ผ่านพ้นไปที่เรียบร้อยสำหรับงาน MTV Video Music Awards ประจำปี 2018 ซึ่งถือเป็นเวทีใหญ่ของวงการอุตสาหกรรมเพลงทางฝั่งอเมริกา สำหรับเด็กรุ่นใหม่อาจจะไม่ค่อยอิน แล้วสงสัยว่า MTV เพราะเกิดมาในยุคที่วิดีโอทั้งหมดถูกรวบรวมไว้ใน YouTube หรือ Vimeo แต่ทว่าคนวัย 25 อัพล้วนเติบโตมากับยุคของ MTV ที่ต้องเฝ้ารอมิวสิควิดีโอจากศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบ โดยในปีนี้ศิลปินที่เข้าชิงรางวัลมากที่สุดได้แก่ Cardi B ด้วยจำนวนทั้งหมด 13 รางวัล ซึ่งงานนี้ถือเป็นการปรากฎตัวครั้งแรกต่อสาธารณะชน หลังจากเธอให้กำเนิดลูกสาวเมื่อเดือนกรกฎามที่ผ่านมา วันนี้ UNLOCKMEN ขอนำเสนอ Music Video ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในสาขาต่าง ๆ มาให้ทุกคนได้ติดตามกัน Video of the Year Camila Cabello (featuring Young Thug) — “Havana” Artist of the Year Camila Cabello Song of the
“การนอนหลับ” คือหนึ่งในความสุขของมนุษยชาติ แต่ด้วยภาระหน้าที่และชีวิตประจำวันที่แตกต่างกัน ทำให้พวกเรามีเวลาพักผ่อนมากน้อยไม่เท่ากัน บางคนได้นอนยาวจนเพียงพอ บางคนต้องปะติดปะต่อให้เต็มอิ่ม บางคนนอนหัวค่ำ บ้างก็นอนเช้า ไม่ก็อดนอนบ้างในบางวัน ซึ่งมันไม่มีผิดมีถูกอะไร เพราะเงื่อนไขคนเราย่อมไม่เหมือนกัน แม้ว่าเวลาการนอนของหนุ่ม ๆ อย่างเราจะเป็นเรื่องปัจเจก แต่ก็มีผู้คนไม่น้อยที่บริหารชีวิตประจำวันของตัวเองให้สามารถเข้านอนในเวลาที่เหมาะสม แถมตื่นแต่เช้าก่อนพระอาทิตย์จะขึ้นเสียอีก แค่คิดก็รู้สึกง่วงแล้ว เราเองคงงัดตัวเองออกจากที่นอนตอนเช้าขนาดนั้นไม่ได้แน่ ๆ ขอชื่นชมอยู่ห่าง ๆ ดีกว่า (ฮา) แต่พอมานอนนึกดูดี ๆ ข้อดีของการตื่นแต่ไก่โห่มันก็มีหลายอย่างนะ ลองดูสักตั้งดีมั้ย ปรับเวลานอนของตัวเองให้เร็วขึ้น แล้วมาตื่นก่อนหรือพร้อม ๆ กับดวงอาทิตย์ แล้วเริ่มชีวิตตั้งแต่เช้ากันดีกว่า น่าจะมีอะไรดี ๆ ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งนี้ไม่มากก็น้อย ประโยชน์ของการตื่นนอนแต่เช้า เพิ่มประสิทธิผลในการทำงาน โลกของเราในเวลา 6 โมงเช้ามันช่างเงียบสงบ คนรอบข้างและสังคมส่วนใหญ่ยังไม่มีใครตื่น ห้างร้าน บริษัท สถานที่ราชการต่าง ๆ ก็ยังไม่เปิด เพราะฉะนั้นเวลานี้คือเวลาดีที่เราจะเริ่มต้นวันใหม่ เวลาดี ๆ เช่นนี้เหมาะกับการวางแผนการใช้เวลาในวันนี้ จัดการงานเล็กงานน้อย เคลียร์งานนอกเพื่อไม่ให้กระทบกับงานหลัก เริ่มไล่เช็กอีเมล หรือออกกำลังกายก็ดี
GIORGIO ARMANI แบรนด์ที่เป็นมากกว่าแบรนด์ สัญลักษณ์แห่งความสง่างามแบบอิตาเลียน แบรนด์ระดับโลกนี้สรรค์สร้างความงามแบบองค์รวมอย่างสง่าผ่าเผย ด้วยการเป็นแบรนด์เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า น้ำหอม จนกระทั่งห้องเสื้อหรูหรา สำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ทุกอย่างเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังที่จะขับความเป็นตัวเอง ความโมเดิร์น และความหรูหราที่แท้จริง ซึ่งนั่นก็คือความโก้เก๋งามสง่าถึงขีดสุดเหนือกาลเวลา ดั่งเช่นคำกล่าวที่ว่า “Elegance Doesn’t Mean Being Noticed But Being Remembered.” ความเท่สง่าอาจไม่ใช่การเป็นที่สะดุดตา หากแต่คือการเป็นที่ตราตรึงในความทรงจำของผู้ที่พบเห็น GIORGIO ARMANI (จิออร์จิโอ อาร์มานี่) ขอแนะนำ Acqua Di Giò Absolu น้ำหอมลำดับที่ 3 ในตระกูล Acqua Di Giò ซึ่งรวมความสดชื่นของน้ำทะเลเข้ากับความอบอุ่นของไม้หอม เพื่อบอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ เสรีภาพ และการปลดปล่อยพลังที่อัดแน่นอยู่ภายในตัวชายหนุ่ม Acqua Di Giò Absolu ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจากสัมพันธภาพอันเย้ายวนระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ผสานพลังของน้ำเข้ากับเนื้อสัมผัสอันละเอียดอ่อนของไม้ เกิดเป็นน้ำหอมกลิ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับแก่นแท้ของน้ำและบทบาทสำคัญของน้ำในโลกธรรมชาติ ทั้งในแง่ของความลึกล้ำ พละกำลัง และความแรงกล้า นี่คือโลกที่มองผ่านสายตาของมิสเตอร์อาร์มานี่ที่ซึ่งการผนึกกำลังของน้ำและไม้พาเราเดินทางสู่ความเป็นชายที่อยู่เหนือกาลเวลาและมีความตระหนักรู้เกี่ยวกับตนเองและสิ่งแวดล้อมที่ลึกซึ้งขึ้น
โลกใบนี้มันชักจะอยู่ยากขึ้นทุกวัน อันตรายและโรคร้ายเหมือนจะรอเราอยู่ทุกหนทุกแห่ง ไม่ว่าจะกินอาหารประเภทไหนก็ดูจะพ่วงมาพร้อมกับความเสี่ยงที่จะเป็นโรคใดโรคหนึ่งอยู่เสมอ โดยเฉพาะอาหารที่ถูกปาก ถูกใจ แต่ไม่ถูกกับร่างกายเท่าไหร่นัก และโรคยอดฮิตใกล้ตัวผู้ชายเราที่ดูผิว ๆ ไม่น่ากลัวแต่ถือเป็นภัยคุกคามทั่วโลกอย่าง “โรคอ้วน” ก็เป็นอีกโรคร้ายที่มาพร้อมกับอาหารที่เราเอาเข้าปากอยู่ทุกวัน แต่ใครจะรู้ว่าอันตรายและโรคต่าง ๆ มันไม่ได้มากับอาหารการกินเท่านั้น แต่มากับพฤติกรรมบางอย่างไม่เว้นแม้แต่ “ความโสด” ที่ล่าสุดมีงานวิจัยออกมาระบุว่าการเป็นโสดนี่มันเสี่ยงที่จะตายไวยิ่งกว่าโรคอ้วนที่เราว่าน่ากลัว ๆ เสียอีก! งานวิจัยที่เรากำลังจะพูดถึงครั้งนี้ก็สอดคล้องกับเรื่องความเหงาที่ UNLOCKMEN เคยพูดถึงไว้ว่าความเหงา ความโดดเดี่ยว ความเดียวดายนี่มันมีผลกระทบต่อสุขภาพได้มากกว่าที่เราคิดจนรัฐบาลอังกฤษถึงกับต้องแต่งตั้งรัฐมนตรีมาดูแลเรื่องความเหงาของประชาชนโดยเฉพาะกันเลยทีเดียว Dr. Julianne Holt-Lunstad ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยามหาวิทยาลัย Brigham Young คือผู้วิจัยหลักในครั้งนี้ เธอระบุชัดเจนว่ามนุษย์ที่แยกขาดจากสังคม บรรดาคนเหงา คนโสด คนหว่อง คนเดียวดายทั้งหลายนั้นล้วนแต่เพิ่มความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตได้มากยิ่งกว่าการเป็นโรคอ้วน โดยถือเป็นความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตเพิ่มขึ้นถึง 30% Dr. Julianne Holt-Lunstad ยังบอกอีกด้วยว่ามนุษย์จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับมนุษย์คนอื่น ๆ หรือเชื่อมต่อกับสังคมเพราะมันเป็นความต้องการพื้นฐานที่โคตรสำคัญและมีผลต่อความเป็นอยู่และการเอาตัวรอดเลยด้วยซ้ำ เธอยกตัวอย่างที่เห็นได้แบบชัด ๆ คือทารกที่ขาดการติดต่อกับมนุษย์ (อาจมีอาหาร น้ำ การพักผ่อน) แต่ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์มักจะมีปัญหาด้านพัฒนาการและไปถึงขั้นเสียชีวิตในที่สุด รวมถึงการลงโทษที่มักจะมาในรูปแบบของการแยกมนุษย์ออกจากสังคม เช่น การขังเดี่ยว การเนรเทศออกจากพื้นที่
รู้หรือไม่ ถ้ามีคลิปหรือรูปโป๊เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เสี่ยงติดคุก 5 ปี ส่วนใครชอบส่งต่อให้เพื่อน เสี่ยงคุกหนักกว่าสูงสุดถึง 7 ปี เชื่อว่าในกลุ่มเพื่อนผู้ชายทุกคนต้องมีเจ้าพ่อส่งคลิปในกลุ่มไลน์อย่างน้อย 1 คน ที่ไม่คุยอะไรมาก กดส่งคลิปโป๊รัว ๆ และบางคนอาจจะเลือก Save อันที่ชอบเอาไว้ ที่จริงแต่กฎหมายตามมาตรา 287/1 ของมาตรา 1 แห่งประมวลกฎหมายอาญา (17) สื่อลามกอนาจารเด็กที่ถูกเพิ่มเข้าไปในปี 2558 อาจจะทำให้วงแตกกันทันที เพราะกฎหมายระบุว่าทั้งผู้ครอบครองและผู้ส่งคลิปโป๊ รูปถ่าย หรืออะไรก็ตามที่สื่อไปทางกระทำทางเพศของเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี มีโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกำหนดให้การส่งต่อแก่ผู้อื่น มีโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ยังมีมาตรา 287/2 ที่พูดถึงการใช้หาผลประโยชน์ เช่นการเอารูปโป๊ คลิปโป๊ไปทำการค้าขาย
UNLOCK YOUR SEX LIFE คราวนี้กลับมาพร้อมประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในรอบปีที่ผ่านมาอย่างเรื่อง Sexual Consent หรือถ้าจะให้พูดง่าย ๆ ก็คือความยินยอมพร้อมใจกันในการจะทำเรื่องซาบซ่านต่อกันอย่างการมีเซ็กซ์นี่แหละ มันจะไม่มีปัญหาอะไรเลยถ้ามนุษย์สองคน (หรือมากกว่าสองคน) มองตากันแล้วเข้าอกเข้าใจกันเป๊ะ ๆ ทะลุปรุโปร่งราวกับอ่านใจกันได้ว่าสาวคนนี้ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ยินยอมกับเซ็กซ์แบบไหน และไม่ยินยอมกับเซ็กซ์แบบไหน แต่ปัญหาก็คือผู้ชายอย่างเรามักไม่รู้หรอกว่าอะไรที่สาว ๆ เขายอมหรือไม่ยอม แต่เราก็เห็นสีหน้าท่าทางเลยเดากันส่ง ๆ ไป หลายครั้งก็มโนเข้าข้างตัวเองว่า เฮ้ย ใช่แน่ ๆ อ่ะ ทำหน้าเคลิ้มแบบนี้แปลว่าสมยอม ซึ่งนั่นไม่ใช่ความจริงเสมอไป หลาย ๆ องค์กรและผู้หญิง หรือแม้แต่ผู้ชายและเพศอื่น ๆ เองจึงพากันออกมารณรงค์เรื่อง Sexual Consent หรือการยินยอมพร้อมใจทางเพศกันอย่างจริงจัง สำหรับผู้ชายคนไหนที่ไม่แน่ใจว่าเราได้ละเมิดความยินยอมใครโดยไม่รู้ตัวไปบ้างหรือเปล่า หรืออยากเพิ่มความระมัดระวังเพื่อให้เกียรติตัวเองและสาว ๆ มากขึ้น ก็เริ่มต้นที่ 5 ข้อพื้นฐานต่อไปนี้กันก่อน ให้จูบให้กอดไม่ได้แปลว่าเธอให้สอดใส่ ผู้ชายอย่างเราอาจจะดูหนังมากไปหน่อย เวลาได้สัมผัสเนื้อตัวร่างกายสาว ๆ แล้วเธอไม่อิดออดอะไร เรามักคิดว่าเธอพร้อมจะมีเซ็กซ์แบบเต็มรูปแบบชัวร์ ๆ เลยค่อย
เชื่อว่าหนึ่งฝันของสาวกภาพยนตร์สายลับตระกูล James Bond ก็คือการได้ครอบครองรถสปอร์ตคันงามที่พยัคฆ์ร้าย 007 ใช้ขับขี่หล่อ ๆ แถมด้วยอุปกรณ์สุดไฮเทคไว้ใช้ไล่ล่าเหล่าร้าย และก็ดูเหมือนว่าความฝันนี้กำลังจะกลายเป็นจริง Aston Martin ค่ายผลิตรถสปอร์ตสุดหรูจากอังกฤษ ประกาศออกมาแล้วว่า บริษัทของพวกเขาเตรียมจะผลิตรถ Aston Martin DB5 รุ่นที่สายลับเมืองผู้ดีคนนี้ใช้งานในตอน Goldfinger (1964) ออกมาทั้งหมดแบบลิมิเต็ด 25 คันเท่านั้น ซึ่งหนัง James Bond ภาคดังกล่าวเป็นหนึ่งในตอนที่ได้รับคำชมและมีคนชื่นชอบมากที่สุด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าเป็นตอนแรกที่เอเยนต์ Bond ของเราได้โชว์ของสุดไฮเทคทั้งหลายรวมถึงเจ้ารถคันงามนามว่า DB5 คันนี้ด้วย โดยหลังจากนั้นรถสปอร์ตคลาสสิคสุดไฮเทคคันนี้ก็ถูกนำมาให้สายลับเสน่ห์แรงได้คุมพวงมาลัยอีก 6 ตอน แน่นอนว่ามันไม่ได้มาแค่รูปลักษณ์ แต่ว่ามันมาพร้อมกับเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ปรากฏในหนัง จากการร่วมมือกันผลิตของ Aston Martin และ EON Production ราวกับว่า Q มาเอง Andy Palmer CEO ของ Aston Martin เล่าว่า “สายสัมพันธ์ของ Aston Martin กับ James Bond เป็นอะไรที่เราภาคภูมิใจมาก
ถ้าพูดถึงศิลปินระดับตำนานที่ยังมีลมหายใจชื่อแรก ๆ ที่ทุกคนน่าจะพร้อมใจพูดถึงคงหนีไม่พ้น Paul McCartney, Eric Clapton, Keith Richards, และแน่นอนว่าต้องมี Bob Dylan รวมอยู่ในนั้นด้วย แต่จากลิสต์ที่กล่าวมาปู่ Bob Dylan ของเราดูจะผ่าเหล่าผ่ากอที่สุดเนื่องจากคนอื่น ๆ ล้วนแล้วแต่มีฝีมือชั้นอ๋องในศาสตร์ด้านดนตรีและร้องเพลงด้วยกันทั้งนั้น ต่างจากราชาเพลงโฟล์คที่เคยออกมายอมรับว่าเสียงร้องและฝีมือกีตาร์ของเขานั้นไม่ได้ดีเด่อะไรเลย เข้าขั้นห่วยด้วยซ้ำในวงการดนตรีอาชีพ แต่สิ่งที่ทดแทนข้อด้อยเหล่านั้นคือฝีมือการแต่งเพลงที่ยอดเยี่ยมถึงขนาดที่ Rolling Stone นิตยสารดนตรีระดับโลกจัดอันดับให้ Bob Dylan เป็นนักแต่งเพลงอันดับ 1 ในประวัติศาสตร์วงการดนตรีเลยทีเดียว แม้ว่าฝีมือการแต่งเพลงของเขาจะร้ายกาจเพียงใดก็คงไม่เพียงพอให้เขาอยู่บนบัลลังก์ค้างฟ้ามาจนทุกวันนี้แน่นอน วันนี้ UNLOCKMEN เลยจะพาไปดูวิธีการทำงานและแนวคิดของราชาเพลงโฟล์คคนนี้กัน Learning from the Best ไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิดและ Bob Dylan ก็เป็นหนึ่งในนั้น แม้ตอนนี้เขาจะเป็นโคตรของโคตรอาจารย์แห่งวงการดนตรีไปแล้วแต่กว่าเขาจะมาถึงจุดนี้ได้เขาเองก็มีอาจารย์เหมือนกัน ‘Woodie Guthrie’ คือชายที่เป็นทั้งอาจารย์ แรงบันดาลใจ และแนวทางการดำเนินชีวิตให้กับ Bob Dylan ก็ว่าได้ ถ้าใครเป็นแฟนเพลงของทั้งคู่คงสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คล้ายกันไม่ว่าจะเป็นเรื่องเนื้อหาที่เน้นการเสียดสีการเมืองและสไตล์อื่น ๆ ในบทเพลง ถึงแม้ว่า Woodie Guthrie จะเสียชีวิตไปตั้งแต่ปี 1967 แต่
ตั้งแต่เรื่องจำนวนพลาสติกล้นโลกก้าวเข้ามาเป็นวาระแห่งชาติที่คนทั่วโลกให้ความสนใจ เราก็เริ่มเห็นคนที่เดินตามท้องถนนถือถุงผ้าติดไม้ติดมือเพื่อบรรจุของที่ซื้อจากร้านค้าแทนการใช้ถุงพลาสติก หรือช่วงพักกลางวันการถือปิ่นโตลงไปเพื่อใช้ซื้อข้าวก็เริ่มไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด ทว่าไม่เพียงเรื่อง “ถุงพลาสติก” หรือ “โฟม” ที่เราสามารถเห็นได้ตำตาและทยอยลดการใช้แล้ว เรื่องใกล้ตัวอื่นที่นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกำลังเตรียมรณรงค์เป็นเป้าหมายถัดไปคือพฤติกรรมการทิ้ง “คอนแทคเลนส์” ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเรื่องการมองเห็นของหนุ่มสายตาสั้นอย่างเรานั่นเอง เชื่อหรือไม่! ผลสำรวจของ Arizona State University เผยว่าจำนวนคอนแทคเลนส์ที่ถูกทิ้งผ่านชักโครกหรืออ่างล้างหน้าเฉพาะในสหรัฐอเมริกามีมากถึง 2.9 ข้างต่อปี ทันทีที่เลนส์ไหลผ่านท่อในบ้านของเราไป ปลายทางของมันจะกองกระจุกกันในแหล่งน้ำ จนสร้างปัญหามลพิษแหล่งน้ำจากไมโครพลาสติก “เราพบว่าคนกว่า 15 – 20% ที่สวมคอนแทคเลนส์เลือกใช้วิธีทิ้งมันลงในอ่างล้างหน้าหรือชักโครก ตัวเลขนี้เป็นจำนวนมหาศาลเมื่อเราพิจารณาจากคนเพียง 45 ล้านคนในสหรัฐฯ ที่สวมคอนแทคเลนส์เท่านั้น” – Charlie Rolsky นักศึกษาปริญญาเอกเผยข้อมูลนี้ในงาน National Meeting & Exposition of the American Chemical Society ครั้งที่ 256 ไอเดียเรื่องคอนแทคเลนส์เริ่มขึ้นระหว่างที่ Rolsky กับเพื่อนร่วมงานของเขาที่ ASU ร่วมกันศึกษาเรื่องมลพิษจากพลาสติก หนึ่งในเพื่อนร่วมงานของเขาสวมใส่คอนแทคเลนส์เป็นประจำเริ่มสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นกับคอนแทคเลนส์ข้างที่ใช้งานแล้ว เขาพบว่าคนส่วนใหญ่เมื่อถอดมันออกแล้วทิ้งมันด้วยการโยนใส่ชักโครกแล้วกดชักโครกไปง่าย ๆ หรือโยนลงในซิงค์แล้วเปิดน้ำไล่ลงไปในท่อแทนการทิ้งลงในถังขยะ พฤติกรรมนี้ส่งผลทำให้เลนส์พลาสติกจำนวน


