ฟุตบอลโลก 2018 ครั้งนี้คงไม่มีใครเหมาะกับวลี ‘From Zero to Hero’ มากไปกว่า Gabriel Jesus กองหน้าดาวโรจน์ของทีมชาติบราซิลอีกแล้ว เพราะถ้าย้อนไปเมื่อ 4 ปีก่อน ฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิลเป็นเจ้าภาพ Gabriel Jesus ในวัย 17 ปี ขณะนั้นเขาเป็นเพียงนักเตะฝึกหัดของสโมสร Palmeiras แน่นอนว่ารายได้ย่อมไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ ดังนั้นเขาจึงรับจ็อบพิเศษด้วยการเป็นช่างทาสีตามกำแพงหรือพื้นถนนต้อนรับฟุตบอลโลกที่กำลังจะมาถึง แต่เพชรยังไงก็คือเพชร หลังจากจบศึกฟุตบอลโลก 2014 Gabriel Jesus ก็เริ่มโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมจนได้รับโอกาสลงเล่นในทีมชุดใหญ่ของ Palmeiras และเขาก็ไม่ทำให้โค้ชและเพื่อนร่วมทีมผิดหวัง กระหน่ำประตูได้เป็นกอบเป็นกำจนเป็นที่หมายปองจากหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรป และก็เป็นทีมเรือใบสีฟ้า Manchester City ที่คว้าตัวเขาไปครองได้สำเร็จด้วยค่าตัว 27 ล้านปอนด์ ซึ่งนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น Gabriel Jesus ไม่หยุดการพัฒนาตัวเองไว้เท่านี้ เขาพิสูจน์ตัวเองว่าฝีเท้าเป็นของจริง ก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นตัวหลักของทีม และสุดท้ายก็สามารถพาต้นสังกัดคว้าแชมป์ Premier League ได้สำเร็จ เมื่อฟอร์มดีขนาดนี้ การมีชื่อติดทีมชาติบราซิลมาลุยศึกฟุตบอลโลก 2018 จึงไม่ใช่เรื่องแปลก จากวันที่เขานั่งทาสีอยู่ข้างสนามฟุตบอล ถึงวันที่เขาเป็นซูเปอร์สตาร์พาทีมบ้านเกิดลุยฟุตบอลโลกใช้เวลาเพียง 4
ภาษากายนั้นเป็นสื่อในการสื่อสารอย่างหนึ่งที่มนุษย์ทุกคนสามารถแสดงความหมายต่าง ๆ ออกมาได้แม้ไม่ต้องใช้คำพูดใด ๆ ก็ตาม มันมีทั้งประโยชน์มากมาย แต่ก็เป็นโทษได้หากเราไม่ระมัดระวัง ยิ่งถ้าเป็นภาษากายที่ทำให้ผู้อื่นรู้สึกในแง่ลบแล้ว ยิ่งต้องสำรวจตัวเองกันหน่อยว่าเราเองทำบ่อยมั้ย มันกลายเป็นความเคยชินหรือเปล่า ? และที่แย่ที่สุดก็คือ มันอาจทำให้เราสูญเสียโอกาสดี ๆ ที่นาน ๆ จะมาทีก็ได้ จากผลการสำรวจของ TalentSmart ที่ทดสอบกับคนกว่าล้านคนพบว่า ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มคนที่มีตำแหน่งงานในระดับสูง มักจะมีตัวเลข EQ ที่ค่อนข้างพุ่ง ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้รู้ดีว่าพลังของภาษากายนั้นมีมากแค่ไหน และมักจะสำรวจตัวเองในเรื่องนี้เสมอ เพราะฉะนั้น เพื่อความไม่ตายน้ำตื้นของผู้ชายที่กระหายความสำเร็จอย่างเรา มาดูกันดีกว่า ว่าภาษากายแบบไหนที่อาจพาเราดำดิ่งได้แบบไม่รู้ตัว จะได้หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้ก่อนสายเกินไป ใช้มือมากเกิน อย่าคิดลึกครับหนุ่ม ๆ การใช้มือมากเกินในที่นี้คือการขยับมือไม้มากเกินเวลาสนทนา ราวกับว่าคุณกำลังจะใช้กำลังภายในอะไรอย่างนั้น ซึ่งมันดูเหมือนกับว่าคุณปรุงแต่งสิ่งที่ต้องการจะสื่อสารมากเกินไป พยายามควบคุมมือไม้ให้ดี ใช้เท่าที่จำเป็น อาจจะผายมือออกมาช้า ๆ โชว์ฝ่ามือให้ทุกคนเห็นเวลาที่พูดอะไรออกไป แบบนี้จะทำให้คนอื่นรู้สึกว่าคุณไม่ได้เสแสร้ง ดูรุ่นใหญ่ และมั่นใจ กอดอกตลอด การกอดอกเป็นภาษากายกึ่งอัตโนมัติเวลาที่คุณสร้างกำแพงทางความคิดขวางไอเดียของคนที่สนทนาด้วย แม้ว่าจะยิ้มอยู่ หรือกอดอกหลวม ๆ ก็อาจทำให้คนข้างหน้ารู้สึกอึดอัดได้ไม่มากก็น้อย พยายามอย่ากอดอกแบบเหมือนทากาวไว้
Coming of Age คือการเติบโตก้าวผ่านช่วงวัยสำคัญของชีวิต จากเด็กสู่การเป็นผู้ใหญ่ มีการมองโลกที่เปลี่ยนไป มันเป็นช่วงเวลายากลำบากที่ทุกคนต้องเจอและผ่านมันไป ด้วยความมีมิติของการ Coming of Age นี่เอง จึงมีการหยิบยกเหตุการณ์นี้มาเล่าผ่านสื่อต่าง ๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ หรือแม้กระทั่งหนังสือ วันนี้ UNLOCKMEN จึงอยากแนะนำหนังสือที่ว่าด้วยเรื่อง Coming of Age 5 เล่มที่ไม่ควรพลาดไม่ว่าคุณจะผ่านช่วงวัยนั้นมาแล้วหรือกำลังจะผ่านในอนาคตก็ตาม เพราะเชื่อเถอะว่าทั้ง 5 เล่มนี้จะให้อะไรบางอย่างที่จะตกผลึกในใจคุณไปตลอดแน่นอน The Catcher in the Rye Author: J. D. Salinger หนังสือมีชื่อไทยว่า ‘จะเป็นผู้คอยรับไว้ไม่ให้ใครร่วงหล่น’ หนึ่งในวรรณกรรมคลาสสิคระดับโลกที่ติดอยู่ในลิสต์ ‘หนังสือที่ควรอ่านก่อนตาย’ เสมอ เรื่องราวในหนังสือก็แสนเรียบง่าย เป็นเรื่องของเด็กหนุ่มหัวขบถนาม ‘Holden Caulfield’ ซึ่งโดนไล่ออกจากโรงเรียน แต่เขายังไม่พร้อมที่จะให้พ่อแม่เขารู้ความจริง เขาจึงไม่ยอมกลับบ้านและเที่ยวตระเวนอยู่ในเมืองนิวยอร์กบริเวณใกล้ ๆ กับบ้านของเขาเอง และตั้งใจไว้ว่าเมื่อถึงวันคริสมาสต์เมื่อไหร่จะบอกความจริงให้พ่อแม่รับรู้ เนื้อเรื่องมีเพียงเท่านี้ แต่สิ่งที่ทำให้หนังสือเล่มนี้ไม่ธรรมดา และได้รับการพูดถึงทั้ง ๆ
วาทะเด็ดประจำสัปดาห์ที่ผ่านมาเกี่ยวกับการเมืองของประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อดาราเจ้าของบทบาท Captian America อย่าง Chris Evans ได้ทวีตแสดงความเห็นถึงมุมมองถึงประธานาธิปดีตัวแสบ Donald Trump ที่คล้ายกันกับเฟรนไชส์ของ Avengers ในเรื่องความฝันแบบอเมริกันนั้นมีค่าเล็กน้อยกับความเกลียดชัง “ความพยายามของเขาในการลดจำนวนผู้ย้ายถิ่นฐานเป็นเรื่องที่ชัดเจน เขาสามารถขุดความกลัวและความโกรธในใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ สนับสนุนพวกหัวรุนแรง GOP ให้มีส่วนร่วม ช่างเป็นช่วงที่น่าเกลียดที่สุดในประวัติศาสตร์ และจะไม่มีใครลืม” https://twitter.com/ChrisEvans/status/1009821989668782082?ref_src=twsrc%5Etfw&ref_url=https%3A%2F%2Fwww.bustle.com%2Fp%2Fchris-evans-immigration-comments-are-incredibly-poignant-in-a-pointed-tweet-9549820 ซึ่งทาง Washington Post ก็ได้ตอบกลับจนกลายเป็นเรื่องราวถกเถียง เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ที่ระบุว่า “การสร้างความตึงเครียดด้านเชื้อชาติ เป็นจุดเด่นของประธานาธิบดี Trump” บทวิจารณ์ของนักแสดงเป็นการอ้างอิงโดยตรงถึง Trump และนโยบายด้านการเมืองเกี่ยวกับผู้อพยพลี้ภัย จนส่งผลให้ลูก ๆ ของผู้ลี้ภัยที่ไม่ได้รับเอกสารต้องถูกแยกออกจากพ่อแม่ของตัวเอง นับเป็นเรื่องสะเทือนใจต่อภาพลักษณ์ของสังคมอเมริกาภายใต้การนำของ Trump เชิงลบอย่างมาก จากมุมมองความคิดของ Chris Evans แต่ยังไงก็ตามตัวเขาเองก็ต้องระมัดระวังที่จะตัดอารมณ์ความโกรธ และคำพูดของตัวเองที่จะสื่อสารออกไปผ่านสื่อในฐานะที่ตนเองรับบทนำแสดงอย่าง Captian America ที่เป็นภาพสะท้อนความยุติธรรมของคนในชาติ และมีฐานแฟน ๆ อยู่ทั่วประเทศดังนั้นจะเอนเอียงไม่ได้ แน่นอนว่านักแสดงจาก Avengers: Infinity
กระแส Cyberpunk ที่กลับมาแรงแซงโค้งในวงการหนังอีกครั้งช่วงนี้ ชัดเจนสุด ๆ ก็ต้อง Blade Runner 2049 ที่แฟน ๆ แนว Sci-FI ต่างประทับใจและยกให้เป็นหนังขึ้นหิ้งในดวงใจกันเป็นแถบ (แม้หนังจะไม่ทำเงินก็ตาม) ทำให้เราได้กลับมาเห็นความ Sci-Fi ในแวดวงบันเทิงอีกครั้ง เมือง Dystopia ยานพาหนะหน้าตาสุดล้ำ โฮโลแกรม และไฟนีออนสีสันแสบตา จะกลับมาเล่าเรื่องราวสุดล้ำเกินจินตนาการ ให้หนุ่ม ๆ อย่างเราได้เติมเต็มความบันเทิงแบบอิงวิทยาศาสตร์กันอีกครั้ง UNLOCKMEN ชวนมาดูซีรีส์ Sci-Fi 5 เรื่องล้ำ ๆ ดูกันเพลิน ๆ สำหรับคนเวลาน้อยที่อยากจะเก็บสักวันละตอนสองตอน แต่อย่าเพลินจนลืมเวลานอนละหนุ่ม ๆ Altered Carbon พระเอกสุดเท่ของเรา เป็นยอดนักฆ่ามือฉกาจ ที่ถูกเศรษฐีปลุกขึ้นมาเพื่อให้สืบคดีฆาตกรรมคดีหนึ่ง ซึ่งก็คือของเขาเอง Action-Thriller ดูเพลิน ๆ มันส์ ๆ กับพล็อตเรื่องสุดล้ำ เรื่องราวของโลกอีกหลายร้อยปีข้างหน้า ที่เราจะเก็บความทรงจำ ความคิด Consciousness ของเรา เอาไว้ใน Platform แบบดิจิทัล
อัลตร้าบูสท์ พาร์ลี่ย์ สี Deep Ocean Blue ได้รับแรงบันดาลใจจากมาเรียน่า เทรนช์ (The Mariana Trench) พื้นที่ใต้ทะเลที่ลึกที่สุดในโลกและยังเป็นที่ๆ ถูกค้นพบขยะที่เป็นถุงพลาสติกที่ลึกที่สุดในโลกอีกด้วย รองเท้าอัลตร้าบูสท์ พาร์ลี่ย์ทุกคู่ ใช้ขวดพลาสติกจากท้องทะเลจำนวนประมาณ 11 ขวดเป็นวัสดุในการผลิตรองเท้า โดยใช้นวัตกรรม Parley Ocean Plastic® นวัตกรรมอีโคที่ปฏิวัติวงการการผลิตรองเท้าซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากขยะพลาสติกที่เก็บมาจากชายหาด และนำมาแปลงเป็นเส้นใยเพื่อถักทอเป็นไพร์มนิตส่วนบนของรองเท้า และยังมีนวัตกรรม “บูสท์” (BOOST) สุดยอดเทคโนโลยีรองเท้าวิ่งของอาดิดาสที่ช่วยฟื้นคืนพลังให้แก่ผู้ใส่ พื้นรองเท้ายางคอนติเนนทัลยึดเกาะในทุกสภาวะพื้นผิว นอกจากนี้ยังมีชิพ NFC ในรองเท้าข้างขวาเพื่อให้ผู้ใส่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการลดปริมาณพลาสติกในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา อาดิดาสสนับสนุนองค์กรพาร์ลี่ย์ทั้งในด้านการศึกษาและการสื่อสาร โดยมีการคิดค้นนวัตกรรม อีโค Parley Ocean Plastic® ที่ช่วยรณรงค์ลดมลพิษจากขยะพลาสติกในท้องทะเล มาในปีนี้อาดิดาสเดินหน้าสนับสนุนองค์กรพาร์ลี่ย์อย่างต่อเนื่องโดยจัดแคมเปญ Run for The Oceans โดยนักวิ่งทั่วโลกสามารถวิ่งเก็บสะสมกิโลเมตรโดยใช้แอพลิเคชั่น Runtastic ระหว่างวันที่ 8 มิถุนายน – 8 กรกฎาคม
สิ่งที่ผู้ชายส่วนใหญ่คาดหวังกับชีวิตการงานคือการเจองานที่ชอบ เอ็นจอยกับงานที่ใช่ และได้รับการยอมรับในสังคมการทำงาน ทว่าการทำงานเก่งเพียงอย่างเดียวอาจไม่ไช่คำตอบของการถูกยอมรับก็ได้ มีบางคนเหมือนกันที่ทุ่มเทกับการทำงานอย่างหนักทุกวัน แต่ก็ยังถูกเพื่อนร่วมงานเบือนหน้าหนี แถมโดนผู้บริหารเพ่งเล็ง แบบนี้มันเป็นเพราะอะไร ? ถ้าเราทำงานอยู่ในบริษัทหรือองค์กรต่าง ๆ ที่ต้องร่วมงานกับผู้อื่น มันย่อมมีกฏกติการ่วมกัน มีความเป็นสังคม และมันเป็นสิ่งที่ทำให้เรากลายเป็นวิญญาณไร้ความหมาย ไร้คนเคารพได้หากชอบแตกแถว หรือวางตัวไม่เหมาะสม พอเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นเราก็จะรู้สึกขาดความสุขในการทำงาน แม้ว่าลักษณะงานและรายได้จะดีก็ตาม ชีวิตที่ออฟฟิศก็จะหมดสนุก ถ้าปล่อยไว้แบบนี้รับรองว่าเซ็งแย่ ไม่ก็ท้อแท้จนแค่ทำงานไปวัน ๆ ความมันส์ก็จะค่อย ๆ ลดลงไปจนเหลือศูนย์ แต่เราจะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นแน่นอน UNLOCKMEN มีวิธีเหมาะ ๆ ที่จะช่วยให้คุณได้รับการยอมรับรอบด้านในที่ทำงานมาฝากกัน อย่าไปจริงจังมากเกิน ผู้ชายอย่างเรามักจะหมกมุ่นกับเรื่องงาน ราวกับว่างานตรงหน้าคือคู่เดท จนบางครั้งก็เหนื่อยมากเกินไป ถ้ารู้สึกรักงานขนาดนั้นก็อยากให้ลองเปรียบเทียบเรื่องงานกับเรื่องความรักไปเลย คุณต้องแสดงความชัดเจน นายจ้างของคุณก็ต้องเห็นความทุ่มเทของคุณเช่นกัน แต่ไม่ใช่ว่าโหมหนักมากเกินถึงค่ำมืดดึกดื่นไม่เว้นวันหยุด แบบนี้อาจเป็นความรักที่ไม่ค่อยรักตัวเองเท่าไหร่ บนโลกที่โหดร้ายแบบนี้โชคคงไม่ได้เข้าข้างเราเสมอไป ถ้าเราทุ่มเทกับอะไรมากเกินไปแบบไม่เตรียมใจ เกิดพลาดพลั้งขึ้นมาด้วยความซวย ก็ไม่รู้จะช่วยใจของตัวเองอย่างไรเหมือนกัน เพราะฉะนั้นลดความจริงจังเรื่องงานลงมาบ้าง ย้ำว่าลด “ความจริงจัง” ไม่ใช่ลด “ความตั้งใจ” บางคนอาจจะคิดว่าการทุ่มเทแบบไม่ลืมหูลืมตาจะเป็นเกราะป้องกันไม่ให้เขาตกงาน แบบนี้เป็นการสร้างความกดดันให้กับตัวเอง และถมความเหนื่อยเข้าไปอีก ทางที่ดีควรทำงานให้เต็มที่แบบไม่เกินตัว และหาแผนสำรองให้กับชีวิตบ้าง
ชาว UNLOCKMEN ที่เดินทางด้วยรถส่วนตัวเป็นประจำคงรู้กันดีว่าเวลาเดินทางเราต้องเติมน้ำมันหรือแก๊สให้พร้อมก่อนเดินทางเสมอเพื่อความชัวร์ และการเติมครบโปรตามปั๊มก็ทำให้เราได้ของแถมอย่าง “น้ำเปล่าบรรจุขวดพลาสติก” กันอยู่เป็นประจำ บ่อยครั้งพวกเราก็โยนมันไว้ที่เบาะด้านหลังรถอย่างไม่ใส่ใจ ถือเอาฤกษ์สะดวก อยากกินเมื่อไรก็ค่อยหยิบมาเปิดคลายกระหาย สำหรับหนุ่ม ๆ คนไหนที่เคยทำแบบนั้นลองสังเกตดูที่เบาะนั่งที่วางน้ำไว้ให้ดี เพราะบางทีคุณอาจจะได้เจอจุดไหม้บนเบาะสักจุดสองจุดเล็ก ๆ ก็ได้ และถ้ามันเกิดขึ้นแล้วอย่างทำเพิกเฉยต่อสิ่งที่เห็น เนื่องจากร่องรอยนี้เป็นสัญญาณอันตรายที่บอกว่า อนาคตมันอาจไม่หยุดแค่นี้ แต่ขยายเป็นการจุดไฟให้ลุกท่วมรถคันงามของพวกเรา เรื่องนี้เกิดจากหนุ่มเจ้าหน้าที่ซ่อมบำรุงแบตเตอรี่ที่บังเอิญเห็นควันลอยขึ้นมาใกล้ ๆ คอนโซลรถบรรทุกของตัวเองแล้วพบว่ามีต้นตอมาจาขวดน้ำพลาสติกที่อยู่ในรถ เหตุการณ์ภัยจากขวดน้ำพลาสติกไม่ได้มีเพียงหนุ่มคนที่เท่านั้นที่เคยพบ แต่ยังมีคลิปแจ้งเตือนกันแบบจริงจังจากหนุ่มนักดับเพลิงที่สาธิตให้เห็นอีกด้วย หลักการการเผาไหม้นี้เป็นแบบเดียวกับการทดลองใช้แว่นขยายจุดไฟในคาบเรียนวิทยาศาสตร์ แสงอาทิตย์จะรวมตัวกันผ่านขวดน้ำที่ทำหน้าที่ไม่ต่างจากเลนส์ ชี้ตรงไปที่จุดโฟกัสแล้วจุดติดจากควันสู่ประกายไฟลุกท่วมรถได้ทั้งคัน แม้อัตราอัคคีภัยจากการทิ้งขวดน้ำพลาสติกไว้ในรถจะไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นให้เห็นบ่อย ๆ แต่พวกเราคงไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับรถคันโปรดของเราแน่ ๆ เพราะอุบัติเหตุจากความประมาทไร้คู่กรณีแบบนี้คงไม่มีใครรับเคลมประกันอย่างแน่นอน หนุ่ม ๆ อย่าลืมนะ ถึงที่หมายอย่าทิ้ง “ขวดน้ำ” ไว้บนรถ หรือถ้าจำเป็นจริง ๆ ก็ย้ายไปใส่ไว้หลังรถแทนในที่ที่แสงส่องไม่ถึง ไปไหนจะได้ไม่ต้องพะวงและเสียใจภายหลัง SOURCE
ถ้าเราอยากรู้หรืออยากได้อะไร เด็กยุค 90 อย่างเราอาจจะเรียกหาพ่อแม่หรือครูไว้ก่อน แต่เดี๋ยวนี้เมื่อโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัล Keyword ในการหาความช่วยเหลือกลับกลายเป็นคำว่า “Google” แทนเสียแล้ว แทบทุก Browser ของหนุ่มอย่างเราต้องวนเวียนกับ Google ไม่ตำ่กว่า 10 ครั้งต่อวันอย่างแน่นอน เหตุผลที่ทำให้ Google ครองใจคนทั่วโลกไม่เพียงแค่จุดขายของความเป็น Search Engine เท่านั้น แต่พี่เขายังขยายโปรดักส์พัฒนาด้านอื่นให้ครอบคลุมทั่วถึงชนิดเป็นทุกอย่างให้ผู้ชายอย่างเราแล้ว ทั้งด้านการทำงานอย่างการมี Google Drive ทำหน้าที่เป็นคลังอัปโหลดข้อมูลออนไลน์ หรือ Google assistant เลขาส่วนตัวที่สามารถสั่งการได้ด้วยเสียง ล่าสุดยังทำในสิ่งที่ตอบโจทย์การใช้งานอย่างเราคือแปลงกายเป็นไม้บรรทัดโดยพัฒนาต่อยอดมาจากโปรเจ็กต์ Tango มาอยู่ในแอปฯ ใหม่ที่เรียกว่า ARCore เราจะไม่ได้ต้องคอยพะวงมองหาตามโต๊ะอีกต่อไป ARCore เป็นแอปพลิเคชันที่เราสามารถใช้กล้องในการวัดขนาดของสิ่งต่าง ๆ ผ่านแอปฯ ได้ โดยปักตำแหน่งที่เราต้องการวัดจากจุดเริ่มต้นถึงจุดปลาย รวมทั้งยังสามารถยืดภาพที่ต้องการออกมาเป็นรูปแบบสามมิติได้ โดยจอจะแปลงตัวเลขตามจริงเพื่อให้เห็นว่าเมื่อขยายพื้นที่แล้ว ความกว้าง ความยาว และความสูงจะเป็นอย่างไร https://www.youtube.com/watch?v=OX-LkVWKSTg ใครที่อยากรู้ว่าใช้งานอย่างไรลองดูตัวอย่างจากในคลิปวิดีโอได้ หากสงสัยว่าสายวัดล่องหนนี้มีจะประโยชน์กับผู้ชายอย่างเราอย่างไร คงต้องบอกได้เลยว่าสะดวกเรื่องการพกพาโดยต้องพกอุปกรณ์หลายชิ้น ช่วยเราทำหน้าที่บันทึกขนาดเพื่อจดบันทึก และยังประยุกต์เป็นเครื่องมือใช้ในการศึกษาได้ด้วย (อย่างน้อยก็วิชาคณิตศาสตร์) ที่สำคัญยังมีทีเด็ดอยู่ที่การดึงภาพ 2 มิติออกมาเป็นรูป 3 มิติ


