หากคุณกำลังมองหาเพื่อนร่วมทางดีๆที่พร้อมตะลุยโร้ดทริปสุดมันส์ตามแบบฉบับอเมริกัน Hamilton Pan Europ คือคำตอบนั้น นาฬิกาที่ตอบโจทย์เรื่องความเที่ยงตรงและน่าเชื่อถือ ดุดันด้วยสไตล์ที่เจนจัด เรือนเวลาที่จะท่องโลกกว้างไปกับคุณทุกเส้นทาง Hamilton Pan Europ เปี่ยมด้วยรายละเอียดงานดีไซน์ชั้นเยี่ยม สะท้อนแรงบันดาลใจจากชิ้นส่วนรถคลาสสิคแห่งยุค 1970’s อาทิ กันชนสีโครเมียม เบาะหนัง และซีทเบลท์หนัง ตัวเรือนโฉบเฉี่ยว งานขัดสเตนเลสสตีลสุดแวววาว มาพร้อมชุดเปลี่ยนสลับสายให้ผู้สวมใส่ได้เลือกตามอารมณ์และลุค ชุดเปลี่ยนสลับสายที่มาพร้อมนาฬิกาจะทำให้คุณสามารถเปลี่ยนสายเองได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นสายหนังฟอกนุ่มงานตัดเย็บประณีต หรือจะสาย NATO ผ้าไนลอนถักทนทาน แม้วัสดุสายนาฬิกาทั้งสองที่มีความแตกต่างกัน แต่ให้สัมผัสที่สวมสบาย และมีความทนทานไม่แพ้กัน เข้าคู่กับตัวเรือนขนาด 42 มม. อย่างสมบูรณ์แบบ ขับเคลื่อนด้วยคาลิเบอร์ H-30 พร้อมความสามารถในการสำรองกำลังลานสูงสุดถึง 80 ชั่วโมง และหน้าต่างแสดงวันและวันที่ ที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา สาย NATO มีแถบสีเขียวตรงกลาง กลมกลืน ล้อรับกับหน้าปัดสีเขียวเข้ม และขอบวงรอบอลูมิเนียมสีดำได้อย่างลงตัว สะท้อนลุคสปอร์ตแห่งยุค 1970’s ได้อย่างโดดเด่น ดีไซน์ดังกล่าวนับว่าเป็นการหยิบยกรูปลักษณ์จาก Pan
หลังจากหายหน้าหายตากันไปนานสำหรับรองเท้าสุดฮอตเขย่าวงการ Sneakers อย่าง adidas Yeezy boost ให้แฟน ๆ นับวันรอว่าเมื่อไหร่จะวางขายเสียที ซึ่งการกลับมาในคราวนี้สร้างอิมแพคระดับ 10 ริกเตอร์ เพราะประกาศพร้อมวางจำหน่ายทีเดียว 3 รุ่นด้วยกัน เริ่มจากรุ่น Yeezy Boost 350 V2 “Semi-frozen Yellow” รองเท้ารุ่น low-top ยอดฮิตจาก Kanye West ซึ่งอันที่จริงมีภาพรองเท้ารุ่นนี้หลุดออกมาตั้งแต่ต้นปีแล้ว แต่เพิ่งจะมาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 พฤศจิกายนนี้ และเป็นข่าวดี เพราะ adidas Thailand ได้นำเข้ามาวางจำหน่ายในรูปแบบของการจับฉลาก และออนไลน์ โดยสามารถเข้าไปอ่านกฎกติกาใน link ,link2 สำหรับสเปคของรองเท้าคู่นี้ก็เหมือนกับ Yeezy Boost รุ่นอื่น ๆ ก่อนนี้ไม่ว่าจะเป็นหน้าเท้า primeknit ชิ้นเดียวที่มาสีเหลือง พร้อมชุดพื้นกลางเทคโนโลยี boost ที่สัมผัสนิ่มเด้งใส่สบาย บวกกับพื้นรองเท้าแบบยาง Gum ที่จะทำให้รองเท้าทนมากยิ่งขึ้น ดังนั้นใครที่สนใจอยากเป็นเจ้าของรองเท้าคู่นี้ รีบเตรียมตัวให้พร้อม
ท่ามกลางความวุ่นวายในกรุงเทพมหานคร ต้องยอมรับว่าที่อยู่อาศัยถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่สามารถกำหนดรูปแบบจังหวะชีวิตของคนเมืองอย่างเรา ๆ ได้เป็นอย่างดี ด้วยรูปแบบวิถีชีวิตหลักของผู้คนส่วนใหญ่ ที่หลีกหนีการเดินทางเข้าเมืองได้ยาก ด้วยภารกิจต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน ทำธุรกิจ หรือแม้กระทั่งวันพักผ่อน ที่ยังไงก็เลี่ยงการเข้าไปใช้ชีวิตซึ่งมี Lifestyle ผูกอยู่กับห้างสรรพสินค้า ร้านรวง รวมถึงสถานที่ต่าง ๆ ใจกลางเมืองไม่ได้ ด้วยเหตุผลเหล่านี้ทำให้ใครต่อใครต่างก็อยากหาที่อยู่อาศัยที่มีพิกัดอยู่ใจกลางเมือง หรือมีทำเลใกล้กับรถไฟฟ้า เพื่อให้จังหวะชีวิตที่รีบเร่งเคร่งเครียดนั้นผ่อนคลายลง กับการเดินทางในเมืองที่สะดวกสบาย สามารถประหยัดเวลาในการเดินทาง รวมถึงกำหนดเวลาวางแผนชีวิตได้ง่ายขึ้น และเมื่อมีความต้องการสูง แน่นอนว่าราคาค่างวดของพื้นที่ Prime Area ที่มีค่ายิ่งกว่าทองเหล่านั้น ต่างถูกจับจองไปพัฒนาเป็นโครงการคอนโดมิเนียมน้อยใหญ่ ที่มีราคาต่อตารางเมตรโหดใช่ย่อย ยิ่งในพื้นที่แถบสีลม, สาทร, พระราม 4 ซึ่งเป็นพื้นที่ CBD ศักยภาพสูงยิ่งไม่ต้องพูดถึง กับราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรของคอนโด Hight Rise แนวรถไฟฟ้า ที่ราคาทะลุ 1.5 แสนบาท ไปจนถึง 4 แสนบาท แล้วแต่ความหรูหราไฮโซของโครงการ ทำให้ใครที่วางแผนอยากมีคอนโดใจกลางกรุงใกล้รถไฟฟ้า อาจต้องถอดใจ ถอยไปมองหาทำเลในซอย หรือถอยไปไกลหน่อยในทำเลเกาะแนวรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย แต่จริง ๆ
สำหรับผู้ชายที่พกพาไฟแช็คติดตัวเป็นประจำทุกวัน คงจะรู้สึกเหมือน ๆ กันว่า ไฟแช็คเป็น Gadget ชิ้นหนึ่งที่สำคัญมาก และหากถึงเวลาต้องใช้งานแล้วหาไม่ได้นี่ ถือเป็นอะไรที่เสียอารมณ์สุด ๆ เลยทีเดียว นอกจากนี้พวกเราเคยสังเกตกันบ้างไหมว่า ไฟแช็คของเราทำไมมันหายบ่อย ๆ หรือไม่ก็โดนคนอื่นตบไปเป็นประจำ? นั่นอาจจะด้วยตัวเราเองผิดส่วนหนึ่งที่ไม่รักษา และมองว่าไฟแช็คอันละไม่กี่บาท ถ้าจะหายไปก็ไม่เสียดาย แค่เดินไปเซเว่นซื้อใหม่ก็จบ ด้วยปัจจัยเหล่านี้เองที่ทำให้คนบางกลุ่ม เลือกที่จะตัดปัญหาโดยการเปลี่ยนไปซื้อไฟแช็คดี ๆ มาพกไว้ใช้งานแทน ซึ่งแน่นอนว่า ข้อดีของมันก็คือ มันมีคุณค่า และราคา จึงทำให้คุณไม่กล้าที่จะปล่อยปะละเลยไม่สนใจมัน นอกจากนี้ข้อดีของมันก็ยังมีอีกมากมายเช่น ความไม่เหมือนใคร การที่มันเติมเชื้อเพลิงได้โดยไม่ต้องซื้อใหม่บ่อย ๆ และถ้าหากไฟแช็คนั้นเป็นของที่ดีมาก ๆ มันยังเป็นเหมือนเครื่องประดับแสดงถึงบารมีของผู้ใช้ ที่คนบนโลกนี้เขาเล่นนิยมใช้กันมาตั้งแต่โบร่ำโบราณอีกด้วย นอกจากนี้ ไฟแช็คดี ๆ ยังเป็นเหมือนเครื่องประดับที่บ่งบอกรสนิยม บ่งบอกฐานะ และความเป็นตัวตนของคนเหล่านั้นได้ด้วย และถ้าพูดถึงไฟแช็คราคาแพง มีคุณค่านั้น เชื่อว่าหลายคนคงชินกับชื่อของ Zippo กันเป็นส่วนใหญ่อย่างแน่นอน แต่อันที่จริงแล้ว นอกจาก Zippo ยังมีไฟแช็คระดับตำนานอยู่อีกมากมาย ยกตัวเองเช่น S.T.Dupont ที่เรากำลังจะพูดถึงกันในวันนี้ ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในไฟแช็คที่มีทั้งราคา มูลค่า
หลังจากที่สำนักแต่งรถชื่อดังอย่าง AMG ได้เดินสายพานการผลิต AMG 6.3 มาตลอดระยะเวลา 10 ปีเต็ม สมรรถนะของเครื่องยนต์ V8 ไม่ว่าจะเป็นตระกูล C63, E63 หรือแม้กระทั่ง SLS ก็ได้แสดงความแรง และสมรรถนะอันยอดเยี่ยมให้เป็นที่ประจักษ์กันทั่วโลก วันนี้เราจึงได้นำเอา Mercedes-Benz AMG 6.3 V8 ที่ถูกยกย่องให้เป็น AMG เครื่อง 6.3 V8 ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา มาให้ ชาว UNLOCKMEN รวมไปถึงสาวกของ Mercedes-Benz และ AMG ได้ดูกัน Mercedes-Benz C63 AMG นี่เป็น AMG 6.3 ที่สาวก AMG ควรจะจับจองไว้ในเมื่อยังมีโอกาส และถึงแม้ว่า C63 รุ่นนี้ จะไม่ได้ใช้เครื่องยนต์ 4.0 Bi-Turbo เหมือนกับตัวล่าสุด แต่นี่คือ C63 ที่เป็น Original และจะกลายเป็นความ
เมื่อประมาณช่วงทศวรรษ 70s ในช่วงที่กระแสฮิปปี้กำลังบูมและเป็นที่นิยม หนึ่งไฮไลท์สำคัญที่เป็นแฟชั่นไอเทมตัวชูโรงของยุค และหลงเหลือมาเป็นร่องรอยอารยธรรมจนถึงปัจจุบัน ก็คงจะเห็นเป็นเสื้อมัดย้อม สีสันจี๊ดจ๊าด ดูแล้วแสบตา ซึ่งไอเทมเสื้อมัดย้อมนั้นเกิดจากความชาญฉลาดของบริษัท Rit ที่นำวิธีการย้อมผ้านี้จากอินเดีย ก่อนผลิตต่อให้กับศิลปินดัง ๆ ใส่เล่นโชว์ในงานเทศกาลดนตรี Woodstock จนขายดีเป็นเทน้ำเทท่า กระทั่งทุกวันนี้ เสื้อมัดย้อมก็ยังคงเป็นที่ต้องการไม่ว่าจะเทศกาลไหน ๆ ทีมงาน UNLOCKMEN ก็เล็งเห็นว่าในช่วงสิ้นปีอย่างนี้ การแต่งตัวด้วยสีสันก็จะช่วยเพิ่มความสนุกให้กับช่วงเวลาแห่งความสุขเช่นกัน ดังนั้นเราจึงอยากจะมาแนะนำ Style Guide การใส่เสื้อ Tie Dye หรือมัดย้อม เพื่อจะใช้ใส่ในวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือจะเป็นงานเทศกาลดนตรีก็ดูทำให้สนุกเร้าใจมากยิ่งขึ้น Keep it minimal เนื่องจากเสื้อผ้ามัดย้อมนั้นมีสีสันที่โดดเด่นอยู่แล้ว การที่เราจัดไอเทมอื่น ๆ เพื่อมาแย่งซีนก็ดูจะเป็นอะไรที่ไม่ลงตัวสำหรับการแต่งตัวออกมาหนึ่งลุค ดังนั้นวิธีการง่าย ๆ แค่ keep it simple ทำให้มันเรียบง่ายที่สุด โดยการเลือกไอเทมอย่างพอเหมาะ ไม่ว่าจะเป็นการใส่เสื้อมัดย้อมร่วมกับกางเกงเดนิมสีดำ หรือผ้าฟอกสวมใส่ด้วยรองเท้าผ้าสีพื้น ก็ได้ลุคหล่อ ๆ สำหรับลุคงาน coachella Wearing with
หลังจากที่ Disney และ Lucasfilm ได้ปล่อยจักรวาลเส้นเรื่องใหม่ของภาพยนตร์อวกาศสุดคลาสสิคอย่าง Star Wars เมื่อสองปีก่อน ในชื่อตอนว่า The Force Awakens และภาคแยกอย่าง Rogue One จนได้รับผลตอบรับอย่างล้นหลาม ทำให้ Disney ที่จ่ายเงินกับค่าลิขสิทธิ์ไปแพง เตรียมถอนทุนคืนโดยการออกมาประกาศอย่างหนักแน่นว่า ต่อไปนี้ในทุก ๆ ปี เราจะได้รับชมภาพยนตร์ของจักรวาล Star Wars ทั้งภาคหลัก และตอนแยกชนิดปีชนปี สืบเนื่องจาก Lucasfilms ได้ประกาศผ่านเว็บไซต์ทางการว่าใน Star Wars ตอนที่ 8 ที่ชื่อว่า The Last Jedi ของผู้กำกับ Rian Johnson จะเป็นแค่การเริ่มสู่จักรวาลอันไกลโพ้นของ Star Wars เท่านั้น ซึ่งทาง Lucasfilms และ Disney ได้วางตัวให้ Rian Johnson กลับมารับหน้าที่เขียนบท และกำกับ
หลังจากที่บุรุษเหล็กซูเปอร์ฮีโร่ตลอดกาลอย่าง Superman เป็นอันต้องจบชีวิตลงหลังจากการต่อสู้กับมหาวายร้าย Doomsday ในภาพยนตร์เรื่อง Batman vs Superman เชื่อว่าแฟน ๆ คอมมิค รวมถึงแฟนหนังจากจักรวาล DC ต่างก็อยากรู้ชะตากรรมความเป็นไปของฮีโร่ในดวงใจ ที่แน่นอนว่าจะต้องกลับมามีบทบาทใน Justice League ภาพยนตร์เรื่องต่อไปที่กำลังจ่อคิวฉายในบ้านเรากลางเดือนพฤศจิกายนนี้ เพียงแต่ว่าสิ่งที่ชวนให้ลุ้นคือเขาจะกลับมาในรูปแบบไหนเท่านั้นเอง เหตุผลที่ชวนให้ลุ้นนั่นก็เพราะว่า ถึงแม้ทุกคนจะรู้ดีว่าหนังรวมดาวซูเปอร์ฮีโร่ตัวชูโรงของทางฟากฝั่ง DC ที่ยกขบวนตัวละครคลาสสิคจากค่ายมาครบ ทั้ง Batman, Wonder Woman, The Flash, Aquaman และ Cyborg คงจะขาด Superman ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของ DC เคียงบ่าเคียงไหล่มากับอัศวินรัตติกาลอย่าง Batman ไปไม่ได้ แต่ดูเหมือนว่าทาง DC จะมีแผนเตรียมเอาไว้ เพื่อให้การกลับมาของ Superman นั้นไม่ใช่เพียงแค่เส้นเรื่องธรรมดา ที่เป็นการฟื้นคืนชีพ แล้วมารวมพลังช่วยเพื่อน ๆ พิทักษ์โลกตามสูตร เพราะนับตั้งแต่ช่วงเริ่มโปรโมท จนมาถึงตอนนี้ที่หนังใกล้จะเข้าฉายเต็มที ถ้าไม่นับภาพ First Look สำหรับแนะนำเหล่าฮีโร่ของทาง
นอกจากดีไซน์ที่ถูกใจ กลไกการบอกเวลาที่เที่ยงตรง ปัจจัยการเลือกเรือนเวลาคู่ใจของเหล่าคนรักนาฬิกา คงหนีไม่พ้นเรื่องราว ประวัติศาสตร์ของแบรนด์ ซึ่งถือเป็นเสน่ห์ที่ทำให้นาฬิกาไม่ได้เป็นแค่อุปกรณ์บอกเวลา หรือเครื่องระดับที่บ่งบอกฐานะ แต่มันเป็นสิ่งที่สามารถสร้างคุณค่าทางจิตใจให้กับผู้เป็นเจ้าของได้เป็นอย่างดี ซึ่ง Hamilton ถือเป็นอีกแบรนด์นาฬิกาที่มีหลากรุ่น หลายซีรี่ส์ที่มีเรื่องราวและประวัติอันยาวนาน ผ่านหน้าประวัติศาสตร์กว่า 125 ปี นับตั้งแต่การก่อตั้งแบรนด์ขึ้นที่เมืองแลงคาสเตอร์ รัฐเพนซิลวาเนีย ในปี 1892 โดยเริ่มต้นจากการผลิตนาฬิกาพกคุณภาพสูงในจำนวนน้อย ๆ จนก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในนาฬิกามาตรฐานของการทางรถไฟของสหรัฐอเมริกาในฐานะ “Watch of Railroad Accuracy” และ “The Railroad Timekeeper of America” นอกจากนี้ความยิ่งใหญ่ของเรื่องราวเมื่อครั้งอดีตยังได้ส่งต่อถ่ายทอด DNA มาถึงคอลเลคชั่นปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาสำหรับกองทัพสหรัฐฯ ที่ Hamilton ผลิตในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ในรุ่น Khaki Field หรือคอลเลคชั่น Broadway ที่ตั้งชื่อมาจากนาฬิกาพกรุ่น Broadway ที่เคยสร้างชื่อเสียงให้กับ Hamilton เมื่อครั้งอดีต และเมื่อพูดถึงคอลเลคชั่นเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของ Hamilton ถ้าไม่พูดถึงรุ่น Ventura ก็คงไม่ได้


