Advertisement
Entertainment

GARAGE: MOVING AND CUT การรวมตัวของคนทำเพลงเศร้าที่สอนให้ก้าวต่อไปและตัดใจเสีย

By: Synthkid January 6, 2020

“โปรดเห็นใจฉันหน่อย ปล่อยให้ตัวฉันไป” ประโยคเชือดเฉือนใจบนทำนองเศร้าซึมจาก Moving and Cut ได้เข้าไปครอบครองหัวใจใครหลายคน จนเหล่าสมาชิกศาลาคนเศร้าต่างสถาปนาตัวเองเป็นแฟนเพลงของเขา ตั้งแต่ยังมีสมาชิกวงเพียงคนเดียว และไม่ได้ทำเพลงกันเป็นอาชีพ บ้างก็พบเจอพวกเขาจาก Youtube ได้ยินผ่านคลื่นวิทยุเพลงอินดี้ หรือรู้จักผ่านเพลย์ลิสต์เพลงเศร้าในช่องทางสตรีมมิงต่าง ๆ

บุ๊ค การ์ตูน มีน และ ต้นหยาง สมาชิกวง Moving and Cut

เรื่องมันเริ่มจาก มีน (นักร้องนำ) เริ่มปล่อยเพลงที่เขาทำเองลงบน Youtube โดยตั้งใจให้สิ่งนี้เป็นเพียงงานอดิเรก จนกระทั่งเพลงที่ปล่อยไว้เริ่มมีผู้คนให้ความสนใจ ยอดวิวพิ่มพูนขึ้นและเกิดการติดต่อจ้างงาน Moving and Cut ให้ไปเล่นสด ๆ ต่อหน้าผู้ชม ทำให้มีนตัดสินใจชวนสมาชิกที่เหลือมารวมตัวกัน ได้แก่ การ์ตูน เพื่อนสมัยเรียนลาดกระบังมาเป็นมือซินธิไซเซอร์ บุ๊ค มาเป็นมือกีตาร์ ต้น มาเป็นมือกลอง และ ต้นหยาง อดีตสมาชิกวง SomeMary มาเป็นมือเบส ก็เป็นอันสมบูรณ์ครบในที่สุด

จากจุดเริ่มต้นที่สวยงามสู่คอนเสิร์ตสุดประทับใจที่เพิ่งผ่านมาในอีเวนต์คอนเสิร์ตต่อเนื่องตลอด 5 วันในเชียงใหม่งาน “Independence Day” (สัปดาห์แห่งการปลดปล่อย) ที่จัดขึ้นโดย LEO หลายคนยังคงประทับใจการขึ้นเวทีแสดงสดวันสุดท้ายของพวกเขาและยังกระหายเรื่องราวเพิ่มขึ้น

วันนี้ UNLOCKMEN จึงมาเยือนเขาถึงบ้านพักย่านพระโขนง สถานที่รวมตัวของสมาชิกวง Moving and Cut เพื่อให้ทุกคนได้รู้จักพวกเขาเมื่อไม่ได้อยู่บนเวที น่าเสียดายที่วันนี้ขาดคุณต้นมือกลองไปหนึ่งคนเนื่องจากติดภารกิจ แต่ความพิเศษก็ไม่ลดลงเพราะเราได้พบว่าอีกด้านของเพลงเศร้าและทึมเทา ตัวตนจริง ๆ กลับมีชีวิตชีวา ไม่ได้เคร่งขรึมเหมือนในบทเพลง และการต้อนรับที่อบอุ่นจากพวกเขาทำให้บทสนทนาในวันนี้สบาย ๆ และอบอวลไปด้วยรอยยิ้ม

ชื่อวง Moving and Cut มาจากไหน

มีน: จริง ๆ เราไม่ได้ตั้งจากความหมายอะไรเลย แต่มันมาจากเราเรียนภาพยนตร์ แล้วเราก็ชอบตอนเขาสั่ง Cut เพราะรู้สึกว่าทุกอย่างมันจบแล้วและค่อยไปเริ่มต้นใหม่ในช่วงต่อ ๆ ไป เราอยากได้คำที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวแล้วสั่ง Cut คนเขาก็บอกว่ามันผิดแกรมม่า เพราะจริง ๆ มันต้อง Moving and Cutting! แต่เราไม่ได้ตั้งใจว่าจะให้มันถูกหรือผิด เพียงแต่อยากให้เป็นคำที่มันพูดแล้วเข้าปากคน สุดท้ายมีแฟนเพลงคนนึงเขานิยามความหมายของวงเราว่า ก้าวต่อไปแล้วตัดใจซะ เราคิดไม่ถึงเลยว่าจะมีเกิดมุมนี้ขึ้น เราจึงตัดสินใจว่าต่อไปเราจะตอบแบบนี้

เราจะนิยามวง Moving and Cut ว่าคือการ ‘ก้าวต่อไปแล้วตัดใจซะ’

มาจากแฟนเพลงเลย?

มีน: หลายอย่างของวง Moving and Cut ก็มาจากแฟนเพลงนี่แหละครับ (หัวเราะ)

จำได้ไหมว่าการเดินทางของวงที่เป็นวงจริง ๆ เริ่มต้นตอนไหน

มีน: 2013 ครับ เราเพิ่งคุยกันไปเลยว่าจะนับสิ่งนี้ให้เริ่มต้นที่ตรงไหนดี เพราะตอนผมปล่อยเพลงคนเดียวมันยังไม่ถือว่าเป็นวง แต่ตอนนั้นผมก็ตั้งใจนะว่าถ้าอนาคตมีงานจะทำให้มันเป็นกลายเป็นวง ไม่ใช่ศิลปินเดี่ยว พวกเราจึงตัดสินใจว่าจะเริ่มต้นนับการเป็นวง Moving and Cut ในตอนที่มีสมาชิกครบ 5 คนเท่านั้น

บุ๊ค: ซึ่งจริง ๆ ตอนที่วงเริ่มมีพี่ต้นกับพี่หยางคือเดือนกุมภาพันธ์ 2014 ครับ

ต้นหยาง: เท่ากับว่าวงเรามีอายุ 5 ปี และกำลังจะเข้าปีที่ 6 ครับ

มีน: แต่ผมรู้สึกว่ามันไม่นานเลยนะ เพราะเราสนุกกันมาก

ยังจำได้ไหมว่าช่วงไหนที่คนเริ่มเข้ามาฟังเพลงเราเยอะ ๆ 

มีน: จำได้ดีเลยครับ เพราะจริง ๆ ผมทำเพลงไว้แบบปล่อยแล้วทิ้ง ขนาดบัญชี Youtube ที่ใช้ตอนนั้นยังไม่ใช่ของ Moving and Cut เลย เป็นชื่อผมเองคือ ปารินทร์ โฆรวิส จู่ ๆ วันนึงมันก็พุ่งขึ้นเป็น 3,000 วิว แล้วก็มีคนเข้ามาคอมเมนต์ ผมรู้สึกว่ามันเยอะมากเลยสำหรับการทำเพลงโดยที่ไม่ได้คาดหวังอะไร คือ 21 ล้านวิวผมก็ประทับใจนะ แต่ 3,000 ในวันนั้นมันอยู่ในความทรงจำมากที่สุด

รู้ใช่ไหมว่า Youtube ทำให้ Moving and Cut เป็นที่รู้จัก

มีน: ต้องยอมรับเลยครับว่าเรามีตัวตนผ่านจากทางนั้น เพราะยุคนั้นสตรีมมิงก็ยังไม่เยอะ

พูดถึงเพลงใหม่ ‘อย่าเลย อย่าไว้ใจ’ หน่อย

มีน: จริง ๆ เพลงนี้มาพร้อม อย่าเลย อย่า(ทรมาน) ครับ เข้าห้องอัดพร้อมกันเลย เนื้อเพลงนี้มันมาจากการที่เราได้เล่นตามมหาวิทยาลัยบ่อยขึ้น พอเราเห็นความสดใสของพวกเขา ก็นึกย้อนกลับไปสมัยเด็ก ๆ ที่มันจะชอบมีเรื่องการแอบรักเพื่อน เราก็หยิบตรงนั้นเอามาแต่งเพลงครับ เพราะเราอยากให้ Moving and Cut มีความ Lively ขึ้นมาอีกนิดหน่อย แต่กลายเป็นคนบอกว่าก็ยังเศร้าอยู่ดี มันหนีไม่พ้นครับ (หัวเราะ)

ทำไม Moving and Cut ถึงเพลงเศร้าเยอะมาก!

มีน: เพื่อนชอบมาปรึกษาครับ ผมมีเพื่อนที่ตกอยู่ในสภาวะทุกข์ใจอยู่รอบตัว ผมเองฟังแล้วก็คิดตามตลอดเวลา ไม่ใช่พวกที่จะพูดใส่ใครว่า ‘เดี๋ยวมันก็ผ่านไป’ เราจะชอบถามล้วงลึกลงไปอีกว่า แล้วจะทำอย่างไรต่อ ? สาเหตุเกิดจากอะไร ? หรือทำแบบนั้นไปหรือยัง ? ผมกลายเป็นคนที่มี Input เรื่องเศร้าเยอะ เกิดมาจากเรื่องราวของคนรอบ ๆ ตัวเรา

เราใส่ใจในความเศร้ามากกว่าครับ

– มีน Moving and Cut

ตอนทำเพลงเศร้า คุณเศร้า หรือคุณมีความสุข?

มีน: เวลาเราเศร้า เราทำอะไรไม่ได้เลยอยู่แล้ว มันเป็นเรื่องปกติ เวลาเราทะเลาะกับเพื่อน พ่อแม่ หรือแฟน เราคงไม่แบบ เฮ้ย! มีกำลังใจทำงานจังเลย มันไม่ใช่แบบนั้นอยู่แล้ว เราเลยคิดว่าเพลงเศร้าไม่จำเป็นต้องเศร้าตลอดเวลาในการทำ แต่ตอนอัดเดโมผมอาจจะรู้สึกอย่างนั้นอยู่บ้าง เพราะครั้งแรกที่เราอัดลงไป ตอนดีดกีตาร์มันมีอารมณ์เหล่านั้นอยู่ แต่พอตอนที่มันเสร็จแล้ว และเราได้นำเดโมไปแจกจ่ายให้คนนั้นคนนี้ฟัง บรรยากาศตรงนี้แหละที่เป็นความสนุกสนาน ผมต้องรักษาความรู้สึกนั้นไว้อยู่ ไม่ใช่ว่าจะทิ้งมันไปเลย ไม่ใช่ว่าพอเรามีความสุขเราจะอัดมันยังไงก็ได้ แต่ผมเป็นคนคุมทั้งหมดก็เลยสามารถคุมตรงนั้นได้ ให้มันใกล้เคียงกับความเศร้าที่ออกมาจากเดโมให้มากที่สุดครับ

เราจะได้ฟังเพลงสุข เพลงไม่เศร้าจาก Moving and Cut บ้างไหม

มีน: มันไม่น่าดีอ่ะ (หัวเราะ) ผมอยากทำนะครับ แต่ทำออกมาแล้วมันไม่ดี ทำออกมาแล้วตลก ผมไม่ได้คิดว่าจะต้องทำเพลงเศร้าไปตลอดนะ แต่มันออกมาแล้วเศร้าเอง อย่าเลย อย่าไว้ใจ นี่ผมว่าเพลงนี้น่ารักมากเลยนะ แต่พอคนอื่นฟังผมก็แบบ ‘เอ้าจริงเหรอวะ ไม่น่ารักเหรอวะ ?’

ต้นหยาง: จริง ๆ มันเป็นเพลงรักด้วยซ้ำ ถึงมันอาจจะจบด้วยความเสียใจ แต่มันสดใสสุดแล้วเว้ย

ตั้งแต่ทำเพลงจนไปออกทัวร์ที่ต่าง ๆ มามีเหตุการณ์ประทับใจอะไรกันบ้าง

ต้นหยาง: ของผมคือครั้งแรกเลยครับที่มาร่วมเล่นกับวง Moving and Cut ที่งาน Film Festival ลาดกระบัง ตอนนั้นคนมาดูเยอะมาก ผมเลยรู้สึกว่ามันเป็นการต้อนรับเราและวง Moving and Cut ได้เป็นอย่างดี เราเล่นเกือบทุกเพลง คนในงานก็ร้องตามได้เกือบหมด จัดว่าเป็นครั้งแรกที่ประทับใจมาก ๆ ครับ

การ์ตูน: ตูนจะรู้สึกว้าวมากเวลาได้รู้ว่าเราเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของบางคน เหมือนสมัยก่อนที่เราฟังเพลงยุคของเรา เราก็จะอินจนยกให้มันเป็นซาวด์แทร็กของชีวิตเราในช่วงนั้น ณ วันนี้มีน้องหลาย ๆ คน เข้ามาหาเราแล้วก็บอกว่าเพลงของพี่ช่วยให้กำลังใจเขา หรืออย่างน้อย ๆ เศร้าไปกับเขาในช่วงเวลานั้น

เรารู้สึกว่าเพลงที่เราทำมันมีค่ามากกว่าที่เราคิด 

– การ์ตูน Moving and Cut

เรารักมันอยู่แล้วแหละทุกเพลงที่เราแต่ง แต่เราไม่คิดว่ามันจะส่งผลกระทบต่อใครบางคนได้มากขนาดนั้น มันไม่ใช่แค่ความภูมิใจ เราจะใช้แค่คำนี้ไม่ได้

มีน: มันคือการหล่อเลี้ยงชีวิตให้เราทำเพลงต่อ

การ์ตูน: ใช่ ๆ เพราะว่าบางคนแค่ภูมิใจมันก็จบไป แต่อันนี้เรารู้ว่าเราหยุดไม่ได้และเราก็ต้องทำต่อไป

บุ๊ค: มีเหตุการณ์ที่น้อง ๆ ผู้ชายที่เล่นดนตรีเหมือนกัน เขาเข้ามาขอลายเซ็น ขอปิ๊กกีตาร์ พยายามขอทุกอย่างเท่าที่เขาจะขอได้ไปจากเรา (หัวเราะ) เขาก็น่าจะชื่นชมแหละครับ เขาบอกว่าเราเล่นเก่งมาก เล่นดีมาก ซึ่งส่วนตัวผมเป็นคนไม่ค่อยมั่นใจครับเวลาเล่นกีตาร์ คือจะคิดว่าตัวเองเล่นไม่เก่งมาตลอด พอมาเจออะไรแบบนี้เลยได้คิดว่า เออสิ่งที่เราทำอยู่มันก็ดีนี่หว่า มันก็มีคนที่เห็น มีค่าสำหรับเขา มันเติมเต็มตัวผมได้เยอะมากครับ

มีน: ผมประทับใจที่สุดคือครั้งหนึ่ง พวกเราได้ขึ้นเล่นงานที่ไม่มีคนฟังเลยสักคนเดียวครับ! มันมีคนฟังแหละแต่อยู่ไกล ๆ เราเพิ่งรู้ตอนที่ลงจากเวทีมาแล้ว ถึงได้มีคนมาขอถ่ายรูป เขาเข้ามาขอโทษแทนร้านด้วย! เขาบอกว่าพี่มาร้านนี้อาจจะยากหน่อยนะ เขารู้สึกผิด

จริง ๆ เรามีความสุขมากเลยนะ เพราะเล่นอยู่ไม่มีใครฟังแล้วเจ้าของร้านบอกให้ตัดเพลง เล่นไป 4 เพลง จริง ๆ เตรียมมา 10 เพราะลูกค้าเดินออกทีละคน ๆ คนเยอะนะ แต่ไม่มีใครฟังเพลงแบบวงเราเลยทยอยเดินออกไป เจ้าของร้านเห็นท่าไม่ดีเลยให้ลงก่อน ขณะที่ผมเล่นอยู่ผมก็รอเสียงนี้อยู่แหละว่าจะเรียกให้ลงหรือยัง แต่ที่ผมบอกว่าประทับใจคือเหตุการณ์วันนั้นทำให้เราเอาชนะตัวเราเองได้ครับ เราเล่นดนตรีโดยที่มีแค่ 5 คนเรายังมีความสุขได้ เหมือนตอนแรก ๆ ที่เราเล่นดนตรีโดยไม่จำเป็นต้องมีคนดู เล่นในห้องซ้อมเรายังมีความสุขเลย

วันนั้นเราเล่นโดยที่ไม่มีคนดู แต่เรายังมีความสุขอยู่ได้ มันมีความสุขมากครับ

มันเป็นประสบการณ์ที่หล่อหลอมผม และใช้เวลานาน 5 ปีกว่าจะเกิดความรู้สึกนี้ขึ้นได้

– มีน Moving and Cut

เพราะโดยปกติแล้วถ้าเล่นดนตรีแล้วไม่มีใครฟัง ผมจะรักเพลงตัวเองเหมือนลูก เหมือนเราปล่อยลูกไปเล่นแล้วไม่มีใครสนใจ ลูกเราโดนรังแกด้วยการร้องเพลง Happy Birthday สวนขึ้นมาทั้งที่เรากำลังร้องเพลงเศร้าอยู่อะไรแบบนี้ ผมจะนอยด์มากถ้าเป็นเมื่อก่อน แต่หลังจากผ่านงานนั้นไป ผมได้ทลายกำแพงนั้นไป เพราะเชื่อว่ามันต้องมีอย่างน้อยสักคนสองคนแหละที่รู้จักเรา

รู้สึกอย่างไรบ้างจากงาน LEO INDEPENDENCE DAY จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ผ่านมา ได้ข่าวว่าสนุกกันมาก

ต้นหยาง: เราร่วมงานกับ LEO หลายครั้งมาก น่าจะเยอะที่สุดเลยด้วยมั้งครับ

มีน: เซอร์ไพรส์ทุกครั้งที่เขาชวนเราไปเล่นครับ เพราะเราเป็นศิลปินอิสระไม่มีค่าย แต่เขาก็ชวนเรามาตลอด LEO ทำให้เราได้ไปเล่นในหลาย ๆ จังหวัดที่เราไม่เคยไปครับ ทั้งพิจิตร น่าน พะเยา นครสวรรค์ พิษณุโลก ล่าสุดก็เชียงใหม่ที่เราเพิ่งไปมา เอาจริง ๆ ผมประทับใจทุกครั้งเลยครับ ที่เชียงใหม่น่าจะเป็นบ้านหลังที่สองของวง Moving and Cut แล้วครับ เล่นกี่ทีก็สนุก เคยถึงขั้นว่าไปเล่นแล้วฝนตก แต่ทุกคนใส่เสื้อกันฝนออกมารอฟังพวกเรา! นั่นก็งานของ LEO เหมือนกันครับ

ต้นหยาง: งานนี้มีติดกันถึง 5 วันเป็นการรวมตัวของนักดนตรีในแต่ละคืน สมกับคำว่า #รวมกันมันส์กว่า อย่างที่ LEO เขาบอกไว้ แล้ว Moving and Cut ได้เล่นเป็นวงสุดท้ายวันสุดท้าย ได้ปิดงาน Independence Day นี้พอดี เชื่อไหมครับว่ามันมีคนที่ไล่ดูตั้งแต่วันแรกร้านแรก จนมาถึงพวกเรา ผมรู้สึกว่ามันเป็นโปรเจกต์ที่ดีมาก ๆ และมีคนคอยสนับสนุนจริง ๆ กับทั้ง 10 วงอินดี้เหล่านี้ เราก็รู้สึกว่ามันเป็นงานที่ซัพพอร์ตทั้งคนดูและซัพพอร์ตตัวนักดนตรีอย่างเราไปด้วยครับ

มีน: เราพูดบนเวทีว่างาน Independence Day มันจบลงแล้วในวันนี้ ตอนนี้ และพวกเรายืนอยู่เป็นเพลงสุดท้ายของโปรเจกต์นี้แล้ว ขอให้ทุกคนร่วมร้องเพลง ‘ปล่อยให้ตัวฉันไป’ ให้ดังที่สุดเป็นการส่งท้าย แล้วพวกเขาก็ร้องกันดังลั่นจนเราแทบไม่ต้องร้องเลย นับว่าเป็นเหตุการณ์ที่ประทับใจมาก ๆ สำหรับงานในครั้งนี้ครับ

แฟนเพลงเชียงใหม่ให้กระแสตอบรับดีไหม

มีน: ดีมากครับ บางวงนี่คนล้นร้านเลยก็มีนะ

ต้นหยาง: จริง ๆ ดีตั้งแต่วันแรก ๆ เลยครับ เพราะหลายวงที่ไปเล่นเขาก็เป็นเพื่อนเรา เขาก็มาบอกว่าวงที่เขาเล่นกระแสตอบรับดีมาก ๆ ใน 5 ร้านนั้นจะมีร้านที่เราเคยเล่นแล้ว บางร้านก็ยังไม่เคย พอเราไปเจอพี่ ๆ น้อง ๆ ที่มาร่วมโปรเจกต์นี้เขาก็ชอบใจกันหมด เพราะรู้สึกว่าคนเชียงใหม่กับแนวเพลงอินดี้น่าจะมีความถูกจริตกัน มีแฟนคลับจำนวนมากพร้อมจะมาดูพวกเราอยู่แล้ว มันถึงได้เยี่ยมยอดมาก ๆ ที่นำวงดนตรีถึง 10 วงมาจัดติด ๆ กันในสัปดาห์เดียว สุดยอดครับ!

มีน: เวลารู้ว่าจะได้ไปเชียงใหม่ แล้วมันไม่ได้มีงานติด ๆ กัน ผมนี่จองตั๋ว ไม่จองหัวก็จองท้ายเลยนะ จองยังไงก็ได้ให้มันได้เที่ยวก่อน เพราะเราจะได้ไปดูวงอื่น ๆ ด้วย อย่างโปรเจกต์ Independence Day พอวันไหนเราว่างก็ไปหาเพื่อนหน่อย แวะไปหาคนโน้นคนนี้

ได้ดูวงอื่น ๆ บ้างไหมที่ขึ้นเล่นในงาน Independence Day

มีน: ได้ดู Summer Stop กับ Better Weather ครับ เพราะผมไปก่อนวันนึง

รู้สึกอย่างไรกับการได้ #รวมกันมันส์กว่า กับวงอื่น ๆ 

การ์ตูน: ในฐานะของวงดนตรีอินดี้ มันคือความรู้สึกเป็นเกียรตินะ สนุกด้วย ทุก ๆ คนเป็นเพื่อนพี่น้องกันอยู่แล้ว อย่าง Better Weather ปกติเราจะรู้จักกันอยู่แล้ว มีไปกินข้าวด้วยกันบ้าง แต่พอมาวันนี้เหมือนเราได้มาเล่นงานเดียวกัน มันสนุกยิ่งกว่าเดิม มันจะมีการแจมกันแบบที่อยู่ดี ๆ เขาก็ร้องเพลงเราขึ้นมา ในขณะที่เรายืนอยู่ข้างล่างก็ยืนโบกไม้โบกมือร้องเพลงตัวเองไปกับเขา มีความเป็นครอบครัวและได้ทำงานด้วยค่ะ (หัวเราะ) ยิ่งงานไหนนักดนตรีรู้จักกันอยู่แล้ว มันจะมีความนอกสคริปต์ เอาง่าย ๆ ว่ามีเซอร์ไพรส์ง่ายกว่า

ต้นหยาง: เวลาไปเล่นงานต่างจังหวัด แล้วได้เล่นงานที่มันมีสองวงขึ้นไป เราจะเช็กก่อนเลยว่าวงอะไร ถ้าวงไหนเป็นเพื่อนเราอยู่แล้ว ผมก็จะแบบ เดี๋ยวมึงเจอกู! แค่นั้นเลย แต่ถ้าไม่รู้จักก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวได้รู้จักแน่ เป็นเพื่อนกันคืนนั้นเลย

มีน: ใครพลาดไปผมเสียดายแทนเลยนะ วันไหน LEO เขาจัดงานลักษณะนี้อีก ผมบอกเลยว่าควรมาครับ เพราะเวลาที่พวกเรารวมตัวกัน แล้วหลายวงเป็นเพื่อนกัน มันจะมีความ Lively ความสนุกแบบที่คุณหาไม่ได้จากงานไหน ผมเคยจู่ ๆ โดน คุณนะ Polycat เชิญขึ้นไปแจมกับเขาบนเวที ผมก็ขึ้นครับ

การ์ตูน: ด้วยความที่เราเป็นวงดนตรีเล็ก ๆ มันเลยเป็นเรื่องยากที่วงแบบพวกเราจะไปอยู่เป็นไลน์อัปของงานใหญ่ ๆ แต่ LEO ชวนเราไปรวมกับใครมันถือว่าเป็นซีนที่ดูยาก และเขาก็จับคู่ในแบบที่ปกติร้านจ้างทั่ว ๆ ไปเขาจะไม่จับคู่แบบนี้ เราบอกเลยว่าการที่เราได้ขึ้นงานของ LEO มันจะพิเศษกว่างานอื่นทั่ว ๆ ไปแน่นอนค่ะ

ต้นหยาง: ขอบคุณทาง LEO ด้วยที่ให้ความสำคัญกับวงดนตรีแนวนี้ ทำให้แฟนเพลงมีช่องทางในการดูวงดนตรีอิสระแบบพวกเราได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม ต้องขอบคุณทาง LEO ด้วยนะครับ

วงดนตรีอิสระไม่ต้องการอะไรนอกจากโอกาส เมื่อมีแบรนด์ใหญ่ ๆ มาให้โอกาส เราก็รู้สึกดีที่มีพื้นที่ในการโชว์

– มีน Moving and Cut

ฝากผลงาน

มีน: ปีหน้า Moving and Cut จะมีคอนเสิร์ตใหญ่นะครับ แต่ยังไม่ลงตัวเรื่องสถานที่หรือราคาบัตร เพราะเราเป็นศิลปินอิสระ เลยยังต้องเรียนรู้เรื่องนี้กันอยู่ ใครก็ตามที่เจอเราตามงานหรือคอมเมนต์ใน Youtube จึงมีความหมายกับเรามาก ทุกสิ่งที่เรากำลังทำล้วนวิเคราะห์จากแฟนเพลง และสัญญาว่าจะมีเพลงใหม่เตรียมปล่อยออกมาก่อนคอนเสิร์ตอย่างแน่นอนครับ

ศิลปินแต่ละคนที่ได้มาเล่นในงาน LEO Independence Day ครั้งที่ผ่านมา พวกเขาก็ล้วนแล้วแต่มีความเท่ มีเอกลักษณ์ในแบบของตัวเอง Moving and Cut ก็เช่นกัน เบื้องหลังบทเพลงเศร้า ๆ พวกเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์งานเพลงต่อไป แถมยังมีความใส่ใจต่อแฟนเพลงจนเราเองรู้สึกอบอุ่นใจตาม

ใครที่พลาดงานในครั้งนี้ คอยติดตามอีเวนต์ดี ๆ จาก LEO ให้ดี รับรองว่านี่จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายอย่างแน่นอน!

PHOTOGRAPHER: Krittapas Suttikittibuth

Synthkid
WRITER: Synthkid
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line