สำหรับคอเพลง Classic Rock ทั้งหลายคงจะคุ้นเคยกับชื่อของ ‘Brian Jones’ อดีตมือกีตาร์คณะหินกลิ้ง The Rolling Stones ผู้เสียชีวิตลงด้วยอายุเพียง 27 ปี ตั้งแต่ปี 1969 จากสาเหตุจมน้ำตายในสระว่ายน้ำ โดยเจ้าหน้าที่ได้รายงานว่าพบสารเสพติด และแอลกอฮอล์เป็นจำนวนมากในร่างกายของ Brian Jones ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในสมาชิก 27 Club ตำนานความเชื่อเรื่องศิลปินที่ยอมขายวิญญาณให้ซาตานเพื่อแลกกับความสามารถไปโดยปริยาย (สามารถอ่านเรื่องเกี่ยวกับ 27 Club เพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก) ความตายของศิลปินมักจะตกเป็นประเด็นถกเถียงในหมู่แฟนเพลงเสมอ หลาย ๆ ทฤษฎีที่ถูกหยิบยกขึ้นมาอ้างคงหนีไม่พ้น ‘การฆาตกรรม’ แม้ Brian Jones จะเสียชีวิตมานานกว่า 50 ปีแล้ว ล่าสุดสารคดีใหม่จาก Netflix Who Killed Christopher Robin? (อ้างอิงจากหนังสือชื่อเดียวกันในปี 1994 เขียนโดย Terry Rawlings) จะทำการปัดฝุ่นคดีนี้ขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง โดยเนื้อหาในหนังเปิดเผยหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตายของ Brian Jones โดยอ้างว่าการตายของเขาไม่ได้เป็นเพียงอุบัติเหตุ คลิปสัมภาษณ์ Brian Jones
ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์แต่ละคนต่างก็มีกิจกรรมแตกต่างกันไป บางคนอาจนอนดูหนังอยู่บ้านเฉย ๆ บ้างตีรถออกต่างจังหวัดไปยังริมทะเลเพื่อเล่นเซิร์ฟ หรือแค่ออกไปที่ใกล้ ๆ อย่างพาหมาไปเดินเล่น ออกไปเล่นสเกตกับกลุ่มเพื่อน จนถึงพาคนรักไปขับรถเล่นกินลม จะเห็นได้ว่ามีกิจกรรมเยอะแยะมากมายให้ผู้ชายอย่างเราได้มีอะไรทำช่วงสุดสัปดาห์ และ UNLOCKMEN ก็จะพาไปดูกิจกรรมสุดระห่ำของกลุ่มนักขับทางตอนใต้ของเมือง Los Angeles กับวัฒนธรรมที่เรียกว่า Lowriding Car และการนัดเจอกันในวันอาทิตย์ของคนคอเดียวกัน เรื่องราวผ่านภาพเกิดขึ้นได้เพราะ Jason Cordova ช่างภาพผู้ชื่นชอบการถ่ายรูปแบบสตรีต ถนน ผู้คน รถยนต์ ได้พบเพื่อนที่พาเขาไปยัง Los Angeles เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ที่เหมือนเป็นโลกอีกใบของเขา เพราะ Jason ได้พบกับกลุ่มคนรักรถยนต์ที่จะนัดรวมตัวกันในคืนวันเสาร์ ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้เรียกรูปแบบการรวมตัวว่า Car Clubs นอกจาก Car Clubs ในวันเสาร์ ถัดมาอีกวันอย่างวันอาทิตย์จะเล่นใหญ่และจัดเต็มกว่าเดิม โดยจะเรียกการรวมกลุ่มในวันอาทิตย์ว่า LA Sunday พวกเขาจะนัดเจอกันในสวนสาธารณะที่มีชื่อเล่นว่า Lowrider park ที่พร้อมให้เหล่านักแต่งรถได้อวดโฉมรถคันเก่งของตัวเอง บ้างก็มาเพื่อวัดกันว่ารถของใครเจ๋งกว่ากัน สำหรับนักขับและนักแต่งรถใน Los Angeles ความเป็นกลุ่มเป็นก้อนของคนรักรถแน่นแฟ้นกว่าที่หลายคนคาดคิด เมื่อมีคนหน้าใหม่เขามาในกลุ่ม พวกเขาจะส่งต่อข้อความกันทันที แถม Jason ยังสะดุดตากว่าหน้าใหม่คนอื่นเพราะเขามักไปไหนมาไหนพร้อมกับกล้องโปรฯ ตัวใหญ่
ย้อนไปในปี ค.ศ. 1950-1970 เป็นช่วงเวลาที่การออกแบบสไตล์บรูทัลลิสต์ครองความนิยมทั่วโลก เพราะเน้นการแสดงออกเชิงโครงสร้าง เลือกใช้สัจจะวัสดุอย่างคอนกรีตเป็นพระเอกของเรื่อง อวดพื้นผิวที่เป็นธรรมชาติ พร้อมเปิดให้เห็นเนื้อแท้ของวัสดุก่อสร้างอย่างโจ๋งครึ่ม ไม่เพียงออกแบบเปลือกนอกของตัวอาคารด้วยรูปทรงเรขาคณิต แต่ยังนำแพตเทิร์นซ้ำไปซ้ำมาสร้างความโดดเด่นให้สถาปัตยกรรมสไตล์นี้ ซึ่งคอนเซ็ปต์การดีไซน์นั้นแฝงกลิ่นอายของยุโรปสมัยก่อนและคงเสน่ห์แห่งความร่วมสมัยมาจนถึงปัจจุบัน สถาปัตยกรรมที่ถูกนำมาใช้ในอาคารราชการ เพราะสะท้อนอุดมการณ์แรงกล้า BRUTALIST ARCHITECTURE ถือเป็นสถาปัตยกรรมที่อัดแน่นไปด้วยอุดมการณ์และความซื่อสัตย์สุจริต ในอดีตมันคือสิ่งแปลกใหม่ที่โค่นล้มความคิดเก่าคร่ำครึในแวดวงสถาปัตยกรรมไปได้แบบขาดรอย แถมรูปแบบงานดีไซน์ยังถูกนำไปใช้ในการออกแบบอาคารราชการและอนุสรณ์สถาน เนื่องจากบ่งบอกถึงความแข็งแรง มั่นคงหนักแน่น และตรงไปตรงมา แต่บางทีมันก็แสดงออกถึงความเป็นเผด็จการ เมื่อสังคมเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น ความคิดความอ่านของผู้คนก็แปรผัน สถาปัตยกรรมแนวบรูทัลลิตส์ที่เคยงดงามถูกมองว่าโหดร้าย เข้าถึงยาก และดูเป็นนามธรรม ทั้งยังนำไปผูกโยงกับลัทธิคอมมิวนิสต์ ทำให้รูปทรงเรขาคณิตและปูนเปลือยที่เป็นเอกลักษณ์กลับสื่อถึงความเป็นเผด็จการและแสดงความก้าวร้าวรุนแรง ต้องบอกว่าความคิดสมัยใหม่นั้นเจาะทำลายโครงสร้างของสถาปัตยกรรมแนวนี้ไปได้อย่างง่ายดาย แถมมีการประเมินว่าโครงสร้างแข็งแรงทนทานของสถาปัตยกรรมบรูทัลลิสต์ ต้องใช้เงินมหาศาลในการทำนุบำรุงและเป็นเรื่องยากที่จะดัดแปลงหรือแต่งเติม การกลับมาของสถาปัตยกรรมที่เคยถูกดูแคลน แต่แล้วแนวคิดที่เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าน่าเกลียดน่าชังในอดีต ก็หวนคืนสู่วงการสถาปัตยกรรมและกลับมาผงาดอีกครั้งอย่างสง่างาม ในช่วงไม่กี่ปีมานี้มีการหยิบเอารูปแบบงานดีไซน์คอนกรีตของบรูทัลลิสต์ มาดัดแปลงให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบัน แม้จะลดทอนความแข็งกร้าวของรูปทรง แต่ยังคงการเล่นแพตเทิร์นและคอนกรีตที่เป็นเอกลักษณ์ แต่เปลี่ยนจากคอนกรีตเปลือยที่หนาเตอะวิวัฒนาการเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กกล้าที่ยังแข็งแกร่ง ทนทาน และงดงามเหนือกาลเวลาเช่นเคย Centre Point, London Habitat 67, Montreal Sirius Building, Sydney Robarts Library, Toronto Hayward
SEIKO จัดกิจกรรมเปิดประสบการ์ณใหม่ให้กับสาวกไซโก ในงาน “Prospex Experience” Surf Party สุดมันส์ที่นำทีมโดย มร.คัตซูมิ คูโบตะ กรรมการผู้จัดการ และ มร.เคนอิจิ คิโตะ ผู้จัดการทั่วไปพร้อมผู้โชคดีที่ซื้อ SEIKO SAVE THE OCEAN เดอะ เติร์ด เจเนอเรชั่น ที่ได้มาร่วมสนุกกับการโต้คลื่นกลางใจเมืองกันที่ Flow House Bangkok นอกจากนั้นภายในงานยังมีการแจกรางวัลสุดพิเศษ ใครอยากร่วมสนุกในงานดี ๆ แบบนี้อย่าพลาดติดตามกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟอย่างต่อเนื่องได้ตลอดทั้งปี แล้วพบกับประสบการณ์สนุก ๆ มันส์ ๆ อีกเร็ว ๆ นี้ UNLOCKMEN ไม่พลาดเก็บภาพบรรยากาศมาให้ชมแน่นอนครับ ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง Facebook : Seiko Club Instagram : Seiko_Thailand Line Official : @Seiko_thailand
ทุกคนตอนนี้ต่างรู้กันดีว่าโลกของเรากำลังร้อนขึ้นทุกวัน แต่ใครจะคิดว่าสภาพอากาศย่ำแย่ ฝุ่น มลภาวะ และความร้อนที่พร้อมแผดเผาทุกอย่างจะส่งผลต่อความรู้สึกและความเศร้าของมนุษย์โดยที่เราทุกคนไม่ทันรู้ตัว แถมพอจะเริ่มรู้สึกตัวขึ้นมา สภาพอากาศก็ทำให้เราเศร้าจนแทบยืนไม่ไหวเสียแล้ว เมื่อสิ่งรอบตัวอาจทำให้เราป่วยใจ UNLOCKMEN จึงอยากพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ Climate Despair หรือ ความสิ้นหวังจากสภาพภูมิอากาศ ว่ามันคืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร และต้องแก้ปัญหาที่ตรงไหนหากรู้สึกเศร้าเพราะผลจากอากาศที่แปรปรวน กรณีตัวอย่างที่ชัดเจนของ Climate Despair เริ่มต้นขึ้นในฤดูร้อนปี 2015 ที่ถือว่าร้อนจนถูกบันทึกเป็นสถิติ หญิงวัยกลางคนรายหนึ่งนาม Ruttan Walker เป็นนักกิจกรรมสิ่งแวดล้อมอาศัยอยู่ในรัฐ Ontario เธอพบความผิดปกติทางจิตใจตัวเองที่แสดงออกมาอย่างชัดเจนในช่วงฤดูร้อน ผลของอากาศร้อนระอุทำให้เธอเริ่มซึมเศร้าและเต็มไปด้วยความเครียด มันยากที่จะรู้สึกมีความสุขทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าโลกกำลังร้อนขึ้นและใกล้พังลงทุกวัน เวลาเธอมองหน้าลูกชายของตัวเองก็มีความรู้สึกผิดอยู่เต็มใจว่าตัวเองทำให้ลูกต้องมาพบกับจุดจบของโลก ซึ่ง Ruttan พยายามหาทางแก้โดยการไปพบแพทย์และรับการรักษาแต่ก็ไม่ดีขึ้นเท่าที่ควร “ฉันรู้ตัวดีว่าจะไม่มีวันทำร้ายตัวเอง แต่ฉันไม่รู้ว่าต้องใช้ชีวิตต่อไปอย่างไรเมื่อความกลัวกัดกินจิตใจอยู่ตลอดเวลา” สำหรับบางคนเมื่ออ่านมาถึงตรงนี้จะคิดว่าอาการ Climate Despair ที่เกิดขึ้นกับ Ruttan จะไม่มีวันเกิดขึ้นกับตัวเอง เพราะหล่อนอาจเป็นคนรักธรรมชาติและหลงใหลกับสิ่งแวดล้อมมากกว่าคนทั่วไป แต่แท้จริงแล้วความเศร้าจากสภาพอากาศสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่กรณีของ Ruttan Walker อาจเรียกได้ว่าอยู่ในขึ้นรุนแรงและเป็นตัวอย่างที่ดีที่ทำให้ผู้คนทั่วไปรู้จักคำว่า Climate Despair มากขึ้น David Wallace-Wells นักข่าวและนักเขียนชาวอเมริกันเคยบอกเล่าเรื่องราวทำนองนี้ใน The Uninhabitable Earth หนังสือขายดีของเขาว่า ทุกคนเข้าใจถึงปัญหาและลึก ๆ แล้วต่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงความวิตกกังวลเกี่ยวกับวันสิ้นโลกได้
The Man Who Fell To Earth คือหนัง Sci-Fi ปี 1976 ของผู้กำกับ Nicolas Roeg (คนเดียวกันกับที่กำกับ Castaway) สร้างโดยได้รับแรงบันดาลใจจากนิยายชื่อเดียวกันของนักเขียนนาม Walter Tevis บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวผู้เดินทางมาเยือนโลก โดยมีจุดประสงค์ในการนำทรัพยากรจากโลกกลับไปช่วยเหลือดวงดาวที่แสนแห้งแล้งของตัวเอง เมื่อเขาลงมาใช้ชีวิตปะปนกับชาวโลก เขาได้ตั้งชื่อตัวเองใหม่ว่า ‘Thomas Jerome Newton” (รับบทโดย David Bowie) เขาก่อร่างสร้างตัวจนกลายเป็นอัจฉริยะด้านเทคโนโลยีผู้ร่ำรวย เขามีความสัมพันธ์แปลกประหลาดกับหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งนามว่า Mary-Lou (รับบทโดย Candy Clark) เพราะถึงแม้จะตกลงปลงใจอยู่กินเฉกเช่นคนรัก แต่คนดูหนังอย่างเราก็ไม่อาจตอบได้เต็มปากว่ามนุษย์ต่างดาวอย่างเขาหลงรัก Mary-Lou จริง ๆ หรือไม่ The Man Who Fell To Earth จัดว่าเป็นหนัง Sci-Fi อีกเรื่องที่ขึ้นชื่อว่า ‘แปลกประหลาด’ เข้าใจยาก ต้องอาศัยการตีความเยอะ แถมยังใช้วิธีการตัดต่อที่ซับซ้อน จะเรียกว่าเป็นหนังดูยากก็ว่าได้ แต่ถึงกระนั้นก็เป็นหนังสุดคลาสสิกที่มี
เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาเน็ตฟลิกซ์พาเราไปขุดคุ้ยประวัติศาสตร์รัสเซียใน THE LAST CZARS มอบประสบการณ์เขย่าขวัญกระตุกต่อมหลอนใน TYPEWRITER และสานต่อเรื่องราววุ่นวายของเด็ก ๆ เมืองฮอว์กินส์ให้จบลงในซีรีส์ยอดนิยมอย่าง STRANGER THING 3 เดือนสิงหาคมนี้ UNLOCKMEN ก็ไม่พลาดที่จะพาหนุ่ม ๆ ไปอัปเดตคอนเทนต์มันส์ ๆ บนแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิ่งที่กำลังดุเดือดที่สุดในตอนนี้ จะมีซีรีส์เรื่องใดที่ผู้ชายอย่างเราควรค่าแก่การเสียเวลายามค่ำคืนให้กับมัน ไปดูกันเลยครับ! WU ASSASSINS เมื่อชีวิตเรียบง่ายของเชฟหนุ่มแห่งซานฟรานซิสโกไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เขากลายเป็นผู้สืบทอดเจตจำนงของมือสังหารในยุคโบราณ และต้องเข้าร่วมต่อสู้เพื่อปกป้องโลกจากอำนาจมืด ความชั่วร้าย ตลอดจนกำจัดเหล่าทรชนที่ใช้พลังในทางที่ผิดให้สิ้นซาก WU ASSASSINS เป็นการผสมผสานระหว่างภาพยนตร์บันเทิงคดีวิทยาศาสตร์และศิลปะการต่อสู้แบบกังฟู ผูกโยงเรื่องด้วยความแข็งแกร่งและพลังของนักบวช 1,000 รูปที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเชฟหนุ่มคนนี้ แต่หนทางการต่อสู้ของเขานั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะศัตรูตัวฉกาจกลับเป็นคนใกล้ตัวที่คุ้นเคยอย่างดี ร่วมซึมซับศาสตร์แห่งกังฟูและการต่อสู้สุดระทึกไปพร้อมกัน 8 สิงหาคม 2019 BETTER THAN US ซีรีส์เรื่องนี้เล่าถึงอนาคตของกรุงมอสโกที่โลกเต็มไปด้วยความเจริญและมวลมนุษย์ต้องอยู่อาศัยร่วมกับหุ่นยนต์ เป็นการนำโลกปัจจุบันและโลกไซเบอร์พังก์ผนวกเข้าด้วยกัน แต่แล้วหุ่นยนต์สาวที่ขับเคลื่อนด้วยฮาร์ดแวร์ดันเข้ามามีบทบาทในครอบครัวที่กำลังร้าวฉาน ความโกลาหลและอันตรายจึงเริ่มคืบคลานเข้ามาในครอบครัวนี้โดยที่พวกเขาไม่รู้ตัว เนื่องจากหุ่นยนต์ตัวดังกล่าวเป็นที่ต้องการของบริษัทยักษ์ใหญ่ หน่วยสืบสวนคดีฆาตกรรม และกลุ่มผู้ก่อการร้ายในตลาดมืด แล้วชะตากรรมของครอบครัวนี้และหุ่นยนต์สาวอัจฉริยะจะเป็นอย่างไร รอติดตามได้ 16 สิงหาคม 2019
ในโลกยุคใหม่ที่สังคมเปิดกว้างอย่างตอนนี้ ‘เซ็กซ์ทอย’ ไม่ได้นิยามถึงเจ้าของที่หมกมุ่นหรือโรคจิตและกระเหี้ยนกระหือรือกับเรื่องราวใต้สะดือ หากมันเป็นสิ่งของจำลองอวัยวะเพศที่ช่วยตอบสนองกามารมณ์ เพิ่มความเร้าใจบนเตียง และนำมาซึ่งประสบการณ์เสียวซี้ดเหนือระดับ เมื่อรสนิยมและความสุขทางเพศของผู้คนเปลี่ยนแปลงไปและหลากหลายยิ่งขึ้น เซ็กซ์ทอยจึงร่วมกับเทคโนโลยีและวิวัฒนาการจนกลายมาเป็น ‘SEXTECH’ ที่ไม่เพียงช่วยให้หนุ่มสาวเริงสำราญทางเพศและลิ้มรสสวาทที่เสียวซ่าน แต่มันถูกพัฒนาให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนในยุคนี้ แก้ไขปัญหา และสะท้อนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ผนวกเข้าได้กับทุกเรื่อง แม้แต่เรื่องเซ็กซ์ UNLOCKMEN เลยอยากให้หนุ่ม ๆ รู้จักกับ 5 นวัตกรรมทางเพศแห่งโลกอนาคต ที่จะเข้ามาเติมรสชาติให้เซ็กซ์และการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองของพวกคุณยอดเยี่ยมกว่าที่เคย CAMASUTRA INDUSTRIES บริษัท Camasutra ได้เปิดตัวนวัตกรรมอวตารดิจิทัล 3D ของดาราหนังโป๊ที่โด่งดังที่สุดในปัจจุบัน โดยนำกล้องหลายร้อยตัวมาบันทึกภาพและวิดีโอของซูเปอร์สตาร์สาวจากหนังผู้ใหญ่ ในขณะที่พวกเธอกำลังเคลื่อนไหวและทำกิจกรรมทางเพศแทบทุกอิริยาบถ ทั้งยังร่วมมือกับบริษัท Teledildonics เพื่อเชื่อมต่อการทำงานของเซ็กซ์ทอยเข้ากับเทคโนโลยีอวตารดิจิทัล 3D แบบ real-time ทำให้หนุ่ม ๆ สามารถสัมผัสพวกเธอได้จากภาพที่ฉายบนชุดหูฟัง VR ซึ่งพวกเธอจะตอบสนองเราด้วยการขยับเขยื้อนร่างกาย ภาพอวตารของดาราหนังโป๊ที่โยกตัวขึ้นและลงตามจังหวะจะทำงานควบคู่กับเซ็กซ์ทอยที่เราใช้ ช่วยให้การสำเร็จความใคร่ของหนุ่ม ๆ ขี้เหงาเมามันยิ่งขึ้น และทำให้จินตนาการทางเพศกลายเป็นเรื่องจริงผ่านประสบการณ์ดิจิทัลเร้าอารมณ์ THE AUTOBLOW AI สำหรับผู้ชายที่หลงรักริมฝีปากอวบอิ่มและมวลความชื้นใต้เพดานปากที่บันดาลความสุขในการออรัลเซ็กซ์ คงจะถูกใจ AUTOBLOW AI ตัวนี้เป็นอย่างดี เพราะมันมีให้เลือกมากถึง
สิ่งที่เหมือนกันมากคือเราต่างมีความชอบเป็นของตัวเอง สิ่งที่ต่างกันมากคือไม้บรรทัดที่บางคนโยนใส่แล้วบอกว่าเรื่องที่เรากำลังทำ “ไร้สาระ” แต่ความซื่อสัตย์ของคนคอเดียวกันที่ลุกมาสนใจอะไรร่วมกัน จะเปลี่ยนมันให้เป็น “วัฒนธรรมย่อย” ในที่สุด เราสวมยูนิฟอร์มเดิมออกจากบ้าน เพื่อมาทำสิ่งเดิม ๆ ที่เคยทำในเมื่อวาน และจะทำต่อไปในวันพรุ่งนี้ ไทม์ไลน์ชีวิตที่มีหมวกหลายใบให้ใส่ตั้งแต่ก้าวออกจากบ้านยันกลับมาอยู่บ้าน บางครั้งก็ทำให้เรารู้สึกไม่เป็นตัวเองทั้งที่ใช้ชีวิตของตัวเองอยู่ เราเป็นพี่ เป็นน้อง เป็นเพื่อน เป็นหัวหน้า เป็นลูกน้อง เป็นนักเรียน เป็นครู เป็นที่ปรึกษา และยังเป็นอะไรอีกหลายอย่างที่เป็นส่วนหนึ่งของการเป็นเรา แต่ก็ยังรู้สึกอึดอัด เหนื่อยล้าและไม่พอใจเสมอ ทำไมเราถึงอยากจะเป็นอะไรเพิ่มอีก อะไรที่ไม่ใช่ตัวเราอยู่ดี การสวมวิญญาณเป็นคนอื่นและทำท่าทางลอกเลียนแบบนั้นมันสนุกตรงไหน คนกลุ่มนี้มาทำอะไร? ทำไมต้องเสียเงินเสียทองมาลงทุนกับสิ่งที่แต่งไปแค่ไม่กี่ชั่วโมงแล้วก็ต้องถอดออก กลุ่มคนที่เอาจริงเอาจังกับการเป็นคนอื่น เป็นตัวการ์ตูนที่ไม่มีชีวิต เป็นฮีโร่ในเกมของโลกเสมือน หรือพยายามใกล้ชิดวัฒนธรรมที่ไม่ใช่บ้านเกิดเมืองนอนและหลงใหลมันสุดหัวใจ กลุ่มที่เราเรียกสิ่งที่พวกเขาหลงใหลและลงมือทำว่า “คอสเพลย์” บรรยากาศร้อน ๆ ริมท่าน้ำนนท์พร้อมแสงแดดที่ไม่มีทีท่าว่าจะยอมถอยให้กับหุ่นรบจากเกมและหนังต่างสัญชาติแนวซูเปอร์ฮีโร่ เป็นภาพชวนทึ่งและแปลกตาสำหรับเรา 4 ฮีโร่ตรงหน้ามาจาก “ชมรมเชียร์ C4 Team” กลุ่มคอสเพลย์ชายชาวไทยที่เพิ่งไปคว้ารางวัลชนะเลิศจากประเทศเกาหลี จะเป็นอย่างไรถ้าฮีโร่ผู้เรียกรอยยิ้ม ถอดหน้ากากกลับมาเป็นตัวเอง จะเป็นอย่างไรถ้าเขาทบทวนเรื่องราวก่อนสวมชุดที่ตั้งใจทำขึ้นทั้งหมดนี้ แชร์ให้เราฟังกัน นับจากนี้ไปจนสิ้นสุดบทความ คุณจะไม่ได้เห็นใบหน้าของคนที่อยู่ภายใต้ชุดเหล่านี้ แต่เราถอดเรื่องเล่าและเรื่องราวทุกด้าน จากปากของคนที่ได้จับเข่าคุยด้านในไว้ครบถ้วน ชีวิตผู้ชายเริ่มต้นจากหุ่นยนต์สักตัว


