Guide

MANCAVE: ALONETOGETHER ดื่มสุรา สูบซิการ์ ฟังไวนิล บาร์ลับใต้แสงเทียนของชายผู้หลงใหลราตรีกาล

By: G-NEAK November 28, 2019

เมื่อถึงคราวที่พระจันทร์ต้องขึ้นไปส่องสว่างแทนที่พระอาทิตย์ ความมืดมิดก็ค่อย ๆ เยื้องกรายเข้าปกคลุมท้องฟ้า และนั่นเป็นสัญญาณที่บอกว่าชีวิตกลางคืนของผู้ชายอย่างเราได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

นี่เป็นอีกวันที่เราโคตรเหน็ดเหนื่อยกับการทำงาน และกำลังมองหาเครื่องดื่มดี ๆ สักแก้วมาช่วยทุเลาความเหนื่อยล้านั้น ทันทีที่นึกได้ว่าแถว ๆ พร้อมพงษ์เหมือนจะมีบาร์เหล้าเปิดใหม่ เราก็ไม่รอช้าและรีบเดินทางไปยังที่นั่น

แม้ต้องผ่านอุปสรรคที่เรียกว่าผังเมืองกรุงเทพฯ เจอกับความป่วยของการจราจร หรือแม้แต่เดินสวนกับฝูงชนที่พลุกพล่าน แต่เมื่อมาถึงร้าน ‘Alonetogether’ ดูเหมือนว่าความว้าวุ่นก่อนหน้ากลับหายไปเป็นปลิดทิ้ง

‘ALONETOGETHER’ บาร์ลับที่ชวนคนเหงามานั่งเมาไปด้วยกัน

แม้บรรยากาศของย่านพร้อมพงษ์จะคึกคักและมีผู้คนสัญจรไปมาอย่างคับคั่ง แต่เมื่อก้าวเข้ามาในร้าน เรากลับรู้สึกได้ถึงความสงบ ความเป็นส่วนตัว และความลึกลับบางอย่างที่ทำเอาเราอยากเดินเข้าไปโดยไม่ลังเล

‘Alonetogether’ เป็น Speakeasy Bar ที่มองเผิน ๆ แล้วอาจไม่รู้ว่ามันคือบาร์เหล้า เพราะหน้าร้านมีเพียงป้ายไฟสีขาวขนาดจิ๋วเท่านั้น แถมตัวร้านก็ไม่ได้กว้างขวางอะไรมาก เหมือนกับซ่อนอยู่ในซอกหลืบเล็ก ๆ ของตึกแถวในย่านนี้

เมื่อผลักประตูร้านเข้าไปจะเจอกับทางเดินแคบ ๆ ที่ขนาบข้างกับเคาน์เตอร์บาร์ไม้ ทางเดินขนาดกะทัดรัดนี้จะพาคุณไปยังโถงดนตรีที่อยู่สุดทาง อันเป็นที่ตั้งของกองชุดและเปียโนสีดำขนาดใหญ่ ซึ่งทุก ๆ วันพุธถึงวันเสาร์จะมีวงต่าง ๆ มาบรรเลงดนตรีแจ๊ส ตั้งแต่สามทุ่มครึ่งถึงเที่ยงคืน

ด้วยคอนเซ็ปต์ที่ตั้งใจจะสร้างบาร์เหล้าย้อนยุค เจ้าของร้านจึงเนรมิตห้องแถวขนาดจิ๋วให้กลายเป็นบาร์ร่วมสมัย ที่เน้นใช้วัสดุไม้และแสงเทียนเป็นพระเอกหลัก ไม่เพียงสร้างความอบอุ่นด้วยพื้นไม้ ผนังไม้ และเฟอร์นิเจอร์ไม้ หากยังประดับประดาแสงเทียนไว้ตามจุดต่าง ๆ ทั่วทั้งร้าน ช่วยสร้างบรรยากาศสงบ สลัวราง และเหมาะแก่การนั่งละเลียดรสชาติสปิริตสักแก้วสองแก้ว

Alonetogether แบ่งร้านเป็นสองชั้น ด้านล่างจัดเป็นบาร์เครื่องดื่มทอดยาวตั้งแต่ประตูทางเข้าไปจนถึงเกือบสุดผนังอีกฝั่งหนึ่ง โซนบาร์มาคู่กับเก้าอี้ไม้ทรงสูงและแสงเทียนสลัว ทั้งยังมีโซนโต๊ะนั่งไว้รองรับลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มอีกด้วย

เมื่อเดินขึ้นบันไดไม้ไปยังชั้นสอง จะพบกับวิสกี้บาร์ที่เป็นห้องสูบซิการ์ในตัว ที่หนุ่ม ๆ สามารถสั่งวิสกี้และสูบซิการ์ท่ามกลางเสียงดนตรีจากแผ่นไวนิลยุคเก่า UNLOCKMEN เองก็ไม่แน่ใจว่าบรรยากาศชวนหว่องแบบนี้ จะทำให้เราดื่มไม่ยั้งหรือมัวแต่นั่งฟังเพลงเก่าจนลืมกระดกแก้วกันแน่

คลาสสิกค็อกเทลสไตล์ฟิวชั่น

Alonetogether เชื่อว่าคลาสสิกค็อกเทลเป็นเครื่องดื่มที่มีเสน่ห์เหนือกาลเวลา จึงเน้นเสิร์ฟเมนูคลาสสิกค็อกเทลโดยนำมาทวิสต์ให้เข้ากับยุคสมัยใหม่มากขึ้น แม้บางตัวจะใช้ชื่อตามแบบเดิม แต่จะเพิ่ม ลด และปรับปรุงค็อกเทลแต่ละแก้วให้เป็นสไตล์เฉพาะของทางร้าน แต่ถ้าหนุ่มคนไหนอยากดื่มคลาสสิกค็อกเทลแบบดั้งเดิม Alonetogether ก็จัดให้ได้เช่นกัน

เราสั่ง ‘Aviation’ มาลองชิมเป็นแก้วแรก แก้วนี้ใช้ Gin เป็นตัวเบส เสริมความเข้มด้วย Violet Liqueur สูตรโฮมเมดของทางร้าน เพิ่มรสเปรี้ยวตัดรสเหล้าอีกทีด้วยเลมอน เสิร์ฟมาในแก้วใสทรงสูงที่ทำให้มองเห็นเชอร์รีมาราสชีโนลูกโตด้านใน ซึ่งตัดกันกับตัวค็อกเทลสีม่วงเข้ม แม้จะดื่มง่ายและค่อนข้างสดชื่น แต่ก็มีความเข้มตามสไตล์คลาสสิกค็อกเทลเลย

อีกแก้วที่เราเลือกคือ ‘Cold Fashioned’ มีส่วนผสมของเบอร์เบิน (Bourbon 1880s) จากรัฐเคนทักกี สมทบด้วยรสขม ๆ ของเหล้าบิทเทอร์ (Bitters) ก่อนจะเติมรสชาติหวานหอมของน้ำตาลทรายแดงเข้าไป จนได้ออกมาเป็นค็อกเทลสีน้ำตาลอ่อนที่เสิร์ฟมาพร้อมน้ำแข็งบดพูนแก้ว

เนื่องจากแก้วนี้ใช้เหล้าเบอร์เบินที่นำไปแช่เย็นจัด ทำให้น้ำแข็งในแก้วละลายช้าลง ดื่มง่าย และรสชาติไม่จืดจางแม้จะใช้น้ำแข็งบดแทนน้ำแข็งก้อนใหญ่ก็ตาม ทั้งยังแฝงกลิ่นอายของ Old Fashion คลาสสิกค็อกเทลที่โด่งดังเอาไว้อีกด้วย

ถ้าคืนวันศุกร์นี้ยังไม่มีแพลนไปไหน หรือกำลังมองหาบาร์เหล้าลึกลับสักที่ UNLOCKMEN ขอแนะนำ ‘Alonetogether’ ร้านนี้เลยครับ รับรองว่าบรรยากาศสงบ หว่อง ๆ และไม่วุ่นวายอย่างแน่นอน แถมยังมีวิสกี้บาร์ คลาสสิกค็อกเทล เสียงเพลงจากแผ่นไวนิล และดนตรีแจ๊สฟังสบายให้คุณได้เพลิดเพลินจนจบคืนเลยละครับ

 

Location: ซอยสุขุมวิท 31 เขตวัฒนา กรุงเทพฯ

Open: 07.00 PM – 02.00 AM

Contact: 02-163-4778

Facebook: Alonetogether Bangkok

 

PHOTOGRAPHER: Warynthorn Buratachwatanasiri

G-NEAK
WRITER: G-NEAK
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line