ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นับเป็นลีกที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดทั่วโลก กำลังจะกลับมาเตะกันอีกครั้งในอีกไม่กี่อาทิตย์ที่จะถึงนี้ แต่เบื้องหลังตารางเตะ 380 นัดนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร และการแก้ไขตารางเตะเพื่อไม่ให้ชนกับนัดฟุตบอลยุโรปนั้นทำอย่างไร เพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับทุกทีมในลีกมากที่สุด วันนี้มาดูเบื้องหลังการจัดตารางของพรีเมียร์ลีก จาก Glenn Thompson เจ้าหน้าที่จาก Atos ที่ช่วยทำให้การจัดตารางนั้นเกิดขึ้นได้ การจัดตารางพรีเมียร์ลีกนั้นเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงต้นปี ซึ่งนั่นก็คือก่อนที่พรีเมียร์ลีกฤดูกาลก่อนหน้าจะสิ้นสุดลงเสียอีก โดยนี่จะเป็นช่วงที่ Thompson ได้ปฏิทินการลงแข่งโดยคร่าวๆ มา รวมทั้งช่วงเวลาที่มีพักเบรคไปเตะทีมชาติ การแข่งขันบอลถ้วยต่างๆ ที่จะทำให้เขาและทีมสามารถเริ่มวางช่วงเวลาการแข่งในแต่ละนัดลงไปได้ Thompson แบ่งทั้งฤดูกาลด้วยวิธี “Sequencing” ซึ่งจะแยกย่อยออกเป็น 5 เซ็ตด้วยกัน โดยเซ็ตในครึ่งหลังของฤดูกาล จะเป็นการสลับกันกับครึ่งแรกของฤดูกาลของทีมเหย้า-เยือน และมีกฏเหล็กสำคัญข้อหนึ่งในการจัดตารางการแข่งขันก็คือ ในทุกๆ 5 นัดที่แต่ละทีมลงเตะ จะต้องแบ่งเป็น 3 เกมเหย้ากับ 2 เกมเยือน (หรือสลับกันได้) ที่สำคัญก็คือทีม ๆ นึงจะไม่สามารถเป็นเจ้าบ้านหรือทีมเยือนติดต่อกันเกิน 2 นัดได้ นั่นรวมถึงบอลถ้วยต่างๆ ด้วยเช่นกัน รวมทั้งสองนัดแรกและสุดท้ายของฤดูกาล ทีมๆ นึงจะต้องมีการสลับเหย้า-เยือนกัน เพื่อไม่ให้มีการได้เปรียบเสียเปรียบกับทีมอื่นๆ โดยเฉพาะนัดท้ายๆ ที่หลายทีมต้องการแต้มมากที่สุดนั่นเอง
เหลือเวลาไม่ถึง 1 ปี ก่อนที่มหกรรมกีฬาระดับโลกอย่างโอลิมปิกครั้งที่ 32 จะถูกจัดขึ้น ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ฝ่ายเจ้าภาพเองก็เตรียมความพร้อมเรื่องต่าง ๆ อย่างแข็งขัน ล่าสุดเผยโฉมเหรียญรางวัลพร้อมความเจ๋งโดยมีคอนเซปต์สุดรักษ์โลกด้วยการเลือกใช้ขยะอิเล็กทรอนิกส์มารีไซเคิลเป็นวัสดุหลักในการสร้าง ถ้าพูดถึงกีฬาโอลิมปิก หนุ่ม ๆ หลายคนคงจะเฝ้ารอชมการแข่งขันและลุ้นว่าใครจะเป็นสุดยอดในกีฬาแต่ละชนิด รวมถึงสัญลักษณ์สำคัญที่จะมอบให้ผู้ชนะอย่างเหรียญรางวัลก็ถือเป็นอีกไฮไลต์สำคัญของการแข่งขันแต่ละครั้ง คราวนี้เจ้าภาพอย่างญี่ปุ่นมาในคอนเซ็ปต์รักษ์โลกด้วยการใช้เหรียญรางวัลที่ผลิตที่จากขยะอิเล็กทรอนิกส์ ทันทีที่ทราบว่าได้เป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก คณะกรรมการจัดการแข่งขันของประเทศญี่ปุ่นก็ประกาศเริ่มต้นโปรเจกต์ “Tokyo 2020 Medel Project” ที่เริ่มมาตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2017 จนถึงเดือนมีนาคม ปี 2019 เป้าหมายคือการรวบรวมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กจากทั่วประเทศเพื่อนำมารีไซเคิลสกัดเอาโลหะต่าง ๆ มาทำเป็นเหรียญรางวัลสำหรับ Olympic Tokyo 2020 การรวบรวมครั้งนั้นประสบความสำเร็จอย่างมาก มีเมืองร่วมบริจาคจำนวน 1,621 จากทั้งหมด 1,741 เมือง โดยร้อยละ 90 เป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ น้ำหนักทั้งหมด 78,985 ตัน คาดว่าเป็นโทรศัพท์ประมาณ 6.21 ล้านเครื่องที่ถูกนำมาผ่านกรรมวิธีรีไซเคิลหล่อมเอาแร่สำคัญ จำนวนโลหะที่ได้มาคือ ทองคำ 32 กิโลกรัม เงิน
ถ้าพูดถึงระบบรองรับแรงกระแทกของแบรนด์อย่าง Nike ผู้ชายหลายคนคงคุ้นเคยกันดีกับ “AIR” รวมถึงระบบ React ที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน แต่ดูเหมือนค่าย Swoosh ยังยอมหยุดพัฒนาเรื่องความนุ่มสบายให้รองเท้าของพวกเขา ล่าสุดจึงเปิดตัวนวัตกรรมรองรับแรงกระแทกตัวใหม่ของค่ายที่เรียกว่า JoyRide ออกมา ถ้าพูดถึงระบบรองรับแรงกระแทก AIR ที่พัฒนาจนต่อยอดออกมาเป็นนวัตกรรมหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Air Max, Air Zoom, Air Huarache ที่หนุ่ม ๆ หลายคนโดยเฉพาะนักวิ่งหรือนักออกกำลังคงเคยสัมผัสความนุ่มสบายของระบบต่าง ๆ กันมาบ้าง Nike เองก็ทราบดีว่ากลุ่มลูกค้าของพวกเขาต่างมองหารองเท้าวิ่งที่มาพร้อมระบบรองรับแรงกระแทกที่นุ่มนวล นวัตกรรมรองรับแรงกระแทกที่ชื่อ Joyride จึงเป็นสิ่งที่พวกเขาคิดค้นมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการนี้โดยเฉพาะ หลังจากเปิดตัวนวัตกรรม React มาได้ปีกว่า ๆ และได้เสียงตอบรับที่ดี จนถูกพัฒนาออกมารวมกับรองเท้ารุ่นต่าง ๆ มากมาย ล่าสุด Nike เปิดตัว Joyride นวัตกรรมรองรับแรงกระแทกกรรมสิทธิ์ล่าสุดที่ออกแบบมาสำหรับรองเท้ากีฬา โดยเฉพาะรองเท้าวิ่งระยะใกล้รวมถึงระยะกลาง หลักการทำงานของ Joyride คือการลดและกระจายแรงกระแทก ด้วยเม็ด Thermoplastic Elastomers (TPE) จำนวนมากที่ถูกห่อเอาไว้โดยเม็ดโพลิเมอร์เหล่านั้นจะมีลักษณะยืดหยุ่นคล้ายสปริงและมีความทนทานสูง เมื่อถูกน้ำหนักกดทับจะหดและขยายตัวได้แบบทุกทิศทาง อีกทั้งยังจัดการความเหมาะสมในการรองรับแรงกระแทกด้วยการแบ่งเม็ด TPE
ถึงแม้ Oasis จะไม่ได้กลับมารวมวงกันเหมือนก่อนเก่าอย่างที่ชาวเราเฝ้าภาวนา แต่ปี 2019 นี้ ก็นับว่าครึกครื้นมากทีเดียว เพราะทั้ง Noel Gallagher คนพี่ และ Liam Gallagher คนน้อง ต่างปล่อยงานเพลงใหม่ ๆ กันออกมาทั้งคู่ ถึงแม้ทั้งสองคนจะยัง #ตัดพี่ตัดน้อง (เอ๊ะ) ไม่ยอมพูดจาภาษาดอกไม้ใส่กัน แต่การปล่อยเพลงออกมาใน Timeline ใกล้ ๆ กันก็นับว่าพอยาใจแฟนคลับได้บ้าง (แต่จะชื่นใจกว่านี้ถ้าพี่ ๆ ยอมรียูเนียนเพื่อผม!) Black Star Dancing – Noel Gallagher’s High Flying Birds โดยทาง Noel Gallgher ก็เพิ่งปล่อย 3 เพลงใหม่ Black Star Dancing, Rattling Rose และ Sail On ออกมา ฟังจากดนตรีแล้วก็บอกได้เลยว่าคนพี่ตั้งใจจะเดินหน้าทำดนตรีแนวใหม่
วันหยุดแบบนี้จะมีอะไรดีไปกว่าการพักผ่อนหย่อนใจ เปิดเพลงนุ่ม ๆ สบายหู บางคนก็อาจจะออกไปชมนกชมไม้ให้ธรรมชาติช่วยเยียวยา ซึ่ง ‘ธรรมชาติ’ มีพลังในการบำบัดจิตใจมนุษย์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ ดนตรีที่ธรรมชาติก็เช่นกัน ในยุคที่ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ครองเมือง จะเปิดฟังศิลปินคนไหนก็ล้วนแล้วแต่มีซาวด์สังเคราะห์เข้ามาเกี่ยวข้อง เราไม่ได้จะบอกว่าอิเล็กทรอนิกส์เป็นเพลงที่ไม่ดี แต่บางครั้งเพื่อจะได้เข้าถึง ‘การพักผ่อน’ ที่แท้จริง คุณอาจต้องการเสียงดนตรีที่มีความเป็นธรรมชาติมากกว่านั้น และดนตรี Folk (โฟล์ก) คือทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับโจทย์นี้! เพราะขึ้นชื่อว่าโฟล์กแล้วจะยุคเก่าหรือใหม่ ความธรรมชาติของเครื่องดนตรีคือปัจจัยสำคัญ อีกทั้งเรายังได้เสพเนื้อเพลงดี ๆ ที่มักจะแฝงปรัชญาชีวิตด้วย เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา วันนี้เรามีเพลงโฟล์กที่น่าสนใจมาแนะนำ ให้คอเพลงได้สุขใจสบายหู ตลอดช่วงวันหยุดนี้ NFWMB – Hozier ถ้าใครเคยฟังทั้ง 2 อัลบั้มของ Hozier แล้วพบว่าไม่มีเพลงนี้ก็ไม่ต้องตกใจ เพราะ NFWMB ถูกแยกออกมาใน EP อัลบั้ม Nina Cried Power แค่กีตาร์ตัวเดียว เสียงคีย์บอร์ดคลอเบา ๆ กับเสียงร้องของเขาก็ทำให้เพลงดู ‘เต็ม’ โดยไม่ได้รู้สึกขาดอะไรไป รับประกันว่าเป็นมิตรต่อหูแน่นอน ส่วนคำว่า NFWMB ในที่นี้ ถูกย่อมาจาก Nothing
SEIKO แบรนด์นาฬิกาชั้นนำระดับโลกนำทีมโดย คัทซึมิ คูโบตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัทไซโก ประเทศไทย จัดงานเปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ล่าสุด “ไซโก พรอสเปกซ์ แอล เอกซ์ ไลน์” (Seiko Prospex LX Line) ที่ได้ร่วมออกแบบโดย เคน โอคูยามา (Ken Okuyama) นักออกแบบรถสปอร์ตระดับโลกอย่าง เอ็นโซ เฟอร์รารี่ (Enzo Ferrari) ปี 2002 โดยนาฬิการุ่นยอดนิยมนี้พัฒนามาจากซีรีย์สุดฮอตอย่างรุ่น Prospex ยกระดับความหรูหราของแบรนด์ด้วยการเผยโฉมนาฬิกาคอลเลคชั่นใหม่ Seiko Prospex LX Line ที่เผยโฉมพร้อมกัน 3 ซีรี่ย์ 6 โมเดล แยกตามไลฟ์สไตล์ของนักสะสมนาฬิกาประกอบไปด้วย Land Series ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานบนภาคพื้นดิน Sea Series ที่เน้นการใช้งานในรูปแบบ Diving เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการดำน้ำและ Sky Series ที่ออกแบบพิเศษสำหรับนักบินและนักเดินทางผ่านเขตเวลาหลากหลาย โดยชื่อรุ่น “LX”
เราเคยขอบคุณที่โลกให้กำเนิด Air Pod ขึ้นมา เพราะรู้ดีว่าตอนม้วนเก็บสายหูฟังแล้วพันกัน หรือตอนใช้งานแล้วลุกไปไหนโดยไม่ได้หยิบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต้นทางไปด้วย สายที่เกี่ยวดึงเราไว้ มันน่าหงุดหงิดขนาดไหน ทว่าเอาเข้าจริงพอมาใช้งาน Air Pod ก็ดันมาเจอปัญหาอีกอย่างคือเรื่องแพ็กเกจที่หน้าตาเหมือนที่เก็บไหมขัดฟัน เพราะนอกจากมันจะไม่เท่แล้ว ยังเทอะทะเวลาหยิบเข้า-ออก แต่จะไม่ใช้ก็ไม่ได้เพราะมันเป็นทั้งที่ชาร์จและที่เก็บเพื่อกัน Air Pod ข้างใดข้างหนึ่งหล่นหาย ปัญหานี้ Apple ไม่ได้แก้! แต่มี AXS บริษัทเทคโนโลยีจากบรุกลินลุกมาพัฒนา “Power1” เคสแบตเตอรี่อัจฉริยะดีไซน์สวยงามที่เก็บ Air Pod ได้อย่างประหยัดพื้นที่ น่าใช้ และที่สำคัญฟังก์ชันการชาร์จก็ยังอยู่ครบครัน เลือกชาร์จได้ระหว่างหูฟังกับสมาร์ทโฟน หรือชาร์จพร้อมกันก็ได้! ด้วยคุณสมบัติที่ไม่ไก่กาเลยจริง ๆ ดังต่อไปนี้ ดีไซน์ ที่เก็บ Air pod ตามปกติจะแยกชิ้นกับมือถือชัดเจน โอกาสที่จะทำหายจึงสูง แถมค่อนข้างเกะกะ ใช้งานจริงไม่สะดวก แต่เคสชิ้นนี้สร้างที่เก็บสำหรับเสียบไว้ที่มุมเคสทำให้ไม่สะดุดเวลาหยิบใช้งาน ที่สำคัญยังมีระบบแม่เหล็กและที่ปิดล็อกใส จึงมองเห็นได้ทันทีจากด้านนอก ไม่มีลืม ไม่มีหล่น ซึ่งช่องที่เราใช้เก็บ Air Pod นี้ยังทำหน้าที่แท่นชาร์จหูฟังให้เราได้อีกด้วย แบตเตอรี่
หลายคนกล่าวถึงความเลวทรามของโลกอาชญากรรมว่าเป็นสิ่งที่ต่ำตมไร้เกียรติ แต่บางคนก็มีมุมมองที่แตกต่างกันและคิดว่าอาชญากรรมที่ฉาวโฉ่ก็ซ่อนสิ่งสวยงามที่โรแมนติกเอาไว้ด้วยเช่นกัน รวมถึงโลกสีดำของประเทศญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยมาเฟียที่เรียกว่า ยากูซ่า ในครั้งนี้ UNLOCKMEN จะพูดถึงวงโคจรที่ไม่อาจก้าวออกมาได้ของหญิงสาวในโลกสีดำที่เหล่าผู้ชายไม่เคยเห็นหรือเคยนึกถึงมาก่อน โดยเล่าผ่านมุมมองและภาพถ่ายของ Chloe Jafe ช่างภาพสาวผู้สร้างคอลเลกชันรูปถ่ายชื่อว่า “命預けます” หรือ “I Give You My Life” ตามคำนิยามที่เธอเขียน ผู้หญิงไม่สามารถเป็นยากูซ่าได้ ดังนั้นโลกของมาเฟียญี่ปุ่นจึงเต็มไปด้วยผู้ชายเสียส่วนใหญ่ แม้กระนั้นบทบาทหน้าที่ที่ไม่ชัดเจนของเหล่าสตรีในโลกสีดำกลับเต็มไปด้วยความน่าสนใจ บางครั้งผู้หญิงญี่ปุ่นจำนวนหนึ่งที่เป็นสาวธรรมดา ๆ ไม่ได้เป็นแฟนของยากูซ่าแต่ทำงานอยู่ในพื้นที่ที่เรียกว่า “Grey Area” หรือพื้นที่สีเทา จำพวกบาร์ ร้านเหล้า โรงแรมที่ต้อนรับกลุ่มยากูซ่า ก็จะได้คลุกคลีและพบเจอกับโลกสีดำอยู่บ่อย ๆ และยังมีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่ก้าวผ่านเขตสีเทาไปยังสีดำอย่างเป็นภรรยาของยากูซ่า และสำหรับบางแก๊ง ผู้หญิงเก่งก็ถือเป็นนายหรือสุดยอดปรมาจารย์ที่ชายผู้มีรอยสักให้การยกย่องถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้ถูกเรียกว่ายากูซ่าอย่างเป็นทางการก็ตาม เรื่องราวของพวกเธอหลบซ่อนอยู่ในซอกหลืบ ทำให้ Chloe Jafe ตระหนักว่าหากต้องการรูปถ่ายของพวกผู้หญิงก็จะต้องพบกับหัวหน้าของยากูซ่า เพราะในตามหลักแล้วผู้หญิงจะไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจ เธอเลือกไม่ได้ว่าเธออยากถูกถ่ายภาพไหม และคนที่ตัดสินใจทุกอย่างคือผู้เป็นสามี แต่มันไม่ง่ายนักที่จะเข้าพบกับบอสใหญ่ ความยากนี้ทำให้เธอเกือบถอดใจเตรียมล้มคอลเลกชันภาพที่อยากทำ แต่แล้ววันหนึ่งในงานเทศกาลมีผู้ชายเดินเข้ามาหาและชวนเธอดื่ม ซึ่งชายคนนั้นคือคนที่ทำให้โปรเจกต์ภาพของเธอขยับเข้าสู่ความสำเร็จอีกขั้น เพราะเขาเป็นทายาทที่กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำของตระกูลยากูซ่าที่ทรงอิทธิพล ชายคนดังกล่าวแนะนำให้ Chloe Jafe รู้จักกับภรรยาของเขา การพบกันในครั้งนี้ทำให้ช่างภาพสาวเริ่มเข้าสู่วงสังคมยากูซ่า เธอพบว่าผู้หญิงที่แต่งงานกับคนลำดับสูงของกลุ่มจะมีบอดี้การ์ดหญิงส่วนตัว และเธอก็ยังได้พูดคุยกับบอดี้การ์ดสาวนามว่า
เมื่อไม่นานมานี้เราเพิ่งจะได้เห็นคอลเลกชันพิเศษร่วมกันของแบรนด์เสื้อผ้าดาวรุ่งสัญชาติญี่ปุ่น FACETASM ที่ก่อตั้งโดย Hiromichi Ochiai กับแบรนด์น้ำอัดลมชื่อดังอย่าง Coca-Cola และตอนนี้เราก็เห็นทั้งสองจับมือปล่อยไอเทมเด็ดอีกครั้งทั้งหมด 5 ชิ้นด้วยกัน ไม่ใช่แค่ FACETASM กับ Coca-Cola เท่านั้น แต่การร่วมมือกันในครั้งนี้ยังมี THE CONVENI ที่เรามักจะเห็นแบรนด์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเจ้าพ่อสตรีตแวร์อย่าง Hiroshi Fujiwara อยู่บ่อยครั้ง ทำให้คาดเดาได้ง่ายขึ้นว่าไอเทมในคอลเลกชันนี้จะมีสไตล์สตรีตปนอยู่ด้วยแน่นอน ไอเทมชิ้นแรกกับเสื้อยืดสีดำที่มาพร้อมกับลายสกรีนสีแดงที่คุ้นเคยของแบรนด์น้ำอัดลม โลโก้ของโค้กอยู่ทางฝั่งซ้ายมือของเสื้อ ด้านบนประทับชื่อแบรนด์ FACETASM ส่วนด้านล่างเป็นของ THE CONVENI ชื่อแบรนด์ที่ประกบทั้ง 2 ด้านคล้ายการล้อมกรอบของ Coca-Cola ประกอบกับการเลือกสีสีแดงและขาวบนพื้นสีดำก็ยิ่งส่งให้ลายสกรีนโดดเด่น น่าสนใจมากขึ้น ชิ้นต่อไปคือรองเท้าแตะยางสีแดงสดแบบเดียวกับกระป๋องน้ำอัดลม ที่ไม่ลืมประทับอักษรสีขาวอันเป็นเอกลักษณ์อันใหญ่ว่า Coca-Cala ไว้บนแถบคาดหน้ารองเท้าทั้งสองข้าง ส่วนบริเวณพื้นรองเท้าข้างซ้ายและขวาก็น่าสนใจและสะดุดตา เพราะปกติเราเคยชินกับการเห็นอักษรและคำเหมือน ๆ กันทั้งสองข้าง แต่รองเท้าแตะคอลเลกชันนี้ต่างออกไปเนื่องจากดีไซน์ชื่อของแบรนด์เสื้อผ้าทั้งสองที่ต่างรูปแบบกันมาวางไว้บนรองเท้าสุดเท่คู่นี้ ถัดจากรองเท้าก็คงจะหนีไม่พ้นถุงเท้า เพราะทั้งสองคือไอเทมที่ไม่ว่าจะสถานการณ์ไหน ๆ ก็จะต้องมาคู่กันเสมอ สิ่งที่ทำให้ถุงเท้าคู่นี้แตกต่างจากไอเทมชิ้นอื่น ๆ ในคอลเลกชันพิเศษนี้คือสี เพราะไอเทมชิ้นอื่นมักจะมีสีแดงแซมอยู่แต่สำหรับถุงเท้าจะไม่ใช้สีแดง และมีสีเพียงแค่ขาวกับดำเท่านั้น เพื่อคงสไตล์เรียบง่าย


