Nike เตรียมปล่อยคอลเลกชันรองเท้าวิ่งตระกูล ‘Zoom’ ออกมาต้อนรับ Ekiden (เอะคิเด็ง) หรือการแข่งขันวิ่งผลัดระยะไกลของชาวญี่ปุ่น โดยครั้งนี้ได้สีสันของรถไฟหัวกระสุนมาใช้ในการออกแบบและคอลเลกชันนี้มีชื่อว่า Ekiden Zoom Ekiden Zoom ประกอบได้ด้วยรองเท้า 5 คู่จากตระกูล Air Zoom ไม่ว่าจะเป็น Zoom Pegasusu 36, Zoom Turbo 2, Zoom Rival Fly 2, Zoom Next และ Zoom Fly 3 ทั้งหมดถูกสร้างมาเพื่อต้อนรับการแข่งขันวิ่งผลัดมาราธอนครั้งใหญ่ของชาวญี่ปุ่นที่นักเรียน นักศึกษา และนักวิ่งมืออาชีพจะเข้าร่วมรายการแข่งขันที่เรียกว่า Ekiden Ekiden ถูกจัดขึ้นครั้งแรกในปี 1917 เพื่อเฉลิมฉลอง 50 ปีที่โตเกียวเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น โดยเป็นการแข่งขันวิ่งผลัดจากเกียวโต ไปโตเกียวระยะทางรวม 507 กิโลเมตร การแข่งขันถูกแบ่งออกเป็น 3 วัน และ 23 ช่วง หลังจากนั้นผู้คนก็รู้จัก
โลกจดจำคนส่วนใหญ่จากความสำเร็จที่เขาได้ทำไว้ บางคนถูกพูดถึงเป็นร้อย ๆ ครั้งจากผลงานอันโดดเด่น บางคนถูกสังคมยกย่องด้วยความสำเร็จที่น่าประทับใจ แต่น้อยครั้งนักที่ผู้คนจะหันกลับมามองจุดเริ่มต้นก่อนจะก้าวสู่ความสำเร็จ ด้วยเหตุผลที่ปฏิเสธไม่ได้ที่ว่าในโลกใบนี้ไม่มีใครประสบความสำเร็จมาตั้งแต่เกิด ทำให้ UNLOCKMEN ได้มีโอกาสนั่งพูดคุยกับ คุณม่อน หรือ อุทิศ เหมะมูล นักเขียนรางวัลซีไรต์จากวรรณกรรมเรื่อง ‘ลับแล, แก่งคอย’ ที่ผู้คนมองว่าเขา ‘ประสบความสำเร็จ’ ด้านงานเขียนในงาน Zero to Hero Talk : The Art of Not Giving Up ซึ่งแน่นอนว่าเราไม่ได้สร้างบทสนทนาเน้นความสำเร็จ เราอยากรู้ถึงหลายสิ่งหลายอย่างที่อุทิศจะต้องยอมแลกเพื่อทำในสิ่งที่ตัวเองรัก เพราะก่อนใครสักคนจะกลายเป็นฮีโร่ล้วนต้องเริ่มจากศูนย์ไม่ต่างกัน จุดเริ่มต้นจากการค้นพบว่าเราไม่เก่งอะไรเลย เล่าเรื่องราวในวัยเด็กให้ฟังหน่อย ว่าก่อนที่จะมีอุทิศ เหมะมูล นักเขียนรางวัลซีไรต์ เรามีวัยเด็กแบบไหน ? ตอนเด็กผมค้นพบว่าตัวเองไม่ได้เป็นคนที่ทำอะไรดีสักอย่าง เมื่อเราพูดถึงสิ่งที่เด็ก ๆ ทำได้ดี ก็คงจะต้องเป็นเด็กที่เรียนเก่ง แล้วเราก็จะถูกพ่อแม่บอกตลอดว่าถ้าสอบได้คะแนนติดอันดับ 1-3 จะมีของขวัญให้ ผมเลยรู้ว่าความดีของเรามันถูกวัดอยู่กับความสามารถในระบบการศึกษา ผมไม่ใช่คนที่จะเป็นเด็กดีในระบบการศึกษาเพราะคะแนนวิชาภาษาไทยผมก็ไม่ได้เรื่อง ทั้งที่ตอนนี้ผมเขียนวรรณกรรมแต่เคยสอบตกภาษาไทย คณิตศาสตร์ก็ไม่ได้ ภาษาอังกฤษก็ไม่ได้
เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไปจากวันก่อน เทรนด์การดื่มของผู้ชายเราเองก็เปลี่ยนตามไปด้วย จากที่เคยยกเหล้าซดเป็นกรม ๆ จนภาพตัด หนุ่ม ๆ หลายคนเริ่มเอียนกับรสเหล้าและหันมานั่งจิบเบียร์ชิล ๆ กันบ้างแล้ว ทำให้ช่วงนี้กระแสของ ‘คราฟต์เบียร์’ นั้นมาแรงแซงทุกโค้งจริง ๆ ไม่ว่าจะหันไปทางทิศไหน ก็จะเห็นร้านคราฟต์เบียร์เปิดใหม่ผุดขึ้นทั่วกรุง แต่ถ้าคุณยังไม่รู้ว่าจะไปนั่งดื่มคราฟต์เบียร์ที่ไหนดี วันนี้ UNLOCKMEN มี 5 ร้านคราฟต์เบียร์สุดเจ๋งมาแนะนำ รับประกันว่าเสิร์ฟเบียร์คุณภาพ บรรยากาศดี และมีสาว ๆ สวย ๆ ให้ดูจนเพลินตา Let the Boy Die หลังจากปิดตัวไป 1 ปีเต็ม ร้านคราฟต์เบียร์สัญชาติไทยสุดเก๋าร้านนี้ก็กลับมาเปิดกิจการอีกครั้ง Let the Boy Die มาพร้อมแท็ปคราฟต์เบียร์ให้เลือกมากถึง 12 แท็ป โดยจะสับเปลี่ยนหมุนเวียนไปตามฤดูกาล นอกจากที่นี่จะมี House Beer เป็นของตัวเอง และเสิร์ฟคราฟต์เบียร์ไทยที่ล้วนมาจากนักต้มเบียร์ชาวไทยแล้ว ยังครีเอตเมนูกับแกล้มมาให้ทานคู่กับเบียร์อีกมากมาย ตั้งแต่ Beef Nachos สไตล์เม็กซิกัน
หลังจากซีรีส์ออริจินัลไทยเรื่องแรกลง Netflix แต่เรายังไม่มีโอกาสพูดถึง วันนี้พอมีโอกาสดูไป 4 Episodes รวด เราก็เจอประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจในเรื่องจนอยากนำมาเล่าต่อคือปรากฏการณ์ทางสังคมที่เรียกว่า “Psychogenic Illness” หรือ “อุปาทานหมู่” บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของซีรีส์ที่สอดคล้องกับ Psychogenic Illness แต่ไม่ได้สปอยล์เรื่องราวรายละเอียดภายในเรื่องจนปะติดปะต่อได้ หรือเฉลยปลายทางของเรื่อง ใครที่จะอ่านต่อไปลองเลือกตามวิจารณญาณก่อนว่าจะไปนั่งดูให้จบมาแล้วมาอ่าน หรือถ้าพร้อมก็เลื่อนลงไปอ่านตอนนี้เลย ปกติเวลาคิดถึงเรื่องอุปาทานหมู่แล้วคุณคิดถึงอะไร คนส่วนใหญ่คงมีภาพผีเข้า ของขึ้น ตัวสั่นแล่นเข้ามาในสมอง แต่ซีรีส์ “เคว้ง” นำเสนออีกมุมในแง่จิตวิทยาจากรูปแบบการตัดสินใจของตัวละคร ที่แหกกฎจนสร้างเป็นกฎใหม่ของสังคมและชวนให้เรามองเห็นความจริงของเรื่องนี้ซ้อนอยู่ในรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวันด้วย พลอตเรื่องที่ออกแบบมาให้เจอกับสภาพกดดัน เรื่องของวัยรุ่นติดเกาะจำนวน 30 คนจากเหตุการณ์สึนามิ ทุกคนต้องสูญเสียสิ่งยึดเหนี่ยว ไม่มีผู้ใหญ่นำทาง ติดต่อใครไม่ได้ ไร้ที่พึ่ง ไร้สาธารณูปโภคกับทรัพยากร คล้ายระเบิดย่อม ๆ ที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อมารวมตัวกัน ภาวะการแสดงออกและการตัดสินใจจึงเป็นสิ่งยากจะคาดเดา “ลองขว้างมันใส่กระจกดูซิ เธอลังเลหรอ ทำไมล่ะ เพราะเธอรู้ว่าการปาก้อนหินใส่กระจกมันเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ” – ครูหลิน ประโยคสอนเรื่องอุปาทานหมู่ในเรื่องที่ตัวละครครูยกตัวอย่างเพื่ออธิบายให้นักเรียนในชั้นเข้าใจการทำงานของจิต เมื่อคนแรกลุกมาทำผิดคนแรกต้องรับกับความกดดันเรื่องการทำผิด แต่ถ้าจำนวนคนทำตามเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากคนปาก้อนหินก้อนแรกมีคนที่สอง สาม สี่ เพิ่มขึ้นมา สิ่งนี้จะสร้างบรรทัดฐานทางสังคมแบบใหม่ขึ้นมาทันที
อากาศที่ไม่เป็นไปตามฤดูกาลของบ้านเราคงทำให้หนุ่ม ๆ สไตล์จัดหลายคนเลือกรูปแบบการแต่งตัวไม่ถูก เพราะฤดูหนาวไม่มาเยือนตามที่กรมอุตุประกาศสักที ทำให้หนุ่ม ๆ หลายคนเริ่มมองหาสไตล์การแต่งตัวที่สามารถปรับใช้ให้เหมาะสมได้ทั้งในอากาศร้อนและหนาว เครื่องแต่งกายที่ทำมาจากผ้าลูกฟูก (Corduroy) จึงเป็นผ้าอีกชนิดที่เราอยากแนะนำในช่วงนี้ มีเสื้อผ้ามากมายหลายชิ้น ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเชิ้ต แจ็คเก็ต กางเกงรวมไปถึงหมวกรูปแบบต่าง ๆ ที่ผลิตจากผ้าลูกฟูก Style Guide วันนี้ UNLOCKMEN เลยอยากแนะนำไอเทมต่าง ๆ จากผ้าลูกฟูก (Corduroy) ที่หากหนุ่ม ๆ มีติดตู้เสื้อผ้าเอาไว้ จะช่วยให้คุณปรับเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวได้สร้างสรรค์มากขึ้นอย่างแน่นอน What Is Corduroy ? ก่อนจะไปพบกับเครื่องแต่งกายชิ้นต่าง ๆ ที่ตัดเย็บจากผ้าลูกฟูก (Corduroy) เราก็ควรทำความรู้จักกับเนื้อผ้าชนิดนี้เสียก่อน ผ้าลูกฟูก หรือ Corduroy เป็นผ้าในตระกูลผ้าฝ้ายที่มีลักษณะเด่นคือ มีเนื้อผ้าแบบเส้นคลื่นที่เกิดจากการตัดเย็บแนวตั้ง ให้ความรู้สึกนุ่มสบายเวลาสวมใส่ ขณะเดียวกันผ้าลูกฟูกมักมีเนื้อผ้าที่หนาแต่กลับไม่ทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกร้อนหรือหนาวเกินไป ทำให้กลายเป็นเนื้อผ้ายอดนิยมที่มักถูกหยิบมาตัดเย็บเป็นเครื่องแต่งกายทั้งแบบวินเทจและร่วมสมัย อย่างไรก็ตาม มีเครื่องแต่งกายจากผ้าลูกฟูกทั้งหมด 3 ชิ้นที่เราอย่างแนะนำให้มีติดบ้านเอาไว้ แต่จะมีชิ้นไหนและควรหยิบมา Mix & Match ยังไงบ้างมาชมไปพร้อมกันได้เลย Corduroy
หากต้องตกอยู่ในสถานการณ์แผ่นดินไหว เราต้องทำอย่างไรถึงจะอยู่รอด?
ทองหล่อ ย่านที่ไม่เคยหลับไหล ซ่อนไลฟ์สไตล์ สถานที่น่าสนใจไว้มากมายไม่มีวันหยุด
“ทำไมผู้ชายชอบส่งรูปเจ้าโลกไปให้สาว ๆ ดู?” นี่คงเป็นอีกคำถามที่ผู้ชายอย่างเราต้องครุ่นคิดและย้อนกลับไปนึกว่าเราเองเคยส่งรูปพวกนั้นไปให้สาว ๆ ดูจริงหรือเปล่า แต่ UNLOCKMEN เชื่อว่าคงมีหนุ่ม ๆ ไม่น้อยที่เคยทำแบบนั้น ย้อนไปในปี 2016 มีการสำรวจชาวอเมริกันที่ครองโสดกว่า 5,500 คนทั่วประเทศ เกือบครึ่งหนึ่งของผู้เข้าร่วมนั้นเป็นผู้ชายที่ยอมรับว่าตนเคยส่งรูปอวัยวะเพศไปให้สาว ๆ ดูอย่างน้อยหนึ่งรูป แม้คนส่วนใหญ่อาจคิดว่าการจะส่งภาพถ่ายเหล่านี้ไปได้ก็ต่อเมื่อสาว ๆ ร้องขอเท่านั้น แต่ผลสำรวจครั้งนั้นกลับระบุว่า มีผู้หญิงกว่า 49% ที่ไม่ได้อยากชมความงดงามของเจ้าโลกในกางเกงในของหนุ่ม ๆ เลยแม้แต่น้อย แต่ผู้ชายเราดันส่งไปให้พวกเธอเองโดยไม่ไถ่ถามความสมัครใจสักคำ ต้องเป็นผู้ชายแบบไหนถึงจะส่งรูปไอ้หนูไปให้สาว ๆ ดูได้? งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Sex Research เผยว่ามีนักวิจัยชาวแคนาดาสำรวจผู้ชาย 1,087 คน ตั้งแต่อายุ 16-92 ปี เกี่ยวกับประเด็นการส่งภาพอวัยวะเพศของตนไปให้สาว ๆ ดู ผลปรากฏว่ามีผู้ชายเคยส่งรูปพวกนั้นไปให้สาว ๆ รับชม 48% และ 52% ไม่เคยส่งรูปเจ้าโลกไปให้พวกเธอดู ผลสำรวจยังบอกอีกว่าผู้ชายมักจะส่งรูปไอ้นั่นไปให้ผู้หญิงที่มีอายุมากกว่าพวกเขาดู เพราะเชื่อว่าคงไม่มีโอกาสที่จะได้แต่งงานกัน
หากคุณกำลังมองหาเครื่องมือ EDC เจ๋ง ๆ สักชิ้น ที่ตอบโจทย์ทั้งในชีวิตประจำวันและสามารถพกพาไปทำกิจกรรมกลางแจ้งกับคุณได้ คงต้องยอมรับว่า ‘มีดพกอัตโนมัติ’ ก็นับเป็นอีกหนึ่งการลงทุนที่แสนจะคุ้มค่า นอกจากจะเป็นเครื่องมือตัดขนาดกะทัดรัดที่ทรงประสิทธิภาพ และเพิ่มความอุ่นใจให้กับผู้ชายเมื่อต้องเดินทางไปตั้งแคมป์กลางป่าแล้ว มีดพกยังมีสารพัดประโยชน์ใช้สอยที่ถูกใจหนุ่ม ๆ สายคราฟต์ แถมเมื่อใดที่คุณต้องเผชิญสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน มีดเล่มนี้อาจช่วยให้คุณเอาตัวรอดจากอันตรายนั้น ๆ ได้อีกด้วย แต่ถ้ายังลังเลหรือไม่รู้ว่าจะซื้อมีดพกสไตล์ไหนดี UNLOCKMEN ได้เลือกมีดพก 5 เล่มที่คิดว่าเจ๋งที่สุดของปีนี้มาไว้ให้หนุ่ม ๆ ทุกคนแล้ว บอกเลยว่าทั้งเท่ โฉบเฉี่ยว ดุดัน และซ่อนใบมีดคมกริบเอาไว้ด้านในทุกเล่ม! Smith and Wesson SWMP4LS 8.6-Inch Automatic Knife ไม่ว่าคุณจะเป็นนักสะสมมีดตัวยงหรือมือสมัครเล่นที่เพิ่งเริ่มลองของมีคมครั้งแรก คุณก็วางใจในคมมีดและความทนทานของมีดเล่มนี้ได้ Smith and Wesson SWMP4LS 8.6-Inch Automatic Knife เป็นมีดพกคุณภาพสูงที่ใช้งานได้หลากหลายและพร้อมรับทุกสถานการณ์ มีดพกเล่มนี้ติดตั้ง Magic Assisted ที่ช่วยให้กดเปิดใบมีดได้ด้วยมือเดียว ทำให้สามารถเปิดใช้งานได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ใบมีดความยาว 3.6 นิ้ว ดีไซน์มาเป็นแบบเรียบและหยักในเล่มเดียว


