“ทำงานแบงก์เหรอ น่าเบื่อจะตาย วัน ๆ อยู่แต่กับตัวเลข” นี่คือความคิดแวบแรกของใครหลายคนเวลานึกถึงการทำงานธนาคาร งานที่ต้องอยู่กับตัวเลขทั้งวัน ดูเหมือนไม่ค่อยมีสีสัน และไม่ใช่งานในฝันของคนรุ่นใหม่หากมองจากภายนอก บางคนที่ชอบเรื่องตัวเลข ชอบเรื่องเศรษฐศาสตร์ หรือเรียนจบมาทางด้านการเงินและการธนาคารโดยตรง กลับไม่คิดที่จะสมัครมาทำงานแบงก์ เพราะเชื่อว่างานอื่นน่าจะท้าทายกว่า สนุกกว่า และมีความเชื่อที่ว่าสิ่งแวดล้อมของออฟฟิศสถาบันทางการเงินนั้นมันช่างไม่ทันสมัยเอาเสียเลย แถมไม่รู้จะมีเพื่อนวัยเดียวกันไว้คบหากันนอกเหนือจากเรื่องงานบ้างหรือเปล่า ไม่ใช่ไม่เชื่อถือในชื่อเสียงของธนาคารนะ แต่ขอเป็นลูกค้าดีกว่า ความคิดที่อยากจะเป็นพนักงานแบงก์นั้นดูเหมือนจะน้อยลงทุกที แคมเปญเจ๋ง ๆ ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ในฐานะลูกค้าที่มองภาพลักษณ์ของธนาคารในระยะหลังจะเห็นได้ว่า มีแคมเปญเจ๋ง ๆ โดนใจออกมาให้ฮือฮากันมากมาย โดยเฉพาะแคมเปญของธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB ที่เรารู้จักกันดี เช่น “แม่มณี Money Solution” นางกวัก QR Code ยุคดิจิทัล ที่ลูกค้าสามารถชำระสินค้าของร้านค้าต่าง ๆ ผ่านทาง QR Code ด้วยแอปฯ SCB EASY ภายใต้คอนเซ็ปต์ที่นำความเชื่อของคนไทยมาผสมผสานกับเทคโนโลยี ที่ตอบโจทย์ชีวิตผู้ชายยุค slide to unlock อย่างเรา ซึ่งการจะมีแคมเปญผลงานดี
แค่ Appearance โคตรเท่ยังไม่พอ ล่าสุดสองหนุ่มคู่ซี้รุ่นเก๋าอย่าง George Clooney และ Rande Gerber ได้กระทำความเท่ออกมาให้หนุ่ม ๆ หลายคนได้ร้องว่า เฮ้ย! มึงจะเท่เกินไปแล้ว โดยเครื่องดื่มตัวใหม่ที่สองหนุ่มรุ่นเก๋าได้เข็นออกมาสู่ตลาดให้นักดื่มได้ลิ้มรสกันชื่อว่า “Casamigos Mezcal” วันนี้ UNLOCKMEN จะพาไปดูกันว่าเครื่องดื่มคูล ๆ ตัวนี้มีที่มาที่ไปยังไง ดื่มแล้วจะเท่ตามคนทำมั้ย ไปดูพร้อมกัน เล่าก่อนว่านอกจากความเก๋าในวงการจอเงินแล้ว พวกเขายังโชกโชนในวงการธุรกิจอีกด้วย ตอนแรกเขาทั้งสองคนเป็น Co-Founder ของบริษัทเตกีล่า ก่อนจะขายบริษัทของตัวเอง “Casamigos” ให้กับ Diageo เมื่อปีที่แล้วในราคาสูงลิ่ว $700 ล้าน และทำให้ Casamigos ได้ออก Mezcal ตัวแรกของบริษัท อดใจรอกันหน่อยเพราะจะได้วางขายในเดือนเมษายนนี้แล้ว แต่เฉพาะในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย อังกฤษ และแคนาดาเท่านั้นในราคา $60 สำหรับขนาด 750ml. แล้ว Mezcal มันเจ๋งยังไง? อยากจะดื่มให้เท่แบบ Clooney ว่าแต่ Mezcal คืออะไร? คำตอบคือ
ขอยกให้เป็น Blockbuster ของต้นปี 2018 เลยสำหรับ Black Panther เรื่องราวซุปเปอร์ฮีโร่คนใหม่อย่าง T’Challa เจ้าชายแห่งอาณาจักร Wakanda กับการก้าวขึ้นมาเป็นราชาคนใหม่แทนพ่อที่ถูกลอบสังหาร ขณะเดียวกันเขาก็ต้องป้องกันการรุกรานจากศัตรูภายนอกรวมถึงความขัดแย้งในบ้านเกิดไปพร้อม ๆ กัน ไม่ใช่แค่พล็อตเรื่อง และ Visual Effect ที่น่าสนใจ Black Panther ยังแอบแฝงไปด้วยแนวคิด “AFROFUTURISM” ที่น่าสนใจอย่างยิ่งและถือเป็นแรงขับเคลื่อนครั้งใหญ่ของวงการภาพยนตร์เลยทีเดียว AFROFUTURISM คืออะไร AFROFUTURISM คือแนวคิดเกี่ยวกับปรัชญาวิทยาศาสตร์ – ประวัติศาสตร์ เกิดขึ้นครั้งแรกในยุค 50’S โดยศิลปินแจ๊ส เชื้อสายแอฟริกัน-อเมริกันนามว่า Sun Ra ที่หยิบเอาวัฒนธรรมแอฟริกาโบราณ มาผสมผสามกับศิลปะและเทคโนโลยีร่วมสมัย เป็นการแสดงออกถึง ความแตกต่างของโลกในอุดมคติ แต่ AFROFUTURISM ถูกบัญญัติขึ้นครั้งแรก ในปี 1993 ในบทความ “ Black to Future “ โดย Mark Dery
คงไม่ต้องเกริ่นอะไรสำหรับ Netflix อีกแล้ว เพราะปัจจุบันได้กลายเป็นสตรีมมิ่งที่มาแรงบนโลกออนไลน์สุด ๆ เนื่องจากขยันสร้างซีรีส์คุณภาพสูงรวมถึงจัดหาภาพยนตร์คุณภาพดีมาให้รับชมอย่างไม่ขาดสาย ที่สำคัญค่าสมาชิกรายเดือนถูกเสียกว่าสมัยสมัครร้านเช่าดีวีดีเสียด้วยซ้ำ สำหรับคนที่กำลังลังเลว่าจะสมัครดีไหม เราขอบอกเลยว่าไม่ต้องลังเลใด ๆ เพราะ ณ ตอนนี้ Netflix มีซีรีส์ของตัวเองไม่ต่ำกว่า 150 โชว์ โดยเกินกว่าครึ่งเป็นซีรีส์คุณภาพการันตีทางเสียงวิจารณ์และรางวัล ดังนั้นเพื่อประกอบการตัดสินใจวันนี้ UNLOCKMEN จะเลือกซีรีส์สามัญประจำผู้ชายที่เราเชื่อว่าหากคุณเปิดดูเมื่อไหร่ ก็เตรียมไม่ต้องออกจากบ้านไปไหนเลย เพราะรับรองว่าติดหนึบอย่างแน่นอนจากค่าย Netflix Stranger Things ต้องบอกก่อนเลยว่าเรื่องนี้แทบจะเป็นซีรีส์สร้างชื่อให้กับ Netflix เมื่อสองปีก่อน ด้วยกระแสที่โหยหาอดีตอย่างบ้าคลั่งของคนในปัจจุบัน ทำให้ Netlflix ตัดสินใจสร้างซีรีส์ไซไฟสไตล์ย้อนยุคที่เล่าเรื่องถึงเหตุการณ์ประหลาดในรัฐอินเดียน่าช่วงยุค 80s จนนำไปสู่การหายตัวไปของเด็กคนหนึ่งทำให้กลุ่มเพื่อน ครอบครัวรวมถึงตำรวจท้องถิ่นต้องช่วยออกตามหาและสานไปถึงเรื่องราวลึกลับเหนือธรรมชาติ ที่มีรัฐบาลเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง https://www.youtube.com/watch?v=XWxyRG_tckY ทำไมต้องดู = หากคุณชอบหนังสไตล์ยุค 80s ที่เป็นการยำหลาย ๆ งานไม่ว่าจะเป็น Super 8 , E.T. และ X-file รับรองว่าไม่ควรพลาด แม้จะดูเหมือนมั่วเกินไปที่รวมหลาย ๆ อย่างเข้าไว้ด้วยกัน แต่ผลลัพธ์กลับแตกต่าง
โลกออนไลน์ตอนนี้แทบไม่ต่างจากสนามรบ แต่เป็นสนามรบทางความคิด ไม่ว่าจะมีประเด็นอะไรออกมา ก็มักจะมีคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์ฟาดฟันกันอย่างดุเดือดอยู่เสมอ ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องดี เพราะการรู้จักวิพากษ์เรื่องราวใกล้ตัว แสดงถึงความมี Critical Thinking แต่ใช่ว่าทุกคนจะมี Critical Thinking เหมือนกันเสมอไป บ้างครั้งเราก็จะเห็นการถกเถียงแบบตลก ๆ พูดเหมือนจะมีเหตุผลแต่อ่านดี ๆ กลับรู้สึกแปลก ๆ กับการให้เหตุผลซะอย่างงั้น เหมือนมันมีช่องว่างอะไรบางอย่างอยู่ หากไม่อยากเป็นคนเด๋อเผลอพูดอะไรกลวง ๆ ออกไป UNLOCKMEN มาเทรน 5 ตรรกะวิบัติใกล้ตัวที่มักเจอบ่อย ๆ มาอธิบายกันแบบศัพท์ง่าย ๆ ไม่กำกวม อ่านให้รู้แล้วหลีกเลี่ยง จะได้ไม่ต้องหน้าแตกเวลาโดนสวนกลับ แต่ก่อนอื่นหลายคนอาจสับสนว่าเจ้า “ตรรกะวิบัติ” ที่เรานำมาเสนอนี้คืออะไรกันแน่? ตรรกะวิบัติหากแปลง่าย ๆ ก็คือการใช้เหตุผลแบบผิด ๆ เหมือนว่าตัวเองมีเหตุผลแต่จริง ๆ แล้วไม่เป็นเหตุเป็นผลเอาซะเลย โดยตรรกะวิบัติมีหลายประเภทมาก แต่เราจะมาบอกกันว่า 5 วิธีการเถียง การให้เหตุผลแบบผิด ๆ ที่คนมักใช่บ่อย 5 อันดับนั้นมีอะไรกันบ้าง? False Dilemma การแบ่งตัวเลือกเป็นสองฝ่ายแล้วบังคับให้เลือกอันใดอันหนึ่ง แล้วยังบอกอีกว่าถ้าเราไม่ใช่อันนี้เราก็ต้องเป็นอีกอัน
วันที่โลกดิจิทัลเข้ามามีบทบาท เราดีใจที่เราเลือกได้ เลือกรายการที่อยากดูย้อนหลัง เลือกจัดการเวลาที่ตัวเองมีน้อยให้มีคุณภาพ ซึ่งในปัจจุบันมีเว็บไซต์คุณภาพดีเกิดขึ้นมากมาย ที่เสพบทความมีสาระได้อย่างปลอดภัย ที่สำคัญคือไม่มีโฆษณารุกล้ำ Privacy ของเราเข้ามากวนใจหลอกหลอน แต่อีกหลายเว็บก็ยังคงเลือกใช้วิธีทำงานแบบเดิม ๆ ด้วยการปล่อยโฆษณาที่ไม่ไถ่ถามกันสักคำว่าฉันอยากดูหรือไม่! วันนี้เรามีวิธีหนีโฆษณาเถื่อนเหล่านั้นที่ทำง่าย ได้ผลดี แถมยังฟรีเพราะอยู่ใน Google Chrome นี่เอง Google Chrome Browser สายแข็งมีฟังก์ชั่นกันโฆษณากับเขาเหมือนกัน เราสามารถเลือกปิดเสียงพวกเพจบังคับฟัง ที่ auto-run คลิปที่เราไม่ต้องการได้ เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบเปิดหลาย ๆ tab หลายเพจพร้อมกัน คนที่ไม่รู้ว่าเสียงดังจากเพจไหนก็ดูได้จากด้านบนเลย เพจที่เป็นต้นเสียงจะโชว์สัญลักษณ์รูปลำโพงข้าง “X” หรือเครื่องหมายที่เราใช้ปิดหน้าจอ วิธีนี้อาจจะปิดคลิปไม่ได้ แต่ก็ยังช่วยปิดเสียงรบกวนจากคลิปที่เราไม่ต้องการได้ ให้กดคลิกขวาด้านบนแถบ Browser แล้วเลือก Mute site ทุกอย่างจะกลับเข้าสู่ภาวะสงบ เงียบกริบทันที ไม่มีเสียงอะไรมาให้กวนใจ ดังนั้นต่อให้เปิดเว็บไปอีกสิบ tabs ก็ไม่ต้องกังวลว่าเสียงจะลอดมากวนใจ เก็บคลิปโฆษณาเล่นเอง จบเรื่องเสียง ไปกันเรื่องการเล่นคลิปเองกันบ้าง อันนี้จะใช้ได้สำหรับตัวที่อัปเดตล่าสุด หรือเวอร์ชั่น 64
โอกาสในชีวิตของเราทุกคนมันสั้น เวลามา มันจะมาภายในไม่กี่วินาที และไม่ให้เราตั้งตัว ถ้าชวดเมื่อไรก็อาจจะไม่วนกลับมาอีก เลยมีคนคิดวิธีที่เรียกว่า Elevator Pitch หรือหลักการพูดให้โดนใจคนฟังในไม่กี่วิ เหตุผลที่เขาใช้คำนี้ เพราะไว้เปรียบเทียบกับเวลาที่เราไปเจอใครสักคนระหว่างขึ้นลิฟต์ แล้วต้องขายของเขาให้ได้ระหว่างลิฟต์เคลื่อน เฉลี่ยเวลารวม ๆ ก็ไม่เกิน 1 นาทีเท่านั้นเอง ลองดูตัวอย่างจากในคลิปดูแต่ละเคสไว้ว่าเราอยากเป็นแบบคนไหนกันแน่ เพื่อคว้าโอกาสแบบสบาย ๆ ไม่ว่าจะสัมภาษณ์งาน ปาร์ตี้ค็อกเทล หรือระหว่างขึ้นลิฟต์เกิดใครที่สนใจแล้วอยากสานต่อด้วยขึ้นมา เราแนะนำให้คุณใช้วิธีเปิดบทสนทนาปิดการขายที่ Paul McDonald ตำแหน่ง senior executive director ของ staffing firm Robert Half เคยให้ไว้กับ Business Insider ทั้ง 6 วิธีนี้ 1. รู้ให้จริงว่าเราอยากได้อะไร แล้วไปให้สุด “Take your resume and LinkedIn profile and go through it thoroughly,” said
ช่วงหลังมีศิลปินเจ๋ง ๆ บินมาเล่นคอนเสิร์ตในบ้านเราอย่างต่อเนื่อง ส่วนศิลปินไทยเองก็บรรเลงแบบไม่หยุดหย่อน มิวสิคเฟสติวัลดี ๆ ก็มีให้ไปเพียบ อารมณ์ที่ค้างอยู่จากคอนเสิร์ตที่ไปดูมายังไม่ทันหมด ก็ต้องออกไปโยกหัวกันอีกงานแล้ว แหม่ เล่นซะเงินในกระเป๋าเบาลงไปเยอะ แต่เพื่อแลกกับความมันส์กับวงที่ชอบก็ถือว่าคุ้ม แถมได้ประโยชน์แฝงที่เราไม่ได้โฟกัสถึงมันอย่างความฟิตของร่างกายอีกด้วย ทีมงาน UNLOCKMEN มีสถิติใหม่ที่แสดงให้เห็นว่ายิ่งเรามันส์เท่าไหร่ในการดูคอนเสิร์ตยิ่งทำให้เราฟิตขึ้นราวกับได้การ cardio จริง ๆ มาให้ดู โดยตัวเลขที่จะเล่าให้ฟังนี้คือค่าเฉลี่ยจำนวนก้าวขยับก้าวและอัตราการเต้นของหัวใจของคนที่กำลังเสพไลฟ์โชว์อย่างเมามันส์ในอังกฤษ ที่วัดโดยสายรัดข้อมือสุขภาพ Fitbit การวัดค่าดังกล่าวแบ่งกลุ่มคนออกเป็น 5 กลุ่มที่ดูคอนเสิร์ตต่างแนว ประกอบด้วย grime, electronic, pop, R&B และ indie และผลที่ได้ออกมาดูเหมือนว่าแนว grime ที่ถือกำเนิดในอังกฤษ ซึ่งมีองค์ประกอบของแนว UK garage, dancehall, hip hop และ drum ’n’ bass จะทำให้เราฟิตกว่า genre อื่น โดยจำนวนการขยับก้าวเฉลี่ยของคนที่ดูคอนเสิร์ตแนวนี้อยู่ที่ 7,635 ก้าว มากกว่าค่าเฉลี่ยจำนวนก้าวต่อวันของผู้ใหญ่ในสหราชอาณาจักรเกือบ 3 เท่า และพอ ๆ กับการวิ่งรอบสนามฟุตบอล 14 รอบ อ่าว
หากถามว่าวิถีการใช้ชีวิตที่ผู้ชายอย่างเรา ๆ ยึดถือคืออะไร ? ตอบได้เต็มปากเลยว่าคือการทุ่มเทใจเกินร้อยกับทุกสถานการณ์ ทั้งการทำงาน การใช้ชีวิตให้มันส์สนุก รวมถึงการดูแลคนในครอบครัว คนรัก และมิตรสหายให้สมกับการเป็นยอดชายสไตล์ TOP MAN แต่การที่จะทำตามใจต้องการ มันก็ต้องมีร่างกายที่ตอบสนองด้วย ถ้าใจพร้อม กายไม่พร้อม ก็คงจะใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการและทำเพื่อคนอื่นไม่ได้ บางทีใจเนี่ยไปแล้ว อยากลุยอยากทำแบบสุดตัว แต่พลังฟิตไม่ถึงเลยทำไม่ได้อย่างที่คิด อยากออกไปมันส์แบบสุดเหวี่ยงหลังเลิกงาน แต่ดันเหนื่อยหมดแรง สุดท้ายผิดนัดกลับมาหลับคาเตียง แบบนี้ปล่อยไว้ไม่ได้ โดยหลังจากที่เราได้พูดถึงการปรับพฤติกรรมให้กลายเป็นคนมีพลังใน TOP MAN MANUAL#1 และ เรื่องการรักษาความสัมพันธ์กับคนรักใน TOP MAN MANUAL#2 ไปแล้ว หนนี้เราต้องสำรวจและพัฒนาพลังฟิตให้ร่างกายกันหน่อย ด้วยการเพิ่ม VO2 MAX จะได้พร้อมสำหรับทุกอย่างในชีวิต จะทำงาน จะปาร์ตี้ หรือจะดูแลคนที่บ้านก็ทำได้อย่างเต็มพลัง เต็มประสิทธิภาพ ทำทุกอย่างได้เต็มที่มากกว่าแบบไม่มีเหนื่อย หนึ่งในวิธีเช็คว่าความฟิตของเราอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถทำได้ตามใจเรียกร้องหรือไม่ คือการวัดค่า VO2 MAX ซึ่งเป็นหน่วยวัดความฟิตของร่างกายที่ใช้เป็นมาตรฐานทั่วโลก วัดกันจริงจังในระดับนักกีฬา และเป็นตัวชี้วัดความฟิตของเราได้อย่างดีเยี่ยม ใครที่มีค่านี้เยอะ ๆ แปลว่าร่างกายฟิต ใช้พลังได้มากกว่า


