Life

ยิ่งคุยยิ่งเดือด! เทคนิคเจ๋ง ๆ หลีกเลี่ยงบทสนทนาชวนให้หัวร้อนแบบมือโปร

By: april September 17, 2018

การพูดคุยด้วยตัวหนังสืออย่างการ Chat มักจะเกิดปัญหาความเข้าใจกันคลาดเคลื่อนเนื่องจากในตัวหนังสือไม่มีน้ำเสียง เชื่อว่าหนุ่ม ๆ หลายคนต้องเคยเจอกับเรื่องชวนหัวร้อนอย่างนี้กันมาบ้าง แต่น้ำเสียงเจ้ากรรมนั้น ใช่ว่าพอมีแล้วมันจะช่วยให้ทุกอย่างไหลลื่นไปได้ง่าย ๆ เพราะการพูดคุยกันต่อหน้าก็เกิดปัญหาชวนหัวร้อนได้ไม่แพ้กัน

พอบทสนทนาคุกรุ่นทีไรเป็นต้องเหงื่อแตกกันทุกที หัวร้อนบ้าง ลนบ้าง อย่าเพิ่งสติแตก ควรหาแผนสำรองทางหนีทีไล่เตรียมไว้เสมอ เจอเรื่องให้ต้องหน้านิ่วคิ้วขมวดก็ไม่ต้องกังวลไป งัดไม้เด็ดออกมาสู้แบบเซียน ๆ UNLOCKMEN แนะนำเทคนิคดี ๆ เอาไว้ใช้เวลาบทสนทนามันเริ่มไปทาง Negative คุมสถานการณ์ให้ได้ ก่อนจะมีฝ่ายไหนสติแตกขึ้นมาก่อน เพราะนั่นจะทำให้เรื่องยุ่งเหมือนหูฟังพันกันในกระเป๋า จนเลยเถิดไปมากกว่าการทะเลาะกันในบทสนทนา

ร้อนนักพักเสียหน่อย

หัวร้อน ควันออกหูเมื่อไหร่ รีบหยุดบทสนทนาไว้เดี๋ยวนั้น บอกไปแบบแมน ๆ เลยว่าตอนนี้กำลังเดือดปุด ๆ กันทั้งคู่ ไม่ควรจะต่อล้อต่อเถียงกันตอนนี้ พักยกกันสักหน่อย อัดบุหรี่กันสักตัวสองตัวแล้วค่อยกลับมาคุยก็ยังไม่สาย ไม่ใช่แค่ตอนที่สัญญาณของความเกรี้ยวกราดมาถึงเท่านั้น ตอนที่เริ่มหลงประเด็นกันแล้ว ก็เป็นอีกสถานการณ์ที่ควรพักครึ่งกันก่อน ห้านาที สิบนาที หรือเป็นชั่วโมงแล้วแต่จะตกลงกัน

 

อย่ายั่วโมโห

เห็นอยู่ว่าไฟลุกก็อย่าไปเติมเชื้อไฟให้มันโหมแรงขึ้น ยิ่งความสัมพันธ์มันพังจากการทะเลาะกันด้วยเรื่องไร้สาระมากเท่าไหร่ ตอนกลับไปญาติดีกันมันยิ่งกระอักกระอ่วน อย่าลืมว่าก่อนหน้าที่จะเถียงกันด้วยเรื่องชวนเสียสติเหล่านี้ คนนี้คือเพื่อน พ่อแม่ พี่น้อง คนรัก ของเรามาก่อน มีเรื่องราวดี ๆ อีกมากที่เคยเกิดขึ้นระหว่างเราและเขา อย่าได้เอาอารมณ์ชั่ววูบมาแลกกับความสัมพันธ์ระยะยาวจะดีกว่า

 

งดเรียกชื่อซ้ำ ๆ 

การเรียกชื่อกันในสถานการณ์ปกติดูจะไม่มีพิษมีภัยอะไร แต่พอเรื่องราวมันเอียงไปทางผิดใจ การเรียกชื่อกันซ้ำ ๆ ด้วยน้ำเสียงที่ไม่เป็นมิตรนัก นั่นเป็นอีกระเบิดเวลาที่ส่งเสียงติ๊กต็อกอยู่ในหัวซ้ำ ๆ ถ้าโดนเรียกอีกครั้งจะระเบิดแล้ว 

นั่นเป็นเพราะทุกครั้งที่เราเริ่มทะเลาะกัน น้ำเสียงของเรามักจะไม่เหมือนเดิม อาจจะกลายเป็นเสียงตะคอก ดูถูก เย้ยหยัน รำคาญ สารพัดอารมณ์ด้าน Negative ตามนิสัยของแต่ละคนว่าจะเป็นยังไง แน่นอนว่าถ้าเราได้ยินชื่อเราแต่เป็นอารมณ์อื่น มันก็เหมือนโดนด่าอยู่หน่อย ๆ นั่นแหละ

 

อย่านอกเรื่อง

เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นรอง กำลังจะโดนอีกฝ่ายปล่อยฮุกเข้าเต็ม ๆ เลยตั้งการ์ดความผิดในอดีต หรือความผิดเรื่องอื่น ๆ ของอีกฝ่ายมาป้องกันตัวเอง แม้จะสร้างความเจ็บปวดได้แบบทันตา แต่ว่ากลับยิ่งเพิ่มความเดือดให้อีกฝ่าย อยากจะจับเราทุ่มมันตอนนั้นเลย

ไม่ว่าจะเรื่องในอดีตหรือเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ หากลากเข้ามาในประเด็นที่กำลังเดือดกัน มันยิ่งทำให้เรื่องยุ่งเหยิง แถมเรายิ่งดูงี่เง่าเข้าไปใหญ่ กับการลากเรื่องอื่นมาทำให้ตัวเองเหนือกว่าหรือเอามาสู้ตอนที่ตัวเองสู้ไม่ได้แล้ว ทีนี้การทะเลาะก็จะออกทะเลไปไกล เรื่องเก่ายังไม่ทันเคลียร์เรื่องใหม่ก็เข้ามาแทรก มันไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น

 

ไม่ลากคนอื่นเข้ามาเกี่ยว

เหมือนกันข้อที่แล้วที่พยายามไม่ออกนอกเรื่อง ข้อนี้ก็เหมือนกัน อย่าได้ลากคนอื่นของเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็น หนุ่มผู้ต้องสงสัยในแชต แฟนเก่า บุคคลที่อีกฝ่ายเกรงใจ หรือจะใครก็ตามที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้เลย เพียงแค่จะหยิบขึ้นมาเป็นเกราะป้องกันตัวเองไม่ให้เพลี่ยงพล้ำเท่านั้น ซึ่งทำให้อีกฝ่ายหัวเสียเพิ่มอีกแน่นอน เพราะเขากระอักกระอ่วนที่จะต้องพูดถึงอีกฝ่ายในตอนที่ไม่สบอารมณ์นัก เพราะอาจจะเผลอพูดอะไรแย่ ๆ ออกไปจนกระทบถึงความสัมพันธ์ได้

 

โคตรคลาสสิก ต้องคิดก่อนพูด

ก่อนที่จะพูดอะไรออกมา อย่าลืมว่าคำพูดของเราอาจสร้างบาดแผลให้อีกฝ่ายได้อย่างที่นึกไม่ถึง ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม การสร้างบาดแผลให้กันไม่ใช่เรื่องดีนัก ทุกครั้งที่มีอะไรเตือนให้นึกถึงเรื่องนี้ บาดแผลครั้งนี้ก็จะเป็นเหมือนแผลเป็นที่ตามหลอกหลอนกันไปตลอด

อย่าลืมว่าการพูดคุยกัน ทำไปเพื่อแก้ปัญหาไม่ใช่เพื่อความสะใจส่วนตัวของเราเพียงฝ่ายเดียว อย่าได้เห็นแก่ความรู้สึกของตัวเองจนพลั้งพลาดทำร้ายใครไปด้วยคำพูดของเราเลย

 

ไม่พูดว่า “ไม่เคยเลย” หรือ “ตลอดเลย”

“เธอก็เป็นอย่างนี้ตลอดแหละ” “เธอเองก็ไม่เคย..เลย” คำพวกนี้เป็นเหมือนการโยนความผิดให้อีกฝ่ายแต่เพียงฝั่งเดียว และปกป้องตัวเองว่าตัวเราเองไม่ได้มีส่วนผิดกับเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์แบบไหน การโยนความผิดเพื่อปกป้องตัวเอง มันทำให้อีกฝ่ายเจ็บปวดด้วยกันทั้งนั้น ลองเลี่ยงคำพูดด้วยอารมณ์เหล่านี้ออกไปก่อน โดยเฉพาะถ้าสถานการณ์นี้เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ของคู่รัก นั่นเป็นการทำร้ายจิตใจของอีกฝ่ายอย่างร้ายกาจ เพราะมันคือการงัดข้อเสียมาทำร้ายคนที่เราบอกเองว่ารักนักรักหนาด้วยปากของเราเองเนี่ยแหละ

 

ลดเสียงลงหน่อย

เถียงด้วยเหตุผลไม่ได้ เอาเสียงเข้าข่มแม่งเลย อย่าได้เผลอทำอย่างนั้นเด็ดขาด ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเดือดใส่เราหรือไม่ก็ตาม มันทำให้เราดูไม่มีกึ๋น ใช้พลังเข้าสู้เพียงอย่างเดียว ต่อให้โมโหแค่ไหน ถ้าเราพูดด้วยเสียงที่ดังขึ้น หรือน้ำเสียงตะคอก ความหมายของคำที่เราพูดออกไปมันจะเปลี่ยน หรือถูกเข้าใจผิด ๆ ได้ เรื่องระดับเสียงและน้ำเสียงเป็นเรื่องที่ควรระวังเช่นกัน

ไม่ว่าความสัมพันธ์จะเป็นสถานะใด การทำร้ายกันด้วยคำพูด Toxic Conversation เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเสมอ อย่าลืมว่าก่อนที่จะต้องขึ้นเสียงใสกัน เรากับเขาเคยมีความสัมพันธ์ที่ดีขนาดไหน ทำไมต้องมาทำร้ายกันด้วยอารมณ์โมโหชั่ววูบด้วย หากต้องเสียความสัมพันธ์นี้ไปจริง ๆ มันไม่คุ้มเอาเสียเลย

SOURCE

april
WRITER: april
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line