บนหน้าปัดโทนสีทองที่ถูกโอบล้อมไปด้วยแผ่นวงแหวนสีดำเซรามิก ซึ่งจับคู่กับสเกลนาทีสีเบจบนขอบตัวเรือน Stainless Steel ของนาฬิการุ่นใหม่ SEIKO Prospex 1968 Heritage Diver’s GMT ที่มาในคอนเซปต์ ‘The Night Of Siam’ นั้น มีภาพประวัติศาสตร์ที่อัดแน่นไปด้วยเรื่องราววัฒนธรรมของผู้คน ณ ช่วงเวลาที่กรุงเทพมหนาครฯ ถูกเรียกว่า ‘สยาม’ ซ่อนอยู่ แรงบันดาลใจของนาฬิการุ่น ‘The Night Of Siam’ เกิดขึ้นจากช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านของวัน ตอนที่ อาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้า โมเมนต์สั้น ๆ แสนสำคัญตอนที่ดวงอาทิตย์กำลังจะหายไปพร้อมกับการฉายแสงอร่ามทั่วพื้นที่ เกิดเป็นโมเมนต์ที่เมืองเจิดจรัสและโอ่อ่าที่สุดของวัน ผู้คนออกมาพบปะกัน เสียงดนตรีในบาร์ที่กำลังเตรียมจะบรรเลง วิวที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่สวยที่สุดที่หนึ่งในโลกเผยตัวเองออกมาให้ทุกคนได้เห็น เพราะฉะนั้น การที่คอลเลกชั่นสุดพิเศษ LIMITED EDITION ผลิตเพียง 500 เรือนทั่วโลก ก็ยังหมายถึงช่วงเวลา MAGIC HOUR ของกรุงเทพ เป็นจำนวนที่เป็นภาพสะท้อนของช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ช่วงเวลาต้องมนตร์ของกรุงเทพเผยตัวให้เห็นในเวลาไม่กี่วินาทีของวันเหมือนกัน ในบทความนี้ UNLOCKMEN ขอพาทุกคนไปดื่มด่ำช่วงเวลาก่อนที่กรุงเทพจะเข้าสู่ยามค่ำคืนผ่านนาฬิกา
เพราะมนุษย์เกิดมาเพื่อมีชีวิตร่วมกันเป็นสังคม ไม่แปลกที่หลายครั้งเราเห็นการใช้ชีวิตของคนอื่น แล้วอดย้อนมามองดูตัวเองไม่ได้ โดยเฉพาะการทำงานที่ทำร่วมกันเป็นทีม แผนก หรือองค์กร ที่เราจะได้เห็นผลงาน เห็นความคืบหน้าของเพื่อนร่วมงานอยู่เสมอ ยิ่งช่วงหลัง Covid-19 และในสภาพเศรษฐกิจที่มีแต่ข่าวร้ายทุกวัน หลายคนต้องดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อเข็นโปรเจกต์ออกมาขาย เพื่อทลายขีดจำกัดการทำงานเดิม ๆ เราจึงยิ่งได้เห็นคนทำงานไปไกลกว่าศักยภาพเดิม ๆ ของพวกเขาอยู่ตลอด แต่ยิ่งเป็นแบบนั้น หลายคนก็ยิ่งหดหู่ เพราะในขณะที่เราเห็นผลงานใครต่อใครก้าวไปข้างหน้า แต่ทำไมเรายังดูเหมือนว่าไม่ได้ขยับไปไหน? แล้วในวันที่เราเหมือนย่ำอยู่กับที่ แต่ทุกคนกำลังไปได้ดี เราจะต้องทำอย่างไร? หยุดเปรียบเทียบอย่างเดียวอาจไม่พอ แต่ต้องมาวิเคราะห์ดูว่าเกิดอะไรขึ้น และเราทำอะไรได้บ้าง? “วิเคราะห์และประเมิน” เพราะสิ่งที่รู้สึก อาจไม่ใช่ข้อเท็จจริง กุญแจสำคัญของการก้าวข้ามการเปรียบเทียบ (และรู้สึกน้อยอกน้อยใจ) ไปได้ ไม่ใช่แค่การอยู่ ๆ ก็บอกตัวเองว่า เฮ้ย เราแย่ เราทำงานน้อย เราทำงานไม่ดี แล้วก็ตะบี้ตะบันโหมงานหนัก หรือทำตามคนอื่น ๆ เพื่อให้ทันเขา แต่เป็นการที่เราต้องรู้จักวิเคราะห์และประเมินสิ่งที่เรากำลังทำ ถ้าเรารู้สึกว่า โห คนรอบตัวเรา ทุกคนทำมากกว่าเราทั้งนั้น นั่นอาจเป็นสิ่งที่เรารู้สึกแต่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงเสมอไป เพราะมันไม่ได้มีมาตรวัดการทำงานที่ใช้วัดกับทุกคนได้ แต่สิ่งที่สำคัญคือเราสามารถประเมินและวิเคราะห์วิธีทำงานของตัวเราเองได้ ลองนึกภาพตัวเราเองนั่งอยู่ในห้องประชุมที่กำลังระดมไอเดียใหม่อย่างดุเดือด กระบวนการนี้กินเวลาทั้งวัน แต่ในช่วงเช้าระหว่างที่เรากำลังนั่งเงียบฟังอยู่นั้น
เมื่อแบรนด์ ‘เศรษฐสิริ’ ของ Sansiri กลับมาตอกย้ำภาพของความเป็นโครงการบ้านเดี่ยวแบบ “Portrait of Success” ความลักซ์ชัวรีที่จะตอบโจทย์กับความสำเร็จของกลุ่มลูกค้า Success Younger อย่างภาคภูมิแบบยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ใน โครงการเศรษฐสิริ ราชพฤกษ์ – พรานนก (SETTHASIRI RATCHAPRUEK – PHRAN NOK) มันทำให้เราตั้งคำถามต่อทันทีเลยว่า ภาพที่ใช้คำว่า ‘ความสำเร็จ’ ของโครงการบ้าน ราชพฤกษ์ – พรานนก นั้นจะต่างจากบ้านอื่นของโครงการเศรษฐสิริอย่างไร เช็คลิสต์ไหนบ้างที่โครงการนี้จะเข้ามาเติมเต็มชีวิตของผู้อยู่อาศัยที่มองหาทั้งความสงบพร้อมความสะดวกของการใช้ชีวิต .. แต่สงสัยได้ไม่นาน แสนสิริตอบคำถามของเราด้วยภาพและ Benefits ทั้งหลายของโครงการ PRIME LOCATION WITH BEST BENEFITS AREA โลเคชั่นของ โครงการเศรษฐสิริ ราชพฤกษ์ – พรานนก สามารถเข้าออกได้ 2 ทาง ทั้งจากถนนพรานนก-พุทธมณฑล สาย 4 และถนนราชพฤกษ์ ทำให้สามารถเดินทางเขาถนนสายหลักได้หลายเส้น
ช่วงนี้ก็จะได้ยินเพลงของ Bakery Music บ่อยหน่อยเนาะ เพราะว่าโปรเจกต์ Back To The Bakery VOL.2 ที่เพิ่งปล่อยออกมาทั้ง 9 เพลงนั้น มันชวนให้รู้สึกเหมือนกับว่าเข็มเวลาที่เคยหยุดไปของเพลงในช่วงเวลา 90s ได้กลับมาเดินอีกครั้ง เพลงที่ยังคงดังอยู่ในหัวใจของชาว Bakerian เสมอทุกครั้งที่เปิดฟัง วงการเพลงไทยไม่เคยเหมือนเดิมตั้งแต่จุดเริ่มต้นในปี 1994 ของการก่อตั้งค่ายเบเกอรี่ เบื้องหลังความสำเร็จของค่ายเพลงไทยที่ทำอะไรไม่เหมือนใคร และตามใจตัวเองสุด ๆ (อ้างอิงจากคำพูดของป๋าเต็ด) มีเพื่อนสำคัญคนหนึ่งที่สามารถใช้เนื้อเพลงของวง PAUSE “เพื่อนฉันคนนี้นั้นไม่มีวันห่าง และไม่มีวันจากไปไหน” นิยามได้ เขาคนนั้นคือ ‘ไฮเนเก้น’ แบรนด์ที่ซัพพอร์ตเบเกอรี่มาตั้งแต่วันแรก ๆ เพราะเชื่อว่าความแตกต่างคือเชื้อเพลิงสำคัญที่จะขับเคลื่อนวงการเพลงไทยให้วิ่งต่อไปข้างหน้าได้ .. และการที่ Bakery Music ได้ส่งแรงบันดาลใจมากมายให้กับวงดนตรีไทยมาจนถึงยุคปัจจุบัน ก็ตอบได้อย่างชัดเจนว่าไฮเนเก้น คิดถูกต้อง ด้วยความรักที่มีให้กับ Bakery Music และความชื่นชมที่มีให้กับสิ่งที่ไฮเนเก้นทำ UNLOCKMEN ขอใช้โพสต์นี้เล่าช่วงเวลาที่หอมหวานที่สุดครั้งหนึ่งของประวัติศาสตร์วงการเพลงไทย ผ่านเรื่องราวความผูกพันระหว่างค่ายเล็ก ๆ ค่ายหนึ่งที่ทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่ออย่างแรงกล้า กับแบรนด์ที่เชื่อมั่นในความตั้งใจตรงนั้นไม่ต่างกัน การร่วมมือที่ทำให้วงการเพลงไทยไม่เหมือนเดิมอีกเลย เชื่อว่าทุกคนรู้จัก
#ThrowBack งานจบแต่ความมันส์ยังไม่จบ UNLOCKMEN ก็เลยขอรวบรวมภาพเก็บตกความประทับใจจาก ThaiGP 2024 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 25 – 27 ตุลาคม มาฝากกัน 📸 ✨ งานนี้ Thai Honda ได้ชวนเราไปสัมผัสความดุเดือดของการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกรายการ PT Grand Prix of Thailand 2024 กันแบบใกล้ชิดครบทุกมิติ ทำให้เราได้รู้เลยว่านี่ไม่ใช่เพียงแค่หนึ่งในทัวร์นาเมนต์ใหญ่แห่งวงการมอเตอร์สปอร์ตที่เน้นการขับเคี่ยวชิงชัย แต่ภายในงานต้องเรียกได้ว่าเป็น Festival ดี ๆ ที่ไม่ควรพลาด ไม่ว่าจะเป็นแฟนพันธุ์แท้วงการสองล้อ หรือใครก็ตามที่กำลังอยากหาอะไรสนุก ๆ ทำในช่วงสุดสัปดาห์ ก็สามารถแวะมาจอยกันได้ เพราะงานนี้ Honda จัดเต็มกิจกรรมมากมายให้ได้ร่วมสนุกภายใต้บรรยากาศความยิ่งใหญ่ของมหกรรมกีฬาระดับโลกที่วนมาจัดในบ้านเราเพียงปีละครั้ง เริ่มต้นก้าวเท้าเข้างานก็ได้พบกับความเร้าใจ ในโซน Honda Test Riding เปิดโอกาสให้ได้ลองขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ Honda หลากหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็นรถบิ๊กไบค์ CBR Series รวมถึงรถจาก
Bioceramic MoonSwatch MISSION TO EARTHPHASE สดุดีแต่โลกและดวงจันทร์ ซึ่งรุ่นนี้ไม่ได้มีแค่ฟังก์ชันบอกดิถีของดวงจันทร์เท่านั้น แต่ที่สำคัญไปกว่านั้น ยังมาพร้อม ฟังก์ชันบอกดิถีของโลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์วงการการประดิษฐ์เรือนเวลาอีกด้วย ทำให้ Swatch พลิกแพลงวาทะอันโด่งดังของกาสิเลโอ “แต่โลกก็ยังโคจรรอบดวงอาทิตย์ต่อไป!” (And yet it moves!”) และเย้าหยอกว่า “แต่โลกและดวงจันทร์ก็ยังโคจรรอบดวงอาทิตย์ต่อไป!” ส่วนฟังก์ชันบอกดิถีของโลก หากคุณดูตรงหน้าปัดย่อยที่ตำแหน่งสิบนาฬิกา ก็จะได้ดื่มด่ำกับการโคจรของโลกเราเมื่อมองจากดวงจันทร์ มีการแต่งแต้มสีสันให้กับฟังก์ชันบอกดิถีของโลกที่จดสิทธิบัตรแล้วเพื่อสดุดีแด่ความหลากหลายและความงดงามของโลกสีครามของเรา คุณจะมองเห็นก้อนเมฆ รวมถึงสีสันที่ตัดกันของมหาสมุทร ป่าไม้และผืนทะเลทราย นอกจากนี้ ยังมีการเคลือบหมึกพิมพ์ยูวี (เปล่งแสงสีฟ้า) ที่มองเห็นเมื่อโดนแสงยูวีเท่านั้นตรงมหาสมุทรเพื่อเพิ่มความล้ำทะลุจักรวาลเข้าไปอีก รุ่น Bioceramic MoonSwatch MISSION TO EARTHPHASE จะวางจำหน่ายทั่วโลกที่ร้านค้าของ Swatch ที่ร่วมรายการตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายนเป็นต้นไป และเช่นเดียวกับนาฬิกาทั้งหมดในคอลเลกชัน Bioceramic MoonSwatch ก็จำกัดสิทธิ์ในการซื้อ 1 เรือน/ 1 สาขา/ 1 คน/ 1 วันเท่านั้น
MacBook Pro M4 ความทรงพลังล่าสุดจาก Apple ด้วยชิปตระกูล M4 ทั้ง M4, M4 Pro และ M4 Max ขุมพลังขับเคลื่อนประสิทธิภาพให้ทำทุกอย่างได้เร็วยิ่งขึ้น มีแบนด์วิดท์หน่วยความจำสูงขึ้น เมื่อรวมเข้ากับตัวเร่งความเร็วด้านการเรียนรู้ของระบบใน CPU, GPU ที่ล้ำสมัย และ Neural Engine ที่เร็วขึ้นและประหยัดพลังงานมากขึ้นด้วย พร้อมเสริมความสามารถให้เหนือชั้นยิ่งขึ้นไปอีกด้วย Apple Intelligence ช่วยให้โมเดลการเรียนรู้ภาษาขนาดใหญ่ (LLM) และโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่อื่นๆ ทำงานบนอุปกรณ์ได้อย่างลื่นไหล นอกจากนี้ทุกรุ่นยังมาพร้อมจอภาพ Liquid Retina XDR ที่ดียิ่งขึ้น พร้อมตัวเลือกจอภาพ Nano-texture แบบใหม่หมดที่ลดแสงสะท้อนและภาพสะท้อนรบกวนสายตาลงได้มาก และในสภาพแสงที่สว่าง MacBook Pro ใหม่ยังสามารถแสดงคอนเทนต์ SDR ที่ความสว่างสุงสุด 1,000 นิต และยังคงแสดงคอนเทนต์ HDR ที่ความสว่างสูงสุดเฉพาะจุดสูงถึง 1,600 นิต ซึ่งทั้งหมดนี้จะพลิกโฉมประสบการณ์ให้กับผู้ใช้ที่ต้องทำงานกลางแจ้งไปอย่างสิ้นเชิง รวมถึงกล้อง 12MP
ช่วงเวลาแห่งความดุเดือดในโลกแห่งความเร็ว หลัง McLaren พึ่งจะเปิดตัว W1 ออกมาได้ไม่นาน ด้าน Porsche ก็เตรียมเปิดตัว hypercar รุ่นใหม่เร็ว ๆ นี้ ฝั่ง Ferrari ก็ได้เปิดตัวโมเดลใหม่ออกมาในชื่อ F80 เป็น flagship ที่จะมาสานต่อตำนานความยิ่งใหญ่ของ LaFerrari ด้วยขุมพลัง 3.0-liter V6 turbocharge Hybrid 900 แรงม้าจากเครื่องยนต์ พ่วงพลังงานจาก Tri-motor AWD ให้กำลังรวมเกือบ 1,200 แรงม้า เคลมตำแหน่ง “The Most Powerful Ferrari” ที่เคยผลิตออกจากโรงงานจนถึงวันนี้ สามารถทำความเร็วถึง 100 km/h ได้ภายใน 2.15 วินาที และถึง 200 km/h ใน 5.75 วินาทีเท่านั้น ความเร็วสูงสุด 350 km/h
6lur (เบลอ) อัลบั้มที่ 6 ของ Slur เป็นเหมือน ‘สายลม’ ที่พัดพาช่วงเวลา ความรู้สึก ไปพร้อมกับการกักเก็บความทรงจำของคนฟังเอาไว้อยู่ในมวลอากาศ จะเปิดฟังแบบที่ไม่ต้องโฟกัสก็ได้ แต่ในวันที่เปิดฟังจริงจังก็ยิ่งรู้สึกมากเหลือเกิน โดยเฉพาะพาร์ทของเพลงเศร้าที่ทำให้เราคิดย้อนกลับไปถึงวันที่ฟังอัลบั้มแรก Boo! ในมุมที่ว่า ‘ความ Youth Power แบบ Slur มันโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นอีกครั้งแล้วว่ะ’ พลังวัยรุ่นในวันนั้นมันถูกเคี่ยวจนงวดเป็นความมันส์ด้วยท่าทีที่สุขุมขึ้น เศร้าอย่างเข้าใจ และซ่าแบบที่ลิมิตจะไปถึง การได้ฟังเพลงในอัลบั้มนี้หลาย ๆ รอบเพื่อเขียนถึง ทำให้เข้าใจความเป็น Slur หลาย ๆ อย่างที่ไม่เคยมองเห็นเหมือนกันนะ อย่างเนื้อร้องของพี่เย่ที่เลือกเพียงคำที่ทำงานกับความรู้สึกจริง ๆ ไลน์กีตาร์ของพี่เฮาส์ดีไซน์ให้มีความเย็น ๆ ซนแต่ไม่ซ่าจนเกินไปก็เข้ากับความเป็น Slur ในยุคหลังได้ถูกต้องที่สุด ไลน์เบสของพี่บู้ที่มีความแฟชั่นดีไซน์ไม่ตีกรอบอยู่เสมอ และริทึ่มกลองของพี่เอมที่หวดแบบวิ่ง ๆ สับ ๆ ริทึ่มที่เป็นมากกว่าให้จังหวะแต่ยังเป็นเหมือนเมโลดี้คุมตัวตนความซนของ Slur ในทุกเพลง Next Cover, Same Mood ตอนล่าสุดเลือกหนังและซีรีส์สำหรับคนที่มูฟออนจากเพลงหลากอารมณ์ในอัลบั้ม 6lur ไม่ได้


