เพราะความเท่าเทียมและสีผิวเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องคอยระวังอยู่เสมอ ไม่เว้นแม้แต่แบรนด์แฟชั่นยอดนิยมอันดับ 1 (เพิ่งถูกจัดอันดับเสร็จไปหมาด ๆ ) อย่าง Gucci ก็ต้องเผชิญกับปัญหานี้เช่นกัน เพราะเสื้อสเว็ตเตอร์และผ้าปิดปากของแบรนด์ดันคล้ายคลึงกับการล้อเลียนชาวผิวสีในอดีต แฟชั่นที่สร้างความปั่นป่วนให้กับ Gucci ในครั้งนี้คือเสื้อสเว็ตเตอร์สีดำ Balaclava Knit Top Black ในคอลเลกชัน Fall Winter 2018 ที่เมื่อปล่อยรูปออกมาก็เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว ด้วยดีไซน์ที่ต้องดึงคอเสื้อขึ้นไปปิดปากและผ้าที่อยู่พอดีกับรูปปากดันเป็นสีแดงที่ดูเหมือน Black face เหตุที่เสื้อสเว็ตเตอร์ซึ่งดูคล้ายคลึงกับ Black face สร้างผลเสียต่อกุชชีนั่นเป็นเพราะ Black face & Red lips คือสัญลักษณ์แสดงถึงช่วงเวลาแห่งการกดขี่เมื่อกว่าร้อยปีก่อนที่ห้ามคนผิวสีเล่นละครเวที แต่ถ้าเรื่องไหนมีตัวละครทาสผิวสีก็จะใช้คนผิวขาวเล่นแทนโดยการทาหน้าดำพร้อมกับทาปากแดง เป็นการแต่งหน้าล้อเลียนผู้คนผิวสีในสมัยนั้น และเมื่อใดก็ตามที่เห็นการทาหน้าดำปากแดงคนทั่วโลกโดยเฉพาะทางฝั่งยุโรปและอเมริกาก็จะรู้กันว่านี่คือการเหยียดสีผิว หลังจากที่เสื้อสเว็ตเตอร์ Balaclava Knit Top Black วางจำหน่ายช่วงปลายปึ 2018 จนถึงเดือนมกราคมปี 2019 ในราคาตัวละ 890 ดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทยราว 28,000 บาท โลกโซเชียลก็วิจารณ์กันอย่างร้อนแรง หลายคนมองว่าถ้าออกแบบเสื้อให้เป็นสีดำล้วนตั้งแต่แรกก็จบแล้ว แต่ดันออกแบบผ้ารอบปากให้เป็นสีแดงที่ดูจงใจเกินไป แต่แบรนด์ออกมาตอบว่าพวกเขาดีไซน์มาเพื่อสดุดี
ดูเหมือนหนุ่ม ๆ แฟนของค่าย Nike คงจะต้องตุนทุนทรัพย์ของตัวเองไว้ให้เยอะกันหน่อย เพราะปีนี้ดูเหมือนว่าค่ายสปอร์ตแบรนด์ยักษ์ใหญ่รายนี้กำลังขยายความนิยมในตลาดรองเท้าของพวกเขา โดยสังเกตได้จากจำนวนคอลเลกชันที่ปล่อยออกมาในไตรมาสแรก รวมถึงคอลเลกชันล่าสุดอย่าง Have a Nike Day Collection “Have A Nike Day” เป็นคอลเลกชันรองเท้าล่าสุดจากค่าย Nike ที่ทยอยปล่อยรูปตัวอย่างของรองเท้าแต่ละรุ่นในแคปซูลออกมาให้ชายผู้รักสนีกเกอร์ทุกคนได้ลุ้นว่าจะมีโมเดลที่ชื่นชอบของตัวเองรวมไว้ในคอลเลกชันหรือไม่ จนในที่สุดภาพชุดเต็มก็ถูกปล่อยออกมาประกอบไปด้วยรุ่นยอดนิยมอย่าง Air Max 1, Air Max 95, Air Max 97, Nike Air Force 1 Mid, Nike Air More Money และ Air Max 270 รวมไปถึงไซซ์พิเศษของเด็กโตและเด็กเล็กเพิ่มเติมเข้ามาด้วย และหลังจากประความสำเร็จอย่างล้นหลามจากคอลเลกชัน “JUST DO IT” กับโทนสี Black, White และ Total Orange มาคราวนี้
ในยุคสมัยที่เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมกับทุกอย่างไม่ว่าจะในแวดวงแฟชั่นหรือกีฬา ทำให้รองเท้าสนีกเกอร์แบบธรรมดาอาจจะต้องมีร้อน ๆ หนาว ๆ บ้างแล้วในตอนนี้ เพราะบริษัทจำนวนไม่น้อยเริ่มหันมาผลิต Smart shoes ด้วยกันทั้งนั้นไม่เว้นแม้แต่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง Alphabet เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักข่าว CNBC รายงานเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของบริษัท Verily ส่วนวิจัยด้านชีววิทยาศาสตร์ที่อยู่ภายใต้ Alphabet ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล ว่าบริษัทกำลังจะก้าวเข้าสู่ตลาดสนีกเกอร์อัจฉริยะโดยการเปิดตัวรองเท้าต้นแบบที่สามารถวิเคราะห์น้ำหนักของผู้สวมใส่และติดตามการเคลื่อนไหวได้ รองเท้าผ้าใบต้นแบบที่ว่ามาพร้อมฟีเจอร์ที่ไม่ธรรมดา โดยการซ่อนเซ็นเซอร์ที่สามารถระบุน้ำหนักไว้ในรองเท้าพร้อมประมวลผลน้ำหนักของผู้ใส่ได้ทันทีที่สวม และจะคอยบันทึกข้อมูลแต่ละครั้ง เมื่อน้ำหนักตัวของผู้ใส่เพิ่มขึ้นหรือลดลงเร็วผิดปกติ smart shoes คู่นี้จะส่งสัญญาณแจ้งเตือนทันที เพราะการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของน้ำหนักสามารถบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพที่ตามมาได้ นอกจากจะสามารถเตือนเรื่องน้ำหนักตัวของผู้สวมใส่ได้แล้ว รองเท้าอัจฉริยะของ Verily จะเน้นไปยังกลุ่มผู้สูงอายุและบุคคลทั่วไปไม่ใช่แค่กับนักกีฬา เพราะ smart shoes สามารถส่งสัญญาณแจ้งเตือนเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้ ซึ่งถือว่าเป็นฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าหลายประเภท เช่น ในกรณีที่ผู้สูงอายุเดินอยู่คนเดียวตามท้องถนนแล้วเกิดหกล้ม รองเท้าจะทราบถึงความผิดปกติและแจ้งเตือนไปยังครอบครัวหรือแพทย์ประจำตัวได้ทันที อย่างไรก็ตามรองเท้าอัจฉริยะของ Verily คู่ดังกล่าวยังคงเป็นเพียงแค่รองเท้าต้นแบบเท่านั้น โดยทางบริษัทจะยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการผลิตว่าจะผลิตเมื่อไหร่ จะออกขายตอนไหน หรือมีราคาคู่ละเท่าไหร่ แต่การที่บริษัทหลายเจ้าเริ่มวางแผนออกแบบ smart shoes กันมากขึ้น แสดงให้เห็นถึงการตื่นตัวในวงการสนีกเกอร์ที่นำเทคโนโลยีมาสร้างลูกเล่นให้กับรองเท้า เช่น แบรนด์
คงต้องบอกว่าไม่เหลือเวลาให้เตรียมตัวแล้วสำหรับหนุ่ม ๆ สายสนีกเกอร์เฮดผู้รักรองเท้าทั้งหลายในบ้านเรา เพราะหลังจากเริ่มต้นปีให้มีเวลาเก็บเงินแค่เพียงเดือนเดียว ตลาดรองเท้าก็ดูจะติดสปีดกันตั้งแต่หัวปี โดยเฉพาะจากค่ายใหญ่ต่าง ๆ ที่ทยอยเปิดตัว Chinese New Year Collection ของตัวเองออกมาต้อนรับปีหมูกันอย่างคึกคัก แต่จะมีคู่ไหนที่น่าจับตามองเป็นพิเศษสำหรับช่วงตรุษจีนนี้ มาชมพร้อมกันได้เลย Eddie Huang x Adidas UltraBOOST “CNY” เริ่มจากรองเท้าคู่พิเศษจากค่ายสามขีดกับรองเท้าวิ่งรุ่นเรือธงอย่าง UltraBOOST ที่เปลี่ยนสีเพิ่มดีไซน์เพื่อต้อนรับช่วงเทศกาลพิเศษนี้ โดยมันได้รับการออกแบบร่วมกับ Eddie Huang เชฟที่ถูกเล่าเรื่องราวชีวิตผ่านซีรีส์อย่าง Fresh Off the Boat โดย Eddie Huang x Adidas UltraBOOST “CNY” มาในโมเดล UltraBOOST 1.0 สีแดงสดตลอดทั้งคู่ยกเว้นส่วน Mid Sole ที่เป็นสีขาว นอกจากนี้ยังตัวอักษรภาษาจีนสีทองตกแต่งเพิ่มเติมในส่วน Heel Tap อีกด้วย Nike Air Flightposite “Chinese New
Nike แบรนด์เครื่องแต่งกายและอุปกรณ์กีฬาชื่อดังออกคอลเลกชันแพ็ครุ่น limited-edition ที่เกิดจากการร่วมมือกันของ Nike x EA Sports บริษัทเกมและซอฟต์แวร์ในชื่อว่า Madden Pack เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลการแข่งขันอเมริกันฟุตบอลรอบชิงชนะเลิศของ NFL ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอเมริกาอย่าง Super Bowl นี่ไม่ใช่การคอลแลปส์กันเป็นครั้งแรกระหว่าง Nike และ EA Sports เพราะในช่วงปี 2016 ก็เคยมีผลงานร่วมกันในการวางจำหน่าย Mercurial Superfly สำหรับเกม FIFA 17 ที่มีเพียง 1,500 คู่เท่านั้น ไปจนถึงรองเท้า Phantom Vision Elite Dynamic Fit FG เมื่อปีที่ผ่านมา ปีนี้ทั้งสองค่ายใหญ่ต่างวงการก็กลับมาเจอกันอีกครั้งในงาน Super Bowl 2019 เหตุผลที่ทำให้แบรนด์แฟชั่นกีฬาชื่อดังและบริษัทเกมยักษ์ใหญ่ตัดสินใจร่วมมือกันออกคอลเลกชันแพ็คพิเศษการแข่งขัน Super Bowl นั่นเป็นเพราะผู้คนทั่วทั้งสหรัฐฯ ต่างให้ความสนใจกับการแข่งขันครั้งนี้ และ Super Bowl ก็ขึ้นชื่อเรื่องเรตติ้งการรับชมที่พุ่งสูงในทุกปี ค่าโฆษณาระหว่างรายการที่สูงถึง 5 ล้านดอลลาร์ต่อนาที คิดเป็นเงินไทยราว 200
ถ้าพูดถึงชื่อฮัวคิน กุซมาน ใครหลายคนอาจจะไม่รู้จัก แต่ถ้าพูดถึง “เอล ชาโป”ฉายาของเขาหลายคนก็คงต้องร้องอ๋อเป็นแน่ เพราะเขาคือเจ้าพ่อยาเสพติดที่โด่งดังโดยเฉพาะกับเรื่องการแหกคุกซ้ำแล้วซ้ำอีกของเขา แต่ในตอนนี้ชื่อเสียงของเขาจะไม่อยู่แค่ในโลกของการเมืองหรือวงการยาเสพติดอีกต่อไป เพราะ El Chapo จะเป็นชื่อที่ปรากฎอยู่ในโลกของแฟชั่นในเวลาอันใกล้นี้ ลูกสาวเจ้าพ่อยาเสพติดเอล ชาโป คิดจะตั้งแบรนด์แฟชั่นขึ้น เธอจึงตั้งแบรนด์เสื้อผ้าที่จดทะเบียนทางกฎหมายอย่างถูกต้องสองชื่อด้วยกันคือ El Chapo และ El Chapo Guzmán รวมถึงเปิดเว็บไซต์ official อย่างเป็นทางการในชื่อ elchapoguzman.com หากอ่านเผิน ๆ นี่ก็แค่แบรนด์แฟชั่นหน้าใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวเร็ว ๆ นี้ แล้วทำไมวงการแฟชั่นทั่วโลกต่างก็ให้ความสนใจ? นั่นเป็นเพราะชื่อเสียงโด่งดังในด้านลบและวีรกรรมกระฉ่อนโลกของเอล ชาโป ที่ทำให้ผู้คนต้องจับตามองว่าเสื้อผ้าภายใต้ชื่อของเจ้าพ่อยาเสพติดคนนี้จะจะเป็นสไตล์ไหนและจะเจาะกลุ่มตลาดใด คำถามมากมายที่เกิดขึ้นจากการตั้งแบรนด์เสื้อผ้าในชื่อเอล ชาโป คือสุดยอดการตลาดที่ไม่มีใครคาดคิด จุดเริ่มต้นของเอล ชาโป นั้นแสนจะธรรมดา จากเด็กหนุ่มที่อยู่ในไร่ปศุสัตว์ในรัฐซินาลัว ประเทศเม็กซิโก ที่แทบไม่มีจะกินและมองเห็นช่องทางที่จะทำให้ปากท้องของเขาอิ่มได้เร็วที่สุดคือการปลูกฝิ่นและกัญชาขายตั้งแต่อายุ 15 เมื่อเอล ชาโป เติบโตขึ้นเขาได้กลายมาเป็นเจ้าพ่อค้ายาเสพติดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งยุคปัจจุบัน เป็นหัวหน้าแก๊งยาเสพติดชื่อดังซีนาโลอา พร้อมกับคดีความที่ยาวเป็นหางว่าว ถูกฟ้องอย่างน้อย 6 รัฐในสหรัฐฯ ทั้งข้อหาค้ายาเสพติดและฆาตกรรม วีรกรรมของเอล ชาโป
เมื่อแบรนด์รองเท้าสัญชาติอังกฤษอย่าง Dr. Martens ที่โด่งดังเรื่องการนำสไตล์คลาสสิกมาสร้างสรรค์เป็นรองเท้ารุ่นต่าง ๆ ได้ดึงแบรนด์วงพังก์ร็อกชื่อดังมาร่วมผสมผสานความคลาสสิกกับความขบถเข้าด้วยกันผ่านรองเท้าคอลเลกชันพิเศษ Sex Pistols x Dr. Martens Sex Pistols คือวงดนตรี Punk Rock ชื่อดังจากเกาะอังกฤษที่เริ่มตั้งวงในกรุงลอนดอนในช่วงปี 1975 เป็นกลุ่มวงดนตรีที่ริเริ่มนำสิ่งที่เรียกว่าพังก์เข้ามายังเมืองผู้ดี Sex Pistols นั้นขึ้นชื่อเรื่องการแสดงคอนเสิร์ตที่เข้าถึงอารมณ์ เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดดุดัน และยังเป็นที่รู้จักมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยความไม่เหมือนใคร สไตล์ของสมาชิกในวงที่มักจะท้าทายเรื่องของสังคม ต่อต้านสิ่งที่ไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจนเปิดเผย จึงทำให้แนวเพลงและการแสดงของวง Sex Pistols สร้างแรงบันดาลใจให้กับชาวพังก์และนักร้องอัลเทอร์เนทีฟในอังกฤษและได้รับยกย่องว่าเป็นผู้มีอิทธิพลมากที่สุดในประวัติศาสตร์เพลงสมัยนิยมของอังกฤษ สิ่งที่ทำให้ Sex Pistols โด่งดังขึ้นมาคือผลงานในปี 1977 กับ Nofuture (God Save the Queen) ที่ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงตามมา เพราะแต่เดิม God Save the Queen คือเพลงสรรเสริญพระบารมีของสหราชอาณาจักรและประเทศอื่น ๆ ในเครือจักรภพ แต่ด้วยผลงานที่สร้างสรรค์ทำให้ในปี 2006 Sex Pistols ถูกแต่งตั้งให้เข้าสู่หอเกีรยติยศ Rock
เมื่อดีไซเนอร์ชื่อดังอย่าง Virgil Abloh ผู้เป็นเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าสตรีทสุดฮิตอย่าง Off-White เลือก The Simpsons การ์ตูนสีเหลืองเสียดสีสังคมอเมริกันที่ส่งอิทธิพลต่อ Pop-Culture Fashion มาสร้างสีสันในคอลเลกชั่น Men’s Spring Summer 2019 ซึ่งถือเป็นการกลับมา Collab กันอีกครั้งหลังเคยร่วมงานกันมาแล้วในช่วงปีที่ผ่านมา เหตุผลที่ Virgil Abloh เลือกหยิบการ์ตูนสัญชาติอเมริกันเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้งเพราะเขาชื่นชอบคาแรกเตอร์ Bart Simpsons ลูกชายคนโตวัย 10 ขวบ ของตระกูลซิมป์สัน ที่มักจะถูกคนในเมืองมองว่าเป็นเด็กแย่ ๆ ชอบทำอะไรพิเรนทร์ไม่ค่อยเข้าท่า แต่แท้จริงแล้ว Bart ก็เป็นเด็กซนที่ชอบเล่นสเก็ตบอร์ดเท่านั้นเอง ในแฟชั่นวีคคราวนี้ของ Off-White จึงจะเน้นไปที่ตัวของ Bart มากกว่าครั้งก่อน The Simpsons เองก็มีความแมสที่โดดเด่นอยู่แล้วเช่นกัน เพราะไม่ว่าใครก็ต้องเคยเห็นครอบครัวตัวเหลืองนี้ผ่านตาอย่างน้อยหนึ่งครั้งแน่นอน รวมถึงการเป็นซีรีส์ของช่อง Fox ที่สามารถติดอันดับ 1 ใน 30 อันดับ รายการที่มีผู้เข้าชมสูงสุดในช่วงปี 1992-1993 และยังเป็นแอนิเมชั่นซิตคอมของอเมริกันที่ฉายอย่างต่อเนื่องได้ยาวนานที่สุด จึงทำให้ The Simpsons กลายเป็นการ์ตูนที่มีอิทธิพลต่อผู้คนในหลายประเด็น นอกจากนี้ยังรวมไปถึงความหมายในเชิงสัญลักษณ์ด้วย เพราะ
ผันเข้าสู่โลกของสตรีตแฟชั่นเต็มตัวเสียทีสำหรับ Tony Hawk ชายผู้เป็น Iconic แห่งวงการสเก็ตบอร์ดในยุคจากยุค 80’s – 90’s หลังล่าสุดได้เปิดตัวคอลเลกชันเสื้อผ้าของตัวเองออกมาครั้งแรกในชื่อ Tony Hawk® Signature Line ซึ่งจะสร้างความเปรี้ยงปังเหมือนครั้งแรกที่เขาปล่อยท่าหมุนตัวกลางอากาศ 900 องศาหรือไม่ คงต้องให้หนุ่ม ๆ สายสตรีตทุกคนเป็นคนตัดสินกันเอาเอง ยังคงวนเวียนอยู่ในวงการเสมอถึงจะวางมือไปจากการเป็น Pro Skateboarder มาเป็นเวลานานแล้วก็ตามสำหรับ Anthony Frank Hawk หรือ Tony Hawk ตำนานนักสเก็ตบอร์ดพรสวรรค์สูงจากแคลิฟอร์เนีย ซึ่งแน่นอนว่าฝีไม้ลายมือที่เขาได้ฝากเอาไว้ให้กับวงการ ก็ทำให้เขากลายเป็นที่พูดถึงตลอดเวลาไม่ว่าจะยุคสมัยไหนก็ตาม และหลังจากวางมือไป นอกจากธุรกิจเสื้อผ้าและอุปกรณ์สเก็ตบอร์ดสายตรงอย่าง Birdhouse แล้วดูเหมือนล่าสุดเขาจะกำลังเข้ามาตีตลาด Streetwear ด้วยคอลเลกชันเสื้อผ้าที่มีลายเซ็นของเขาสกรีนทับเป็นโลโก้แปะไว้ Tony Hawk ® “Signature Line” คอลเลกชันเสื้อผ้าสายสตรีตชุดแรกของ Tony Hawk เปิดตัวครั้งแรกผ่านในแบบ Photo Exhibition ที่ Galerie M21 ระหว่างสัปดาห์ Paris Fashion
ประกาศจุดไว้อย่างชัดเจนสำหรับแนวทางใหม่สำหรับแบรนด์ Air Jordan หลังจากก่อนหน้านี้ทางบริษัทแม่ผู้ดูแลอย่าง Nike ได้ทำการแต่งตั้งประธานบริษัทคนใหม่ รวมทั้งบอกว่ารูปแบบรองเท้าของพวกเขาในอนาคตจะมีการพึ่งพาระบบและเทคโนโลยีต่าง ๆ มากขึ้น จนออกมาเป็น Air Jordan Apex-Utility จากผลงานปี 2018 Air Jordan ซึ่งถือเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการรองเท้า มีส่วนแบ่งอยู่ในตลาดเพียง 9.5 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้ทางบอร์ดบริหารของ Nike ต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงด้วยการเรียกตัว Craig William นักธุรกิจฝีมือเยี่ยมที่เคยฝากผลงานเอาไว้กับ Coca Cola และ McDonald’s มานั่งแทนประธานบริษัทที่เพิ่งเริ่มงานไปเมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา พร้อมกับทิศทางของบริษัทที่หลายคนเชื่อว่าทาง Jump Man จะคลอดรองเท้าในสายการผลิตของตัวเอง แต่มีการสอดแทรกรูปแบบเทคโนโลยีจาก Nike ลงไปด้วย โดยโมเดลแรกที่ทำให้เราเห็นภาพชัดที่สุดคงจะเป็น Air Jordan Apex-Utility ที่เตรียมจะวางขายในช่วงกลางปีนี้ Air Jordan Apex-Utility เป็นรองเท้าจากโปรเจกต์ Flight Utility แสดงถึงทิศทางใหม่ของค่าย Jump Man ที่รวบรวมเอารูปแบบและนวัตกรรมอันโดดเด่นของค่าย Swoosh


