Guide

MANCAVE: CRIMSON ROOM บาร์เหล้าสไตล์ GATSBY หลังม่านแดง ตัวแทนแห่งยุคเสรีและดนตรีแจ๊ส

By: G-NEAK February 27, 2020

ก่อนโบกมือลาจากเดือนกุมภาพันธ์แห่งความรักไป UNLOCKMEN อยากชวนมาละเลียดรสแอลกอฮอล์เข้มขมที่หนุ่มนักดื่มทุกคนหลงใหล พลางฟังดนตรีแจ๊สลื่นหู ท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกของ ‘Crimson Room’ บาร์เหล้าย้อนยุคที่จะพาคุณย้อนวันวานหวาน ๆ ผ่านแอลกอฮอล์แก้วขมปนอร่อย

Crimson Room บาร์แจ๊สสไตล์ Gatsby แห่งปี 1920

เมื่อแหวกผ้าม่านสีแดงสดและเลี้ยวสลับซ้ายขวาไปตามทางแคบ คุณจะพบกับบาร์เหล้าที่ถอดแบบงานดีไซน์ของโรงละครและโถงแสดงดนตรีหรูหรามาได้อย่างแนบเนียน บรรยากาศภายในตระการตาราวกับบาร์แห่งนี้หลุดมาจากยุคใดยุคหนึ่ง

จริง ๆ แล้ว Crimson Room ได้แรงบันดาลใจมาจากยุค Gatsby ในช่วงปี 1920 ซึ่งเป็นยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่เศรษฐกิจเฟื่องฟู ผู้คนในตอนนั้นจึงหลงใหลแสงสี ความสนุกสนาน และมองหาความสุขเพื่อทุเลาประสบการณ์เลวร้ายจากภัยสงคราม ยุคนี้จึงได้ชื่อว่าเป็นยุคแห่งเสรีและดนตรีแจ๊สไปโดยปริยาย

โซนที่นั่งแบ่งเป็นบาร์เครื่องดื่ม บาร์ยาวด้านบน ไล่ไต่ระดับลงมาถึงโซนโต๊ะหินอ่อนครึ่งวงกลม และโต๊ะชิดติดเวทีแสดง นอกจากพรมปูพื้นและเบาะนั่งกำมะหยี่สีแดง ยังมีราวเหล็กทองเหลืองที่เลื้อยวนไปตามโต๊ะต่าง ๆ เสริมบรรยากาศภายในร้านให้หรูหรามีระดับ

ผนังของร้านออกแบบด้วยส่วนเว้าโค้งที่รับกันกับเสียงดนตรี อาจทำให้คุณด่ำดิ่งลงไปในบทเพลง หรือฟังดนตรีแจ๊สได้อย่างไพเราะยิ่งขึ้น แถมตามผนังและระหว่างทางเดินยังประดับประดาแสงไฟสลัวราง เหมาะแก่การสั่งค็อกเทลหนัก ๆ สักแก้วมานั่งละเลียดจนหมดคืน

จากค็อกเทลดั้งเดิมสู่ซิกเนเจอร์ค็อกเทลยุคใหม่ไม่เหมือนใคร

Crimson Room มีเมนูเครื่องดื่มให้เลือกมากมาย ตั้งแต่แชมเปญ ไวน์ ไปจนถึงค็อกเทล ซึ่งตัวค็อกเทลจะแบ่งเป็นสี่สไตล์ เริ่มที่ Dim the Light, Raise the Curtain, Strike the Band และ Take A Bow เสิร์ฟพร้อมของขบเคี้ยว ไม่ว่าจะเป็นบิสกิต กล้วยอบ หรือชีสที่มาช่วยตัดรสขมของเหล้าแต่ละแก้ว

เราประเดิมแก้วแรกด้วย ‘Unicorn Mood’ ซิกเนเจอร์ค็อกเทลในหมวด Take A Bow ที่มี Gin เป็นเบส เติมกลิ่นหอมของไซรัปผลไม้ Blueberry & Lavender Cordial ก่อนใส่ Aloe Vera Juice และ Pink Grapefruit Tonic ตามลงไป

เสิร์ฟมาในแก้วทิวลิปทรงสูงปากแคบที่ผลักกลิ่นหอมให้กระโดดขึ้นมาเตะจมูกตั้งแต่ครั้งแรกที่ยกดื่ม นอกจากแสงระยิบระยับของกลิตเตอร์ที่ชวนรับประทาน อีกความโดดเด่นของ Unicorn Mood คือรสชาติเปรี้ยวอมหวานที่ไม่ทิ้งรสเหล้า เหมาะสำหรับดื่มเพื่อ refreshing และเหมาะจะเป็นแก้วของสาวที่คุณพามาด้วย

‘Kill Dill’ เป็นค็อกเทลในหมวด Dim the Light ที่ทวิสต์มาจาก Grasshopper ค็อกเทลในช่วงปี 1920 โดยทางร้านยังคงส่วนผสมดั้งเดิมคือ Mint Liqueur และ Chocolate Liqueur เอาไว้ แต่เพิ่ม Dill Cream หรือครีมผสมผักชีลาวที่ทำให้แก้วนี้แปลกขึ้นอีกขั้น

แก้วนี้รสชาติคล้าย ๆ วานิลลาผสมช็อกโกแลต หอมกลิ่นมินต์ สดชื่น และบอดี้เหล้าไม่ค่อยหนักแน่นมากนัก แถมยังได้กลิ่นโนริสาหร่ายที่โรยด้านบนของแก้วได้อย่างชัดเจน

ส่วนแก้วสำหรับสุภาพบุรุษที่สมศักดิ์ศรีนักดื่มอย่างเราต้องยกให้กับ ‘The Chicago Outfit’ ที่มี Cognac-infused Longan เป็นพระเอกหลัก เนรมิตกลิ่นหอมและมิติแปลกใหม่ให้การดื่ม โดยนำเหล้าคอนญักที่หมักบ่มในถังไม้โอ๊กไปอินฟิวส์กับลำไย

เสริมด้วยรสเหล้ากลั่นอย่าง Peach Liqueur พร้อม Chrysanthemum Tincture สารสกัดจากดอกเบญจมาศ แก้วนี้จึงมีกลิ่นหอมหวานและรสขมของเหล้าที่ลงตัว เสิร์ฟพร้อมน้ำแข็งก้อนโตและมีลำไยอบแห้งมาช่วยตัดรสขมเพื่อความกลมกล่อมยิ่งขึ้น

ทุกคืนที่ Crimson Room จะมีดีเจ นักร้อง และนักดนตรีผลัดกันมามอบความบันเทิงให้กับผู้ชม แต่ถ้าใครอยากมาฟังดนตรีแจ๊สแบบฟูลแบนด์ เราแนะนำให้มาทุก ๆ วันพุธถึงวันเสาร์ น่าจะสะใจกว่า

หากคุณกำลังมองหาบาร์ย้อนยุคที่เสิร์ฟค็อกเทลรสชาติแปลกใหม่ และบรรเลงดนตรีแจ๊สแสนโรแมนติกตลอดทั้งคืน เราขอชวนคุณมานั่งดื่มที่ Crimson Room สักครั้ง รับประกันว่าไม่ผิดหวังแน่นอน

 

Location: Velaa Sindhorn Village ถนนหลังสวน ปทุมวัน กรุงเทพฯ

Open: 06.00 PM – 01.00 AM (อาทิตย์ – พฤหัสบดี) 06.00 PM – 02.00 AM (ศุกร์ – เสาร์)

Contact: 062-259-2525

Facebook: Crimson Room

 

PHOTOGRAPHER: Warynthorn Buratachwatanasiri

G-NEAK
WRITER: G-NEAK
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line