Entertainment

GARAGE: SUMMER DRESS ผู้มองว่าตัวเองล้มเหลวด้านธุรกิจ แต่ประสบความสำเร็จด้านศิลปะ

By: april January 15, 2019

วงการดนตรีในแต่ละยุค มีจุดวัดความสำเร็จที่เปลี่ยนไปตามยุคนั้น ตั้งแต่ยุคล้านตลับจนมาถึงยุคล้านวิว ความสำเร็จที่เปลี่ยนแปลงหน้าตาอยู่เสมอทำให้เราไม่อาจมีสิ่งชี้วัดตายตัว สำหรับกลุ่มคนดนตรีอย่าง Summer Dress ผู้มองว่าตัวเองไม่ได้ประสบความสำเร็จด้านธุรกิจเอาเสียเลย แต่ก็พอใจที่ตัวเองประสบความสำเร็จในด้านศิลปะแล้ว มีอัลบั้มของตัวเอง มีแฟนเพลงที่ร้องเพลงตามได้ มาพูดคุยกับพวกเขาในเรื่องราวเหล่านี้ไปพร้อมกันกับเรา

เพราะบรรยากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนในวันนั้น เราจึงต้องนั่งพูดคุยกันในบ้านหนึ่งในสมาชิกของวง บ้านที่เป็นทั้งพื้นที่รวมตัว พูดคุย ทำกิจวัตรประจำวันและซ้อมดนตรีที่ห้องซ้อมด้านบน เราเลือกนั่งคุยกันที่ห้องนั่งเล่น สมาชิก Summer Dress นั่งพิงโซฟาตัวยาว ที่พอจะนั่งได้เกือบทั้งวง เรียงกันตั้งแต่ แน็ต กีต้าร์, โป้ว เบส, แปม กลอง, เต๊น ร้องนำ กีต้าร์ และ ปอนด์ คีย์บอร์ด แล้วเราเริ่มพูดคุยกันท่ามกลางเสียงหยาดฝนโปรยปรายและ Lullaby อ้อยอิ่งตามแรงลม

About Summer Dress

สมาชิกทั้งหมดเริ่มต้นวงดนตรีเหมือนวัยรุ่นคนอื่นที่อยากจะมีวงดนตรีเป็นของตัวเอง รวมตัวกันตั้งแต่สมัยเรียน ทำให้พวกเขามีความสนิทสนมในอินเนอร์ของเพื่อนที่เป็นเพื่อนในชีวิตจริง ไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงาน หรือสมาชิกในวง (สังเกตได้จากการกวนตีนกันเองตลอดการพูดคุย) พวกเขายังคงชื่นชอบและรักในงานอดิเรกนี้ เพลงแพ้ทอมคงจะเป็นเพลงแรกที่เราได้ยินชื่อของพวกเขา จนกำเนิดอัลบั้มมาให้พวกเราได้ฟังแล้วถึงสองอัลบั้ม และกำลังจะมีอัลบั้มที่สามตามมาเร็ว ๆ นี้

โป้ว: เล่นด้วยกันมานานตั้งแต่สมัยเรียนดุริยางค์ ศิลปากรด้วยกัน ตอนแรกมีเต๊น มีผม มีแน็ต แล้วก็เพื่อนอีกคน แต่ว่าเขาเล่นไม่ไหว (แน็ต: ทำไมเล่นไม่ไหว) เขาเรียนหนักเกิน (หัวเราะ) เลยชวนปอนด์กับแปมมาเล่นด้วยกัน ประมาณ 8-9 ปีนี่แหละครับ

เริ่มเป็นที่รู้จักจริง ๆ คือช่วงไหน ?

แน็ต: ช่วงแรกก็รู้จักแล้วครับ (หัวเราะ)

เต๊น: นับยากนะ มันเหมือนสะสมแต้มบุญไปมากกว่า มันไม่ได้มีจุดที่ดังเปรี้ยงปร้างขึ้นมาเลย เราค่อย ๆ สะสมแฟนเพลงมาเรื่อย ๆ ถ้านับจุดที่เป็นแลนด์มาร์กจริง ๆ ที่ฮือฮาในหมู่เพื่อน ๆ และคนก็รู้จักมากขึ้นคงจะเป็น MV เพลง แพ้ทอม อันนี้แหละน่าจะได้แฟนเพลงมากที่สุด

ช่วงที่คนยังไม่รู้จักตอนนั้นเป็นยังไงบ้าง ? 

เต๊น: ตอนนั้นก็เหงา ๆ ไปเลย ตอนนั้นเราทำ เราไม่มีค่าย เราไม่มี PR อะไรเลย ไม่เหมือนเดี๋ยวนี้ใช่มั้ยที่สื่อเยอะกว่าแต่ก่อนสมัยมี Myspace กับ hi5 เป็นช่วงคาบเกี่ยวก่อนมี Facebook ส่วน Youtube ก็ยังไม่เป็นที่นิยมเท่าไหร่ วิธีเดียวที่จะทำให้มีแฟนเพลงคือออกไปเล่น ไปจอยกับอีเวนต์ รวมวงดนตรีที่เป็นอิสระไปเล่นกัน แชร์แฟนเพลงกัน

เล่า Process การทำเพลงของ Summer Dress ให้ฟังหน่อย กว่าจะได้เพลงนึง ใครทำอะไรกันบ้าง ?

แปม: แน็ตเป็นคนทำหัวเชื้อ วัตถุดิบ โครงสร้าง

แน็ต: สามสิบวิ (หัวเราะ)

แปม: ไอ้ตรงที่แน็ตทำมาเนี่ย คนอื่นก็มาช่วยกันทำต่อ บางทีเต๊นก็เป็นคนเริ่มวัตถุดิบบ้าง สองคนนี้จะเป็นคนเริ่ม สามคนที่เหลือจะมาช่วยประกอบร่าง

เต๊น: ปกติเขาจะเริ่มจากเนื้อร้องกัน วงเราส่วนมากจะเริ่มจากเครื่องดนตรีสักชิ้นนึง ทำนอง วลีชุดนึง แล้วค่อยมาต่อ ๆ กันเรื่อย ๆ แล้วเราก็ใช้วิธี Post-Production ในคอมพิวเตอร์เยอะเหมือนกัน วิธีการ Recording จนถึง Mixed Editting จังหวะที่คนเล่นไม่ได้ เสียงบางอย่างที่คนเล่นไม่ได้ อันนี้ก็เข้ามาช่วยเยอะ

จากการพูดคุยพอจะรู้ว่าแต่ละคนฟังเพลงไม่เหมือนกันเลย แต่ละคนมีแนวที่ชอบของตัวเอง พอมาเป็น Part การทำงาน มีอาการจูนไม่ติดมั้ย ?

แปม: มีทุกวงแหละ จูนติดไม่ติด แต่เราอยู่ด้วยกันมันก็ต้องทำให้ติดให้ได้ 

“ต่างคนต่างความคิด เราชอบแบบนี้ เขาเล่นในสิ่งที่เราไม่ชอบ เรายอมรับเขาได้มั้ย มันเรื่องแค่นั้นเลย เรายอมที่จะเป็นสิ่งที่เขาอยากให้เราเป็นมั้ย”

– เต๊น Summer Dress –

ถ้าแต่ละคนค่อนข้างจะแตกต่างกันแล้วคิดว่าอะไรที่รวม Summer Dress ไว้ด้วยกันได้ ?

แน็ต: ความเป็นเพื่อนแหละครับ เราเริ่มจากเพื่อนมาก่อน

เต๊น: เอาจริง ๆ มันคืองานอดิเรกที่เรามาจอยกันได้ แต่ยังเลี้ยงชีวิตเราไม่ได้ แต่ถ้าวันไหนมันเลี้ยงชีวิตเราได้ขึ้นมา อาจจะจูนกันไม่ติดก็ได้นะ

แปม: เราทำเพราะเราอยากทำ เราสนิทกันอยู่แล้ว เลยไม่ค่อยมีปัญหาอะไร 

เต๊น: ด้วยความที่เราเรียนมาแนวเดียวกัน เลยมี Passion ที่ตรงกัน อาจเป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวแต่ละคนไว้

เพลงเปลี่ยนคนเปลี่ยน

หากลองเปิดเพลงของ Summer Dress สับเปลี่ยนระหว่างอัลบั้มแรกและอัลบั้มที่สอง คงจะพอเห็นความแตกต่างของทั้งสองอัลบั้มนี้อย่างชัดเจน ว่าเพลงไหนอยู่ในอัลบั้มไหน ไม่ใช่แค่พวกเรา แฟนคลับเองก็รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงนี้เช่นกัน เลยทำให้เกิดแฟนเฉพาะอัลบั้มขึ้น บางคนชอบแต่อัลบั้มแรก บางคนชอบแต่อัลบั้มสอง มาดูกันว่าอะไรที่ทำให้พวกเขาเลือกที่จะเปลี่ยนแนวเพลงขึ้นมา ?

เต๊น: เราไม่ได้พยายามจะเปลี่ยนหรอก เราสนุกกับการหาวัตถุดิบทำอยู่แล้ว ในชุดแรกเรามีเพลงเท่านี้ ชุดสองมีเท่านี้ มันเปลี่ยนไปของมันเอง 

แปม: จังหวะเวลาตอนนั้น เราอยากทำแบบน้ัน แค่นั้นเอง

เปลี่ยนไปคนละสไตล์แบบนี้แฟนคลับว่าไงบ้าง ?

แปม: อันนี้พูดยากครับ แฟนคลับเราน่าจะแบ่งเป็นสองช่วงมากกว่า ช่วงแรกกับอัลบั้มสองมันต่างกัน

เต๊น: แฟนหนีครับเอาง่าย ๆ (หัวเราะ) เหมือนเก็บเสื้อผ้าออกจากบ้านไปเลย พอเราออกชุดสอง 

แปม: เหมือนคนที่ฟังอัลบั้มแรกจะไม่ชอบอัลบั้มสอง คนที่ชอบอัลบั้มสองก็จะไม่ฟังชุดแรก 

เต๊น: แต่ก็มีส่วนน้อยที่ตามวงเราแบบที่เราเป็นอะไรก็ได้ บางทีเราออกไปเล่นก็เล่นเอาแต่ใจเกินไป เราก็เลยต้อง Balance เพลงให้ทั้งสองกลุ่มโอเค

แฟนหนีเพราะแนวเพลง ?

เต๊น: ก็ใช่นะครับ เพราะสไตล์การทำเพลงมันไม่เหมือนเดิม ชุดแรกผมว่ามันมีความเป็น Pop ที่เข้ากับ Culture วัยรุ่นยุคนั้น เป็นเพลงที่ฟังได้ มีเนื้อหา ชุดสองเราทดลองทำอีกแบบนึง เราลองทำแบบไม่มีเนื้อหาอะไรเลย อาจจะมีวลีเดียวร้องไปทั้งเพลง เราจะมีแกนเนื้อหาอยู่ แต่ไม่มีเนื้อเพลงเต็ม ๆ นั่นเลยทำให้มันกลายเป็นแฟนเพลงคนละกลุ่ม

ความสำเร็จมันมีหลายด้าน

อย่างที่เกริ่นในตอนต้นเรื่องการประสบความสำเร็จ ว่าแต่ละคนมีจุดที่พอใจแตกต่างกันไป และ Summer Dress เชื่อว่าตัวเองประสบความสำเร็จแล้ว ยิ่งนับบนความพอใจของตัวเอง ยิ่งเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ชัดเจนที่สุดว่าเขาพอใจกับผลงานตัวเองมากแค่ไหน แม้ในด้านธุรกิจจะมีเข้าเนื้อจนทำให้พวกเขารู้ตัวว่ามันไปได้ไม่ดีเท่าไหร่ก็ตาม

แปม: ถ้าในมุมธุรกิจก็ล้มเหลว (หัวเราะ) ถ้ามองในมุมศิลปะมันโอเค

เต๊น: มันประสบความสำเร็จในแง่ เราออกมาสองอัลบั้มเต็ม เต็มเม็ดเต็มเหนี่ยว เราตั้งใจกันมาก เราได้ฝากผลงานเอาไว้

“ในมุมคนทำเพลง ได้ออกอัลบั้มมามันก็รู้สึกว่าเราทำได้แล้ว ไม่จำเป็นที่ต้องขายได้ถล่มทลาย แต่ขายได้ก็ดี”
– แปม  Summer Dress –

ต่อให้รู้ว่าตอนนี้ยังไม่ประสบด้านธุรกิจแต่ก็ยังอยากทำต่อไปอยู่มั้ย ?

เต๊น: เรามีโปรดักส์แล้ว เราก็ต้องคิดแล้วว่าทำยังไงถึงจะขายได้ ทุนมันก็เป็นปัจจัยนึง บางทีสายกีต้าร์ขาดก็ไม่มีเงินซื้อ เศร้าครับ ตอนนี้ก็คิดวิธีอยู่

แล้วแค่ไหนถึงจะสำเร็จในด้านธุรกิจ ?

เต๊น: มันสามารถเลี้ยงดูเราได้ ใช้จ่ายได้ไม่ขัดสน

แปม: คุ้มทุนกับที่เสียไป ค่า Production โดยที่เราไม่ต้องควักเนื้อเอง เท่านี้ก็โอเคแล้วสำหรับพวกเรา

โป้ว: ซื้อเครื่องดนตรีโดยไม่ต้องคิดเยอะก็จบแล้ว ทุกวันนี้ก็เงินตัวเอง จุ๊งอยู่ 

งั้นฝากผลงานหน่อยแล้วกัน

โป้ว: ฝากผลงานพวกเราด้วยครับ อัลบั้มสองใกล้หมดแล้วนะครับ อัลบั้มสามก็ใกล้มาแล้ว ติดตามที่ summerdressband ว่ามีเล่นที่ไหนบ้าง ติดไปตามดูพวกเราได้ (จริง ๆ น่าจะหมายถึง ไปติดตาม) อัลบั้มสามจะตั้งใจทำให้เร็วที่สุดครับ

ตลอดการพูดคุย พวกเขาไม่ใช่วงดนตรีที่พูดเก่ง เจนจัดในการตอบคำถามกับสื่อ แต่สิ่งที่พวกเขามีอย่างชัดเจนคือมิตรภาพที่มีต่อกันและความรักในสิ่งที่ตัวเองทำ พอใจกับทุกผลงานที่มาจากน้ำพักน้ำแรงของพวกเขาเอง แม้มันจะไม่ได้สร้างชื่อให้พวกเขากลายเป็นเบอร์ใหญ่ แต่มันยังคงทำให้พวกเขาได้ทำสิ่งที่รัก ได้มีงานอดิเรกติดตัวอยู่ในทุกวัน ได้พบเจอเพื่อนที่มาพูดคุย หยอกล้อ และซ้อมดนตรีไปพร้อมกันเหมือนสมัยเรียน แค่นั้น อาจจะเป็นความน่าพอใจสูงสุดที่เราอาจยังไม่ได้พบเจอเลยก็ได้

สามารถติดตามพวกเขาต่อได้ที่ Summer Dress

april
WRITER: april
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line