Entertainment

GARAGE: ‘THE DUMBS’ ทำเพลงด้วยสมอง ขายด้วยสองมือ เพราะทุกโอกาสมีไว้สำหรับคนที่มองเห็น

By: april January 10, 2019

เวลาเราซุ่มทำบางอย่าง กลั่นกรองความคิดให้มันตกตะกอนออกมาเป็นไอเดียที่เข้าท่า ลงมือทำด้วยทักษะที่เรามี แต่พอถึงเวลาที่ต้องงัดของมาเรียกแขก มักมองไม่เห็นลู่ทางที่ชัดเจนหรือแตกต่างจากสิ่งเดิม ๆ มากนัก ได้แต่เดินทางเดิม ตามสิ่งที่คนอื่นเคยทำมาแล้ว จนของที่เราตั้งใจทำกลายเป็นของที่จมอยู่ท่ามกลางของชิ้นอื่น ไม่มีวี่แววที่จะโดดเด่นขึ้นมาได้

แต่เรื่องนี้ไม่เป็นปัญหาสำหรับ “คุณวิน – วินัย กิจเจริญจิรานนท์” ที่มองลู่ทางในการนำเสนอผลงานของตัวเองในรูปแบบอื่น ๆ ในคติที่ว่า “กล้าทำก็กล้าขาย” กับผลงานเพลง Nerd Pop ของเขาในชื่อ “The Dumbs” เมื่อทุกอย่างที่สร้างมาด้วยสมอง ทำไมเราถึงไม่กล้าขายด้วยสองมือของเรา พูดคุยกับเขาในประเด็นการมองหาโอกาสและลงมือทำในสิ่งที่รักในตอนที่ยังมีเวลา

เห็นชื่อ Garage มาอาจมองหาเรื่องราวดนตรีเน้น ๆ แต่ครั้งนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องราวการทำเพลงเพียงเท่านั้น เพิ่มโฟกัสเรื่องความพยายามในการทำเพลงแบบไม่มีค่าย หรือแม้แต่ทำการตลาดด้วยตัวเองด้วย คุณวิน ทำงานเป็น Content Creator เพจ TypeThai ไม่ได้มีดนตรีเป็นอาชีพหลักมาตั้งแต่แรก เป็นเพียงแค่งานอดิเรก แต่เขาเลือกที่จะทำมันในตอนที่เขายังมีโอกาส เขาลงมือทำสิ่งที่ยังค้างคาอยู่ในใจอย่างดนตรี ออกมาเป็น “The Dumbs” ที่มี 5 แทร็กออกมาให้เราได้ฟังกัน

 

จากคนฟังเปลี่ยนเป็นคนทำดนตรี

ตอนทำเพลงเองคนเดียวเนี่ย ส่วนมากได้แรงบันดาลใจจากไหน ?

“โดยส่วนตัวชอบดนตรีอยู่แล้ว แต่ส่วนมากจะเป็นคนฟัง บวกกับเล่นดนตรีได้นิดหน่อย ก็เล่นมาตั้งแต่เด็ก สมัยเรียน แต่พอทำงานไประยะหนึ่ง งานโอเคประมาณหนึ่ง อยากกลับมาทำสิ่งที่เราชอบทำ เลยย้อนกลับมาที่เรื่องดนตรี ด้วยช่วงเวลาที่เหมาะสม งานโอเค มีเวลาว่าง มันก็กลายเป็นช่วงเวลาลงตัวที่เราจะได้กลับมาทำดนตรีของเราเอง

เริ่มจากเรื่องที่อยากพูด เรามีเพลงสไตล์ที่ชอบประมาณนึง มีเรื่องที่อยากจะพูดจะสื่อสาร เป็นคนชอบเขียนด้วย ก็เลยเอาสิ่งที่อยู่ในใจมาเขียนเป็นเนื้อเพลง พออายุประมาณ 30 เราก็มีเรื่องของเรามากพอที่จะสื่อสารออกไป ตอนนี้ทำ EP อยู่ 5 เพลง ก็คือเรื่องที่อยากจะเล่าในช่วงนี้ วางขายแล้ว ส่วน Streaming ทยอยปล่อยอยู่”

กระแสตอบรับเป็นไงบ้าง ?

“ประมาณนึงครับ อย่างที่ทราบว่าเราไม่ใช่ศิลปินที่อยู่ในค่ายใหญ่ เรื่องของการโปรโมต เรื่องของการรับรู้ของคน อาจไม่เท่ากับศิลปินที่เขามีค่ายกัน ที่บอกว่าประมาณนึงคือพอปล่อยไป ก็ได้อยู่ในชาร์ตบ้าง ถือว่าโชคดีที่พอทำแล้วยังมีคนหยิบเข้าไปในชาร์ต ใน Playlist ต่าง ๆ” 

ได้ไปสำรวจบ้างหรือเปล่าว่าแฟนคลับของเราเป็นกลุ่มไหน ?

“ใช้คำว่าแฟนคลับจะดูเขินไปนิดนึง (หัวเราะ)” งั้นเรียกว่าคนฟังเพลงของเราแล้วกัน “ได้ครับ คนฟังของเรา ส่วนมากก็เป็นคนที่ชอบเพลงสไตล์เดียวกับเรา ตอนนี้ตลาดเพลงวาไรตี้มันค่อนข้างเยอะ แต่ก็คิดว่าต้องมีคนกลุ่มนึงที่ชอบฟังเพลงในแบบที่เราฟัง แบบที่เราทำ น่าจะเป็นคนกลุ่มนี้แหละ”

พอเปลี่ยนสถานะจากคนฟังมาเป็นคนทำเพลงเองแล้วเป็นยังไงบ้าง ? มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นยังไงบ้าง ?

“มันมีทั้งสองมุม มีทั้งยากทั้งง่าย ความยากคือเราจะโปรโมตยังไง เราจะพาเพลงไปสู่กลุ่มคนฟังยังไง เรื่องงบประมาณ ถ้ามีค่ายอาจจะมีคนคอยซัพพอร์ต เราต้องรวบรวมงบเอง หาที่อัดเพลง โปรโมตเอง แต่ความง่ายคือไม่มีใครมาตีกรอบเรา สมมติมีค่ายเราอาจจะมีโจทย์ แต่ตอนนี้เราไม่มีโจทย์อะไร ทำในสิ่งที่เราอยากทำ มันจะมีเรื่องของการ Free Form ในการโปรโมต เราจะนำเสนอยังไงก็ได้ เล่นยังไง ไร้กรอบไปเลย มองดี ๆ มันก็เป็นเรื่องสนุกแหละ”

“ทำเพลงเองคนเดียวมันก็มีส่วนยากครับ ด้วยความที่บอกตอนแรกว่าเราไม่มีสกิล แต่ทุกวันนี้เรามีตัวช่วยเยอะมาก ผมก็ทำในส่วนที่พอทำได้ ถ้าอยากอุดรอยรั่วตรงไหนในบางแทร็ก ก็จ้างฟรีแลนซ์เอาครับ ถือว่าช่วยได้เยอะเลยครับ”

 

เพราะโอกาสคือช่องทางสำหรับคนที่มองเห็นมัน

เล่าก่อนว่า เราไปเจอ “The Dumbs” ในกรุ๊ปบน Facebook สะดุดตาเข้ากับ Artwork สีฟ้าสดใส คิดว่ามันคือโปสเตอร์โปรโมตเพลงทั่วไป แต่มันคือการโปรโมตหาคนมาขายแผ่นซีดีให้ เราสะดุดกับไอเดียนี้เข้าอย่างจังจนอยากทำความรู้จักกับเจ้าของไอเดียการโปรโมตนี้ เลยได้มาคุยกับคุณวินในคอนเทนต์นี้นี่แหละ มาดูกันว่าไอเดียการขายของที่ไม่ได้ขายตรง ๆ มาจากไหนกัน ?

“มันเริ่มมาจากว่าพอผมทำซีดีเสร็จ ผมทะลึ่งทำมาตั้ง 500 แผ่น ถ้าตามมาตรฐาน เราก็ต้องคิดว่าจะไปขายที่ไหน ที่แรกก็คงเป็นพวก Store CD แต่ทุกวันนี้ร้านขายแผ่นมันน้อยมาก แฟนคลับก็ไม่มี ช่องทางโปรโมตก็ไม่มี ทำมาตั้งเยอะผมก็คิดแล้วว่าจะทำยังไงให้ช่องทางการปล่อยเพลงของเราเยอะขึ้น นอกจากร้านแล้ว ทำไมเราไม่เปลี่ยนคนฟัง คนที่ชอบเพลงเรา มาเป็นคนขาย”

“ผมได้โมเดลมาจากคนขายของออนไลน์ มันจะมีโมเดลที่เรียกว่า Dropship ที่คนไม่ต้องสต็อกสินค้าเอง ผมก็คิดว่า จริง ๆ โมเดลนี้ก็ใช้กับตลาดเพลงได้ เขาอาจจะชอบหรือไม่ชอบก็ได้ แต่เขามีความสนใจเรื่องธุรกิจ เราก็เอามาช่วยเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการช่วยขายเพลง สมมติว่าเขาชอบขาย ผมมีสินค้า เขาช่วยผม คุณก็แบ่งเปอร์เซ็นต์ไป ใช้โมเดลธุรกิจที่มีอยู่แล้วมาใช้ในการโปรโมต”

“ผมพยายามหาโมเดลแปลก ๆ ใหม่ ๆ คือผมเชื่ออยู่เรื่องนึง เรื่องของการเชื่อมโยง บางทีเราคิดว่าไอ้สิ่งที่เราทำมันแคบ แต่ผมเชื่อว่ามันเชื่อมโยงกันหมด การโปรโมตเพลงทำไมเราต้องโปรโมตเฉพาะกลุ่มคนที่สนใจดนตรี ตอนนี้ผมขยายกลุ่มคนที่สนใจธุรกิจ มาช่วยโปรโมต ไปเล่าไอเดียให้เขาฟัง ผมมีสินค้า มันก็อาจได้สิ่งที่ต้องการตรงกัน ในอนาคตผมมองว่าอาจจะมีคนอีกหลายกลุ่มที่จะดึงเข้ามาได้”

ลองแผนโปรโมตนี้แล้วเป็นไง เวิร์กมั้ย ?

“มันมีคนมาช่วยขาย อาจจะไม่ได้เยอะ แต่มันก็ตอบโจทย์เราที่ช่วยเพิ่มช่องทางในการขาย นอกจากร้านก็ยังมีดีลเลอร์ให้เรา นอกจากนั้นมันเพิ่มโอกาสในการพูดคุย อย่าง UNLOCKMEN เห็นโมเดลที่เราทำแล้วมาสัมภาษณ์ผม ก็ได้ช่องทางการกระจายเพลงไปอีก”

ทำไมถึงคิดว่าแผนนี้มันจะเวิร์ก ?

“นักดนตรีบางคนจะชอบคิดว่าเราทำเพลง Process ของเราจบแล้วก็ทิ้งมันไว้ตรงนั้น หน้าที่ของการขายไม่ใช่สิ่งที่ต้องลงไปทำ ซึ่งเขาไม่ผิดนะ เขาอาจจะไม่ถนัดหรือไม่มีแผนในการทำตรงนั้น แต่ผมว่าจริง ๆ ถ้าคิดเพิ่มอีกหน่อย ไหน ๆ ทำของที่คุณภูมิใจแล้ว ทำไมไม่ออกไปนำเสนอมัน ในมุมคนฟังเขาไม่ได้แอนตี้กับมันหรอก

ตอนผมคิดเรื่องนี้ ผมคิดว่าทุกคนขายของ ร้านข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู เขาเปิดร้านทุกวัน เชิญชวนเรียกแขก เขาไม่เห็นอายเลย เพราะเขาภูมิใจว่าของเขาอร่อย ในขณะเดียวกันที่เราทำโปรดักส์เพลง ทำไมเราไม่กล้าบอกว่านี่ของผม ลองฟังดูหน่อย ในยุคนี้ที่เปิดให้คนไปวางโปรดักส์ในโลกออนไลน์ได้เยอะมาก ผมว่ามันสนุกออก ลองทำดูครับ สุดท้ายถ้ามันไม่ใช่จริตของตัวเอง ผมว่ามันอาจพาเราไปสู่จุดใหม่ ๆ อย่างที่ได้คุยกันวันนี้เพราะผมได้ลองทำ ผมเองก็ดีใจมาก ๆ ที่ได้มาคุยกัน”

 

สัญญาณของการลงมือทำ

ถ้าสมมติว่าเพลงไหนกระแสตอบรับไม่ดีเท่าความตั้งใจ จะท้อมั้ย เพราะเราเองก็ลงแรงกับมันไปมาก ?

“ไม่ขนาดนั้นครับ แรกสุดที่ตั้งโจทย์มาคือสนอง Need ตัวเองอยู่แล้ว แค่ทำเสร็จก็ฟินแล้ว ไม่ได้คาดหวังว่ามันต้องหลายหมื่นหลายแสนวิว ยุคนี้ศิลปินมันหลากหลายมาก ผมทำเพลงมาถ้ามีคนฟังจำนวนนึงที่เข้าใจในสิ่งที่เราอยากพูด ชอบในสไตล์ของเพลงที่เราทำ แล้วเขามาพูดคุยมาคอมเมนต์ ผมพอใจแล้ว อย่างที่บอกว่าเราไม่ได้ตั้งต้นโจทย์ทางธุรกิจ มันเป็นงานอดิเรกด้วย”

อยากเอางานอดิเรกที่ทำอยู่ตอนนี้มายึดเป็นอาชีพหลักมั้ย ?

“ถ้าเป็นไปได้มันก็เพอร์เฟกต์ ถ้าสิ่งที่เราชอบทำอยู่แล้ววันนึงมันมาอยู่ในอาชีพที่ทำเงินได้ด้วย พยายามอยู่แหละครับ เรียกว่าถ้ามีโอกาสดีกว่า ตอนนี้เป็น Content Creator ถ้ามันมีคอนเทนต์เรื่องดนตรีที่เราสามารถใช้ความสามารถอันน้อยนิดไปดึงเรื่องนั้นมาอยู่ในงานได้ก็อยากจะทำ อย่างนั้นดีกว่าครับ แล้วแต่โอกาสจะเอื้ออำนวย สมมติทำไปแล้วอยากมีเพื่อนมาจอย หรือมีใครที่สนุกกับโปรเจ็กต์ที่เราทำอยู่ อยากเข้ามาเล่นด้วย เราก็ยินดี แต่ตอนนี้เราก็ทำสนอง Need ตัวเองก่อน (หัวเราะ)”

“ผมว่าทุกคนมีจุดนี้นะ สิ่งที่ยังคาอยู่ในใจ สิ่งที่ยังไม่ได้ทำ ยิ่งเราโตขึ้น มีบางอย่างที่มันเหมาะสมที่จะทำ เราต้องทำแล้ว อย่างผมสามสิบกว่า ถ้าเลยจากวัยนี้ผมต้องรับผิดชอบเยอะขึ้น ต้อง Settle ตัวเอง ตอนนี้ยังมีเวลาให้ทำในสิ่งที่ผมยังค้างคาก็คือเพลง ผมก็ต้องทำ คนส่วนใหญ่ชอบคิดว่าเรามีเวลาเป็นข้อจำกัด เราไม่กล้าที่จะทำ ผมพยายามข้ามตรงนี้ให้ได้

ชวนคนที่ยังไม่ลงมือลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างกันหน่อย

“สำหรับคนที่มีสิ่งที่ชอบ อะไรที่คาอยู่ในใจ บางทีคนเรามักจะคิดว่าทำไม่ได้ ผมว่าทำไปก่อน มนุษย์มันมีการดิ้นรนของมัน เดี๋ยวสักพักมันจะหาทางไปของมันได้เอง สุดท้ายผมว่ามันจะทำได้ อาจจะไม่ 100% แค่ 60-70% ก็ทำไปเถอะ ไม่ต้องกลัว

ผมทำดนตรีมาค่อนข้างนานแล้ว หมายถึงทำมาตั้งแต่สมัยเรียน ทำงานใหม่ ๆ ตอนนั้นเราตั้งกำแพงว่าทำได้แค่นี้อย่าทำเลย เราเลยทิ้งมันไปหลายปี ผมว่ามันทำให้เราเสียเวลา ถ้าลงมือตั้งแต่ตอนนั้น บางทีเราอาจจะได้ทำเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ตอนนี้อาจได้ทำอะไรที่มากกว่า ก็เสียดายที่ไม่ได้ทำ ถ้าข้ามมันไปได้แล้วเริ่มต้นเร็ว โอกาสคุณจะมีอีกเยอะมากเลย”

“ผมค่อนข้างพอใจที่ได้สนอง Need ตัวเอง ได้มีสิ่งที่สนุกกับมัน ส่วนในอนาคตถ้ามันจะพาเราไปสู่ตรงไหนก็ถือว่าเป็นกำไรแล้ว”


โอกาสคือช่องทางสำหรับคนที่เห็นคุณค่าของมัน อย่างคุณวินที่เห็นคุณค่าของงานอดิเรกที่ตัวเองรัก และไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองต้องมาเสียดายในวันที่สายเกินไปว่าไม่เคยได้ลงมือทำ ไม่ได้ทุ่มเทกับมันด้วยพลังข้างในที่มี รวมถึงการมองหาโอกาสในการผลักดันสิ่งที่ตัวเองรักอย่างการโปรโมตเพลงในรูปแบบใหม่ อาจจะดูแปลก ตลก หรือน่าสนใจ ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน แต่สิ่งที่เขาจะได้แน่ ๆ คือ Engagement จากสิ่งที่เขาทำในตอนนี้นั่นเอง หากเรื่องราวของเขาน่าสนใจจนอยากจะติดตาม สามารถไปส่องโปรโมชั่นสุดแฟนซีตามลายแทงได้ที่ The Dumbs

april
WRITER: april
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line