หลังจากที่เราได้พูดถึง “10 เพลงยอดเยี่ยมทรงอิทธิพลแห่งทศวรรษ” จัดอันดับโดยนิตยสาร TIME กันในครึ่งแรกไปแล้ว ก็ถึงเวลาที่เราจะกลับมาพูดถึงอีก 5 เพลงที่เหลือตามที่สัญญาทุกท่านกันครับ ก่อนหน้านี้เราได้พูดถึงเพลง Rolling in the Deep (Adele), Dancing On My Own (Robyn), Everything is Embarassing (Sky Ferreira), I Want You (Luke James) และ All Too Well (Taylor Swift) กันไปแล้ว โดยแต่ละเพลงก็จะมีคุณสมบัติบางอย่างที่น่าสนใจและส่งอิทธิพลบางอย่างต่อวงการเพลงในอเมริกาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง สำหรับเพลงครึ่งหลังที่เรากำลังจะพูดถึงในต่อไปนี้ บางเพลงคุณอาจไม่รู้จักและไม่เคยฟังมาก่อน แต่บางเพลงก็กำลังฮิตติดชาร์ตเป็นที่รู้จักอยู่ในขณะนี้ มาดูไปพร้อม ๆ กันว่าจะมีเพลงอะไรบ้าง แต่บอกได้เลยว่าแต่ละเพลงไม่ธรรมดาจริง ๆ I Miss Your Bones – Hospitality (2013-2014) วงอินดี้ร็อกในปี 2013
ในตอนนี้โลกของวงการภาพยนตร์ถือว่าคึกคักกันไม่น้อย ผู้คนที่มีส่วนร่วมในภาพยนตร์ที่เป็นตัวเต็ง ถูกกล่าวถึงตั้งแต่ต้นปียันท้ายปี 2019 ต่างเตรียมตัวตัดชุดเพื่อเดินสายตามงานรางวัลภาพยนตร์ เพราะในเดือนมกราคม 2020 ก็จะมีงานประกาศรางวัลใหญ่ของวงการหนังอีกหนึ่งเวทีอย่าง ‘Golden Globe Award’ หรือในชื่อไทยว่า ‘งานลูกโลกทองคำ’ ซึ่งครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 77 แล้ว หลังจากที่ใครหลายคนเฝ้าคอยและเดารายชื่อภาพยนตร์ที่จะได้เข้าช่วงชิงรางวัลในสาขาต่าง ๆ จากงานลูกโลกทองคำ ในที่สุดทางเวทีก็ประกาศรายชื่อภาพยนตร์ นักแสดง และผู้กำกับที่จะชิงรางวัลประจำปี 2020 กันเป็นที่เรียบร้อย หมวดภาพยนตร์ รายชื่อภาพยนตร์ที่เปิดออกมาสำหรับการเข้าชิงรางวัลในสาขาต่าง ๆ ถือว่าเป็นไปตามที่นักวิจารณ์และคอหนังหลายคนคาดการณ์กันไว้ก่อนหน้านี้ ภาพยนตร์หลากหลายเรื่องที่โดดเด่นออกมาจากหนังประเภทเดียวกันต่างเตรียมลุ้นรางวัลจากเวทีลูกโลกทองคำ ทั้งภาพยนตร์ประเภทดราม่า ภาพยนตร์เพลง คอมเมดี้ หนังที่ใช้ภาษาต่างประเทศไปจนถึงแอนิเมชัน โดยหนัง 5 เรื่องที่ได้เข้าชิงสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประเภทดราม่า ได้แก่ Marriage Story 1917 The Irishman Joker The Two Popes ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประเภทภาพยนตร์เพลงหรือคอมเมดี้ Once Upon a Time in Hollywood Jojo
ถ้าจะพูดถึงเกมซามูไรที่มาแรงที่สุดในตอนนี้ คงจะลืม Ghost of Tsushima ไปไม่ได้เลย เพราะนี่เป็นเกมสุดเจ๋งที่เล่าถึงเหตุการณ์ในช่วงศตวรรษที่ 13 ขณะที่เหล่าโชกุนและจักรพรรดิปกครองญี่ปุ่นด้วยระบบศักดินา แต่แล้วความมั่นคงของญี่ปุ่นกลับสั่นคลอน เพราะจักรวรรดิมองโกลรุกรานญี่ปุ่น จนเกิดสงคราม การเปลี่ยนแปลง เหตุนองเลือด และความวุ่นวายอีกนับไม่ถ้วน Ghost of Tsushima เป็นวิดีโอเกมที่ได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ซามูไรหลายเรื่องของ อากิระ คูโรซาวะ (Akira Kurosawa) บริษัทผู้พัฒนาเกม Sucker Punch จึงออกแบบเกมให้เป็นสไตล์ Action & Openworld ผู้เล่นจะเพลิดเพลินกับระบบเกมเพลย์จากมุมมองบุคคลที่สาม เมามันส์กับฉากเอฟเฟกต์ตระการตา และดำดิ่งลงไปในเนื้อเรื่องของเกมราวกับกำลังชมภาพยนตร์ซามูไรในตำนาน คุณจะได้สวมบทเป็น จิน ซากาอิ (JIn Sakai) ซามูไรแห่งแดนอาทิตย์อุทัยผู้ยึดมั่นคุณธรรม ที่ออกเดินทางเพื่อสำรวจพื้นที่ ต่อสู้กับศัตรู และช่วยเหลือชาวบ้าน ไปพร้อมค้นหาความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายในจิตใจของเขา แต่ จิน ซากาอิ ผู้นี้กลับเลือกเดินสายต่อสู้แบบภูติผี (Ghost) ที่เน้นการลอบสังหาร วางกลยุทธ์การต่อสู้ และทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องเกาะซึชิมะและญี่ปุ่นจากการรุกรานของพวกมองโกล แม้การกระทำของเขาจะเริ่มห่างไกลจากความเป็นซามูไรดั้งเดิมไปทุกทีก็ตาม นอกจาก Ghost of
Leica แบรนด์กล้องไฮเอนด์สัญชาติเยอรมันเปิดตัวกล้องรุ่นใหม่ ‘Leica M10-P Ghost Edition’ ที่พัฒนาร่วมกับเว็บไซต์นาฬิกาชื่อดังระดับโลกอย่าง Hodinkee ไม่บ่อยนักที่เราจะได้เห็นการผสมผสานระหว่างอุตสาหกรรมการผลิตทั้งสองสายเช่นนี้ แต่บอกเลยว่าฟังก์ชันการใช้งานของกล้องรุ่นนี้นั้นถอดแบบความเจ๋งของ Leica มาไม่ผิดเพี้ยน แถมรูปลักษณ์งานดีไซน์ก็โดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกด้วย Leica M10-P Ghost Edition เป็นตัวแทนของ Benjamin Clymer ชายผู้หลงใหลนาฬิกา และมุ่งมั่นพัฒนาอุปกรณ์บอกเวลาชนิดนี้ให้มีคุณค่าเหนือกาลเวลา แม้หนุ่ม ๆ หลายคนจะรู้จักเขาในนามผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Hodinkee แต่น้อยคนที่จะรู้ว่าความฝันในวัยเด็กของเขาคือการได้เป็นเจ้าของกล้อง Leica สักตัว เขาจึงเริ่มสะสมกล้อง Leica รุ่นพิเศษ และนำมาสู่ช่วงเวลาประวัติศาสตร์ที่เขาถ่ายทอดความเป็นตัวเองลงไปใน Leica M10-P Ghost Edition รุ่นนี้ การดีไซน์กล้องได้แรงบันดาลใจมาจากนาฬิกาดำน้ำโบราณ จึงออกแบบตัวบอดี้ให้เป็นสีขาว ครีม และเทา เสริมความแกร่งทนทานด้วยโลหะผสมแมกนีเซียม และด้านบนของกล้องก็ใช้แผ่นทองเหลืองทาสีเทาอบอุ่นตามแบบนาฬิการุ่นเก่า ส่วนตรงกลางของตัวกล้องห่อหุ้มด้วยหนังสีซีเมนต์ Leica M10-P Ghost Edition เป็นกล้องที่ประกอบด้วยมือและผลิตขึ้นในเมือง Wetzlar ของประเทศเยอรมนี เช่นเดียวกับกล้องของรุ่นอื่น ๆ ของ
หนุ่ม ๆ หลายคนคงคุ้นเคยกับชื่อรถยนต์ McLaren Senna ซูเปอร์คาร์หัวแถวที่ใช้ชื่อนามสกุลของนักแข่งรถสูตรหนึ่งผู้ล่วงลับในตำนานอย่าง อาอีร์ตง เซนนา (Ayrton Senna) ผู้เคยร่วมกับทีมรถสูตร 1 ของ McLaren สร้างความยิ่งใหญ่ระหว่างปี 1988-1991 อาอีร์ตง เซนนาเป็นนักขับรถสูตร 1 ผู้ยิ่งใหญ่ที่โลดแล่นในศึก Formula 1 ตั้งแต่ปี 1984 – 1994 โดยเริ่มต้นกับทีม Toleman ก่อนย้ายสู่ทีม Lotus ในปีต่อมาและจบลงที่ McLaren ซึ่งคว้าแชมป์โลกร่วมกันถึง 3 สมัย (1988, 1990, 1991) ว่ากันว่าเซนนาคือหนึ่งในนักขับรถที่มีพรสวรรค์มากที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา ไม่ว่าจะเป็นการขับที่ดุดันสุ่มเสี่ยง การแซงที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่น่าเสียดายที่เขาต้องเสียชีวิตระหว่างทดสอบรถกับทีม Williams ในปี 1994 ทิ้งไว้เพียงแรงบันดาลใจให้นักแข่งรุ่นหลัง ปี 2018 McLaren ระลึกถึงความยิ่งใหญ่ของเขาด้วย McLaren Senna โดยมีแผนผลิตออกมาเพียง 500 คันทั่วโลก
Leica เตรียมเปิดตัวกล้องรุ่นพิเศษของ Leica M10 ที่มาในโทนสีขาว โดยก่อนหน้านี้เคยวางขาย Leica M10 Edition Zagato ที่มีราคาเกือบ 7 แสนบาทเมื่อปี 2018 Leica M10 เป็นกล้องฟูลเฟรมจากซีรีส์ M Rangefinder ของ Leica Camera AG ที่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อ 19 มกราคม ปี 2018 โดยถูกวางเป็นตัวแทนของ Leica M9 ที่รองรับเลนส์ Leica M Mount ความนิยมของ M10 ทำให้ Leica เลือกใช้เป็นรุ่นคอลแลปส์ร่วมกับ Zagato บริษัทผลิตและออกแบบรถยนต์จากประเทศอิตาลีออกมาเป็น Leica M10 Edition Zagato ซึ่งผลิตออกมาเพียง 250 ตัว ล่าสุดมีภาพหลุดว่า Leica เตรียมปล่อยกล้อง M10 รุ่นพิเศษออกมาเอาใจแฟน ๆ
“บุหรี่” ถือเป็นอีกเชื้อเพลิงสำคัญที่ขับเคลื่อนผู้ชายอย่างเราให้ทำงานได้คล่องตัวขึ้น อาจเพราะนิโคตินที่เราเสพ อาจเพราะช่วงเวลาพักสั้น ๆ ที่ได้ออกมาสูดอากาศนอกบรรยากาศการทำงาน อาจเพราะได้มองผู้คนจากออฟฟิศอื่นที่ก็ลงมาสูดควันเข้าปอดเหมือนกัน แต่เชื่อว่าผู้ชายหลายคนคงไม่ทันนึกว่า “การสูบบุหรี่” สามารถเชื่อมโยงกับความก้าวหน้าในอาชีพการงานได้ งานวิจัยจาก National Bureau of Economic Research สำรวจกลุ่มตัวอย่างจากพนักงานในสถาบันทางการเงินขนาดใหญ่ โดยผลการสำรวจชี้ว่าพนักงานผู้ชายที่ใช้เวลาสูบบุหรี่กับหัวหน้าผู้ชายของพวกเขานั้นมีโอกาสได้เลื่อนตำแหน่งเร็วกว่า และเงินเดือนขึ้นเร็วกว่า ในมุมหนึ่งเรื่องนี้อาจดูไม่น่าแปลกใจนักเพราะสิงห์อมควันรู้ดีว่าการสูบบุหรี่กับใครสักคนไม่ได้หมายความแค่การสูดควันเข้าปอดข้าง ๆ กัน โดยเฉพาะการสูบบุหรี่กับเพื่อนร่วมงาน ระหว่างห้วงเวลาในควันเทาทึมนั้นมักมีบทสนทนาลื่นไหลที่บางบทสนทนานั้นไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในบรรยากาศการทำงานในออฟฟิศได้เลย การสูบบุหรี่จึงไม่ต่างจากสารกระตุ้นความผ่อนคลายบางอย่าง แต่ก็เจือบรรยากาศเปิดเผยอย่างจริงใจ จึงไม่แปลกที่ผู้ชายอาจได้แสดงวิสัยทัศน์หรือตัวตนให้หัวหน้าประทับใจ จนนำไปสู่ความก้าวหน้าทางอาชีพการงานได้ แต่ในอีกมุมหนึ่งงานวิจัยชิ้นนี้ก็ทำให้เกิดข้อถกเถียงเป็นวงกว้าง เพราะถ้าทุกคนได้แสดงความคิดเห็นหรือทำให้หัวหน้าเห็นศักยภาพบางอย่างระหว่างสูบบุหรี่จริง ทำไมพนักงานผู้หญิงถึงไม่ได้เลื่อนขั้นเร็วขึ้นอย่างพนักงานผู้ชาย? หรือทำไมการที่พนักงานไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายสูบบุหรี่กับหัวหน้าผู้หญิง แล้วถึงไม่ได้มีใครมีอัตราการเลื่อนตำแหน่งเร็วขึ้น? การตั้งข้อสังเกตเรื่องความไม่เท่าเทียมทางเพศระหว่างการทำงาน ไม่ได้เกิดขึ้นกับการสูบบุหรี่เป็นกรณีแรก ทฤษฎี “old boys’ club” ที่ตั้งคำถามกับกิจกรรมแบบผู้ชาย ๆ ที่เอื้อประโยชน์กันแค่ในหมู่ผู้ชายและสร้างโครงข่ายคอนเนคชั่นทอดยาวไม่รู้จบนั้นมีมานานแล้ว ถ้าจินตนาการไม่ออกให้ลองนึกถึงการไปตีกอล์ฟแบบผู้ชาย ๆ หรือการไปกินดื่มเที่ยวในสถานบันเทิงบางรูปแบบที่มีแต่ผู้ชาย เพราะไม่สามารถชวนพนักงานผู้หญิงหรือเจ้านายผู้หญิงไปมีส่วนร่วมได้ ไม่ว่าคุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อในทฤษฎี “old boys’ club” แต่มีคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่เชื่อแน่ ๆ และเถียงหัวชนฝา พวกเขาตั้งสมมติฐานขึ้นมาว่า “ที่พนักงานผู้ชายได้ขึ้นเงินเดือนและเลื่อนตำแหน่งเร็วกว่าตอนที่ทำงานกับหัวหน้าผู้ชายก็เพราะว่าหัวหน้าผู้ชายเข้าใจเราและรู้จักวิธีบริหารดีกว่าไงล่ะ” สมมติฐานนี้คล้ายจะฟังขึ้น
ญี่ปุ่นเป็นประเทศเล็ก ๆ บนเกาะที่หลายคนลงความเห็นว่าน่าอยู่และเจริญที่สุดประเทศหนึ่ง บางคนก็มองว่ามีเสน่ห์น่าหลงใหลเพราะความตั้งใจจริงของคนในชาติ แต่เราเชื่อว่าหลายคนยังคงตั้งคำถามว่า การอยู่ในกรอบสังคมญี่ปุ่นที่เป๊ะไปเสียทุกอย่างมันสร้างความกดดัน และเกี่ยวพันกับอัตราการฆ่าตัวตายที่สูงขึ้น หลังจากมีโอกาสพูดคุยกับ ดร. กฤตินี พงษ์ธนเลิศ เราพบมุมมองที่น่าสนใจว่า “งานไม่ใช่สาเหตุที่แท้จริงของการตาย” และมีคำอธิบายมุมมองที่น่าสนใจอื่น ๆ ที่ทำให้รู้ว่า อะไรคือสิ่งที่ทำให้องค์กรของญี่ปุ่นเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ยอดฆ่าตัวตาย ไม่ได้มาจากคนตั้งใจทำงาน “ครูมองว่ามันต้องแยกกันค่ะ คนที่ตั้งใจทำงานอาจจะเป็นคนละกลุ่มกัน มันไม่ได้แปลว่าคนที่ตั้งใจทำงานจะทำงานหนักจนต้องฆ่าตัวตาย” บางคนอาจเชื่อมโยงสถิติการฆ่าตัวตายวันจันทร์เข้ากับเรื่องการทำงานท่ามกลางสภาพความกดดัน เป๊ะ ๆ ของสังคมญี่ปุ่น แต่นั่นคือภาพมองแบบเหมารวม เพราะหากเราติดตามรายละเอียดจริง ๆ สถิติการตายเหล่านี้มีคณะวิจัยระบุว่าอัตราการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นในช่วงที่อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้น นั่นแปลว่าเขารู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า เครียด เมื่อไร้การทำงานจนต้องจบชีวิตตัวเองต่างหาก การทำงานเป็น A MUST สำหรับคุณ แต่ไม่ใช่สำหรับทุกคน แม้จะมีความเป็นไปได้ที่บางคนรู้สึกทุกข์ทนถึงขนาดหดหู่ที่ต้องตื่นลืมตามาทำงาน แต่มันไม่ได้เกิดขึ้นในองค์กรญี่ปุ่นทุกองค์กร เพราะตามประสบการณ์ที่ ดร. กฤตินี พบแม้จะทำงานหนักแค่ไหน แต่ผู้คนในญี่ปุ่นกลับรู้สึกสนุกและเห็นคุณค่าของการทำงานจนไม่รู้สึกว่าสิ่งที่ทำคือการทำงาน เธอยกตัวอย่างของเพื่อนชาวญี่ปุ่นที่ทำเว็บไซต์การทำอาหารและส่งเสริมให้คนรับประทานอาหารในบ้านมากขึ้น เพราะเชื่อว่าการทำอาหารคือการส่งมอบความรัก แม้ ดร. กฤตินีให้คำแนะนำว่าสังคมไทยเป็นสังคมรับประทานอาหารนอกบ้านและเสนอให้จ้างอินฟลูเอนเซอร์ตามค่านิยมการตลาดไทย แต่เพื่อนยืนยันว่าจะทำงานหนักแทนโดยให้เหตุผลว่า “เราต้องทำให้คนรักจากหัวใจ” “เขามานั่งทำงานหนักมา ปรับโปรแกรม ปรับเว็บไซต์ให้คนไทยใช้งานง่าย
ไม่นานมานี้หนุ่ม ๆ ที่ชื่นชอบเรื่องราวของญี่ปุ่นและโปรดปรานการลิ้มรสชาติแสนเฉพาะตัวของซูชิต่างต้องตกใจไปตาม ๆ กัน เมื่อร้านซูชิโคตรดังอย่าง Sukiyabashi Jiro Honten ที่ซ่อนตัวอยู่ในชั้นใต้ดินย่านกินซ่าใจกลางกรุงโตเกียวถูกถอดดาว 3 ดวง และลบชื่อออกจาก Michelin Guide ทั้งที่เป็นร้านซูชิที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ด้วยความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการอาหารญี่ปุ่นทำให้คนทั่วโลกต่างจับตามอง UNLOCKMEN จึงไม่พลาดนำเรื่องราวของเจ้าของร้าน Sukiyabashi Jiro นามว่า Jiro Ono มาบอกเล่าให้ฟังกันว่าเพราะเหตุใดเขาถึงกลายเป็นชายที่โลกเรียกว่า ‘ปรมาจารย์ซูชิที่ไม่มีใครเทียบชั้น’ และทำไมร้านอาหารเล็ก ๆ ของเขาถึงกลายเป็นร้านที่เหล่านักชิมทั่วโลกต้องมาเยือนสักครั้ง JIRO ONO ตำนานของวงการซูชิที่ยังมีลมหายใจ แรกเริ่มเดิมทีเรื่องราวของ Jiro Ono และร้านซูชิ Sukiyabashi Jiro ของเขาไม่ได้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขนาดนี้ เขาเป็นเพียงแค่ผู้ชายที่เปิดร้านซูชิต้นทุนต่ำประทังชีวิตเท่านั้น เพราะฐานะทางบ้านของ Jiro ไม่ได้มั่งคั่งร่ำรวย เขาต้องแอบทำงานพิเศษในร้านอาหารตั้งแต่ 7 ขวบ (ที่ต้องแอบทำเพราะผิดกฎหมายแรงงาน) ถูกพร่ำสอนเสมอว่าเมื่อโตขึ้นเราจะไม่หันหลังกลับ บ้านที่อยู่อาจจะหายไปเมื่อไรก็ได้ ดังนั้นสิ่งที่จะติดตัวเราไปทุกที่คือความตั้งใจและการไม่ยอมแพ้ เมื่อ Jiro เปิดร้านซูชิช่วงแรกเขาไม่สามารถเรียกตัวเองว่าเป็นเชฟได้เต็มปาก ลูกค้าที่เข้ามาในร้านก็ถือว่าเป็นคนหลงเข้ามาเสียมากกว่า


