ถ้าหากคุณเป็นคนที่สวมใส่เครื่องประดับอย่าง แหวน โดยที่ยังไม่ได้แต่งงาน แต่คุณสวมใส่แหวนเพียงเพราะว่า มันเป็นหนึ่งในเครื่องแต่งกาย ที่ทำให้ดูมี Style และดูมีอะไรมากขึ้น แต่จริง ๆ แล้ว คุณรู้หรือไม่ว่า เครื่องประดับอย่างแหวนนั้น มันมีความหมายอะไรอีกหลายอย่างที่ซ่อนไว้ ซึ่งสามารถสังเกตได้จากนิ้วมือผู้สวมใส่อีกด้วย เพราะฉะนั้นแล้ว หากใครที่เป็นคนชอบใส่แหวนอยู่เป็นประจำแล้วล่ะก็ คุณควรจะแคร์ และรู้ที่มาที่ไปที่แท้จริงกันหน่อยดีกว่า วันนี้เราจึงได้นำเอาเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างผู้ชาย กับแหวนที่มีมาอย่างยาวนาน รวมไปถึงความหมายในการสวมแหวน รวมไปถึงแหวนในแบบต่าง ๆ ว่ามันคืออะไรกันแน่ มาให้กับชาว UNLOCKMEN ทุกคนได้อ่านกัน รับรองว่า มันเป็นจะเป็นอีกหนึ่งความรู้ใหม่ ที่ใครหลาย ๆ คนอาจจะไม่รู้มาก่อนอย่างแน่นอน Ring & Finger Symbolism ในความเป็นจริงแล้ว แหวน นั้นเป็นที่รู้กันมาอย่างยาวนานหลายพันปีว่า มันไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องประดับธรรมดา ๆ เท่านั้น แต่แหวนยังมีหน้าที่สื่อสาร หรือเล่าเรื่องราวอะไรบางอย่าง ให้กับคนรอบข้างที่ได้พบเห็นรับรู้ถึงความหมายอีกด้วย ดังนั้น การใส่แหวนแต่ละแบบ หรือแต่ละนิ้วของแต่ละคนนั้น จึงมีความหมายเฉพาะเจาะจงที่แตกต่างกันออกไป อย่างเช่นในอดีต ผู้ชายอย่างเรานั้น สวมใส่แหวนเพื่อเป็นการแสดงสถานะความมั่งคั่ง ความทะเยอทะยาน และความสัมพันธ์ ให้คนอื่น
จะสิ้นปีกันแล้ว การทำงานที่ผ่านมาอย่างยาวนาน สำหรับหลายคนก็อาจจะคิดว่า ‘เนี่ย ปีนี้เป็นปีที่ดีแล้ว ปีหน้าเราเอาแค่ประมาณนี้ก็ OK ละ’ จริง ๆ มันก็ไม่ผิดนะที่จะรักษาฟอร์มเก่าเอาไว้ เพราะแค่นั้นก็เจ๋งแล้ว แต่ที่เจ๋งกว่าชัวร์ก็คือการพยายามทำให้ดีขึ้นมากกว่าครั้งก่อนสิ จริง ๆ เราเองก็อยู่ฝั่งเดียวกับคนที่อยากรักษาฟอร์มด้วยล่ะ (ฮา) แต่จะขี้เกียจไปเรื่อย ๆ มันคงไม่ไปไหน ถ้าคุณรู้สึกว่ามันไกลตัวมาก ๆ เราขอหยิบยกเอาหนังสือการ์ตูนที่ใครหลายคนก็คุ้นเคย มาบอกเล่าให้ฟังกันงงว่า มีการ์ตูนจำนวนหนึ่งที่เป็นเรื่องที่ดังระดับโค-ตะ-ระ ถึงขั้นที่คนเขียนอาจจะนอนกลิ้งอยู่บ้านรับเงินปันผลไปวัน ๆ ก็พอแล้ว ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังพยายามก้าวขึ้นไปอีกขั้นจนได้งานที่มีความเจ๋งกว่าเดิมในมุมต่าง ๆ ที่เราเชื่อว่าหนุ่มสาวทุกคนที่อ่านการ์ตูนเหล่านี้จะมีแรงใจให้ทำให้ปีหน้าให้เจ๋งขึ้นไปอีกระดับ อาจารย์ Toriyama Akira จาก ‘ดร. สลัมป์’ ไปเขียน ‘ดราก้อนบอล’ เรื่องแรกที่เราจะพูดถึงก็คือ ดร.สลัมป์ หรือ หนูน้อยอาราเล่ ของอาจารย์ Toriyama Akira ซึ่งจริง ๆ ตัว ดร.สลัมป์ ที่เป็นการ์ตูนตลกเอามันส์นี่ก็ฮิตอยู่ไม่เบา แค่ทำยอดขายได้มากถึง 35 ล้านเล่มในญี่ปุ่น
เชื่อว่าหลายคนรู้อยู่แล้วว่า ประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นเจ้าพ่อแห่งการแต่งรถอันดับต้นๆ ของโลก และสำหรับคนที่ชื่นชอบการแต่งรถจะรู้ดีว่า คนญี่ปุ่นนั้นจริงจังกับเรื่องนี้อย่างเอาเป็นเอาตายเลยทีเดียว การแต่งรถได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของพวกเค้า เปรียบเสมือนวัฒนธรรมประจำชาติไปแล้ว ส่วนในบ้านเรานั้นแม้จะนิยมแต่งรถไม่แพ้กัน แต่มักเป็นการตกแต่งรถยนต์ กับรถจักรยานยนต์เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งถ้าหากเราลองมองไปดูที่ประเทศเจ้าพ่อแห่งการโมดิฟายรถอย่างญี่ปุ่นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นรถแบบไหนก็ตาม พวกเค้าก็สามารถแต่งได้แบบชุดใหญ่อลังการงานสร้างกันสุดๆ โดยเฉพาะการแต่งรถบรรทุกที่ต้องใช้ทั้งเวลา และเงินจำนวนมหาศาล วันนี้เราจึงนำเอาเรื่องราวของวัฒนธรรมสุดแสนจะบ้าคลั่งที่มีชื่อว่า “Dekotora” มาให้ชาว UNLOCKMEN ได้ชมกัน What is “Dekotora” Dekotora (デコトラ) เป็นชื่อย่อมาจาก (Decoration Truck) ที่คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ใช้เรียกกันอย่างติดปาก แต่รถบรรทุกที่จะเรียกว่า “Dekotora” ได้นั้น มันจะต้องเป็นรถที่ถูกแต่งอย่างเอาเป็นเอาตาย ไม่ว่าจะเป็นการติดไฟนีออน หรือแบล็คไลต์หลากสีสัน, คริสตัล, งานแสตนเลสเงาวับ และการชุบทองที่ดูหรูหราในทุกๆ ชิ้นส่วนที่สามารถทำได้ ไม่เฉพาะการตกแต่งภายนอก ภายในก็เช่นกันพวกเขาจะตกแต่งทุกชิ้นส่วน ไม่ว่าจะเป็นกำมะหยี่, ขนเฟอร์, หนังแท้ และในบางคัน อาจจะอยากเพิ่มความหรูหราให้ดูมีระดับมากยิ่งขึ้น จึงทำการหุ้มภายในด้วยหนังลาย Louis Vuitton ก็มี ทั้งหมดจะเป็นการตกแต่งตามความชอบ และไอเดียของเจ้าของรถ สำหรับ “Dekotora” นี้ ได้ทำสืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น
ซิลิคอนวัลเลย์ แทบจะกลายเป็นสถานที่ ๆ มนุษย์เงินเดือนทุกคนใฝ่ฝันอยากจะไปทำงาน เนื่องจากมันเต็มไปด้วยบริษัทชั้นนำของคนยุคใหม่ อาทิ Facebook , Google , Microsoft , Apple และอีกมากมาย ซึ่งที่เหล่านี้ก็ยังเป็นแหล่งรวมตัวของ CEO หัวกระทิที่ผลิตนวัตกรรมเจ๋ง ๆ มาอำนวยความสะดวกให้เราอยู่ในทุกวันนี้ สำหรับ Sneakers of the week สัปดาห์จะพาไปส่องรองเท้าของระดับเจ้าของบริษัทไอทีว่าพวกเขาสวมใส่สนีกเกอร์อะไรขณะเดินทำงานอยู่ในซิลิคอนวัลเลย์ Mark Zuckerberg (Co-Founder Facebook) สำหรับเจ้าพ่อ Facebook และเศรษฐีที่อายุน้อยที่สุดในโลก อย่างที่ทราบว่าเขามีสไตล์สุดแสนจะเรียบง่าย และสมถะ โดย Mark แต่งตัวแบบเดิมทุกวันคือเสื้อยืดสีเทา กางเกงยีนส์ และรองเท้าผ้าใบเนื่องจากเขาไม่อยากมานั่งเสียเวลาคิดว่าต้องใส่เสื้อผ้าอะไรให้เสียเวลาทำงาน โดยรองเท้าที่ Mark สวมใส่ก็คือ Nike LunarEpic Low 2 อาจเพราะเขาหลงใหลในความนิ่มของชุดพื้น Zoom แล้วก็หน้าผ้าแบบ Flyknit ที่กระชับเท้าได้เป็นอย่างดี คงจะเหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่ค่อนข้างอยู่ไม่สุขของเขา จึงทำให้ไม่น่าเชื่อว่ารองเท้าของเศรษฐีระดับพันล้านจะใส่รองเท้าเพียงคู่ละไม่กี่พัน Sundar Pichai (CEO
“ชาติไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลก” เวลาที่เราได้เห็นคนไทย สินค้าไทย แบรนด์ไทยมีชื่อเสียงดังในระดับโลก และเป็นที่รู้จักของชาวต่างชาตินั้น เป็นอีกหนึ่งความประทับใจและความภูมิใจของเราคนไทยในการยอมรับ เชิดชูเอกลักษณ์ความเป็นไทยให้ดังก้องโลก และไม่นานมานี้เองทีมงาน UNLOCKMEN ได้มีโอกาสร่วมสัมผัสประสบการณ์ในงานระดับโลกอย่าง MICHELIN Guide Bangkok 2018 Award Ceremony and Gala Dinner ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ในวันที่ 6 ธันวาคม 2560 ณ โรงแรมสยามเคมปินสกี้ ที่ผ่านมา ต้องบอกว่างานนี้เป็นอีกงานแห่งความภูมิใจที่ประเทศเราจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวมาสัมผัสประสบการณ์รสชาติอาหารที่มีเอกลักษณ์ความเป็นไทยเพิ่มขึ้น หนึ่งในความภูมิใจที่เราไม่กล่าวถึงไม่ได้ คือ 2 ค็อกเทล ที่ชนะเลิศได้เป็นตัวแทนนำเสนอรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของไทยในงานระดับโลก ที่ MICHELIN Guide Bangkok 2018 Award Ceremony and Gala Dinner ในครั้งนี้ ซึ่งต้องบอกว่า กว่าที่จะได้รับการคัดเลือกเข้ารอบมาเป็นตัวแทนนำเสนอสุดยอดค๊อกเทลนี้ ต้องผ่านการทดสอบมากมาย ทั้งกรรมการผู้เชี่ยวชาญและผลโหวดที่คัดเลือกจากคนไทยทั่วประเทศในแคมเปญ Mekhong Thai Spirit Cocktails 2017 Mekhong
ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligent) เข้ามามีบทบาทในชีวิตเรามากขึ้นทุกวัน ทุกคนที่ใช้สมาร์ทโฟน คงเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดที่ทำให้รเราได้คุ้นเคยกับระบบอันแสนฉลาด ที่สามารถคาดเดาพฤติกรรมของเราได้ หรือการเกิดขึ้นของรถยนต์ AI ที่ทำให้การใช้งานต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันง่ายขึ้น ดูเหมือน AI จะเกิดขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ชายอย่างเรา ๆ ในอนาคตอันใกล้นี้มากกว่าผู้หญิงซะอีก ผู้ชายจะต้องพึ่งพาผู้หญิงน้อยลง ผู้ชายจะมีความสบาย และความปลอดภัยมากขึ้น เรียกว่าเป็นการเปลี่ยนธรรมชาติที่ทำให้เราไม่จำเป็นต้องใช้ความพยายามอะไรอีกเลย ส่วนจะมีด้านไหนบ้าง ลองมาดูกัน ไม่ต้องเสี่ยงชีวิตเสียเลือดเนื้อ เมื่อหุ่นยนต์จะเข้ามาแทนที่ทหารหาญ มีการคาดการณ์กันว่า ภายในปี 2030 หุ่นยนตร์จะเข้ามาทำหน้าที่ออกรบ รับความเสี่ยงแทนมนุษย์ในกองทัพสหรัฐฯ เกือบทั้งหมด แม้โครงการจะยังคงล้มลุกคลุกคลาน แต่สหรัฐฯ ก็มีความพยายามในการพัฒนาโครงการนี้หลายต่อหลายครั้ง และคงเป็นการยากที่สหรัฐฯ จะละทิ้งความตั้งใจนี้ท่ามกลางการแข่งขันด้านแสนยานุภาพอันดุเดือดที่มีจีนและรัสเซียเป็นคู่แข่งสำคัญ บริษัทเอกชนด้านวิศวกรรมหุ่นยนต์อย่าง Boston Dynamics ก็ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพสหรัฐฯ เป็นอย่างดีในการพัฒนาหุ่นยนต์เพื่อใช้ในสนามรบและปฎิบัติการต่างๆ หลายคนคงนึกไปถึงหนังไซไฟสงครามหุ่นยนต์กับมนุษย์อย่างแน่นอน นี่ยังคงเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันอย่างมากในเชิงศีลธรรม เพราะหากมีการใช้หุ่นยนตร์ในทางทหารอย่างเต็มรูปแบบจริง มันก็จะเข้าไปมีบทบาทในการตัดสินความเป็นความตายของชีวิตคน (ในกรณีที่อีกฝ่ายเป็นมนุษย์) ผ่านกระบวนการการคำนวณจากโปรแกรม ซึ่งมันก็จะไม่มีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเหมือนที่มนุษย์คนหนึ่งมี ไม่ต้องเหงาอีกต่อไป เมื่อมี AI
อยู่คนเดียวเพลิน ๆ สไตล์หนุ่มโสดก็ดูเมามันได้เต็มที่ แต่บางทีข้างกายมันก็เหงาเกินไปจนต้องตะโกนบอกฟ้าบอกลมดัง ๆ ว่า “โปรดส่งใครมารักฉันที อยู่อย่างนี้มันเหงาเกินไป” แต่ตะโกนเท่าไหร่ก็เหมือนฟ้าจะไม่ได้ยิน ถ้าอย่างนั้นก็ต้องลงมือด้วยตัวเอง และนี่คือ 5 หนทางที่ UNLOCKMEN ขอแนะนำให้หนุ่มโสดทุกคน อย่าจมอยู่กับที่ บางทีสถานที่เดิม ๆ ก็ทำให้เราเจอแต่กับคนเดิม ๆ ถ้าไม่อยากเจอแต่อะไรเดิม ๆ ก็ต้องพาตัวเองไปในที่ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยไปบ้าง เพื่อที่จะได้เจอคนใหม่ โอกาสที่จะพบรักแท้ครั้งใหม่อย่างที่คุณคาดไม่ถึง กิจกรรมใหม่ ๆ ก็ต้องมา กิจกรรมใหม่ ๆ ต้องมาไม่ได้หมายความว่าทำกิจกรรมอะไรก็ได้ แต่สาวที่เราชอบเป็นแบบไหนก็ให้ไปหากิจกรรมแบบนั้นทำ ชอบสาวหุ่นดีรักสุขภาพก็ลองพาตัวเองไปออกกำลังกาย ชอบผู้หญิงทำอาหารก็ลองไปเข้าคอร์สทำอาหารดู รับรองนี่จะเป็นรสชาติชีวิตอีกแบบที่คุณไม่เคยพบเจอ ให้แอปพลิเคชั่นหาคู่อยู่ข้างคุณ อย่าดูถูกพลังของเหล่าแอปฯ หาคู่ทั้งหลาย เพราะถ้าใช้ให้ถูกวิธี บางทีรักแท้ก็ซ่อนตัวรอให้เราหาเจออยู่ในนี้เช่นกัน แต่การใช้ก็ต้องเป็นไปด้วยความรอบคอบ ผสมความจริงใจจากเรา ไม่ใช่มองหาคู่นอนชั่วข้ามคืน อย่างนั้นอะไรก็คงช่วยคุณไม่ได้! อะไรไม่ดีโยนทิ้งไป เราต่างคนต่างรู้อยู่แล้วว่าตัวเองมีนิสัยอะไรที่ต้องการการปรับปรุงแก้ไขขั้นเร่งด่วน อาจจะปากไวเกินไป ขี้เมาเกินไป ไม่เอาการเอางานเกินไป นิสัยที่เราก็รู้อยู่แล้วว่าไม่ดีเหล่านี้อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่เรายังโสด ถ้ารู้อย่างนี้ก็โยนทิ้งมันไปเสีย เพื่อการเป็นคุณคนใหม่และความรักครั้งใหม่ที่จะเข้ามา เปิดใจเข้าไว้
ว่ากันว่าผู้ชายดีดีนั้นมีแต่ในนิยาย แต่ก็ใช่ว่า จะเป็นผู้ชายประเภท BADBOY แล้วจะปล่อยตัวชั่วร้ายตามมีตามเกิด เพราะถ้ารักจะเป็นวายร้าย BADBOY แล้วใช้ชีวิตสุดเหวี่ยงอย่างเดียว อีกหลายด้านของชีวิตก็คงจะไม่มีอะไรดีเลยสักอย่าง ถึงอย่างไรก็ตาม เมื่อเรามีโอกาสได้เกิดมาแล้ว ก็ต้องใช้ให้คุ้มค่า ที่สำคัญยิ่งไปกว่าสิ่งใดของผู้ชายสไตล์ BADBOY ก็คือ การได้มาซึ่งสาว ๆ และลาภยศ สรรเสริญ หรือจะให้พูดแบบบ้าน ๆ ก็คงจะเรียกได้ว่า เป็น BADBOY ที่มีระดับและคุณภาพนั่นเอง แต่การเป็น BADBOY ให้ได้ดีนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย วันนี้ UNLOCKMEN จึงได้นำเอาคู่มือ How To Be a Great BADBOY 101 สูตรสำเร็จนำเสนอ เผื่อปี 2018 นี้ใครอยากลองเปลี่ยนจากสไตล์คนดีที่ไม่ค่อยจะมีที่อยู่ มาลองเป็นผู้ชายแบบชั่ว ๆ แต่มีคุณภาพกันดูบ้าง A Guide to Life นี่ไม่ใช่สิ่งที่คุณจะทำได้ภายในวันเดียว หรือ 1 สัปดาห์ แต่คุณจะต้องคิดว่าสิ่งที่เราจะบอกคุณต่อไปนี้ เป็นเสมือนโปรเจ็คต์แห่งชีวิตที่ใหญ่ยิ่ง และต้องใช้เวลาก่อร่างสร้างขึ้นนานพอสมควร
สำหรับคนที่ติดตาม UNLOCKMEN มาตั้งแต่ต้นจะรู้ดีว่า UNLOCKMEN นั้นเกิดขึ้นมาพร้อมกับความตั้งใจที่จะทำให้ผู้ชายทุกคน UNLOCK YOUR POTENTIAL ซึ่งก็คือ การทำให้ผู้ชายปลดปล่อยศักยภาพของตัวเองในทุก ๆ ด้านออกมา และพัฒนาตัวเองให้เจ๋งขึ้นกว่าเดิม จนถึงทุกวันนี้ เราเชื่อว่า มีคนมากมายที่ยังติดตาม และยังอยากที่จะ UNLOCK ศักยภาพของตัวเองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเราก็ยังคงมีอะไรใหม่ ๆ ดี ๆ มาให้กับผู้ชายทุกคนเช่นเคย สำหรับบทความวันนี้ เราได้นำเอาวิธีการที่จะทำให้คุณปลดปล่อยความคิด และศักยภาพรอบด้านในการใช้ชีวิตประจำวัน ที่ครั้งหนึ่งอาจจะเคยเป็นคนคิดอะไรในแง่ลบ และยังคงรู้สึกว่าไม่สามารถปลดปล่อยศักยภาพของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่เท่าที่ควร มาให้กับชาว UNLOCKMEN ทุกคนได้นำไปลองปรับเปลี่ยน แก้ไข และทำตามกันดู เพียงแค่คุณลองเปลี่ยนมุมมองเดิม ๆ เป็นมุมมองใหม่ด้วยวิธีง่าย ๆ รับรองว่า คุณจะได้ “Unlock Your Mind. และ Unlock Your Potential.” ได้อย่างเต็มที่กว่าที่เคยอย่างแน่นอน Rewire Your Brain to Frame Everything in Your Life


