Advertisement
Entertainment

เปิดโผ 12 อัลบั้มยอดเยี่ยม เข้ารอบสุดท้าย MERCURY PRIZE 2021 รางวัลยิ่งใหญ่ของชาวอังกฤษ

By: Chaipohn August 6, 2021

Mercury Prize หนึ่งในงานแจกรางวัลอันทรงเกียรติให้ศิลปินคุณภาพ เพื่อให้กำลังใจกับศิลปินโดยไม่แบ่งแยกว่าศิลปินเบอร์ไหน อินดี้​ เมนสตรีม เข้าหรือไม่เข้าชาร์ท ขอเพียงแค่เป็นวงสัญชาติอังกฤษหรือในสหราชาณาจักร และทำงานคุณภาพที่มีความโดดเด่น คุณก็สามารถขึ้นแท่นรับรางวัลนี้ได้แล้ว

โดยงานนี้จัดขึ้นมาตั้งแต่ปี 1992 และครั้งนี้ก็นับเป็นครั้งที่ 30 จึงนับเป็น รางวัลที่ศิลปินอังกฤษต่างปรารถนาจะคว้ามาเป็นเกียรติให้กับชีวิต

ซึ่งในปีนี้ อัลบั้มที่คาบเกี่ยวระหว่างครึ่งปีหลังของปี 2020 และครึ่งปีแรก 2021 นั้น ก็เต็มไปด้วยอัลบั้มหลากแนวที่เต็มเปี่ยมด้วยพลังสร้างสรรค์อย่างเหลือเชื่อ โดย 10 ใน 12 อัลบั้ม ล้วนเป้นผู้เข้าชิงครั้งแรก และนับเป็นปีที่น่าสนใจที่มีงานหลากหลายแนวที่สุดในรอบหลายปี เป็นตัวบ่งชี้ว่าวงการดนตรีในยุคนี้นั้นมีความวาไรตี้มากกว่าที่ผ่านมา เรามาดูกันว่า 12 อัลบั้มที่โดดเด่นนั้นมีอัลบั้มอะไรกันบ้าง

Arlo Parks – Collapsed in Sunbeams

เพชรเม็ดงามแห่งวงการ Bedroom Pop ในกาลปัจจุบัน Arlo Parks คือลูกเสี้ยว ไนจีเรีย/แคนาดา/ฝรั่งเศส ที่พำนักอยู่ในลอนดอนตะวันตก ท่ามกลางความแตกต่างทางวัฒนธรรม ความแปลกแยกทางชนชั้น เธอจึงใช้เสียงเพลงของเธอละลายอคติที่คนชอบมอง Gen-Z ว่าหุนหันพลันแล่น ด้วยการทำเพลงเย็น ๆ ที่เปรียบเสมือนโซฟาหนุนนอน มีลมพัดเอื่อย ๆ อย่างผ่อนคลาย

Collapsed in Sunbeams ไม่เพียงสะท้อนความรู้สึกนึกคิดของคนวัย 20 ที่ยังต้องเผชิญโลกที่หมุนเวียนเปลี่ยนผ่านอย่างใจเย็นเท่านั้น แต่ Arlo Parks ยังใช้สิทธิ์ในเพศสภาพของตนในการเป็น Bisexual เรียกร้องความเท่าเทียมผ่านบทเพลงอันงดงาม อัลบั้มนี้จึงไม่ใช่อัลบั้มที่สร้างปรากฏการณ์เฉพาะในวงการดนตรีเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นบทเพลงจากสวรรค์ที่จะมาเยียวยาฟื้นฟูบ้านเมืองหลังพ้นมหัตภัยโรคระบาดอีกด้วย


 

Berwyn – Demotape/Vega

อัลบั้มเปิดตัวของ Rapper สู้ชีวิตแห่งเกาะตรินิแดดที่ย้ายถิ่นฐานมาปักหลักที่อังกฤษตั้งแต่เยาว์วัย แรงบันดาลใจทางดนตรีที่ได้จากพ่อของเขาที่เป็นคนขับรถเมล์และมีงานอดิเรกเป็นดีเจ

Berwyn Du Bois หรือ Berwyn ซึ่งได้ติดตามพ่อไปตามคลับต่างๆ จนบทเพลงได้ซึมเข้าไปในร่างกาย ภายหลังจากที่เขาได้สูญเสียพ่อและแม่ไป สุดท้ายเขาก็เลือกหันหลังให้กับการเรียน เพื่อทำงานดนตรีอย่างจริงจัง และ Demotape/Vega คืออัลบั้มชุดแรกที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนทางอารมณ์

การเขียนเพลงที่ดิบกร้าว สะท้อนถึงตัวตนของคนชายขอบที่ต้องต่อสู้ชีวิตเพื่อให้ได้มาซึ่งความมั่นคงตลอดเวลา การเล่นประโยคซ้ำ ๆ คือการตอกย้ำชีวิตอันแสนทุกข์เข็ญ อัลบั้มนี้จึงไม่ต่างกับการสะกิดบาดแผลแห่งอดีตที่ชุ่มโชกให้ฟื้นคืนมา มันคือบทกวีที่กรีดเลือดของเขาเขียนข้างฝากำแพงคุก ถ้อยแถลงอันเจ็บปวดเพื่อไขว่คว้าหาความหวังให้กับชีวิต


 

Black Country, New Road – For the First Time

หลายครั้งที่เรามักจะเขียนเชียร์วงดนตรีอัจฉริยะวงนี้ เพราะเราอยากให้ทุกคนได้ลองฟังจริง ๆ จากภาพลักษณ์ที่เหมือนเด็กเรียนแถวหน้าของห้อง Black Country, New Road แปรผันความอัจฉริยะส่งผ่านตัวโน้ต ด้วยดนตรีทดลองที่ผสมทุกศาสตร์เพื่อรวบรวมมันออกมาเป็นอัลบั้มที่จะร็อคก็ได้ จะแดนซ์ก็เจ๋ง จะนั่งฟังก็ลุ่มลึก ในทุกมิติของบทเพลงถูกทำออกมาอย่างชาญฉลาด พาดผ่านเครื่องเคราทางดนตรีอันแสนสับสนวุ่นวาย แต่กลับไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างเหลือเชื่อ

Black Country, New Road คือวงดนตรีจาก บริกซ์ตัน, ลอนดอน ที่ได้รับการอวยยศจากศิลปินรุ่นพี่รุ่นเพื่อนไม่ว่าจะเป็น black midi, Squid, Fat White Family และ Shame ที่แม้จะเป็นอัลบั้มชุดแรก แต่สาดพลังความเยาว์วัยที่ไม่มีลิมิตได้อย่างไม่มียั้ง พวกเขาทั้ง 7 จึงเป็นความหวังของดนตรีสมัยใหม่ที่เส้นคั่นของแนวดนตรีนับวันจะเจือจางเบาบางจนไร้ซึ่งรูปแบบเข้าไปทุกที


 

Celeste – Not Your Muse

อีกหนึ่งลูกครึ่งอังกฤษ-จาไมก้า วัยเบญจเพสที่เติบโตจากไบรตั้น บทเพลง Your Song ของ Elton John ได้เปลี่ยนชีวิตของเธอให้อยากจับไมค์เป็นนักร้อง และแล้วความฝันของเธอก็เป็นจริงกับอัลบั้มแรกในชีวิต Not Your Muse

อัลบั้มที่ภาคดนตรี เต็มไปด้วยซาวด์แห่งแรงบันดาลใจจากศิลปินแจ๊สในตำนานมากมาย นับตั้งแต่ Thelonious Monk, Sun-Ra มาจนถึงแจ๊สรุ่นใหม่อย่าง Kamasi Washington ขณะเดียวกันสไตล์การร้องของเธอก็ได้รับอิทธิพลจากรุ่นใหญ่อย่าง Aretha Franklin จนหลายสำนักต่างมอบตำแหน่ง “The Next Amy Winehouse” ให้กับเธอ อัลบั้มนี้จึงเป็นการรวมทุกรสชาติไม่ว่า หวานขม ระทม สดใส อัลบั้มนี้มอบให้อย่างครบครัน


 

Floating Points, Pharoah Sanders and the London Symphony Orchestra – Promises

การบรรจบกันของ 3 ขั้วทางดนตรีที่ไม่น่าไปกันได้ แต่กลับกลายเป็นการกอดคอสร้างเสียงแนวใหม่ได้อย่างลึกล้ำและมหัศจรรย์

หนึ่งคือ Floating Points ดีเจจากอังกฤษที่มีงานดนตรี Electronics อันแสนล้ำ อีกหนึ่งคือ Pharoah Sanders มือแซกโซโฟน Free Jazz และ Avant-Garde Jazz ที่เรียงร้อยงานแจ๊สล้ำสมัยผ่านเครื่องเป่ามาอย่างยาวนานตั้งแต่ยุค 60s และ The London Symphony Orchestra คณะดนตรี Classical ชื่อก้อง ร่วมกันสร้างบรรยากาศของดนตรีที่ไม่มีพรมแดนกั้นขวาง สร้างรอยทางของงาน Psychedelic ยุคใหม่ด้วยมหกรรมเครื่องดนตรีที่ผสมผสานจนยากจะให้คำจำกัดความว่าท้ายสุดแล้ว อัลบั้ม Promises คือแนวเพลงอะไรกันแน่ เพราะพวกเขาเขย่ารวมทุกรสชาติดนตรีเอาไว้ในความเร้นลับของดินแดนแห่งจินตนาการ ที่ม่านหมอกแห่งสีสันนำมาซึ่งบทเพลงชวนทึ่ง พร้อมจะนำคุณดำดิ่งสู่ห้วงแห่งอารมณ์ที่ไม่เคยมีดนตรีแนวไหนพาไปได้ถึง


 

Ghetts – Conflict of Interest

การเดินทางตลอด 2 ทศวรรษบนถนนสายดนตรีของ Ghetts จากแรปเปอร์ข้างถนนที่ขยันร่วมงานกับศิลปินหลากหลายแนว ในที่สุดอัลบั้มชุดที่ 3 Conflict of Interest ก็ประกายความยิ่งใหญ่ผ่านค่าย Major Label อย่าง Warner ทำให้มหากาพย์แห่งอัลบั้มชุดนี้สร้างประวัติศาสตร์หน้าสำคัญให้กับตัวเขา

Conflict of Interest ว่ายวนในโลกแห่งอาชญากรรมอันแสนดำมืด อดีตที่เต็มไปด้วยความมืดหม่น Ghetts จึงไม่ต่างกับหนังทุนต่ำที่ถูกรีเมคใหม่ด้วยโปรดัคชั่นที่ใหญ่โตขึ้น คือความ epic แห่งโลกฮิปฮอปที่น่าคารวะแห่งปี


 

Hannah Peel – Fir Wave

การทำงานหลายรูปแบบของศิลปินสาวชาวไอริช ไม่ว่าจะด้วยการทำวงอินดี้ร็อค หรือการเป็นคอมโพสเซอร์ทำดนตรีประกอบหนังหรือละครเวที Hannah Peel ไม่ต่างกับนักวิทยาศาสตร์ที่ทดลองเครื่องดนตรีต่าง ๆ เพื่อสร้างความแปลกใหม่ของเส้นเสียง และ Fir Wave ก็เป็นอีกหนึ่งครั้งที่เธอใช้ช่วงเวลาแห่งการล็อคดาวน์ในการทำงานร่วมกับคนหมู่มาก ด้วยการหยิบผลงานในปี 1972 ของ Delia Derbyshire และ Radiophonic Workshop บรรพบุรุษแห่งดนตรีอิเล็คทรอนิคส์ นำมาตีความใหม่เพื่อสร้างระบบนิเวศน์แห่งเสียงอันน่าทึ่ง

งานของ Hannah Peel จึงไร้ซึ่งรูปแบบที่ตายตัว เป็นงานดนตรีที่ลื่นไหลท่ามกลางการบีบรัดของเสียงเพลงที่ถูกโอบล้อมด้วยธุรกิจและระบบทุนนิยม Fir Wave จึงเป็นเส้นเสียงที่บ่งบอกถึงอิสรภาพแห่งการทำงานศิลปะที่ไม่มีอะไรผูกมัด เป็นงาน Pure Art ที่ถูกชุบชูชีวิตขึ้นใหม่ เพื่อพบชัยชนะของศิลปะที่อยู่เหนือสิ่งใด ๆทั้งปวง


 

Laura Mvula – Pink Noise

อัลบั้มชุดที่ 3 ของ Laura Mvula เต็มเปี่ยมด้วยพลังอันเหลือล้น ด้วยการปลุกชีพ Neo Soul ให้กลับมาเรืองรองด้วยซาวด์อันครบเครื่อง

Pink Noise คือการปฏิรูปตัวตนของ Laura เพื่อเดินหน้าสร้างผลงานอันทรงพลัง จะด้วยในแง่ของดนตรีอันเข้มแข็งกว่าอัลบั้มที่ผ่านมา พลังเสียงอันยิ่งใหญ่ ไปจนถึงการ Call Out ผ่านการเรียกร้องสิทธิ์แห่งการต่อสู้ในช่วงเวลาอันอ่อนไหวของการชิงชังเหยียดผิวที่ก่อเกิดขึ้นมาอีกครั้ง นี่จึงเป็นอัลบั้มที่เชิดชูความงดงามของดนตรีซินธ์พ็อพอันแสนหวาน ขณะเดียวกันก็ไม่ทอดปัญหาเชิงโครงสร้างของความเท่าเทียมอีกด้วย


 

Mogwai – As the Love Continues

แม้จะสร้างสรรค์งานมาเนิ่นนานนับ 26 ปี บนเส้นทางสายดนตรี แต่หากจะถามว่าปีไหนเป็นปีทองสำหรับ Mogwai มากที่สุด ตอบได้เลยว่า ปี 2021 นี่แหละ

อย่างแรก พวกเขาสามารถพาอัลบั้มล่าสุดนี้ขึ้นทะยานสู่ UK Chart เป็นอันดับ 1 ได้สำเร็จ ซึ่งวง Post-Rock น้อยวงนักจะทำสถิตินี้ได้

อย่างที่สอง ความฝันการได้เข้าชิงรางวัล Mercury ก็เป็นจริงในที่สุด อัลบั้ม As the Love Continues คือการลดทอนความดุดันจากอัลบั้มที่ผ่านมา พวกเขาใช้ช่วงเวลาที่ถูกกักตัว แยกย้ายกันทำดนตรีเพื่อสุดท้ายมารวมกันจนได้เป็นงานที่สุขุมนุ่มลึก เพื่อสำรวจตรวจตราคุณค่าและความหมายของคำว่ารัก จะรักแบบหนุ่มสาว รักแบบครอบครัว หรือความรักในสิทธิเสรีภาพ Mogwai ก็เสนอผ่านดนตรี Post-Rock ที่เจือกลิ่นของดนตรีสังเคราะห์เอาไว้ เรียบง่ายแต่งดงาม


 

Nubya Garcia – Source

Nubya Garcia คือนักแซกโซโฟนสาวที่ลูกไม้หล่นห่างไกลจากต้น พ่อเป็นนักสร้างหนังได้แยกทางกับแม่ที่เป็นชาวกายอานา เธอย้ายมาอยู่กับแม่ และหันเหชีวิตมาเป็นนักดนตรีแจ๊สจากการสนับสนุนของพ่อเลี้ยงของเธอ ความหลงรักเครื่องดนตรีแซกโซโฟน ซึ่งหาได้ยากที่จะได้เห็นมือแซ็กโซโฟนสาว ทำให้เธอได้ร่วมเล่นใน Session เจ๋ง ๆ มากมาย และ Source คืออัลบั้มชุดแรกของเธอ ที่ได้รับการยอมรับในฐานะงานแจ๊สยุคใหม่ ที่หลอมรวมช่วงเวลาในอดีตอันชุ่มโชกไปด้วยความเศร้าเสียใจ จนกลายเป็นบทเพลงที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานเพื่อการมีชีวิต

Source จึงเป็นการทำความรู้จักอดีต และที่มาของเธอที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันและความขื่นขมที่กลั่นออกมาเป็นบทเพลงได้อย่างยอดเยี่ยมและน่าทึ่ง


 

Sault – Untitled (Rise)

จากการถูกกดขี่กดทับจนต้องระเบิดมันออกมาในอัลบั้มชุดก่อนหน้า Untitled (Black Is) ศิลปินลึกลับที่ไม่ปรากฏหน้าตา นามว่า Sault ที่เป็นกระบอกเสียงให้กับชาวผิวสีที่ถูกกดขี่จากปรากฏการณ์ Black Live Matter ก็กลับมาอีกครั้ง ด้วยการประกาศชัยชนะผ่านบทเพลงเต้นรำที่แสดงถึงการเฉลิมฉลองที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มที่เปื้อนไปด้วยความสุข

Rise คือภาคอันสดใสที่ปล่อยปล่อยตัวเองจากความมืดดำจนได้พบแสงสว่างแห่งความหวัง และจะมีอะไรที่ดีไปกว่าการเฉลิมฉลองของบทเพลง Dance Hall / Neo-Soul ที่พร้อมให้คุณเต้นรำบนชัยชนะและอิสรภาพที่ถูกกดขี่มาช้านาน ซึ่งสะท้อนภาพรวมของเงาที่ค่อย ๆ จางหายเมื่อแสงสว่างฉายเข้ามา ความมืดนั้นจะกลายเป็นร่มเงาอันอบอุ่น และนี่คืออัลบั้มที่เสมือนหนังตอนจบที่ประทับใจและงดงามตรึงใจไม่มีวันลืมเลือน


 

Wolf Alice – Blue Weekend

จากวงดนตรี Dream Pop / Shoegaze ที่สร้างชื่อมา 2 อัลบั้ม มาถึงอัลบั้มชุดที่ 3 Wolf Alice ก็ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ด้วยการหลอมรวมดนตรีหลากแนว ไม่ว่าจะเป็น Alternative Rock / Folk ไปจนถึง Nu-Metal เพื่อรองรับอารมณ์อันหม่นเหงา ไปถึงการกรีดร้องตะโกนสุดขีดคลั่ง เพื่อบอกถึงช่วงเวลาของการใช้ชีวิตท่ามกลางความเศร้า ซึ่งในแต่ละแนวนั้น Wolf Alice ต่างทำการบ้านมาอย่างดี เพื่อบอกถึงอารมณ์อันหลากหลายที่ไม่คงที่ บางวันมันก็ดี บางวันก็แสนหดหู่ Blue Weekend จึงเป็นเพื่อนซี้ที่รองรับทุกอารมณ์ของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วงเวลาอันชวนเศร้าเช่นนี้

โดย Wolf Alice นั้นเคยคว้ารางวัล Mercury มาแล้วจากอัลบั้มชุด Visions of a Life มาดูกันว่าจะสามารถคว้ารางวัลตัวที่ 2 ซึ่งในประวัติศาสตร์การแจกรางวัลมีเพียง PJ Harvey เท่านั้นที่ทำได้สำเร็จ

 

และนี่คือ 12 อัลบั้ม ที่ได้รับการการันตีจากคณะกรรมการทางวงการเพลงหลากหลายสาขา โดยผู้ชนะและคว้ารางวัลนี้ไปครองจะได้รับรางวัล พร้อมเงินรางวัลจำนวน 25,000 ปอนด์ ซึ่งจะประกาศผลผู้ชนะในวันที่ 9 กันยายนนี้ แอบเชียร์อัลบั้มไหน หรืออัลบั้มไหนยังไม่เคยฟัง สามารถหาฟังได้ในสตรีมมิ่งทุกช่องทางเลยนะครับ

 

Chaipohn
WRITER: Chaipohn
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line