฝีมือของสถาปนิกแห่งเมืองมิลาน ที่ตั้งใจออกแบบตัวเรือนให้มีลักษณะของขอบตัวเรือนทรงแปดเหลี่ยมผสานกับตัวเรือนทรงกลม ให้เหลือบเงาที่งดงามเมื่อกระทบกับแสงในมุมต่าง ๆ ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนชื่อมาเป็น LAUREATO ซึ่งเป็นคำภาษาอิตาเลียน ที่มีความหมายถึงผู้สำเร็จการศึกษา สื่อถึงความสมบูรณ์แบบของนาฬิการุ่นนี้ อีกทั้งขอบตัวเรือนทรงแปดเหลี่ยมยังมีรูปลักษณ์ที่คล้ายกับมงกุฎลอเรล สำหรับประดับให้กับเหล่าผู้สำเร็จการศึกษาของอิตาลีในยุคนั้น จนกระทั่งในปี 1984 นาฬิกา LAUREATO ได้พัฒนาสู่กลไก Mechanical calibres และยังคงได้รับพัฒนาด้านวัสดุ กลไก และงานดีไซน์มาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน เพื่อตอกย้ำความเป็นเลิศของนาฬิกาที่ผสานศาสตร์ของกลไกบอกเวลาที่เที่ยงตรงแม่นยำ และงานดีไซน์ที่วิจิตรงดงามเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อผลลัพธ์ที่ลงตัวกับนาฬิกาที่เหมาะกับผู้คนในทุกยุคทุกสมัย ยืนยันได้จากนาฬิกา GIRARD-PERREGAUX LAUREATO CHRONOGRAPH Ti49 รุ่นใหม่ล่าสุด ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลอง 49 ปี
Maurice Lacroix AIKON ถือเป็น Iconic Swiss Watch ใน collection ของนักสะสมมานับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2016 หนึ่งในผลงานสร้างสรรค์ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของ Watchmaker จากย่าน Franches Montagnes ประเทศ Switzerland คอลเลกชัน Maurice Lacroix AIKON เป็นโมเดลที่ต่อยอดมาจาก Maurice Lacroix Calypso ต้นแบบสุดคลาสสิกตั้งแต่ปี 1990s ทำให้ AIKON ซึ่งหมายถึงสไตล์เมืองอันหรูหราทันสมัย ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในฐานะสัญลักษณ์แห่งความหรูหรา มีความโดดเด่นในด้านงานดีไซน์ที่ทันสมัย รวมถึงการเลือกใช้วัสดุและคุณภาพการผลิตที่ประณีตสูงสุด ผ่านการสร้างสรรค์ด้วยผลงานรุ่นใหม่ ๆ ภายใต้ความหลากหลายของขนาด สีสัน และความซับซ้อนของเรือนเวลามาอย่างต่อเนื่อง สมกับปรัชญา ‘การประดิษฐ์คิดค้น’ ที่หลอมรวมอยู่ในทุกงานฝีมือและการสร้างสรรค์ของ Maurice Lacroix เชื่อว่าหากคุณหันไปหา Watch Collector รอบตัว จะพบว่ามี Maurice Lacroix AIKON ติดตัวกันเกือบครบทุกท่านไม่มากก็น้อย ล่าสุด Maurice
แม้จะเป็น AMG แบบมีช่องชาร์จไฟ แต่ก็สบายใจได้เพราะเครื่องยนต์ไม่ลดไซส์ ยังคงใช้ขุมพลัง 3.0 ลิตร 6 สูบเรียง ให้แรงให้แรงม้ามากกว่าที่ผ่านมา จากเดิม AMG E53 มีม้าประจำการ 429 hp แต่ใน E53 รุ่นใหม่ทำงานพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า ให้พละกำลังรวมมากถึง 577 hp แถมมีสูตรลับปรับโหมด Activating Race Start เพิ่ม output รวมสูงสุดเป็น 603 hp แรงบิด 750 Nm พาบอดี้ใหญ่และหนักของ Sedan ทะยานถึง 100 km/h ได้ใน 3.8 วินาที ส่วน Wagon ก็อยู่ที่ 3.9 วินาทีเท่านั้น ความเร็วสูงสุดล็อคไว้ที่ 250 km/h สามารถปลดล็อคเป็น 280 km/h แบบประกันไม่หายได้ด้วย AMG
สำหรับคนที่ยังไม่ได้อ่านบทสัมภาษณ์ของคอลัมน์ Toys For Boys ตอนล่าสุด กดอ่านตรงนี้ก่อนเลยครับ 911 ASSISTANT เพราะเราบุกไปคุยกับ 911 ASSISTANT สถานที่ซึ่งเป็น PORSCHE Specialist ประสบการณ์กว่า 15 ปี ดูแลรถ PORSCHE ได้ทุกรุ่น สถานที่ซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากแพชชั่นของผู้ชายคนหนึ่งที่หลงใหลใน PORSCHE และไม่เคยเบนเข็มไปแบรนด์อื่นอีกเลย UNLOCKMEN ขอให้ทาง 911 ASSISTANT เล่าความหลงใหลนั้นผ่านรถในโปรเจกต์พิเศษ 3 คัน และ RUF RT12S ก็คือหนึ่งในรถจากสามคันนั้น ที่เล่าความเป็นแบรนด์ RUF แบรนด์รถเยอรมันที่คนรัก PORSCHE ต้องรู้จัก และเมื่อเราพูดถึงความเป็น Completed Car ของแบรนด์ RUF เป็นรถที่ทุกส่วนคือความเป็น RUF อย่างแท้จริง ก็จำเป็นจะต้องยกรถที่ 911 Assistant ภูมิใจอย่าง RUF RT12S ขึ้นมาเป็นตัวอย่างประกอบด้วย และนี่คือรถไฮไลต์สำคัญที่พา
เนื่องจากว่าบทสัมภาษณ์ Toys For Boys ตอนล่าสุด ที่ UNLOCKMEN บุกไปคุยกับ 911 ASSISTANT ถึงความหลงใหลในแบรนด์ PORSCHE มีความยาว (มากกก) เราจึงทำการแบ่งออกมาทำเป็นบทความ Spin-Off ที่พูดถึงรถ Special Project ที่คุยกันอย่างเดียวไปเลย (มีทั้งหมด 3 คัน) และ 1991 964 TURBO ก็เป็นรถ Conversion ที่แสดงความหลงใหลในแบรนด์ PORSCHE และแบรนด์ RUF ของ 911 ASSISTANT ได้ดีที่สุดคันหนึ่งเลยล่ะ สิ่งไหนคือความเป็น RUF แบรนด์รถเยอรมันที่เคารพในความเป็น PORSCHE มาตลอดตั้งแต่เริ่มต้นทำแบรนด์ตั้งแต่ Day1 ที่ถึงแม้ว่าพอทำรถ RUF เป็นของตัวเองแล้ว ก็ยังคงได้รับแรงบันดาลใจจาก Heritage Story มาจาก PORSCHE อยู่ รถรุ่น 964 TURBO
นี่คือบทความ Spin-Off จากบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มของคอลัมน์ Toys For Boys 911 ASSISTANT ที่ UNLOCKMEN บุกไปที่ทำการของ 911 ASSISTANT เพื่อคุยกันถึงความหลงใหลในแบรนด์ PORSCHE พร้อมเปิดตัวเป็น PORSCHE SPECIALIST มาตลอด 15 ปี และนี่คือหนึ่งใน Special Project Car หนึ่งในสามคันที่ทาง 911 พาเราเดินดูในวันนั้น รถที่มีชื่อว่า 1967 911S HORN GRILLE รถคันนี้คือโปรเจกต์ระยะยาวที่ใช้เวลาทั้งหมดถึง 5 ปี ในการทำ Restoration เพื่อย้อนเวลากลับไปสู่วันที่ PORSCHE 911S SWB (Short Wheel Base) คันนี้ ออกจากโรงงานในปี 1967 และเป็นโปรเจกต์ที่ใช้คำว่า Complete ยังไม่ได้ ! เหตุผลเพราะคุณอาร์มเชื่อว่าสิ่งที่ดีที่สุดของการทำรถยนต์คันนี้ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะตามหาอะไหล่พาร์ทต่าง ๆ ที่ดีที่สุดได้ครบทั้งได้หมดในตอนไหน
ถ้าคุณเป็นคนที่หลงใหลใน PORSCHE นั่นเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่เคยได้ยินชื่อของ 911 Assistant ไม่ใช่แค่สักครั้งหรือสองครั้ง แต่ได้ยินมาตลอดไม่ต่ำกว่าสิบหรือยี่สิบครั้งแน่ ๆ แต่หากว่าคุณยังไม่รู้จัก 911 Assistant ทั้ง ๆ ที่รัก Porsche นั่นก็ไม่เป็นไรเลย แค่เลื่อนลงไปอ่านบรรทัดถัดไปก็จะทำให้รู้จักมากขึ้นแล้ว 911 Assistant เป็น Porsche Specialist ที่ดูแลครบวงจร One-Stop-Service มาตลอด 15 ปี (ด้วยประสบการณ์ 20 ปี) มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษสำหรับเครื่องยนต์ Air-Cooled มีแผนกซื้อ-ขาย มี Workshop 16 ช่องซ่อม ที่รองรับตั้งแต่การบำรุงรักษาทั่วไป อัปเกรด ไปจนถึง Restoration Porsche Classic สามารถดูแล PORSCHE ได้ทุกรุ่นตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงโมเดลปัจจุบัน อย่างที่โปรยเอาไว้ใน Headline ของบทความนี้ Toys For Boys ตอนใหม่เราบุกไปถึงที่ทำการของ 911 Assistant


