นับตั้งแต่รองเท้าซี่รี่ย์ Air Jordan คู่แรกถูกวางขายในปี 1984 เป็นต้นมา ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี กับบทบาทในวงการกีฬาและแฟชั่น ทำให้มันกลายมาเป็นหนึ่งในรองเท้าที่ได้รับความนิยมสูงสุด พร้อมกับราคาที่อัพขึ้นทุกปี ทำให้มีหลายคนคิดจะหาเงินแบบผิด ๆ จากความต้องการทำกำไรจากตลาด Sneakers ที่หอมหวาน ล่าสุดจึงมีคดีใหญ่สะเทือนวงการ Sneakers โดยค่ายที่เกี่ยวข้องแบบเต็ม ๆ ก็คือ Nike หลังตำรวจนิวยอร์กได้จับกุมนักลักลอบขนของเถื่อนเข้าประเทศ 5 คน ซึ่งมีส่วนเกี่ยวของกับการนำเข้ารองเท้า Nike และ Air Jordan ปลอมมากกว่า 385,280 คู่ เข้าสู่ประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่เดือน มกราคม 2016 ถึง มีนาคม 2018 โดยซุกซ่อนแฝงเข้ามากับสินค้าอื่น ๆ ในตู้คอนเทนเนอร์กว่า 42 ตู้ ซึ่งคาดว่าถูกสั่งมาจากโรงงานในประเทศจีน เช่นเดียวกับสินค้าปลอมส่วนใหญ่ที่สหรัฐต้องจัดการล้วนมาจากที่นี่ทั้งสิ้น ถ้าประเมินผลกระทบด้านมูลค่า หากรองเท้าปลอมเหล่านี้หลุดรอดเข้าไปในสหรัฐได้สำเร็จ จะสร้างความเสียหายต่อตลาดรองเท้าและต่อ Nike มากถึง $73 ล้านเหรียญ
รู้หรือไม่ ถ้ามีคลิปหรือรูปโป๊เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เสี่ยงติดคุก 5 ปี ส่วนใครชอบส่งต่อให้เพื่อน เสี่ยงคุกหนักกว่าสูงสุดถึง 7 ปี เชื่อว่าในกลุ่มเพื่อนผู้ชายทุกคนต้องมีเจ้าพ่อส่งคลิปในกลุ่มไลน์อย่างน้อย 1 คน ที่ไม่คุยอะไรมาก กดส่งคลิปโป๊รัว ๆ และบางคนอาจจะเลือก Save อันที่ชอบเอาไว้ ที่จริงแต่กฎหมายตามมาตรา 287/1 ของมาตรา 1 แห่งประมวลกฎหมายอาญา (17) สื่อลามกอนาจารเด็กที่ถูกเพิ่มเข้าไปในปี 2558 อาจจะทำให้วงแตกกันทันที เพราะกฎหมายระบุว่าทั้งผู้ครอบครองและผู้ส่งคลิปโป๊ รูปถ่าย หรืออะไรก็ตามที่สื่อไปทางกระทำทางเพศของเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี มีโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกำหนดให้การส่งต่อแก่ผู้อื่น มีโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ยังมีมาตรา 287/2 ที่พูดถึงการใช้หาผลประโยชน์ เช่นการเอารูปโป๊ คลิปโป๊ไปทำการค้าขาย
ตอนนี้ทั่วโลกคงไม่มีใครไม่รู้จักท่าดีใจนิ้วลวงตาของ Dele Alli สุดยอดกองกลางดาวรุ่งพุ่งแรงทีมชาติอังกฤษจากค่ายไก่เดือยทอง Tottenham Hotspur แม้คุณจะไม่ใช่คอฟุตบอลและไม่รู้จัก Dele Alli ด้วยซ้ำ แต่เชื่อว่าภายในชั่วไม่กี่วันนี้คุณต้องเคยลองทำท่านี้เลียนแบบเขาโดยไม่รู้ตัวแน่นอน ซึ่งด้วยความที่ท่าดีใจนี่เหมือนเป็นกึ่งมายากลนิด ๆ จึงทำให้มัน Viral ไปทั่วทั้งโลกในเวลาอันรวดเร็ว แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ท่าดีใจของนักฟุตบอลกลายเป็นที่พูดถึงไปทั่วทั้งโลก เพราะในอดีตที่ผ่านมาก็มีนักเตะหลายคนคิดค้นท่าดีใจเจ๋ง ๆ ขึ้นมาและหลายต่อหลายท่าก็ยังอยู่ในความทรงจำของเรารวมถึงแฟนบอลทั่วโลก จนเรียกว่าเป็นตำนานของวงการลูกหนังก็ว่าได้ ส่วนจะมีท่าพิสดารแบบไหนมาจากนักเตะคนใดกันบ้างไปดูกันเลย Bebeto and Friends หนึ่งในสิ่งที่น่าจดจำที่สุดในฟุตบอลโลกปี 1994 คือท่าดีใจของ Bebeto พร้อมเพื่อนร่วมทีมชาติบราซิลอีก 2 คนอย่าง Romario และ Mazinho เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในรอบก่อนรองชนะเลิศ เป็นการพบกันระหว่างทีมชาติบราซิลและทีมชาติเนเธอร์แลนด์ และในนาทีที่ 63 หลัง Bebeto ยิงประตูได้เขาก็วิ่งมาหน้าอัฒจันทร์คนดูพร้อมดีใจด้วยท่าอุ้มเด็กก่อนที่เพื่อนอีก 2 คนจะตามมาสมทบ ความหมายที่ซ่อนอยู่ในท่าดีใจนี้คือภรรยาของ Bebeto กำลังตั้งครรภ์อยู่ เขาตั้งใจจะมอบให้ลูกก่อนจะลืมตาดูโลก เป็นท่าดีใจแสนอบอุ่นก่อนที่ต่อมาใครที่กำลังจะมีลูกเมื่อยิงประตูได้ก็มักจะดีใจท่านี้กันแทบทุกคน Cristiano Ronaldo นักเตะซูเปอร์สตาร์ของโลกคนปัจจุบันผู้มาพร้อมท่าดีใจอันเป็นเอกลักษณ์ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นท่าที่แปลกพิสดารอะไรแต่ความเท่นี่ต้องให้คะแนนเต็ม จึงไม่แปลกที่ท่านี้จะแพร่กระจายไปทั่วโลก รวมถึงนักเตะทีมชาติไทยหลายคนก็เคยดีใจสไตล์ CR7 กันมาแล้ว Bafetimbi
“Carr Fire” หรือสถานการณ์ไฟป่าในรัฐแคลิฟอร์เนีย ถือเป็นภัยธรรมชาติที่สร้างหายนะครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดอีกครั้งหนึ่ง โดยขณะนี้เปลวเพลิงได้โหมพัดทำลายล้างสร้างความเสียหายกินพื้นที่เป็นวงกว้างกว่า 100,000 เอเคอร์ บ้านเรือนอีกกว่า 1,500 หลัง ส่งผลให้มีผู้อพยพและไร้ที่อยู่หลายหมื่นราย เป็นภัยธรรมชาติขาประจำย่านนี้ก็ไม่ผิด ซึ่งเราแค่เห็นภาพก็พอจะจินตนาการความเซ็งของผู้คนแถวนี้ได้ หลายองค์กรยื่นมือเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติครั้งนี้ แต่ที่น่าสนใจเพราะหนึ่งในนั้นคือ Vans แบรนด์สเก็ตบอร์ดขวัญใจผู้ชายทั่วโลก ซึ่งได้รับคำสั่งตรงจากทายาทของผู้ก่อตั้ง Steve Van Doren ให้จัดรถบรรทุกแพ็คของเข้าไปช่วยเหลือเหยื่อที่ได้รับผลกระทบ ประกอบไปด้วยรองเท้า 2,500 คู่ ร่วมทั้งเสื้อผ้าและหมวกรวมกันกว่า 2,000 ชิ้น โดยพี่ Steve ของเราได้ฝากข้อความไปด้วยว่า “เราคิดว่าผู้คนคือหัวใจหลักของบริษัท เรามีร้านค้ามากมายอยู่ในแคลิฟอร์เนีย ดังนั้นเมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้น เราก็ต้องรีบตอบแทนชุมชนกลับคืนไปทันที” สาเหตุหลักมาจากความผูกพันระหว่าง Vans และผู้คนใน Cali ซึ่งมีมาอย่างยาวนาน ย้อนไปตั้งแต่วันที่พี่น้อง Van Dolen ตัดสินใจตั้งฐานการผลิตแห่งแรกขึ้นในแคลิฟอร์เนีย รวมถึงในปี 1977 พวกเขาใช้แคลิฟอร์เนียเป็นแหล่งตีตลาดแข่งขันกับ Converse และ Adidas โดยใช้ Skateboard God ในยุคแรกอย่าง Tony Alva
UFC 229 ยังคงสร้างปรากฏการณ์พีคขึ้นเรื่อย ๆ และคู่ชิงแชมป์รุ่น Lightweight ระหว่าง Conor McGregor และ Khabib Nurmagomedov ซึ่งได้ประกาศวันฟาดปากกันแน่นอนแล้วคือวันที่ 6 ตุลาคมนี้ ล่าสุดหลังจากเริ่มเปิดจำหน่ายตั๋วในวันศุกร์ที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา ก็กลายเป็นอีกวาระประวัติศาสตร์จารึกเพราะตั๋วขายหมดเกลี้ยงภายในเวลาเพียง 3 นาทีเท่านั้น! แถมทำท่าว่าราคาของตั๋วใน Second Market กำลังพุ่งทะยานขึ้นสูงปรี๊ดอีกด้วย ดูเหมือนการกลับคืนสังเวียนในรอบ 2 ปีของจอมเกรียน Conor Mcgregor ( 24 – 21 – 3 ) และแชมป์เจ้าของสถิติไร้พ่ายอย่าง Khabib Nurmagomedov ( 26 – 0 ) จะเป็นนัดที่แฟน ๆ จำนวนมากต่างก็ตั้งตารอ ทำให้ตอนนี้ตั๋วโซนปกติ ซึ่งมีราคาเริ่มต้นที่ 205 ดอลลาร์สหรัฐได้ไต่ขึ้นไปแตะที่ 631 ดอลลาร์แล้ว ส่วน RINGSIDE ก็ทะยานขึ้นหลัก 45,000 ดอลลาร์จากราคาเริ่ม 10,000 ดอลลาร์ ดังนั้นหากเทียบมูลค่ารวม
เป็นเรื่องที่กำลังฮือฮาใน Reddit เว็บไซต์พูดคุยครอบจักรวาล เมื่อมี User ที่ใช้ชื่อว่า Eriegin โพสต์ภาพรถ Supercar 2 คันจอดในโรงรถสภาพฝุ่นเกาะแน่นพร้อมข้อความว่า “ ถึงจะเต็มไปด้วยสนิมและฝุ่น แต่ Lamborghini Countach ของคุณยายแม่งก็ยังเจ๋งอยู่ดี!” จนทำให้คนคลั่งรถจำนวนมากร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างเมามัน เรื่องเกิดขึ้นเมื่อชายหนุ่มคนหนึ่งในสหรัฐอเมริกาอยากทำหน้าที่หลานชายผู้น่ารัก เลยอาสาทำความสะอาดโรงรถให้คุณย่าของเขา แต่เมื่อเลื่อนประตูโรงรถขึ้นกลับต้องแปลกใจกับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าเมื่อมีรถ Supercar 2 คัน จอดนิ่งสงบเหมือนไม่มีใครเคยแตะต้องเป็นเวลานาน! ความจริงปรากฏเมื่อคุณย่าเล่าให้เขาฟังว่า มันเคยเป็นของปู่ ซึ่งเมื่อก่อนเคยเป็นเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่ในเวลาต่อมาราคาประกันรถยนต์ Supercar ซึ่งหลายคนอาจยังไม่รู้ว่าแพงมาก ๆ เริ่มพุ่งสูงขึ้นสวนทางกับรายได้ของบริษัท จึงจำเป็นต้องจอดปีศาจทั้งสองตัวทิ้งไว้จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลารวมกันเกือบ 20 ปี รถคันแรกคือ Ferrari 308 GTS สีแดงสด มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 ขนาด 2.9 ลิตร กำลังขับ 237 แรงม้า ซึ่งคาดว่าหากออกขายทอดตลาดราคาจะอยู่ที่ ประมาณ 25,000 – 80,000
ตลาดวายกันไปสดร้อน ๆ สำหรับตลาดซื้อขายนักเตะ Premier League ก่อนที่ทั้ง 20 ทีมจะลงสนามขับเคี่ยวกันในฤดูกาล 2018-2019 ที่กำลังจะเปิดฉาก แต่ก่อนจะส่องฟอร์มในสนามเรามาดูกันก่อนว่าฟอร์มนอกสนามในการเสริมทัพนักเตะของแต่ละทีมเป็นอย่างไรกันบ้าง บอกเลยว่าฤดูกาลนี้แตกต่างจากฤดูกาลก่อน ๆ พอสมควรเนื่องจากบรรยากาศการซื้อขายนักเตะของเหล่าบรรดาสโมสรยักษ์ใหญ่ไม่ค่อยคึกคักเท่าไรนัก โดยเฉพาะ ‘ไก่เดือยทอง’ Tottenham Hotspur ที่กลายเป็นทีมแรกในรอบ 15 ปีของ Premier League ที่ไม่เสริมนักเตะเลยแม้แต่คนเดียว แต่กลับกลายเป็นเหล่าทีมม้านอกสายตาที่เรียกเสียงฮือฮาได้มากกว่า เราไปดูกันเลยดีกว่าว่าดีลซื้อขายเด็ด ๆ ในตลาดรอบนี้มีใครกันบ้าง Goalkeeper หลังจากปวดหัวกับปัญหาผู้รักษาประตูมานานหลายปี โดยเฉพาะในนัดชิงชนะเลิศ UEFA Champions League ที่ผู้รักษาประตูหน้าหล่อ Loris Karius โชว์เหวอจนยากจะรับได้ ในที่สุดทีมเครื่องจักรสีแดงแห่งเมอร์ซี่ย์ไซด์อย่าง Liverpool ก็ตัดสินใจใช้เงินแก้ปัญหาโดยการทุ่มเงินกว่า 56 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นค่าตัวสถิติโลกในตำแหน่งผู้รักษาประตูคว้าตัว Alisson Becker จอมหนึบมือ 1 ทีมชาติบราซิลจากสโมสร Roma แต่สถิติโลกของ Alisson ก็อยู่ได้ไม่นาน เพราะไม่กี่สัปดาห์ต่อมาทีมสิงห์ไฮโซอย่าง Chelsea ทุ่มเงินกว่า 72 ล้านปอนด์คว้าตัวผู้รักษาประตูดาวรุ่งชื่ออ่านยากอย่าง Kepa Arrizabalaga
ถ้าจะให้นึกถึงสิ่งที่สามารถสร้างความมันส์สุดเร้าใจ ซึ่งอยู่ใต้หว่างขาของผู้ชายอย่างเรา ๆ ชาว UNLOCKMEN ทั้งหลายจะนึกถึงอะไร ? … ช้าก่อนอย่าเพิ่งคิดไปไกล เพราะสิ่งที่เรากำลังจะพูดถึงนั่นก็คือมอเตอร์ไซค์ พาหนะ 2 ล้อคู่ใจ ที่พร้อมจะพาหนุ่ม ๆ รักอิสระผู้หลงใหลในสายลม แสงแดด รวมถึงคลั่งไคล้ความแรงสุดคล่องตัวที่ส่งผ่านจากแรงบิดที่ข้อมือไปสู่เครื่องยนต์สมรรถนะสูงพุ่งทะยานไปข้างหน้า ซึ่งเมื่อพูดถึงมอเตอร์ไซค์เราเชื่อว่าชื่อของ Harley-Davidson นั้นต้องถูกยกเป็นหนึ่งแบรนด์มอเตอร์ไซค์ในดวงใจของผู้ชายหลายต่อหลายคน ที่บ้างก็มีไว้ในครอบครองแล้ว บ้างก็ติดโผมอเตอร์ไซค์ในฝัน ที่สักวันจะไขว่คว้ามาซิ่งให้สมใจอยาก ด้วยเรื่องราวความเป็นตำนานที่เริ่มขึ้นในปี 1903 ปีเดียวกันกับที่ 2 พี่น้องตระกูล Writhe ได้สร้างปฐมบทแห่งการเดินทางบนท้องฟ้ากับการประดิษฐ์เครื่องบินลำแรกของโลกเป็นผลสำเร็จ ทางฟากฝั่งของ William Harley และสองพี่น้อง Arthur, Walter Davidson ก็ได้ริเริ่มพัฒนายานพาหะ 2 ล้อสำหรับใช้ในการขนส่ง ด้วยการนำเอาเครื่องยนต์ 1 สูบมาติดตั้งเข้ากับจักรยาน และได้พิสูจน์ตัวเองด้วยความสำเร็จมากมาย สลับกับการฝ่าฟันวิกฤตระดับส่อเค้าล้มละลาย ผ่านจุดต่ำสุดและสูงสุดมาแล้วกว่า 115 ปี จนในปัจจุบันชื่อของ Harley-Davidson นั้นไม่ได้เป็นแค่สัญลักษณ์ของมอเตอร์ไซค์สัญชาติอเมริกัน แต่มันเป็นได้ขึ้นชั้นเป็นตำนานสองล้อที่ใฝ่ฝันของผู้คนแทบทั้งโลก และแม้ว่าชื่อของ Harley-Davidson
ความฝันของพวกเราคือการได้ขับ Lamborghini แบบกดมิดไมล์เพื่อจะได้รับรู้ถึงอรรถรสของ Supercar อย่างเต็มที่ แม้การจะเป็นเจ้าของครอบครองมันจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ปัจจุบันได้มีบริษัท Supercar Rental เกิดขึ้นมากมายในหลายประเทศ เช่นเดียวกับในประเทศ Dubai ชาว Middle East ที่ร่ำรวยกลางงทะเลทราย ย่อมมีบริษัทให้นักท่องเที่ยวได้เช่ารถในฝันขับมากมาย และหนึ่งในนั้นต้องพบว่าบริษัทของตัวเองโดนค่าปรับมากถึง $46,000 (1.5 ล้านบาท) จากข้อหา Speeding (ขับรถเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด) ภายใน 3 ชั่วโมงเท่านั้น เรื่องเกิดจากนักท่องเที่ยวได้ทำการเช่า Lamborghini Huracan คันงามจากบริษัทรถเช่าหรู Saeed Ali Rent A Car ซึ่งมีแต่รถ Exotic Car น่าขับทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น Ferrari 458 Spiders หรือ Audi R8 Spyder รวมถึง Lamborghini สีขาวคันที่มีปัญหานี้ด้วย ซึ่งเราพอจะเข้าใจอารมณ์คนที่นั่งใน Cockpit ของ Lamborghini ได้ดีว่ามันคงยากที่จะห้ามใจไม่ให้ซิ่งหมดไมล์บนถนนโล่ง ๆ
วงการโฆษณาต้องการสร้างสรรค์อะไรใหม่ ๆ ตลอดเวลา นอกจากไอเดียของคนคิดงานแล้ว ตำแหน่งสื่อการวางโฆษณาก็ต้องคอยหาอะไรใหม่ ๆ มานำเสนอตลอดเวลาเช่นกัน และสื่อที่สร้างสรรค์ชนะใจจนเราต้องอุทานว่า “แม่งคิดได้ไงวะเนี่ย” เป็นผลงานของ Wakino Ad Company ประเทศญี่ปุ่น ที่มองเห็นโอกาสในจุดที่ทั้งผู้หญิงและผู้ชายส่วนใหญ่ต่างแช่สายตาจ้องกันเป็นประจำอยู่แล้ว นั่นคือ “Woman’s Armpit หรือสื่อโฆษณารักแร้สาว” นั่นเอง ใช่แล้วครับ อ่านไม่ผิดแน่นอน Wakino Ad Company เลือกใช้รักแร้สาวเป็น Advertising Space ซึ่งแม้จะดูเป็นไอเดียที่ดูหลุดโลก แต่ถ้าลองคิดดูดี ๆ จะเห็นว่าตำแหน่งนี้ก็มีศักยภาพมากมายไม่น้อย จับได้ทั้ง Target ชายและหญิง เพราะปกติผู้ชายก็มองอยู่แล้ว ส่วนผู้หญิงก็นิยมสังเกตกันเองอยู่ตลอดเวลา เป็น Prime Position ที่สวยงาม ดังนั้นกลุ่มลูกค้าที่เหมาะจะซื้อ Ads ตำแหน่งนี้ได้จึงมีหลากหลาย ถ้านับลูกค้าตรงก็กลุ่ม Beauty Product โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ขจัดขนรักแร้ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเนียนขาว หรืออะไรก็ตามที่ต้องการอารมณ์เบา ๆ สนุก ๆ ถือว่าเข้าได้ทั้งนั้น จากรายงานคอนเฟิร์มว่าปัจจุบันมีลูกค้าสนใจอยู่มากพอสมควร
การที่เราจะได้ไปนอนโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว หรือแม้แต่การมีเพ้นท์เฮ้าท์ส่วนตัว คงอาจจะยังไม่ใช่ประสบการณ์มันส์ ๆ ที่ผู้ชายแมน ๆ อย่างเราพึงปรารถนาสักเท่าไหร่ เพราะหากจะให้สุด การได้ไปนอนค้างแรมยังโบราณสถานหรือสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอย่างเช่น กำแพงเมืองจีน คงจะเป็น Bucket List ที่ใครก็แล้วแต่ล้วนสามารถเก็บไว้โม้ยันลูกหลาน ชนิดต้องเป็นคนพิเศษเท่านั้นถึงจะมีโอกาสได้สัมผัส นับเป็นแคมเปญด่วน ที่หนุ่ม ๆ UNLOCKMEN ต้องรีบคว้าโอกาสไว้นี้ให้ดี เมื่อ Airbnb ได้เปิดโอกาสให้ทุกคนมีโอกาสได้เข้าพักที่ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก อย่างกำแพงเมืองจีน (The Great Wall of China) ที่ถูกเนรมิตออกแบบใหม่ให้เป็นห้องนอนมีดีไซน์ความ Ancient เหมาะแก่การพักผ่อน และสามารถมองเห็นวิวรอบ ๆ ได้ถึง 360 องศา พร้อมกันนี้ยังได้รับประทานอาหารคอร์สประจำชาติจีน และการพาชมตะวันตกดินชนิดที่ใครมีแฟนพาไปรับรองเจ๋งและเหนือระดับกว่าใครเป็นไหน ๆ โดยแคมเปญนี้ เกิดจากความตั้งใจของ ผู้ก่อตั้ง Airbnb นาย Nathan Blecharczyk ที่ต้องการจะมอบประสบการณ์สุดพิเศษนี้ให้กับผู้ใช้ Airbnb
เคยสงสัยไหมว่าความหลงใหลในสิ่งตัวเองรักของคนเรามันจะไปได้สุดทางมากแค่ไหน เราจะทำให้ความชอบของเราอยู่กับเราไปได้นานแค่ไหน นานมากพอจนถึงวันสุดท้ายของชีวิตหรือเปล่า โลกใบนี้ของเรามีคน ๆ นั้นแล้ว คนที่เก็บเอาความชอบของเขาติดตัวไปจนวันสุดท้ายของชีวิตได้อย่าง “Zombie Boy” แต่น่าเสียดายที่ความสูญเสียที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้เขาเลือกที่จะบอกลาโลกใบนี้ไป UNLOCKMEN อยากจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับเขาให้มากขึ้น มากกว่าผู้ชายที่เต็มไปด้วยรอบสัก มากกว่าการเป็นนายแบบ หรือพระเอก MV มาดูกันว่ากว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ เขาต้องเดินทางผ่านอะไรมาบ้าง When I Was A Little Zombie พอจะเดากันได้บ้างแล้วว่า “Zombie Boy” เป็นเพียงนิกเนมตามรูปลักษณ์ของเขา ชื่อจริง ๆ ของเขาคือ Rick Genest เติบโตที่ Montreal, Canada ชีวิตส่วนตัวของเขาในตอนวัยรุ่นนั้นไปได้ไม่สวยสักเท่าไหร่ เขาเลือกที่จะออกจากบ้านมาใช้ชีวิตด้วยตัวเอง นอนตามพื้นที่สาธารณะ เดินทางไปไหนมาไหนด้วย Hitchhiking หรือเรียกง่าย ๆ ว่าติดรถคนอื่นเขาไปนั่นแหละ จนกระทั่งอายุ 16 เขาเริ่มสักเป็นครั้งแรก และเหมือนคนที่รักในรอยสักคนอื่น ๆ เมื่อมีรอยแรกแล้ว รอยอื่น ๆ จะตามมาเสมอ จนกระทั่งขยายไปถึงใบหน้าและทั้งศีรษะ


