ปฎิเสธไม่ได้ว่าการเป็นพนักงานออฟฟิศจำเป็นจะต้องใช้เวลาอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวัน ซึ่งมันทำให้คุณต้องอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการเสียชีวิตด้วยโรคสุขภาพต่าง ๆ เร็วขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว เพราะจากงานศึกษาหลายชิ้นระบุตรงกันว่าคนที่นั่งอยู่หน้าจอคอมเป็นเวลา 8 ชั่วโมงขึ้นไปมีโอกาสเสียชีวิตเร็วกว่าคนที่ต้องทำงานแบบเคลื่อนไหวถึง 4 เท่า ตัวอย่างเช่นจากงานวิจัยเรื่องหนึ่งของมหาวิทยาลัยโคลัมเบียประเทศสหรัฐอเมริกาได้กล่าวว่าการนั่งเป็นระยะเวลานาน ๆ อาจเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้ ไม่ว่าจะอยู่ในวัยไหน เพศใด ก็ตาม เนื่องจากพฤติกรรมเหล่านี้อาจก่อให้เกิดภาวะความไวต่ออินซูลินซึ่งมีความสำคัญต่อการรักษาระดับกลูโคสในเลือด หรือทำให้การเผาผลาญแคลอรี่ในร่างกายน้อยลง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคอ้วน และนำพาโรคอื่น ๆ ตามมาได้ สำหรับทางแก้ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพแนะนำคือ หนุ่มออฟฟิศควรลุกขึ้นมาขยับแข้งขยับขาเดินเล่นทุกครึ่งชั่วโมงเป็นระยะเวลาประมาณ 5 นาที อีกทั้งระหว่างใช้คอมพิวเตอร์พยายามกะพริบตาบ่อย ๆ และพักสายตาจากแสงของจอทุก 10 นาที และถ้าเป็นไปได้หาเวลาว่าง 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในการไปออกกำลังกาย เพื่อให้ร่างกายได้ผ่อนคลายจากการทำงานบ้าง เท่านี้ชาว UNLOCKMEN ก็จะสามารถห่างไกลจากออฟฟิศซินโดรมที่นำไปสู่การเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้ Source
“กูเนี่ยนะนอนกรน มึงอย่ามาอำ” เสียงประสานจากกลุ่มคนนอนกรน ที่มักไม่รู้ว่าตัวเองนอนกรน นอนคนเดียวก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่เมื่อต้องแชร์ห้องนอนกับใครที่กรนแรงพอกัน ถึงเริ่มตระหนักว่ามันเป็นอุปสรรคในการนอนสำหรับคนอื่นมากแค่ไหน ถ้าคุณกำลังเป็นห่วงเพื่อนร่วมห้อง ห่วงแฟนสาว หรือภรรยา ที่แชร์เตียงนอนร่วมกันว่าจะต้องทนรับเสียงกรนของคุณทุกค่ำคืน โอกาสทำความดีมาถึงแล้ว รีบเข้าไปกดสั่งซื้อ BOSE SLEEPBUDS อุปกรณ์สกัดเสียงกรน สำหรับคนนอนหลับยากคู่นี้อย่างเร็วไว บางคนอาจจะคุ้นกับเทคโนโลยีคล้าย ๆ กัน ภายใต้ชื่อบริษัท HUSH ที่เคยเปิดตัวในงาน CES2016 แล้วเงียบหายไป ที่จริงแล้วไม่ได้หายไปไหน แต่ถูก BOSE ซื้อไปนั่นเอง ก่อน BOSE จะนำสินค้าไปออกแบบใหม่ให้สวยกว่าเดิม และเปิดตัวให้ตื่นเต้นกว่าตามประสาสินค้า category ใหม่ ด้วยการให้คนที่สนใจเข้าไประดมทุนสั่งซื้อ BOSE SLEEPBUDS ผ่านทาง Indiegogo BOSE SLEEPBUDS คือ gadget สำหรับคนนอนหลับยาก ซึ่งโดยธรรมชาติของคนกลุ่มนี้ แค่เสียงหมาเห่า เสียงลมพัด ก็ยากจะหลับแล้ว ยิ่งถ้าบ้านอยู่ริมถนนใหญ่ อยู่ใกล้ BTS หรือสนามบิน ยิ่งไม่ต้องพูดถึง และที่หนักสุดคือคนนอนร่วมเตียงกรนดังสนั่น กว่าจะหลับแต่ละทีนี่ทรมานสุดชีวิต
เมื่อเอ่ยถึงชื่อแบรนด์ Montblanc (มงต์บลองค์) เชื่อว่าสิ่งแรกที่หลายคนนึกถึง คือ Luxury Brand ที่รังสรรค์ผลิตภัณฑ์หรูคุณภาพสูงหลากหลายชนิดออกสู่ตลาด ด้วยผลงานอันสุดแสนประณีตจากความชำนาญของช่างฝีมือชั้นนำทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นโรงงานผลิตเครื่องเขียน ที่เมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี, โรงงานเครื่องหนัง ที่เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี รวมถึงโรงงานผลิตนาฬิกา ที่ภูเขาฌูราฝั่งสวิส ในเมือง โล เลอเคิล และ วิเญอเรต์ การจะบอกว่าชื่อ Montblanc ที่ตีตราอยู่บนสินค้าชนิดต่าง ๆ คือตัวแทนของความมีรสนิยมก็คงไม่ผิดนัก และล่าสุด Montblanc เพิ่งปล่อยไอเท็มยั่วกิเลสผู้ชายอย่างเรา ๆ ออกมา กับนาฬิกาโครโนกราฟที่มีรูปร่างหน้าตาหล่อโคตร ในชื่อคอลเลคชั่นเท่ ๆ ว่า Montblanc TimeWalker ที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณนักแข่ง Motor Sport จากสนามให้มาประทับลงบนข้อมือของเหล่ามนุษย์ผู้ชายที่หลงใหลในความเร็วได้อย่างถึงแก่น ถึงอารมณ์ อย่างที่รู้กันว่านาฬิกาโครโนกราฟเป็นนาฬิกาจับเวลาซึ่งมีกลไกซับซ้อน และได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ชายมาอย่างยาวนานนับตั้งแต่มีนาฬิกาชนิดนี้เกิดขึ้นมาบนโลกก็ว่าได้ อาจเพราะเรื่องราวที่เกี่ยวพันกับจุดเริ่มต้นที่ใช้ในการจับเวลาการแข่งขันกีฬาต่าง ๆ แทบทุกชนิด รวมไปถึงกีฬาโปรดของชายหนุ่มอย่าง Motor Sport การแข่งรถที่ใช้ความเร็วสูง ตัดสินกันเพียงเสี้ยววินาที โดยมีนาฬิกาโครโนกราฟเป็นเครื่องชี้ชะตาหาผู้แพ้ชนะด้วยการจับเวลาที่รวดเร็วแม่นยำ ซึ่ง
ผู้ชายอย่างเราเติบโตมากับคำพูดที่ว่า Work Hard Play Hard ไม่ว่าจะหน้าที่การงานในออฟฟิศที่ต้องไปให้สุดในทุกทาง บอสสั่งงานวันนี้อยากได้พรุ่งนี้ ก็ต้องทำให้ได้ เพื่อนร่วมงานที่ขอให้ช่วยงานรายวัน ก็ต้องทำ หรือต่อให้พ้นอาณาเขตออฟฟิศ เป็นฟรีแลนซ์ ก็ไม่วายต้องทำงานข้ามวันข้ามคืน รับงานมือเป็นระวิง ยิ่งเป็นเจ้าของธุรกิจยิ่งแล้วใหญ่ เพราะความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่นั้นวางอยู่บนบ่า จนเรียกว่าผู้ชายอย่างเรา Work Hard สมกับที่ฟังมาตั้งแต่ยังไม่เติบโตอย่างแท้จริง เรื่องเล่นยิ่งไม่ต้องพูดถึง ผู้ชายอย่างเราล้วนเต็มที่ไม่มีหยุด เพราะเกิดมาทั้งทีมีชีวิตเดียวต้องเอาให้ถึงขีดสุด งานที่ล้นมือก็ทำ แต่การเล่นให้เหมือนชีวิตไม่มีวันพรุ่งนี้อีกต่อไป ก็ต้องไม่ทิ้ง ยิ่งเพื่อนรบเร้าให้ออกไปกินดื่มเที่ยวตลอด ยิ่งพลาดไม่ได้ เพื่อไม่ให้เสียเพื่อนฝูงไป ก็เรียกว่า Play Hard ไม่แพ้กัน แต่เดี๋ยวก่อน เราเคยหยุดพักนิ่ง ๆ แล้วถามตัวเองไหม ว่าไลฟ์สไตล์สุด ๆ เสี่ยง ๆ แบบนี้มันตอบโจทย์ชีวิตของเราจริง ๆ หรือเปล่า? เราเหนื่อยบ้างไหมกับไลฟ์สไตล์แบบนี้? เคยทำงานหนักจนไม่ได้เที่ยว หรือเที่ยวหนักจนทำงานไม่ได้หรือเปล่า? จะดีแค่ไหนถ้าเราทำงานได้ เล่นได้ โดยไม่ต้องสุดลิ่มทิ่มประตู แต่ทำทั้งสองอย่างให้กลมกลืนแล้วเหลือพื้นที่ตรงกลางไว้หยุดพัก ก็เพราะชีวิตมีแค่ครั้งเดียว เราถึงต้องใช้ให้ดี และเราเชื่อว่า “ชีวิตดีเรามีได้”
เป็นนักเขียนมันโตยาก Career Path ของนักเขียนมันสั้น เป็นนักเขียนแล้วไม่ได้โชว์ความสามารถเต็มที่ เป็นนักเขียนรายได้ไม่ค่อยดี ลืมภาพอารมณ์นักเขียนแบบที่ว่ามาให้หมดไป เพราะถ้าคุณกำลังอ่านถึงตรงนี้ แปลว่าคุณต้องเข้าใจสไตล์ความมันส์ของ UNLOCKMEN มาพอสมควรแล้ว และยังแปลว่าคุณต้องมีความสนใจในเรื่องราวที่ UNLOCKMEN นำเสนอเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว แต่อย่างที่เห็นว่า ยังมีอีกหลายเรื่องที่เรายังไม่ได้พูด หรือพูดไปแล้วยังไม่ดีพอ และเรากำลังหวังว่า คุณนักเขียนที่กำลังอ่านอยู่ตอนนี้ จะสามารถช่วยเราได้ โดยการเข้ามาเป็นทีมกองบรรณาธิการกับเรา และแน่นอนว่า เรามั่นใจในข้อดีของ UNLOCKMEN ที่อยากจะชวนให้คุณลองเอาไปพิจารณาดู ถ้าคิดว่าสไตล์เราเข้ากันได้ ก็อย่ารอช้า ส่ง Resume และ Portfolio มาหาเราได้ที่ [email protected] WE HAVE COOL OFFICE อย่างที่เห็นในคลิปวีดีโอ Open House Party เปิดตัวออฟฟิศใหม่ของเรา ที่ออกแบบให้มีอารมณ์ Industrial เต็มขั้น มีบาร์สุดเท่ในออฟฟิศสำหรับพักผ่อน พร้อม Playstation 4 ให้เล่นเพื่อให้หัวโล่ง อยู่ในตึก 208 Wireless Road ถนนวิทยุ
หากพูดถึงความเกี่ยวข้องระหว่างนาฬิกา OMEGA กับองค์การบริหารการบินและอวกาศของสหรัฐอเมริกาอย่าง NASA เชื่อว่าสาวกเรือนเวลาแทบทุกคนคงจะเคยรับรู้ถึงกิตติศัพท์ของตำนาน Moonwatch กับการที่นาฬิกา OMEGA Speedmaster ได้ถูกสวมใส่อยู่บนข้อมือนักบินอวกาศในการลุยภารกิจพิชิตดวงจันทร์กันมาบ้างแล้ว แต่เมื่อมีชื่อของอีกหนึ่งตัวละครหลักอย่าง Snoopy ตัวการ์ตูนสุนัขบีเกิ้ลที่โด่งดังไปทั่วโลก ซึ่งมักจะปรากฎตัวอยู่ในเรือนเวลารุ่นพิเศษรำลึกถึงความสัมพันธ์ระหว่าง OMEGA และ NASA เข้ามาร่วมด้วย งานนี้คงมีอีกหลายคนนึกสงสัยในใจว่าเหตุใด Snoopy ถึงได้มีบทบาทในวาระสำคัญต่าง ๆ ของ OMEGA และ NASA มาโดยตลอด และในวันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจถึงที่มาที่ไปของความความผูกพันระหว่าง SNOOPY, NASA และ OMEGA ที่มีมายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษให้ชาว UNLOCKMEN และเหล่าผู้หลงใหลในเรือนเวลา ที่อาจยังไม่ทราบถึงข้อเท็จจริงเหล่านี้ให้ได้กระจ่างกัน SNOOPY ไอคอนแห่งโลกการ์ตูน สู่สัญลักษณ์ภารกิจพิชิตดวงจันทร์ และรางวัลแห่งเกียรติยศ ถ้าจะต้องเล่าเรื่องราวสายสัมพันธ์สุดพิเศษระหว่าง Snoopy และ NASA คงต้องย้อนไปตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 60 เมื่อ Charles M. Schulz ได้วาดการ์ตูนที่มีสุนัขพันธุ์บีเกิ้ลนาม Snoopy สวมชุดอวกาศพร้อมเรื่องราวเกี่ยวกับโครงการ Apollo
ไม่เอาแล้วเว้ย ไม่อยากทำอะไรแล้ว กูแม่ง หมดสิ้นทุกอย่างแล้ว ทำอะไรต่อไปก็ไม่มีอะไรดีหรอก หลายคนอาจเคยผ่านอารมณ์ ความรู้สึกแย่ ๆ แบบนี้ ซึ่งเราเชื่อว่าทุกอย่างยังไม่หมดสิ้น ถ้าคุณยังไม่สิ้นลมหายใจ เพียงแต่ความรู้สึกนี้อาจทำให้ช่วงชีวิตของคุณดูโหดร้าย หดหู่ ซึมเศร้า เหมือนหมดอะไรตายอยาก ก่อนอื่นถ้าคุณได้เข้ามาอ่านบทความนี้ เราอยากให้คุณตั้งสติ เรื่องเลวร้าย ความผิดพลาด ความไม่สมหวังทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เริ่มจากที่ตัวคุณเอง “ตั้งสติ และ ลุกขึ้นใหม่” อาการหมดไฟ หรือที่ฝรั่งเรียกว่า Burnout เป็นอาการทางด้านอารมณ์ที่อาจเกิดจากการสะสมของความเครียดมากมาย จนเรารู้สึกว่า รับไม่ไหวแล้ว รู้สึกหมดหวัง หมดพลัง ขาดกำลังใจจนไม่อยากทำอะไรอีกแล้ว ซึ่งบางครั้งอาการเหล่านี้เราอาจปรับตัวได้ทันก่อนที่จะถึงขั้นหมดไฟ ก่อนอื่นลองเช็คกันดูหน่อยว่าคุณเริ่มเข้าข่ายมีอาการ “หมดไฟ” หรือเปล่า รู้สึกว่าทำไมแต่ละวันมีแต่เรื่องแย่ ๆ รู้สึกเบื่อหน่ายกับทุกสิ่งรอบตัวไปเสียหมดทุกอย่าง รู้สึกหมดพลังไม่อยากจะทำอะไรเลย รู้สึกว่าไม่มีอะไรทำให้ภูมิใจในชีวิต รู้สึกว่ามีแต่เรื่องหนัก ๆ ผ่านเข้ามาให้แต่ละวัน จากเช็คลิสเบื้องต้นนี้ ถ้าคุณมีอาการเข้าข่ายเหมือนใกล้หมดไฟอย่างข้างต้น เราแนะนำให้คุณหยุดตั้งสติกับตัวเองสักพัก ทุกอย่างจะดีขึ้นได้เริ่มจากการปรับทัศนคติของตัวคุณเอง ลองหาสาเหตุ “ทำไม” คุณถึงรู้สึกหมดไฟ ปฏิเสธไม่ได้ว่ายิ่งเราโตขึ้น เรายิ่งเจอะเจอกับปัญหามากมายขึ้น ไม่ว่าจะเรื่องงาน เรื่องความรัก
ถ้ามีการทำกราฟแสดงระยะเวลาที่มือของเราใช้งาน Smartphone ในแต่ละวัน เชื่อว่าแท่งกราฟคงพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ เป็นสองสามเท่าตัวถ้าเทียบกับในสมัยก่อน ด้วยความเปลี่ยนแปลงทางการใช้ชีวิต ที่ยกทุกอย่างไปไว้ใน Smartphone ให้เราใช้ชีวิตได้โดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนแม้แต่ท่านั่ง รวมถึงการเสพติดเรื่องราวบนโลกออนไลน์ ทำให้ทุกวันนี้เรามีการสัมผัส Smartphone มากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะยามยืน เดิน นั่ง โดยที่เราไม่รู้ตัว ผลเสียของการเสพติด Smartphone มากเกินไปนั้นมีอยู่มากมายอย่างที่เรารู้กันบ้างอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสมาธิที่สั้นลง ความเครียดจากการเห็นชีวิตดีเกินจริงของคนอื่น ผลเสียทางประสาทสัมผัสจากท่านั่ง การโน้มคอ ข้อนิ้ว สายตา ออกห่างจากสังคม การนอนหลับ และอื่น ๆ อีกมากมาย นี่จึงเป็นสาเหตุและเหตุผลที่งาน Design ต้องเข้ามามีบทบาท เพราะโดยพื้นฐานแล้ว Design ไม่ใช่เกิดขึ้นมาเพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่การแก้ปัญหาการใช้ชีวิตให้ดีขึ้น ก็เป็นหน้าที่ของการออกแบบด้วยเช่นกัน KLEMENS SCHILLINGER นักออกแบบชาว Vienna เมืองหลวงของประเทศ Austria มองว่า Smartphone Acciction ก็เป็นอาการเสพติดไม่ต่างกับยาเสพติดชนิดอื่น ถ้าเสพมากเกินไปก็ทำให้เกิดผลเสียรุนแรงได้ จึงเกิดไอเดียที่จะบำบัดอาการเสพติดนี้ ด้วยการสร้างโปรเจค Substitute
การรวมตัวของ Segway และ Skateboard เมื่อข้อดีจากทั้งสองสิ่งถูกรวมเข้าไว้ด้วยกัน ความมันส์ของ Skateboarding ที่ติดตรงต้องออกแรงไถไปตลอดทาง เจอทางลาดชันเมื่อไหร่ก็จบข่าว กับความง่ายจากเทคโนโลยีที่ทันสมัยของ Segway ที่แค่เอียงตัว ก็เคลื่อนไหวไปตามทิศทางที่ต้องการได้อย่างสบาย ไม่ต้องออกแรงแม้แต่หยดเดียว เราคิดไว้ไม่ผิดว่าต้องมีคนเอา 2 สิ่งนี้มารวมกันเข้าสักวัน และมันก็เกิดขึ้นจริงแล้วในชื่อ ‘StarkBoard’ เหมือนได้แรงบันดาลใจมาจากความไฮเทคของ Tony Stark เราจะเรียก StarkBoard ว่าเป็น Skateboard อัจฉริยะก็ไม่ผิด เพราะรูปทรงของมันยังคงเป็น Skateboard อย่างชัดเจน แต่มีการเพิ่ม weight sensor และ motion sensor เข้าไป ทำให้สามารถเคลื่อนที่ได้จากการโน้มตัวเช่นเดียวกับที่ใช้ใน Segway ดังนั้นต่อให้เล่น Skateboard ไม่เป็นเลย ก็ไม่มีปัญหา เรียนรู้แค่ไม่กี่นาทีก็เพียงพอที่จะออกไปผจญภัยบนถนนได้ทันที StarkBoard เคลื่อนไหวด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ ชาร์จไฟเต็มหนึ่งครั้ง สามารถเดินทางได้ 20 km ซึ่งเหลือเฟือสำหรับการเดินทางไปมาในเมือง ด้วยความเร็วสูงสุด 32 km/h มอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลังสามารถส่งกำลังพาเราขึ้นทางลาดชันได้ถึง


