เรียกได้ว่า Born To Be ได้อย่างเต็มปากเต็มคำกับ Gerard Way ฟรอนต์แมนของวง My Chemical Romance ที่แม้ว่าจะไม่ได้มีผลงานแล้วในปัจจุบัน แต่ถือว่าเป็นวงที่เก๋าในวงการเพลงอยู่พอตัว เพราะเขาเองมีความสามารถในด้านอื่นนอกจากการร้องเพลงคือการเขียนการ์ตูนและมีผลงาน Comic ออกมาวางแผงแล้วด้วย! ใครที่เป็นแฟนคลับก็อาจจะพอคุ้นหูกับเรื่องนี้บ้าง วันนี้ UNLOCKMEN เลยพาไปดูเรื่องราวของฟรอนต์แมนของวงระดับโลกในอีกมุมที่เป็นตัวตนของเขาในบทบาทของ “นักเขียนการ์ตูน” เขาเป็นใครในวงการดนตรี? ถ้าจะเล่าถึงการก่อตั้งวงคงจะยาวถึงพรุ่งนี้ UNLOCKMEN เลยขอเล่าในส่วนของความสนใจในดนตรีของเขาว่ามีความเป็นมายังไง ทำไมถึงก้าวเข้าสู่ถนนสายดนตรีได้ Gerard Way ฟรอนต์แมนของวง My Chemical Romance วงร็อกขวัญใจใครหลายคน ด้วยความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเขาและภาพลักษณ์ของวงเอง เขามีเสียงสูงสุดปรอทซึ่งทำให้เขาเป็นที่จดจำ โดยเขาเริ่มฟอร์มวง My Chemical Romance ในช่วงปี 2001 และมี Mikey Way น้องชายของเขาเป็นมือเบสให้กับวงอีกด้วย ซึ่งวงประกาศยุบวงไปในปี 2013 เขามักจะใช้การแต่งเพลงเพื่อเยียวยาความรู้สึกของตัวเองเมื่อเจอเรื่องหนัก ๆ ในชีวิต อย่าง Depression และ Alcoholism เพลงที่เขาแต่งจึงมักจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัว อย่าง “Helena” เป็นเพลงที่กล่าวถึงยายของเขาที่ซื้อกีต้าร์ตัวแรกให้นั่นเอง ในช่วงวัยรุ่นก่อนที่จะมีวง เขาสนใจที่จะเล่นกีต้าร์ เขาฝึกฝนแล้วทุ่มเทเวลาไปกับมันแล้วพยายามฟอร์มวงขึ้นมา
แรงบันดาลใจการทำงานของคุณคืออะไร? เรามั่นใจว่าถ้าถามคำถามนี้ไปผู้ชายหลายคนต้องตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า “เดดไลน์” แม้มีเวลาให้เป็นเดือน แต่ถ้าวันกำหนดส่งมันยังไม่เด้งเตือน เราก็ไม่พร้อมกระตือรือร้นเร่งทำแต่อย่างใด ไม่ต้องตกใจไปเพราะใคร ๆ ก็เป็นกัน ตราบใดที่ยังทำงานที่มีคุณภาพและส่งทันกำหนดเวลา UNLOCKMEN ก็เชื่อว่านี่ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร ที่สำคัญการปั่นงานแข่งกับเดดไลน์ยังมีประโยชน์ซ่อนไว้แบบที่เราไม่ทันคิดอีกด้วย เวลามีค่าแค่ไหน? การปั่นงานแข่งกับเดดไลน์ทำให้เราเรียนรู้คุณค่าของเวลาได้อย่างมหาศาล ใครที่เคยคิดว่าเวลา 5 นาที 10 นาที ไม่มีความหมาย การปั่นงานแข่งกับเดดไลน์จะทำให้เรารู้ว่าเวลาแม้ 1 นาทีก็มีคุณค่ามากพอที่จะทำให้เราคิด ตริตรอง หรือลงมือทำอะไรได้อีกเยอะ เรียกว่าถ้ายังไม่ใกล้เวลาส่งงาน เราอาจพักสูบบุหรี่ได้คราวละ 15-20 นาที แต่ทันทีที่เดดไลน์จ่อตูดอยู่แล้วเราเชื่อว่าเวลา 1 นาทีของผู้ชายทุกคนจะพุ่งทะยานเพิ่มค่าเพิ่มความหมายไปได้ไกลกว่าที่เราเคยคิดไว้เยอะมาก หาหนทางลัดได้มากขึ้น งานหนึ่งงานเราทุกคนต่างมีวิธีจัดการให้มันเสร็จแตกต่างกันออกไป บางคนอาจใช้กระบวนการที่กินเวลามากหน่อย บางคนอาจใช้วิธีการที่ทุ่มพลังกว่าคนอื่น แต่การทำงานภายใต้เดดไลน์ ถือเป็นการทำงานภายใต้ความกดดันของเวลา จะยิ่งบีบให้เราคิดวิธีที่เร็วที่สุด ดีที่สุด ทรงประสิทธิภาพที่สุดออกมาใช้ เป็นการตัดทางเลือกการทำงานที่เยิ่นเย้อออกไปได้โดยอัตโนมัติ จนเราจะไม่เชื่อสายตาตัวเองเลยว่ามันมีวิธีลัดที่ดีขนาดนี้อยู่ด้วยเหรอเนี่ย? ศักยภาพที่จริงแท้ซ่อนอยู่ภายใน เมื่อเวลายิ่งกระชั้นชิดเข้ามาทุกที ศักยภาพที่มีในร่างกายเราจะยิ่งพุ่งสูงขึ้น จากเดิมที่เราเคยคิดว่าเราทำงานได้ทีละอย่าง ร่างกายและสมองเราอาจจะ UNLOCK ไปถึงขั้นที่สามารถทำอะไรได้หลายอย่างในคราวเดียว รวมถึงระบบการคำนวณเวลาในหัวที่กดดันตัวเองพร้อม ๆ กันไปด้วย ไหนจะการตรวจตราความเรียบร้อยที่จะปล่อยให้งานหลุดคุณภาพออกไปไม่ได้
จากกระแสภาพยนตร์ Black Panther ที่กำลังลงโรงฉายอยู่ในขณะนี้ หนึ่งในตัวร้ายที่ขโมยซีนราชาเสือดำอย่าง Erik Killmonger ซึ่งรับบทโดย Michael B. Jordan ได้รับความวิจารณ์และชื่นชมอย่างยอดเยี่ยม อีกทั้งความหล่อที่กระชากใจสาว ๆ หลายคนให้รู้สึกหลงในเสน่ห์ของตัวร้ายคนนี้มากกว่าพระเอกของเรื่อง Chadwick Boseman เสียอีก ทว่าหากใครติดตามงานของ Jordan ก็จะรู้ว่าเขามีพัฒนาการณ์อย่างก้าวกระโดดในด้านงานแสดง เริ่มจากเขาเป็นนักแสดงหนุ่มอายุเพียงแค่ 28 ปีเท่านั้น แม้จะเคยล้มเหลวกับบทบาท Human Torch ใน Fantastic Four แต่ก็มาแก้ตัวได้ในหนังทุนต่ำอย่าง Creed และยิ่งทวีความดังมากขึ้นไปอีกหลังจาก Black Panther เข้าฉาย จนตอนนี้ขึ้นแท่นซุปเปอร์สตาร์อีกคนของวงการหนังฮอลลีวู้ด โดยวันนี้เราจะขอนำเคล็ดลับความเท่ที่ใช้มัดใจสาวของ Michael B. Jordan นั่นคือสไตล์การแต่งตัวสุดเฉียบของเขามาฝากชาว UNLOCKMEN กัน Perfection Tailor Michael B. Jordan เป็นเด็กหนุ่มที่มีเซ้นต์ในเรื่องการเลือกชุด formal อย่างเหลือเชื่อ เพราะเมื่อถึงงานพรมแดง เขาจะเป็นคนหนึ่งที่เฉิดฉายในชุดสูท silm cut ที่เล่นกับสีสันได้อย่างมีชั้นเชิง
ศิลปินที่ชอบร้องเพลงในบรรยากาศที่ใช่ เป็นหนึ่งในหนทางปลดปล่อยตัวตนที่เราทุกคนรอคอย แต่ถ้าใกล้วันจัดคอนเสิร์ตหลังจากที่ซื้อตั๋ว Early bird หรือเข้าสมรภูมิแย่งตั๋วฟาดฟันกับคนอื่น ยื่นลางานพร้อมจองที่พักและนัดสาวไว้เสร็จสรรพ แต่กลับต้องไปเจอหน้าเพจคอนเสิร์ตเกิดประกาศว่า “ยกเลิก” เราเชื่อว่าจากมาตรวัดความสุขที่ล้นปรี่ ต้องตกฮวบย้ายไปที่อาการเฟลสุด ๆ ส่ออาการหัวร้อนแบบที่ต่อให้ออกมาคืนเงินก็ยังไม่หาย! แต่มองในฐานะคนซื้อตั๋วอย่างเดียวอาจจะไม่แฟร์ เพื่อให้เท่าเทียมเรามาดูเหตุผลของการโดนเทกันสักหน่อยว่าเบื้องหลังมันมาจากอะไรกันแน่ จาก 5 คอนเสิร์ตสุดเฟลพร้อมเบื้องหลังของเหตุผลเหล่านี้ 1. เสม็ด อินเลิฟ คอนเสิร์ต / Samed in Love เฟลยาวแบบไม่มีวันหวนกลับ สำหรับคนเคยอินเลิฟเสียงเพลงริมเกาะเสม็ดมันส์ กระโดดบนพื้นทรายนิ่ม ๆ ริมหาดต้นตำรับ “เกาะเด็ดเสร็จทุกราย” และติดตามมาข้ามน้ำข้ามทะเลไปครั้งแรกจนถึงครั้งที่ 7 แต่พอครั้งที่ 8 ก็เจอตอ ทำให้ต้องปิดฉาก งดจัดไปถาวรท่ามกลางความเฟล สุดท้ายครั้งนี้ลงเอยด้วยการก็คืนตั๋วราคาเต็ม 100 % ใครที่ตกขบวนไปไม่ทัน หรือตกข่าวว่าเพราะอะไร เขามีจดหมายอธิบายไว้ให้ด้วย เหตุผลหยุดจัด: อันนี้ถือว่าน่าสงสารคนจัดเหมือนกันแต่เป็นเรื่องที่สมควรทำ เพราะมีเหตุผลจำยอมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จากตอนแรกที่หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า – หมู่เกาะเสม็ดออกมาห้ามจัดเพราะอยู่ในช่วงงดรื่นเริงดอกแรกเพื่อถวายอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไป ๆ มา ๆ โดนดอกที่สองเข้าไปเพิ่มเรื่องการจัดการ
การเป็นหัวหน้าหรือคนคุมโปรเจ็คต์อะไรก็ตามไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องทำงานกับคนหลากหลายในการผลิตงานคุณภาพออกมาให้ได้ตามไทม์ไลน์ที่วางไว้ แถมระหว่างทางก็มีปัญหาเฉพาะหน้าให้แก้ไขตลอด ใครที่อยู่ในตำแหน่งนี้ย่อมรู้ดีว่ามันท้าทายสุด ๆ โดยเฉพาะการบริหารคน ทรัพยากรล้ำค่าที่สุดในวงจรการทำงาน เมื่อมนุษย์เป็นตัวแปรสำคัญแล้ว การจะได้งานที่ยอดเยี่ยมก็ต้องดึงศักยภาพของคนในทีมออกมาให้ได้เต็มที่ ไม่ใช่แค่ put the man on the right job เท่านั้น แต่ยังต้อง unlock thier potential ออกมาให้ได้ นี่คือโจทย์ที่ยากสำหรับใครหลายคน และก็มีหลายคนเช่นกันที่สามารถทำได้ด้วยวิธีการที่แตกต่างกันออกไป หนึ่งในนั้นคือคนที่ UNLOCKMEN อยากเล่าเรื่องราวและเทคนิคของเขาในการเค้นความสามารถของคนอื่นออกมา ชายคนนี้คือสุดยอดโปรดิวเซอร์ระดับโลกที่ชื่อว่า Rick Rubin หนึ่งในบุคคลที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในวงการดนตรี Frederick Jay “Rick” Rubin คือโปรดิวเซอร์รุ่นใหญ่ชาวอเมริกัน อดีตประธานร่วมของ Columbia Records และผู้ร่วมก่อตั้ง Def Jam Records รวมถึง American Recordings ต้องบอกว่ายากมากที่จะหาโปรดิวเซอร์ที่มีเรซูเม่ใกล้เคียงกับเขา Rubin มีส่วนสำคัญมากในการผลักดันให้ดนตรีแนว hip hop ก้าวเข้าสู่ยุคทองในช่วงปลายยุค ’80 เคยช่วยปลุกปั้นศิลปิน hip
หากวันไหนเหนื่อย ๆ อยากรีเฟรชตัวเองให้สดชื่น คงจะดีไม่น้อยถ้าได้กาแฟดี ๆ สักแก้วในตอนบ่ายหรือหลังเลิกงาน และจะดียิ่งขึ้นไปอีกถ้าหากเป็นกาแฟฝีมือบาริสต้าสาวสวยที่มีความคูลไม่แพ้กับกาแฟเย็น ๆ แก้วที่เธอตั้งใจชงให้ โดยเฉพาะบาริสต้าสาวสุดคูลอย่าง “โอ๋-จุฑามาศ ภูประภัสสร” กับร้านที่คูลไม่แพ้กันอย่าง “VACATION” ที่แค่เดินเข้าไปก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศแห่งความรักในกาแฟผสมผสานเข้ากันกับ Passion ที่มีในตัว UNLOCKMEN จะไม่ปล่อยให้บ่ายนี้ของผู้ชายทุกคนผ่านไปอย่างง่วงเหงาหาวนอน เราขอพาไปทำความรู้จักกับบาริสต้าสุดคูลและความหลงใหลในกาแฟของเธอคนนี้กัน UNLOCKMEN : เป็น Barista มานานเท่าไหร่ มาเป็น Barista ที่ Vacation นานหรือยัง? โอ๋ : ไม่นานค่ะ เราใหม่มากเลย เริ่มที่นี่ที่แรกเพราะมันเป็นร้านที่เราทำเอง ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้ทำงานสายกาแฟ ที่มาทำเพราะ Passion ล้วน ๆ เลย ก่อนหน้านี้เราทำงานโฆษณา งานดีไซน์มาก่อน UNLOCKMEN : จุดเริ่มต้น Barista เป็นสิ่งที่อยู่ในใจตั้งแต่แรกหรือเปล่า อะไรทำให้เลือกมาเป็น Barista? โอ๋ : เริ่มทำจาก Passion ที่สนใจกาแฟ เรียนรู้และฝึกที่บ้าน พอบ้ากาแฟก็เลยมีของเยอะ
“ความรักทำให้โลกหมุนหรอ? ไม่ใช่เลย วิสกี้ต่างหากที่ทำให้โลกหมุนเร็วขึ้นเป็นสองเท่า” นี่คือคำกล่าวของ Compton MacKenzie นักเขียนชาวสก็อตแลนด์ที่ UNLOCKMEN มั่นใจว่าผู้ชายหลายคนอาจจะยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งว่าโลกทั้งใบของเราจะขับเคลื่อนได้ด้วยวิสกี้จริงหรือ ? แต่ถ้าคุณเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่หลงใหลในการดื่มอย่างมีระดับแล้วล่ะก็โลกแห่งวิสกี้ที่คุณควรไม่ควรพลาดและควรรีบกระโจนลงไปดื่มด่ำกับมันให้ลึกซึ้งก็คือโลกของ “Single Malt Scotch Whisky” นั่นเอง มันไม่เพียงแต่จะทำให้โลกผู้ชายอย่างคุณหมุนไปข้างหน้าเท่านั้น แต่ Single Malt Scotch Whisky จะหมุนโลกทั้งใบแห่งการดื่มของผู้ชายเข้าสู่ศิลปะแห่งการดื่มวิสกี้สุดคลาสสิกจนไม่อาจลืมได้ลง การทำความรู้จักกับ Single Malt Scotch Whisky อย่างรอบด้านในวันนี้จึงเป็นก้าวแรกในการเข้าสู่โลกแห่งซิงเกิลมอลต์ที่จะยกระดับการดื่มได้แบบที่ผู้ชายทุกคนจะต้องตกหลุมรัก WHAT IS SINGLE MALT ? ก่อนที่จะก้าวเข้าไปสู่โลกของ Single Malt Scotch Whisky ผู้ชายอย่างเราไม่ควรพลาดที่จะทำความรู้จักกับโลกของวิสกี้กันก่อน โดยวิสกี้ที่เราอาจดื่มบ่อย ๆ แต่ไม่ทันได้ทำความรู้จักนั้นคือเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ที่กลั่นมาจากธัญพืชหมัก จากนั้นนำมาเก็บรักษาไว้ในถังไม้ Single Malt Scotch Whisky ก็นับเป็นวิสกี้ชนิดหนึ่งเช่นกัน แต่ความโดดเด่นและพิเศษมากคือ Single Malt Scotch Whisky ทำมาจากข้าวบาร์เลย์มอลต์เพียงชนิดเดียวและยังมาจากโรงกลั่นโรงเดียวเท่านั้นอีกด้วย
การได้ขึ้นเป็นบอสคน นอกจากการทำตามตำแหน่งหน้าที่ที่เรามีแล้ว การดูแลทรัพยากรบุคคลก็เป็นสิ่งสำคัญ ถึงจะเรียกได้ว่าเป็นผู้ชายที่น่าเคารพด้วยตำแหน่งและน่านับถือด้วยวิถีลูกผู้ชายที่แท้จริง หลายครั้งที่บอสยุคเรามักบ่นกันว่าคนในทีมไม่มีความอดทนเอะอะ ๆ ก็ลาออก ถ้าเราแค่ปล่อยเขาออกไปแล้วหาคนมาใหม่ก็จบกัน แต่ถ้าเราพิจารณาดูว่าสาเหตุที่คนไม่ทนเป็นเพราะอะไร แล้วจะได้นำมาปรับปรุงต่อไปในอนาคตก็เป็นเรื่องดี ๆ ที่บอสอย่างเราไม่ควรมองข้ามเลยทีเดียว การทำงานซ้ำซาก การทำงานซ้ำ ๆ เดิม ๆ ไปเป็นเวลานานอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่สร้างความเบื่อหน่าย และผู้ทำงานรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้พัฒนาตัวเองเลย จึงเป็นเหตุให้พวกเขาทยอยลาออกกันไปทีละคนสองคน ถ้าเราเป็นบอสที่ไม่ได้อยากปรับอะไรก็อาจจะคิดว่า อ้าว ก็จ้างมาทำงานเดิม ๆ ทำงานเดิม ๆ ก็ต้องทนสิ ถ้าไม่อยากทำก็ลาออกไป เดี๋ยวหาคนใหม่ แบบนี้เราอาจจะต้องหาคนใหม่มาทดแทนไม่จบไม่สิ้น แต่ถ้าอยากตัดไฟตั้งแต่ต้นลมก็จงสร้างความท้าทายให้กับคนในทีมอยู่เสมอ เพราะแม้จะเป็นงานเดิม ๆ แต่ถ้าเพิ่มความท้าทายเข้าไปเรื่อย ๆ ลูกน้องเราก็จะรู้สึกว่าเราให้ความไว้วางใจเขา และเปิดโอกาสให้เขาได้พัฒนาตัวเอง ดังนั้นต่อให้เป็นงานแบบเดิม แต่มีอะไรให้เขาพัฒนาศักยภาพ ไม่จำเจ เขาก็อยากอยู่กับเราไปนาน ๆ แน่นอน ให้ความสำคัญกับเวลาเข้างานมากกว่าเรื่องงาน รู้ว่าความตรงต่อเวลาเป็นเรื่องสำคัญ แต่การทำงานกับคน GEN Y ที่ให้ความสำคัญกับการยืดหยุ่นเรื่องเวลามาก ๆ เราก็จำเป็นต้องปรับตัวตามไปด้วยเพื่อซื้อใจเขาให้อยู่กับเรานานขึ้น แต่ก็ไม่ใช่อยู่ ๆ จะยืดหยุ่นมั่วซั่วตามใจลูกน้อง โดยเราอาจมีกฎว่า
นับว่าเป็นข่าวร้ายสำหรับนักดื่มสายแข็งเพราะตอนนี้โลกกำลังประสบปัญหา เตกีล่า ขาดตลาดอย่างรุนแรงและเชื่อว่าจะส่งผลต่อราคาของเหล้าสีใสดีกรีแรงบาดคอชนิดนี้ในอนาคตอันใกล้อีกด้วย ข่าวนี้น่าจะทำเอาเหล่าคอทองแดงต้องออกอาการเซ็งไปตาม ๆ กัน เพราะมีข่าวจาก Reuter ได้ระบุว่าพืชอากาเว่สีน้ำเงิน (blue agave) ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต เตกีล่า ไม่สามารถปลูกและเก็บเกี่ยวได้ตามเป้าหมาย ซึ่งในปีนี้สามารถเก็บเกี่ยวได้เพียง 18 ล้านกิโลเท่านั้น จากปกติ 42 ล้านกิโล ทำให้ราคาของอากาเว่พุ่งสูงขึ้นจาก 3.8 เปโซต่อกิโลกรัม เป็น 22 เปโซ พืชอากาเว่สีน้ำเงินถือเป็นพืชมหัศจรรย์ที่ขึ้นใน เตกีล่า รัฐฮาลิสโก ประเทศ เม็กซิโก และเป็นศูนย์กลางส่งไปยังบริษัทผลิตน้ำเมาถึง 140 แห่งทั่วโลกด้วยกัน ทำให้เกิดความกังวลว่าในปีนี้เหล้าเตกีล่าจะมีราคาสูงแถมหายากมาก ๆ อีกด้วย จนมีข่าวว่าถึงกับเกิดคดีขโมยต้นอากาเว่ในเม็กซิโกกันแล้ว ด้วยเหตุนี้ เรื่องจึงร้อนถึง Tequila Regulatory Council ที่ต้องมานั่งหารือกันอย่างจริงจังเพื่อหาทางออกในการแก้ไขปัญหานี้ แต่ก็ไม่ง่ายเพราะพืชอากาเว่ ต้องใช้เวลาปลูกอย่างน้อย 7-8 ปี กว่าจะสามารถนำมาแปรรูปเป็นเครื่องดื่ม เตกีล่าได้ และก็ไม่ใช่ว่าทุกภูมิอากาศจะสามารถปลูกได้ดีเหมือนกับในเม็กซิโก ดังนั้นทางออกสำหรับเรื่องนี้ยังคงปริศนา และถ้าหากยังคงเป็นอย่างนี้ต่อไป รับรองว่าคงจะมีแต่มหาเศรษฐีเงินถุงเงินถังเท่านั้นที่จะได้ดื่มมัน แต่ทั้งนี้นอกจากเหตุผลที่ว่าผลผลิตอากาเว่ไม่ดี แต่ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เตกีล่าขาดตลาดนั่นก็เพราะพฤติกรรมการดื่มอย่างบ้าคลั่งโดยเฉพาะชาวอเมริกาและญี่ปุ่น


