Advertisement
Entertainment

10 อันดับ Dj ระดับโลกที่ทำรายได้สูงสุดระดับพันล้านบาทในปีที่ผ่านมา

By: Thada October 13, 2015

ถ้าเปรียบเพลงร๊อคคือเพลงชาติของใครหลายคน ดนตรี EDM ก็คงจะเป็นดนตรีตัวแทนของมวลมนุษย์ชาติ ผลพ่วงจากกระแสบูมอย่างต่อเนื่องของดนตรี EDM  ในช่วงสามปีที่ผ่านมาได้ที่แพร่กระจายไปทั่วโลก ทำเกิดดีเจดังๆขึ้นมามากมาย ทั้งที่เมื่อก่อนดีเจนั้นก็คงมีงานเล่นแค่ตามผับ ไนท์คลับ หรือเฉพาะเทศกาลดนตรี Electronic dance

แต่ทุกวันนี้เหล่าดีเจแถวหน้าของโลกแทบจะเป็นไลน์อัพหลักของการแสดงเทศกาลดนตรีทั่วโลกหรือไม่ก็มีคอนเสิรต์โชว์เดี่ยวของตัวเองอยู่อย่างต่อเนื่องซึ่งน่าจะแซงนำหน้าศิลปินเดี่ยวหรือวงดนตรีแนวอื่นไปเรียบร้อยแล้ว โดยทีมงานจัดคอนเสิรต์ส่วนใหญ่ทั่วโลกก็เปลี่ยนมาใช้บริการดีเจมากขึ้น ยิ่งเอามามัดรวมกันหลายๆคนแล้วบัตรก็แทบจะ sold out ตั้งแต่วันแรกที่เปิดขาย โดยที่เราก็ยังไม่รู้ว่ากระแสดนตรีแนวนี้ จะยังฟีเวอร์ต่อไปอีกนานแค่ไหน

โดยวันนี้ทีมงาน UNLOCKMEN ได้นำข้อมูลการจัดอันดับรายได้จากนิตยสาร Forbes ที่เค้าไปสำรวจมาว่ารายได้ของ เหล่าดีเจตัวท๊อปของโลก ว่าพวกเค้าเหล่านี้มีรายได้กันเท่าไหร่ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวน่าจะทำให้ใครกำลังตัดสินเล่นดนตรีต้องหันมาลังเลและอาจจะเปลี่ยนใจมาเรียน DJ ก็เป็นได้

151013-EDM-1

เริ่มต้นด้วยอันดับ 1. Calvin Harris รายได้รวม 66  $ Million ( ราว 2,353 ล้านบาท)

โปรดิวเซอร์และศิลปินชาวสก๊อต หวานใจของ เทเลอร์ สวิฟ คนนี้กดรายได้รวม ไปเหนาะๆราว 66 $ million โดยปีที่ผ่านมา Calvin Harris มีโชว์ทั่วโลก ราว 125 โชว์ เรียกได้ว่าเป็นปีทองของ Calvin Harris สุดๆ โดยที่เค้าโปรดิวส์ เพลงของตัวเองและศิลปินอีกมากมาย โดย Calvin Harris ก็มีเพลงฮิต อาทิ เช่น Summer , Blame  และ Outside โดยความฮอตของเค้ายังไม่จบเพียงเท่านี้ เค้ายังได้เซ็นสัญญากับแบรนด์เสื้อผ้า  Armani  อีก หล่อยังเดียวยังไม่พอแถมเก่งขนาดนี้ ถ้าเทเลอร์ สวิฟ  ทิ้งคนมีสาวๆรอต่อคิวอีกเป็นแถวแน่

อันดับ 2. David Guetta รายได้รวม 37 $ Million (ราว 1,319 ล้านบาท)

151013-EDM-3

โปรดิวเซอร์วัย 47  ปี เจ้าของเพลงฮิตมากมายเช่น Bad , Hey Mama ที่ได้สาว Nicki Minaj มาร่วม Featuring รั้งมาเป็นอันดับสอง โดยมีรายได้มากขึ้นจากปีก่อน ราว 7 $ million แม้กระแสของ David Guetta จะดูซาลงไปแต่รายได้ของเค้าไม่ได้ซาตามลงมาเลย

อันดับ 3. Tiesto รายได้รวม 36 $ Million (1,238 ล้านบาท)

151013-EDM-4

โปรดิวเซอร์และดีเจแนวแทรซ์ชาวดัตซ์ ซึ่งเค้าเป็นคนแรกๆที่เปิดกระแส EDM และยังเป็นต้นแบบ ของ DJ ระดับโลกอย่าง Hardwell  ที่รั้งมาเป็นอันดับ 3 ซึ่ง Tiesto กดรายได้ไปแค่ไม่เท่าไหร่ แค่ประมาณ 36 $ million

อันดับ 4.  Skrillex กับ Steve Aoki รายได้รวม 24 $ million(ราว 855 ล้านบาท)

151013-EDM-5

สองดีเจแนว Dupstep, Progressive ที่รั้งมาอันดับสี่ร่วม ทั้งคู่ก็ยังคงมาผลงานออกมากันอยู่อย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นการไปรวมแจมกับคนอื่นหรือโชว์เคสเดี่ยว ซึ่งล่าสุด  Steve Aoki ก็เพิ่งมาเยือนบ้านเราในงาน I am Hardwell United we are ที่มาร่วมแสดงพร้อม Hardwell ที่ Bitec บางนาเมื่อกลางปี

อันดับ 6. Aviici รายได้รวม 19 $ million(ราว 677 ล้านบาท)

151013-EDM-6

โปรดิวเซอร์และดีเจหนุ่มไฟแรงวัย 26 ปีคนนี้รั้งมาที่อันดับ 6 ด้วยฝืมือการ โปรดิวส์ที่เก่งเกินวัยเจ้าของเพลงฮิต อย่าง Wake me up และ Wating for love ทำให้ปีนี้ Aviici เก็บรายได้ไปปะมาณ  19 $ million

อันดับ 7. Kaskade รายได้รวม $18 million (ราว  615 ล้านบาท)

151013-EDM-7

ดีเจชาวอเมริกัน วัย 44 ปี เป็นดีเจรุ่นเก๋าอีกคนที่ติดทำเนียบ ดีเจที่มีรายได้เยอะที่สุด มาเป็นอันดับ 7 ซึ่งเจ้าตัวก็มีอัลบั้มเป็นของตัวเองมากกว่า 13 อัลบั้ม

 

อันดับ 8. Martin Garrix กับ Zedd รายได้รวม $17 million (ราว 606 ล้านบาท)

151013-EDM-8

ส่วนอันดับ8 ร่วม ได้แก่ Martin Garrix และ Zedd สองดีเจหน้ามนสุดหล่อ ทางด้าน Martin Garrix ดีเจขวัญใจสาวๆทั่วโลกและเล่าสุดเค้าก็ได้รับการจัดอันดับเป็นดีเจอันดับหนึ่งจากการจัดอันดับของ Top 100 DJ 2015 by 7up ด้วยวัยเพียง 19 ปี บวกกับหน้าตาที่หล่อเหลาสาวละลายขนาดนี้เชื่อว่าปีหน้าก็โกยตังกันยาวๆน้อง Martin ส่วน Zedd ดีเจหนุ่มชาวรัสเซีย เจ้าของเพลงฮิตอย่าง  Clarity และ Beautiful now ล่าสุดเป็นเรื่องน่าเสียดายที่เค้าได้ยกเลิกคอนเสิรต์ที่ไทยเมื่อกลางปีที่ผ่านมาแฟนชาวไทยก็คงต้องร้องเพลงรอกันต่อไป

อันดับ10. Afrojack, $16 million (ราว 575 ล้านบาท)

151013-EDM-9

Afrojack ศิลปินชาวเนเธอแลนด์คนนี้ก็เคยมาเปิดคอนเสิรต์ในบ้านเราหลายต่อครั้งล่าสุดใน งาน S2O Songkran festival เมื่อตอนสงกรานต์ที่มาผ่านมา

จากรายได้ที่เห็นอาจทำให้ทุกคนถึงกับช๊อคกับรายได้ของพวกเค้าและที่มีคนเคยบอกว่าการเล่นดนตรีคือการเต้นกินรำกินไม่สามารถเลี้ยงชีพได้ คงจะไม่จริงสะแล้ว เห็นอย่างนี้เราคงต้องไปลงเรียนคอร์สดีเจสักคอร์สเพื่อจะได้มีโอกาสไปติดอันดับกับเค้าซะบ้าง

ที่มา Forbes

Thada
WRITER: Thada
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line