หลังจากเมื่อปี 2016 แบรนด์เสื้อผ้ากีฬายักษ์ใหญ่อย่าง Nike ได้เปิดตัวรองเท้าผูกเชือกเองได้รุ่น Self-Lacing Hyperadapt 1.0 ไปแล้วในราคา 720 ดอลลาร์ ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่สูงพอสมควร แต่ถ้าหากมองว่านี่คือเทคโนโลยีที่เราต้องรอนานกว่า 30 ปี นับตั้งแต่ที่ Back to The Future II ออกฉายเมื่อปี 1989 ก็นับว่าเกินคุ้ม และในปี 2019 นี้ Nike ได้นำรองเท้าอัจฉริยะกลับออกมาวางจำหน่ายอีกครั้งในราคาที่ถูกลงกว่าการจำหน่ายในปี 2016 โดยมีราคาอยู่ที่ 350 ดอลลาร์ และใช้ชื่อว่า Adapt BB รองเท้าสำหรับกีฬาบาสเก็ตบอลที่ปรับรูปทรงให้เข้ากับรูปเท้าที่แตกต่างกันของผู้สวมใส่ได้อย่างอัตโนมัติ พร้อมรูปทรงสุดเท่และแถบไฟสีฟ้าที่ให้ความรู้สึกล้ำสมัยกว่าใคร อย่างที่รู้กันดีว่า Nike คือแบรนด์รองเท้าบาสเก็ตบอลเบอร์ต้น ๆ ของโลกที่สร้างความตื่นตะลึงให้กับวงการบาสเก็ตบอลมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน อย่างเช่นการร่วมงานกับราชานักบอสอย่าง Michael Jordan ที่ร่วมกันออกรองเท้าสำหรับผู้ชื่นชอบกีฬาบาสเก็ตบอลใน Air Jordan เมื่อ 30 ปีที่แล้ว จึงทำให้ Nike สามารถครองใจเหล่านักกีฬารวมถึงผู้ชื่นชอบ Sneaker
ถึงแม้จะมีงานรัดตัวแค่ไหนก็ตาม แต่สุดยอดดีไซเนอร์ชื่อดังแห่งยุคอย่าง Virgil Abloh ก็ไม่เคยหยุดพัก เพราะตอนนี้เขากำลังเตรียมพร้อมสำหรับโปรเจกต์พิเศษที่จะมาสร้างความตื่นเต้นให้กับเหล่าคอแฟชั่นอีกครั้ง ด้วยการประกาศตัวว่าจะก้าวเข้าสู่วงการจิวเวลรี่อย่างเป็นทางการ ปัจจุบัน Virgil Abloh ดำรงตำแหน่งเป็น Artistic Director ให้กับแบรนด์แฟชั่นชื่อดังอย่าง Louis Vuitton และแบรนด์เสื้อผ้าสตรีทสุดเท่ Off-White ที่กำลังยุ่งอยู่กับการจัดโชว์คอลเลกชันเสื้อผ้า Fall/Winter 2019 ของ Off-White ที่กำลังจะมีขึ้นที่ Paris Fashion Week อันใกล้นี้ แต่ถึงจะยุ่งเขาก็วางแผนและพร้อมส่งผลงานเดบิวต์ในวงการจิวเวลรี่เรียบร้อยแล้ว ไอเทมในคอลเลกชันจิวเวลรี่ของ Virgil จะมีทั้งสร้อยคอ ตุ้มหู รวมถึงเข็มกลัดหลากหลายรูปแบบ โดยทั้งหมดได้แรงบันดาลใจมาจากคลิปหนีบกระดาษที่เจอได้ทั่วไปตามสำนักงาน ถึงจะดูเป็นของใช้ในออฟฟิศธรรมดา ๆ แต่ Virgil พูดถึงโปรเจกต์นี้ว่าเขาใช้เวลากว่า 3 ปี ทดลองซ้ำแล้วซ้ำอีกเพื่อให้คลิปหนีบกระดาษกลายเป็นเครื่องประดับที่ไม่ธรรมดา สำหรับการหยิบของใช้ทั่วไปในสำนักงานมาเปลี่ยนเป็นเครื่องประดับสุดเท่ ก่อนหน้านี้ก็เคยเห็นมาบ้างแล้วในวงการแฟชั่นที่นำคลิปหนีบกระดาษมาทำเป็นไอเทมแปลก ๆ อย่างหนุ่มแรปเปอร์ชื่อดังจากเกาหลีอย่าง G-Dragon ที่เคยสร้างปรากฏการณ์ให้ทุกคนอึ้งด้วยการนำคลิปหนีบกระดาษมาเพิ่มลูกเล่นให้ผลงานของตัวเองภายใต้แบรนด์ PEACEMINUSONE รวมไปถึง Money Clip คลิปหนีบกระดาษสีเงินจากแบรนด์แฟชั่นชื่อดังอย่าง Prada ที่ผลิตอย่างประณีต
นอกจากฝีมือในการสร้างสรรค์บทเพลงแล้ว ดูเหมือนหนุ่ม Abel Tesfaye หรือ The Weeknd ที่เพิ่งปล่อยคอลเล็กชั่นล่าสุดของแบรนด์เสื้อผ้าประจำตัวอย่าง XO ออกมาทักทายแฟน ๆ เพื่อฉลองความสำเร็จอันท่วมท้นของการทัวร์คอนเสิร์ตในทวีปเอเชียที่เพิ่งผ่านพ้นไป Asia Tour ครั้งแรกของ The Weeknd ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม พร้อมสร้างปรากฏการณ์ขายบัตรหมดเกลี้ยงในทั้ง 8 ประเทศที่ไปเยือนไม่ว่าจะเป็นที่ ฮ่องกง สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่นรวมถึงประเทศไทยในวันที่ 2 ธันวาคม 2018 ขณะเดียวกันเขาก็ปล่อยคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าของ Asia Tour ออกมาด้วย ซึ่งได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีและขายหมดภายในเวลาไม่นาน ด้วยกระแสความนิยมดังกล่าว ทำให้ไม่กี่วันที่ผ่านมาเขาก็ตัดสินใจ Re-Stock เสื้อผ้าใน Asia Tour Collection กลับมาอีกครั้ง พร้อมไอเทมยอดนิยมไม่ว่าจะเป็น Bomber Jacket, T-Shirt, Long-Sleeves, Hoodie, Ranger Vest, Caps และ Face
ผู้ชายไทยอย่างเรารู้ดีว่าปีนี้คือปีหมู แต่ใช่ว่าคนทั้งโลกจะรู้ไปกับเราด้วยเพราะชาติตะวันตกนั้นไม่ได้มีการนับปีตามปฏิทินนักษัตรเหมือนอย่างประเทศในทวีปเอเชียตะวันออก แต่ถ้าเป็นเรื่องของแฟชั่นนั้นย่อมไม่มีคำว่าขอบเขตหรือเชื้อชาติ เพราะ Gucci แบรนด์แฟชั่นระดับโลกก็อินกับปีหมูและออกคอลเลกชันเพื่อต้อนรับเทศกาลปีใหม่จีนด้วยการนำหมูมาอยู่ในงานดีไซน์ได้อย่างลงตัว Gucci ภายใต้การนำของ Alessandro Michele ดีไซเนอร์หนุ่มมากความสามารถที่มีแนวคิดไม่เหมือนใคร ได้หยิบตัวการ์ตูนชื่อดังตั้งแต่สมัย 1993 อย่าง Three Little Pigs หรือที่คนไทยรู้จักกันได้ในชื่อ ลูกหมูสามตัว จากค่ายการ์ตูนชื่อดังอย่าง Disney นิทานเก่าแก่ที่ยังคงอยู่ในทุกยุคทุกสมัยมาสร้างสรรค์เป็นผลงานแฟชั่นได้อย่างสนุกสนาน เพราะปีนี้คือปีหมู และ Alessandro Michele คือแฟนคลับตัวยงของ Disney เขาจึงไม่พลาดที่จะหยิบเรื่องราวของลูกหมูสามตัวที่บอกเล่าเรื่องราวของความขยันและขี้เกียจมาปัดฝุ่นใหม่อีกครั้งโดยการนำลูกหมูทั้งสามตัวมาอยู่บนเสื้อผ้าในคอลเลกชั่น Ready-to-Wear ทั้งเสื้อผ้าสำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีเพื่อต้อนรับเทศกาลปีใหม่จีนที่กำลังจะมาถึง สำหรับลายปัก Three Little Pigs หรือลูกหมูสามตัวจะถูกปักไว้บนไอเทมต่าง ๆ ของคอลเลกชันนี้ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าสตางค์ กระเป๋าสะพาย แว่นกันแดด ผ้าพันคอ หมวก นาฬิกาข้อมือ หรือกระเป๋าสุดคูลที่ผู้ชายคอแฟชั่นควรมีอย่าง Beanie Tote Bag รวมไปถึงเสื้อผ้าที่ขนกันมาทุกแบบทุกสไตล์ ทั้งเสื้อโปโล เสื้อเชิ้ต รวมถึงเสื้อแจ๊คเก็ตที่ปัก และไฮไลต์อย่างรองเท้าสนีกเกอร์ยอดฮิตของแบรนด์อย่าง Ace ที่เปลี่ยนความเรียบง่ายให้เป็นความเท่เฉพาะตัวด้วยเจ้าลูกหมูสามตัวที่แปะทับลายสัญลักษณ์แถบสามสีของ
อาดิดาส ฟุตบอล ฉลองครบรอบ 70 ปีของแบรนด์อาดิดาสที่ก่อตั้งเมื่อปี 1949 ด้วยการเปิดตัว โคปา 70 (COPA70) รองเท้าฟุตบอลที่ยึดรูปแบบสไตล์คลาสสิกเหนือกาลเวลาของรุ่นออริจินัล ที่ถือกำเนิดขึ้นในปี 1982 พร้อมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่ด้วยการใช้วัสดุไพรม์นิต (Primeknit) รองเท้าฟุตบอลโคปา 70 ถือเป็นตัวแทนองค์ประกอบสำคัญของอาดิดาสในด้าน “พัฒนาการที่ก้าวหน้าอย่างแท้จริง” โดยรองเท้าฟุตบอลคู่นี้มีการนำเอารูปแบบโครงสร้างในอดีตมาผสมผสานกับเทคโนโลยีแห่งยุคปัจจุบันเพื่อแสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการอันยิ่งใหญ่ของอาดิดาส ฟุตบอล ตลอดช่วงระยะเวลา 70 ปีที่ผ่านมา นอกจากดีไซน์ของตัวรองเท้าที่ได้มาจากรุ่นดั้งเดิมเมื่อปี 1982 แล้ว อาดิดาสยังผสมผสานอดีตกับปัจจุบันเพื่อคืนชีพรองเท้าฟุตบอลระดับตำนาน โดยการใช้วัสดุไพรม์นิตในการผลิตตัวรองเท้าเพื่อแสดงให้เห็นถึงอาดิดาสยุคปัจจุบัน พร้อมใช้วัสดุหนังแท้ในการบุด้านในรองเท้า ซึ่งแสดงถึงจุดเริ่มต้นในวงการฟุตบอลของอาดิดาสนั่นเอง ยิ่งไปกว่านั้น รองเท้าฟุตบอลโคปา 70 ยังมีการติดปุ่มสตั๊ดสีแดง ซึ่งมีที่มาที่ไปมาจากยุค 70 อีกด้วยเช่นกัน ขณะที่รองเท้าฟุตบอลโคปา 70 แบบเทรนเนอร์ จะมีการติดพื้นชั้นนอกสีน้ำตาลและป้ายโลโก้อาดิดาสสีฟ้าที่ลิ้นรองเท้า ซึ่งก็ถือเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของรองเท้าฟุตบอลโคปา รุ่นปี 1982 โดยรองเท้าถูกบรรจุมาในกล่องแบบพิเศษ ซึ่งสามารถเลือกซื้อได้ทั้งแบบเชือกสั้นตามแฟชั่นสมัยใหม่และแบบเชือกยาวสไตล์คลาสสิก รองเท้าฟุตบอลโคปา 70 จะวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 2562 เป็นต้นไป รุ่นสเตเดี้ยม
ประกาศวันเปิดตัวออกมาอย่างเป็นทางการสักทีสำหรับรองเท้า Signature รุ่นล่าสุดของ Paul George ฟอร์เวิร์ดชื่อดังแห่งวงการยัดห่วง NBA โดยคราวนี้ไม่ได้เลือกใช้แรงบันดาลใจจากเครื่อง Playstation เหมือนกับสองรุ่นที่ผ่านมา แต่เลือกใช้ Nasa Space Suit มาเป็นต้นแบบแทน Nike PG3 “NASA” มาพร้อมกับดีไซน์ใหม่ซึ่งถูกพัฒนาต่อจาก PG 2.5 ซึ่งทางชายผู้รับหน้าการออกแบบครั้งนี้อย่าง Tony Hardman ก็ให้เหตุผลว่าต้องการถอดส่วนไม่จำเป็นรวมทั้งได้เปลี่ยนวัสดุที่ใช้ให้มีน้ำหนักเบามากยิ่งขึ้น ผลที่ออกมาคือการหายไปของสายคาด พร้อมส่วน Upper ที่ผลิตจากผ้าตาข่ายรวมถึง Midsole ซึ่งมีน้ำหนักเบามากขึ้น เพื่อรองรับการใช้งานจริงในสนามแข่ง แต่เรื่องดีไซน์และความสวยแปลกตาของ Nike PG3 “NASA” ก็ทำออกมาได้ดีเช่นกันเริ่มจากสีส้มเป็นสีหลักที่เลือกใช้โดยรับแรงบันดาลใจมาจากชุดนักบินอวกาศสีส้มที่เรียกว่า Advanced Crew Escape Suit (ACES) ซึ่งหลายคนน่าจะคุ้นเคยกันดี รวมไปถึงสี Matallic Silver เป็นตัวแทนของชิ้นส่วนยานอวกาศ และก็ไม่ลืมสีแดงกับน้ำเงินซึ่งเป็นสี NASA มาตกแต่งไว้ที่รองเท้าทั้งสองข้างอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นธงชาติสหรัฐอเมริกาในส่วนลิ้นรองเท้า หรือป้ายแท็กสีแดงพร้อมข้อความว่า “REMOVE BEFORE
จบลงไปแล้วสำหรับงานประกาศผลรางวัล Golden Globes Awards 2019 ซึ่งผลที่ออกมาก็อาจถูกใจหลายคนโดยเฉพาะแฟนของวง Queens และภาพยนตร์ Bohemian Rhapsody ที่คว้ารางวัลใหญ่อย่าง Best Motion Picture ไปครอง รวมถึงพระเอกอย่าง Rami Malek ที่คว้ารางวัลในสาขา Best Performance by an Actor in a Motion Picture – Drama มาด้วยเช่นกัน แต่นอกจากฝีมือการแสดงอันยอดเยี่ยมที่มีแล้ว Rami Malek ยังถือเป็นผู้ชายที่มีสไตล์การแต่งตัวจัดจ้านอีกคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็น ลุค Smart Casual และแนว Formal เพื่อออกงาน นอกจากนี้ตัวเขายังเป็นหนุ่มผิวสองสีที่มาพร้อมกับส่วนสูง 170 เซนติเมตรบวกกับอีกนิดหน่อย ซึ่งเราเชื่อว่ารูปแบบการแต่งตัวของเขาจะสามารถนำมาปรับใช้กับหนุ่มไทยได้เป็นอย่างดี แต่จะมีสไตล์ไหนบ้างมาดูกันเลย Denim Mania เรามักจะเห็น Rami Malek ปรากฏตัวในชุดทางการอยู่บ่อยครั้ง แต่นอกเวลาออกงานเขามักปรากฏตัวในลุค Casual สบาย ๆ พร้อมกับ Denim
สำหรับหนุ่ม ๆ ที่เป็นสาวกของรองเท้าตระกูล Air Max คงจะทราบข่าวกันดีว่า ในปี 2019 นี้ Nike กำลังมีแผนจะ Retro รองเท้าโมเดลสุดเก๋าอย่าง Air Max 2 Light ที่ผลิตครั้งแรกเมื่อ 25 ปีที่แล้วกลับมาปัดฝุ่นพัฒนาอีกครั้ง ซึ่งรองเท้าตัวล่าสุดก็เตรียมวางขายให้เราได้เป็นเจ้าของแล้ว พร้อมกับสีต่าง ๆ ที่คาดว่าจะตามออกมาอีกล็อตใหญ่ Air Max 2 Light ถูกผลิตขึ้นครั้งแรกในปี 1994 เพื่อต่อยอดความสำเร็จของรองเท้ารุ่นแรกอย่าง Air Max Light ที่ผลิตเมื่อปี 1989 กับดีไซน์เอกลักษณ์ที่มีลวดลายปูดนูนขึ้นมา พร้อมกับก้อน Air ขนาดใหญ่ตรงส่วนด้านหลังของ Midsole คล้ายกับใน Air Max 95 ซึ่งการกลับมาในครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะเพราะรูปทรงแบบ Chucky ที่มีน้ำหนักเบาของมันต้องทำให้หลายคนได้กระเป๋าสั่นแน่นอน หลังจากผ่านไป 25 ปีในที่สุด Nike ก็ได้นำมันกลับมาอีกครั้งกับคู่แรกของ Air Max 2 Light
สำหรับปี 2018 ที่ผ่านมา เราเชื่อเหลือเกินว่าหนุ่มไทยทุกคนทั้งรุ่นเล็กและรุ่นใหญ่ คงจะสนุกกับการเลือกซื้อสนีกเกอร์หลากรุ่นหลายโมเดลที่ถูกปล่อยออกมาตลอดทั้งปี เรียกได้ว่ากะไม่ให้เหลือเงินไว้ซื้อไอเทมของปีนี้เลยก็ได้ แต่ดูเหมือนว่าในปี 2019 ที่กำลังจะมาถึงตลาดก็ยังคึกคักไม่ต่างกัน เพราะมีรองเท้าหลากหลายรุ่น กำลังรอคอยกำหนดเวลาในการเปิดตัว ซึ่งปีนี้จะมีคู่ไหนควรค่าให้เรารอคอยและเสียเงินบ้างมาชมกันเลย Sean Wotherspoon x Nike Air Max 97/1 (Second Wave) คงไม่ต้องอธิบายกันให้มากความ สำหรับรองเท้างานคอลแลปส์สุดไฮป์ระหว่าง Nike และหนุ่ม Sean Wotherspoon หลังจากรองเท้าคู่แรกอย่าง Sean Wotherspoon x Nike Air Max 97/1 ที่มาพร้อมส่วน Upper ของ Air Max 97 และ Mid-Sole จาก Air Max 1 และผ้าลูกฟูกสีแสบที่ถูกปล่อยออกมาเมื่อช่วงต้นปี 2018 ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม จนหลายคนยกให้เป็น Sneaker Of The Year เลยทีเดียว
adidas Originals เปิดตัวสนีกเกอร์ใหม่ Nite Jogger โดดเด่นด้วยแถบสะท้อนแสง กับดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ที่ผสานความคลาสสิกกับความโมเดิร์นได้อย่างลงตัว ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากการหยิบยกเทคโนโลยี hi-vis มาประยุกต์ใช้ ทำให้ Nite Jogger เป็นสนีกเกอร์สุดล้ำสำหรับเหล่าครีเอเตอร์ผู้หลงใหลในยามค่ำคืน การออกแบบที่โดดเด่นเหนือใครของ Nite Jogger ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีการสะท้อนแสง ส่องสว่างในที่มืด จะกลายเป็นปรากกฎการณ์ใหม่สำหรับสายสตรีท ด้วยการพัฒนาสนีกเกอร์ผสานเข้ากับเทคโนโลยี hi-vis ที่จะเสริมให้สนีกเกอร์เรืองแสงได้ในเวลากลางคืน ไม่ว่าจะเป็นที่เชือกรองเท้า สามแถบเอกลักษณ์ฉบับอาดิดาส แถบด้านหลัง รวมถึงลวดลายไฮไลต์ นับเป็นการนำเทคโนโลยีรวมเข้ากับการออกแบบที่ล้ำสมัย เพื่อเหล่าบรรดาครีเอเตอร์ ผู้กล้าที่จะเดินตามทางของตนเอง ส่วน Upper เป็นไนลอนน้ำหนักเบา ผสานกับตาข่ายถักแบบนุ่ม และหนังกลับสีดำสุดเท่ ส่วน sole มาพร้อมพื้น BOOST เต็มผืน เพื่อส่งมอบความสบาย และพร้อมสำหรับการสำรวจในยามค่ำคืน การเผยโฉมของ Nite Jogger ในครั้งนี้ มาพร้อมกับสีส้มโดดเด่นตัดกับ upper สีดำ ในขณะที่บริเวณส้นเท้านั้นมีเอกลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับโมเดลในอดีต นับเป็นการสานต่อรูปแบบของการนำสิ่งต่างๆในอดีตมาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆเพื่ออนาคต Nite Jogger เป็นสนีกเกอร์ที่ออกแบบมาเพื่อการแสวงหาความคิดสร้างสรรค์อย่างไม่หยุดยั้ง


