Life

สลายความเครียดและความกังวลที่เกิดจาก COVID-19 ด้วย 5 วิธีรักษาจิตใจและฟื้นฟูความสุขในยุคโรคระบาด

By: BAO January 5, 2021

เมื่อไม่มีใครรู้ว่าการระบาดของ COVID-19 จะจบลงเมื่อไหร่ หลายคนคงใช้ชีวิตแบบไม่มีความสุขกัน เพราะในสภาวะไม่ปกติแบบนี้ หลายคนต้องอยู่บ้านเป็นเวลานาน อยากไปเที่ยวที่ไหนก็ไปไม่ได้ แถมยังต้องระมัดระวังสิ่งรอบข้างตลอดเวลา การต้องใช้ชีวิตด้วยความอดทนและอยู่ภายใต้ความกลัวโรค จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่สภาพจิตใจของเราจะแย่ลงทุกวัน ๆ แม้สถานการณ์จะบั่นทอนความสุขของเราเหลือเกิน แต่การสิ้นหวังก็ไม่ได้ทำให้ทุกอย่างดีขึ้น มาลองดูวิธีรับมือกับอารมณ์ด้านลบที่เกิดขึ้นในช่วงวิกฤต COVID-19 ก่อน ซึ่งเราเชื่อว่า หากทุกคนทำตามแล้ว จะมีความสุขในการใช้ชีวิตมากขึ้นอย่างแน่นอน


เช็คข่าวให้ดีก่อนเชื่อ

ยุคนี้ข่าวปลอมเยอะมาก ซึ่งบางข่าวก็เน้นไปที่การสร้างความตื่นตระหนกด้วย แถมพอเราเชื่อและนำข่าวนั้นไปบอกคนอื่นต่อ ความตื่นตระหนกมันก็จะยิ่งแพร่กระจายในวงกว้างมากขึ้นอีก เราเลยต้องเลือกเสพข่าวกันหน่อย พร้อมกับเช็คความถูกต้องของข้อมูลด้วย ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเราได้รับข่าวจากคนในทวิตเตอร์ เราก็อาจนำข้อมูลนั้นไปเช็คกับแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ เช่น สำนักข่าวใหญ่ หรือ มีเดียของหน่วยงานรัฐบาล เพื่อให้เราได้รับข้อมูลที่เป็นจริงมากที่สุด และป้องกันความแพนิคที่เกิดขึ้นจากการเชื่อข่าวปลอม รวมถึง การส่งต่อความแพนิคไปยังคนอื่นด้วย


ควบคุมปริมาณการเสพข่าวของตัวเอง

แม้การตื่นตัวเรื่อง COVID-19 จะเป็นเรื่องดี แต่เราไม่จำเป็นต้องเสพข่าวเรื่อง COVID-19 ตลอดเวลา เพราะพวกข้อมูลที่บอกว่าโรคระบาดแพร่เร็วแค่ไหน ? คนป่วยและตายมีจำนวนเท่าไหร่ ? สามารถเพิ่มความวิตกกังวลให้กับเราได้ การเสพข่าวประเภทนี้ตลอดเวลา จึงทำให้จิตใจเกิดภาระอย่างหนักได้เช่นกัน ดังนั้น จำกัดเวลาในการเสพข่าว และเอาเวลาที่เหลือมาทำในสิ่งที่เราชอบดีกว่า เช่น อ่านหนังสือ เข้าคอร์สออนไลน์ ออกกำลังกาย ซึ่งจะช่วยให้เรากังวลใจน้อยลง และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมากขึ้น


คีฟคอนเนคชั่นกับคนอื่น

คนในครอบครัว เพื่อน หรือ คนที่รู้ใจ เยียวยาจิตใจเราได้เสมอ เราเลยอยากให้ทุกคนคีฟคอนเนคชั่นกับพวกเขาเอาไว้ พยายามไลน์หา ทักโซเชียลมีเดีย หรือ โทรคุยกับพวกเขาบ่อย ๆ หรือ ถ้าเป็นไปได้ก็นัดพบกันเลย การคุยและทำกิจกรรมร่วมกับคนอื่นจะช่วยให้เราเหงาและรู้สึกโดดเดี่ยวน้อยลง และการพูดถึงความเครียดความกังวลของเราเองกับใครสักคน ช่วยให้เรารู้สึกสบายใจมากขึ้น และอาจช่วยให้คนใกล้ชิดเรากล้าระบายปัญหาของตัวเองได้มากขึ้นด้วย


อย่าไปเครียดในสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้


การระมัดระวังตัวเองในช่วงที่เกิดวิกฤต COVID-19 เป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าเราโฟกัสกับสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้มากเกินไป (เช่น ความเร็วในการระบาดของโรค หรือ เวลาที่โรคระบาดจะจบลง) เราอาจเครียด กลัว และกังวล จนยากที่จะมีความสุข ฉะนั้น เราเลยอยากแนะนำให้ทุกคนสนใจแต่สิ่งที่เราควบคุมได้มากกว่า ไม่ว่าจะเป็น การกระทำของเราเอง คนที่เราพูดคุยด้วย รวมถึง วิธีการรับข้อมูลข่าวสารของเรา ลองหาวิธีการที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ เช่น ล้างมือบ่อยขึ้น เดินทางเท่าที่จำเป็น เป็นต้น จะช่วยให้เราโฟกัสกับสิ่งที่เราควบคุมได้มากขึ้น


ดูแลตัวเองให้ดี

ความเครียด ความสิ้นหวัง ความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นมาพร้อมโรคระบาด อาจทำให้เรารู้สึกมืดมน จนลืมที่จะดูแลตัวเองได้ และยิ่งทำให้ทุกอย่างแย่ลงตามมา ฉะนั้น อย่าลืมที่จะดูแลตัวเอง โดยการกินอาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วน นอนหลับให้เพียงพอ และรักษาสุขภาพกายและใจให้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ นอกจากนี้ การออกกำลังกาย เช่น เดิน วิ่ง หรือ ขี่จักรยาน ช่วยให้เราอารมณ์ดีขึ้น และคิดเรื่องรกสมองน้อยลงได้ แต่อย่างไรก็ตาม เวลาออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน ก็อย่าลืมทำตามมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมด้วยละ


ถ้ารู้สึกว่า COVID-19 ทำให้เรามองโลกแย่มากเหลือเกิน เราเกิดความเครียดอย่างหนัก จนจิตใจเราพุพัง ไม่เป็นอันทำอะไร และชีวิตประจำวันเริ่มแย่ลง เราอยากแนะนำให้ลองไปพบกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตดู เพื่อขอให้พวกเขาช่วยเหลือเราในเรื่องของการรับมือกับความเครียด การฟื้นฟูสุขภาพจิต และทำให้เราสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันตามปกติได้เหมือนเดิม


Appendixs: 1/ 2

BAO
WRITER: BAO
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line