ต้องรู้จักคิดให้เป็น เพื่อพร้อมจะเผชิญกับปัญหาที่จะโถมเข้าใส่
โลกใบนี้หมุนไปไม่หยุดนิ่ง ไม่ต่างจากผู้ชาย Work Hard Play Hard อย่างเราที่ต้องเดินหน้าทำงานให้ก้าวกระโดดต่อไปไม่รู้จบ พอ ๆ กับที่ต้องเข้าสังคมเพื่อปาร์ตี้ เพื่อพักผ่อน เพื่อสนุกสุดเหวี่ยง แต่ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหรือการปาร์ตี้สิ่งหนึ่งที่เราเลี่ยงไม่ได้คือการรู้จักคนใหม่ ๆ ในชีวิตอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แต่การรู้จักคนมากเข้า เราเองก็คงเคยประสบปัญหายิ่งเจอคนเยอะก็ยิ่งจำคนไม่ได้ ในทางกลับกันเวลาเราแนะนำตัวกับใครไป อีกฝ่ายก็จำไม่ได้เหมือนกันว่าเราเป็นใคร ถ้าต้องการสานสัมพันธ์เรื่องธุรกิจหรือถักทอมิตรภาพให้ยาวนานต่อไป ถ้ามีคนจำเราไม่ได้มาก ๆ เข้าก็คงไม่ดีแน่ นี่จึงเป็นสุดยอดเคล็ดวิธีที่จะช่วยให้เราแนะนำตัวครั้งเดียวให้โลกจำไปตลอดกาลที่ เอาไปใช้ได้ทุกสถานการณ์แน่นอน อย่าพูดแค่ชื่อหรืออาชีพ แต่นิยามมันให้ไกลกว่านั้น การแนะนำตัวมักเริ่มต้นอย่างเก้ ๆ กัง ๆ หรือต่อให้ภายนอกดูมืออาชีพแค่ไหน แต่ภายในใจผู้ชายอย่างเราก็อดเจื่อน ๆ ไม่ได้ เป็นเหตุให้เรามักเริ่มต้นแนะนำตัวเองแบบมาตรฐานอย่างการแนะนำชื่อ แนะนำอาชีพ หรือตำแหน่งทางธุรกิจที่คิดว่าเป็นประโยชน์ เมื่อคนส่วนใหญ่ทำในรูปแบบเหมือน ๆ กันไปหมดจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมแนะนำตัวกี่ครั้งเขาก็ลืมเราอย่างง่ายดาย ดังนั้นจากปกติพูดว่า “ผมชื่อโอม เป็นนักเขียนนะครับ” ลองนิยามความเชื่อหรือเป้าหมายในอาชีพ หรือแรงบันดาลใจในการทำอาชีพนี้เพิ่มลงไป แต่ให้เป็นประโยคที่กระชับดู “ผมโอมครับ ผมเชื่อเรื่องการสื่อสารประเด็นใหม่ ๆ เพื่อให้คนปลดล็อกศักยภาพตัวเอง ผมถึงเลือกอาชีพนักเขียนอย่างทุกวันนี้ครับ” รับรองว่าอีกฝ่ายจะประทับใจเพราะเราได้ใส่ทัศนคติลงไป และความไม่เหมือนใครนี้จะทำให้เขาจำเราได้ในระดับหนึ่ง พูดเรื่องความรู้สึกบ้าง
ไม่ว่าอะไรก็ตามถ้าทำในระดับที่พอเหมาะพอดี ก็น่าจะพอมีด้านดี ๆ อยู่บ้าง โดยเฉพาะเรื่อง “การอวด” ถ้าเราใช้มันอย่างถูกวิธี หลาย ๆ ครั้งมันก็เป็นการสร้างความสัมพันธ์ในกลุ่มคนที่ชอบอะไรเหมือนกัน เป็นการสร้างคอนเนคชั่นบางรูปแบบ รวมถึงเป็นโปรไฟล์ดี ๆ ในการทำอะไรต่อไปในอนาคต แต่การอวดในระดับที่มากเกินไปโดยเฉพาะการอวดในโซเชียลมีเดียก็อาจนำไปสู่การถูกนิยามว่า “คนขี้อวดได้” และ 5 เรื่องต่อไปนี้ UNLOCKMEN ขอประทับตราว่าอวดน้อยลงหน่อยก็ได้เพื่อให้อะไร ๆ รอบตัวดีขึ้น อวดแบบไม่อวด การอวดแบบไม่อวด (Humble Brag) บางครั้งก็เกิดจากความไม่ตั้งใจจริง ๆ แต่หลายครั้งเราเองก็แอบรู้สึกลึก ๆ ว่าอยากอวดนั่นแหละ แต่ถ้าอวดโต้ง ๆ มันจะดูไม่มีระดับ เลยใช้วิธีอวดแบบไม่อวดแทน สำหรับคนที่ยังงง ๆ ว่าการอวดแบบนี้มันคืออะไรกันแน่ ก็ให้นึกถึงสาวสักคนที่หุ่นผอมบางระดับนางแบบ แต่โพสต์รูปตัวเองแล้วประกาศว่า “โห อ้วนฉุเลยฉัน” ทางหนึ่งเธอพยายามถล่มตัวเองด้วยข้อกล่าวหาแบบแย่สุด ๆ แต่จริง ๆ แล้วมันคือการทำเพื่อให้คนอื่นมาแย้งว่า “ไม่เลยครับ ผอมสวยมาก” ดังนั้นมันจึงเป็นวิธีที่ทำให้เหมือนว่าไม่ได้จงใจจะอวดว่าเราหล่อ รวย เก่ง หุ่นดี ฯลฯ
“The greatest comeback of all time” คือถ้อยคำที่ผู้คนในวงการกีฬาใช้ยกย่องการกลับมาคว้าแชมป์ครั้งแรกในรอบ 5 ปีของชายที่ชื่อ Tiger Woods นักกอล์ฟวัย 42 ปี หลังเขาคว้าอันดับ 1 ในรายการ Tour Championship 2018 โดยถือเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี จากแชมป์ครั้งล่าสุดในเดือนสิงหาคมปี 2013 หลังจากต้องพักรักษาตัวจากปัญหาอาการบาดเจ็บ การติดสุรา และปัญหาครอบครัวรุมเร้า “When Tiger Woods plays golf, the world watches.” โปรกอล์ฟอดีตมือหนึ่งของโลก คือนักกีฬาซึ่งในยุคสมัยนึงพูดได้เต็มปากว่า “ไม่มีใครไม่รู้จัก” ก่อนหน้านี้เขาคว้าแชมป์ PGA Tour ได้ถึง 79 สมัยโดยถ้าเปรียบเทียบครั้งล่าสุดที่ Tiger คว้าแชมป์มาครองได้ ตอนนั้น Anthony Joshua พึ่งจะเทิร์นโปรมวยอาชีพได้แค่เดือนเดียวเท่านั้น แต่หลังประสบความสำเร็จต่าง ๆ มากมาย ครองความยิ่งใหญ่ในชีวิตมาอย่างยาวนาน ชีวิตของ Tiger
ในวันที่ท้องฟ้ายามกลางวันกลับมืดดำขมุกขมัวด้วยเมฆสีหม่น สายฝนโปรยปรายลงมาก็ทำให้ลำบากเกินกว่าจะออกไปไหน การอยู่บ้านเฉย ๆ ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่จะให้นอนโง่ ๆ อืด ๆ เฉย ๆ ก็อาจจะน่าเบื่อไปสักหน่อย หรือจะเปิดคอมพิวเตอร์ท่องอินเตอร์เน็ต ดู Netflix ก็รู้สึกจำเจ นาน ๆ ทีลองหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านดีกว่า และทั้ง 5 เล่มที่เรามาแนะนำวันนี้บอกเลยว่าเหมาะกับวันฝนพรำสุด ๆ ฝนตกตลอดเวลา : ปราบดา หยุ่น แค่ชื่อก็บ่งบอกแล้วว่าหนังสือเล่มนี้เหมาะกับการอ่านในวันฝนตกขนาดไหน นอกจากนั้นชื่อผู้เขียนยังการันตีถึงความยอดเยี่ยมของมันได้เป็นอย่างดี เพราะนี่คือผลงานจากปลายปากกาของ ปราบดา หยุ่น นักเขียนรางวัลซีไรต์ที่ลีลาการใช้ภาษามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง ฝนตกตลอดเวลาคือเรื่องราวในที่ฝนตกตลอดเวลา ชายคนหนึ่งตื่นขึ้นมาในห้องโรงแรมเก่า ๆ โทรม ๆ แห่งหนึ่ง ในสภาพเปลือยเปล่า เขาปราศจากซึ่งความทรงจำ ไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหน หรือแม้กระทั่งตัวเองเป็นใคร เขาจึงเริ่มต้นออกค้นหาคำตอบ เสน่ห์ที่ร้ายกาจที่สุดในหนังสือเล่มนี้คือการที่ปราบดาสร้างบรรยากาศทุกอย่างให้ชวนฉงน มีความ Surreal สูง เป็นความพร่ามัวเหมือนเราถอดแว่นสายตาออก โดยมีเสียงสายฝนตกลงมาอย่างไม่ขาดสาย Milk and Honey : Rupi Kaur
“เซ็กซ์” เป็นอีกกิจกรรมที่เรามักจะตักตวงความสุขจากมันอยู่เสมอ ด้วยการสรรหาอะไรแปลกใหม่มาเติมรสชาติ เติมสีสันให้มันไม่น่าเบื่อ และยังคงอร่อยในทุกครั้งที่กิน ไม่ว่าจะสารพัดท่า การสวมบทบาทไปกับเรื่องราวสมมติ Sex Toy หรืออะไรก็ตามที่จะเพิ่มความสนุกได้ แต่ใครจะรู้ว่า “กัญชา” ก็สามารถเพิ่มความหรรษาให้เซ็กซ์ได้เช่นกัน More Marijuana More Enjoyment เราอาจจะคุ้นเคยว่าการปุ๊นมันทำให้เราลอยฟุ้งจนมันไม่อยากจะขยับร่างกายไปไหน ก็ดูเหมือนโดนดูดให้อยู่แต่ตรงนั้น จะว่าไปก็เหมือนอาการขี้เกียจนั่นแหละ จนคนทั่วไปมักจะจำภาพของ “นักกินผัก” หรือ “ชาวออแกนิก” ว่าปุ๊นแล้วก็นั่งเฉย ๆ กินขนมล้างคอสักหน่อย หัวเราะกับทุกอย่างที่เห็น แต่ใครจะรู้ว่าของดีที่เข้าตัวไปมันทำให้พวกเขา Enjoy กับเซ็กซ์มากขึ้น แม้เราจะคิดว่าชาวออแกนิกที่เติมมาเต็มแล้วจะกลายร่างเป็นสล็อตจอมขี้เกียจที่ขอนอนคุดคู้อยู่ใต้ผ้าห่ม จนดูเหมือนว่าจะกลายเป็นความต้องการทางเพศถดถอยจนน้องหนูสู้ไม่ไหว แต่จากการศึกษาของ Journal of Sexual Medicine พบว่ากัญชาส่งผลกับความต้องการทางเพศ พูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือทำให้รู้สึกมีความต้องการทางเพศมากขึ้นถึง 20% ถ้าเทียบกับในตอนปกติที่ไม่ได้ปุ๊น ซึ่งทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตัวแปรอื่น ๆ อย่างเพศ สุขภาพ อายุ ที่อาจส่งผลต่อผลการศึกษา ทำให้แต่ละคนมีผลลัพธ์ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งอาจยืนยันไม่ได้ 100% ว่าความต้องการที่เพิ่มขึ้นเนี่ยมันเพราะปุ๊นอย่างเดียวเลยหรือเปล่า ทีนี้ลองมาดูทีมที่ศึกษาเรื่องนี้จาก Stanford University ใน
“ชิ้นนี้เป็นงานของปี 1978 สเกล 1:1 เท่าของจริงที่ใช้ถ่ายหนังเลยนะพี่” นี่ไม่ใช่น้ำเสียงที่สื่อถึงความโอ้อวด หรือหวงของ แต่มันคือน้ำเสียงของความภูมิใจ และความสุขที่ได้เล่าเรื่องราวของสิ่งที่หลงใหล ซึ่งถูกเอ่ยขึ้นมาหลังจากที่เราขอยืมหน้ากาก Darth Vader ของ ‘ธนวัฒน์ ใจกล้า’ หรือ ‘เย่’ เพื่อเอามาสัมผัสด้วยความชื่นชม แม้จะเปิดเรื่องมาด้วยหน้ากาก Darth Vader แต่วันนี้เราไม่ได้มาพูดคุยกับเขาถึงเรื่องราวชีวิตของลอร์ดมืดในตำนานผู้นี้ หรือพูดคุยเกี่ยวกับมหากาพย์ภาพยนตร์อย่าง Star Wars แต่เรากำลังจะพูดถึงอีกสิ่งหนึ่งซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับ Darth Vader และ Star Wars รวมถึงเกี่ยวข้องกับตัวของชายหนุ่มวัย 20 ปลาย ๆ คนนี้ เป็นอย่างมาก เพราะผู้ชายคนนี้ได้เลือกใช้ชีวิตบนเส้นทางของความหลงใหล ทุ่มเทให้กับสิ่งที่สายตาคนทั่วไปตัดสินว่าเป็นแค่ของเล่น เป็นแค่เรื่องเสียเวลาไร้สาระ แต่เสียงวิจารณ์ และคำดูถูกเหล่านั้นไม่อาจต้านทานความตั้งใจของเขาได้ และในตอนนี้หากจะเรียกเขาว่าเป็นนักคราฟต์ดาบ Lightsaber อาวุธทรงพลังในโลกของหนัง Star Wars ซึ่งกลายมาเป็นของเล่น ของสะสมที่มีคุณค่าทางจิตใจในโลกจริง อย่างเต็มตัวก็คงไม่ผิดนัก “ผมเรียนจบวิจิตรศิลป์ จากลาดกระบัง ก่อนจะมาเป็น Sabersmith ก็ทำงานประจำเป็น
วันหม่น ๆ ที่โลกใบนี้ไม่เข้าข้างเรา วันที่ต้องยอมรับแล้วว่าเราแพ้ให้กับเกมนี้เข้าอย่างจัง ไม่ว่าจะต้องแพ้ด้วยการกระทำของตัวเองหรือเพราะปัจจัยอื่น ๆ ที่ไม่อาจควบคุมได้ก็ตาม สิ่งสำคัญคือหลังจากต้องลิ้มรสชาติของความพ่ายแพ้แล้ว เราจะลุกขึ้นอีกครั้งเมื่อไหร่และเรียนรู้อะไรจากความผิดพลาดครั้งนี้ เพื่อให้การล้มครั้งต่อไปไม่ใช่เพราะสาเหตุเดิม UNLOCKMEN ชวนหนุ่ม ๆ มาดูหนัง LOSER ผู้พยายามประคับประคองชีวิตตัวเองให้ ALRIGHT เผื่อใครอาจจะได้ข้อคิดดี ๆ จากความผิดพลาดของตัวละครจากสักเรื่องก็ได้ Inside Llewyn Davis (2013) Directors : Ethan Coen, Joel Coen เรื่องราวหน่วง ๆ ชวนเบื่อเรื่องนี้ มาจากชีวิตจริงของนักดนตรีโฟล์คอย่าง Dav Van Ronk ที่ไม่ได้มีเรื่องราวตื่นเต้นหวือหวา เปี่ยมไปด้วย Passion เดินตามความฝันกับวลีเด็ด “ฉันจะทำให้เต็มที่เลยล่ะ” แต่เป็นเรื่องเนือย ๆ อย่างที่เราได้ดูกันนั่นแหละ เป็นช่วงชีวิตที่เขายังไม่ได้โด่งดังมากพอที่จะเป็นที่ต้องการของค่ายเพลงหรือแม้แต่บาร์ที่ไหนสักแห่ง เนื้อเรื่องจริง ๆ มันเหมือนตามติดชีวิตนักดนตรีเหงา ๆ คนนึง ไม่มีอะไรมาก อยากให้ทุกคนได้ลองดูกันเอง แม้จะน่าเบื่อเสียหน่อย แต่ถ้าหากอดทนจนจบแล้ว
6 ลักษณะภายนอกที่จะช่วยส่งเสริมศักยภาพภายในของคุณให้ดูดีทะลุขีดจำกัด
ในยุคที่กระแสสังคมพัดผ่านอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับทุกอย่าง ไม่เว้นแม่แต้วัฒนธรรมการทำงาน ก่อนหน้านี้ถ้าเราพูดถึงการทำงาน ความหมายของมันมีรูปแบบเดียวคือการเดินทางออกจากบ้านไปทำงานในสถานที่ที่องค์กรต้นสังกัดจัดไว้ให้ แต่ทุกวันนี้มีงานหลายประเภทที่สามารถทำได้จากทุกที่ในโลก ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปทำงานถึงที่ จึงเกิดรูปแบบการทำงานใหม่ที่เรียกว่า Work-From-Home ขึ้นมา Work-From-Home ดีจริงหรือ? การทำงานที่บ้านจะดีกว่าที่ทำงานได้ยังไง? พนักงานจะมีความรับผิดชอบพอหรือเปล่า? งานจะไม่เละเทะเหรอ? และสารพัดคำถาม แต่ตอนนี้มีผลการสำรวจออกมาช่วยยืนยันแล้วว่า Work-From-Home คือรูปแบบการทำงานที่ดีที่สุดในการจัดการกลยุทธ์ต่าง ๆ สำหรับบริษัท ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น? การทำงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จากการศึกษาของ Harvard Business Review ได้ทำการทดลองเรื่อง Work-From-Home กับพนักงานบริษัท Call Center แห่งหนึ่ง โดยได้แบ่งพนักงานเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกให้ทำงานที่บ้าน ส่วนอีกกลุ่มให้เดินทางมาทำงานที่ออฟฟิศตามเดิม เวลาผ่านไป 9 เดือน เมื่อนำผลลัพธ์การทำงานของพนักงานทั้ง 2 กลุ่มมาเปรียบเทียบกันพบว่ากลุ่มพนักงานที่ทำงานที่บ้านสามารถทำยอดขายรวมได้มากกว่ากลุ่มทำงานที่ออฟฟิศถึง 13.5% เลยทีเดียว ลดความตึงเครียด จากการสำรวจของ Ctrip เกี่ยวกับความพึงพอใจในงานพบว่าพนักงานที่สามารถทำงานจากบ้านได้นั้นมีความพึงพอใจและมีความสุขกับงานมากกว่าพนักงานที่ต้องไปทำงานที่ออฟฟิศเป็นประจำถึงเท่าตัว ซึ่งนับว่าเป็นอัตราที่สูงมาก นอกจากเรื่องความสุขในการทำงานแล้ว บริษัทที่มีนโยบาย Work-From-Home สามารถหาพนักงานเข้ามาทำงานได้ง่ายกว่าบริษัททั่วไปถึง 41% ลดภาระค่าใช้จ่ายของบริษัท นโยบาย Work-From-Home นอกจากจะมีข้อดีกับบรรดาพนักงานแล้ว


