หากพูดถึงร้านสนีกเกอร์และสตรีทแวร์ที่มาแรงสุด ๆ ในบ้านเรา คงจะไม่มีใครกล้าปฎิเสธอีกแล้วว่า Carnival Store คือเบอร์หนึ่งในปัจจุบัน เนื่องจากช่วงขวบปีที่ผ่านมา การได้ Nike Tier Zero และ adidas consortium ล้วนเป็นเครื่องตอกย้ำชั้นดี โดยผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จเหล่านี้ คงจะหนีไม่พ้นหัวเรือใหญ่ คุณปิ๊น-อนุพงศ์ คุตติกุล ที่ปลุกปั้นแบรนด์ขึ้นมาเมื่อ 8 ปีก่อน จนกลายมาเป็นร้าน Multi-Fashion แถวหน้าของเอเชีย ซึ่งวันนี้ UNLOCKMEN ได้รับเกียรติจากคุณปิ๊นให้เดินทางไปพูดคุยเกี่ยวกับแง่คิด พร้อมทั้งประสบการณ์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเป็นนักสะสมรวมถึงหลักการณ์บริหาร ถึงออฟฟิศของ Carnival ที่ตั้งอยู่ใจกลางศูนย์การค้า สยามสแควร์ เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจถึงผู้อ่านทุกคน A PART OF COLLECTOR อยากทราบเรื่องราวของคุณปิ๊นก่อนที่จะมาเริ่มทำ Carnival ปิ๊น Carnival : คือในวัยเด็กก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แต่เหมือนกับเรารู้ตัวว่าชอบที่จะค้าขาย บางทีก็ซื้อโน่นนี่มาขายบ้าง เวลาบ้าอะไรก็จะบ้าเป็นพัก ๆ ไม่ได้จริงจังอะไร จนจุดเริ่มต้นคือตอนที่ผมได้ไปเรียนปริญญาโทที่อังกฤษกับเพื่อนอีก 2 คน พอเราไปอยู่ที่นั่นปุ๊ป มันเป็นการเปิดโลก จนรู้ตัวเองว่าสนใจเรื่องของรองเท้า ชอบรองเท้า
แม้ว่าจะดูเงียบเหงาเสียเหลือเกินสำหรับมหกรรมฟุตบอลโลกหนนี้ และแม้กำลังจะเดินทางมาถึงช่วงโค้งสุดท้าย แต่ดูเหมือนว่าหลาย ๆ คนจะเลิกสนใจมันไปแล้วด้วยซ้ำว่าใครจะได้เป็นแชมป์โลก ต้องยอมรับตามตรงว่าฟุตบอลที่รัสเซียถือว่าค่อนข้างกร่อย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแบรนด์กีฬาดังอย่าง adidas ยังคงเกาะกระแสด้วยการออกสินค้าใหม่ ๆ มายั่วน้ำลายผู้ชายที่หลงใหลในเรื่องของฟุตบอล แถมปัจจุบันยังเพิ่มทางเลือกทำดีไซน์ให้มีความเป็นไลฟ์สไตล์มากขึ้น อย่างเช่นคอลเลคชั่นพิเศษล่าสุดที่เป็นการย้อนอดีตด้วยการนำรองเท้าสตั้ดในตำนานอย่าง Predator Accelerator สุดคลาสสิคสี Solar Yellow ซึ่งเคยผลิตขึ้นเมื่อปี 1998 นำกลับมาจำหน่ายอีกครั้ง โดยความพิเศษคือจะมีเพียง 999 คู่ทั่วโลกเท่านั้น แถมพวกเขาได้นำไอคอนฟุตบอลแห่งยุคอย่าง Zinedine Zidane และ David Beckham สองอดีตดาวดังมาถ่ายโฆษณาเพื่อให้แฟนบอลรุ่นเก่า ๆ ได้หายคิดถึงกันอีกด้วย นอกเหนือจากนี้ Predator Accelerator ที่ทาง adidas ได้นำกลับมาผลิตอีกครั้ง ยังเพิ่มไลน์สินค้าเป็นเวอร์ชั่นรองเท้าเทรนนิ่งเอาใจหนุ่ม ๆ สายแฟชั่น สามารถใส่ลำลองเท่ ๆ ได้อีกด้วย โดยยังคงใช้วัสดุหนังแท้บริเวณหน้าผ้าเพื่อความพรีเมี่ยม พร้อมใส่เทคโนโลยี BOOST ลงไปในส่วนของพื้นกลาง จนออกมาเป็นรองเท้าที่มีลักษณะหน้าตาเรโทรย้อนยุค แต่อัดแน่นไปด้วยความสะดวกสบายแบบสมัยใหม่ สำหรับรองเท้าฟุตบอล Predator Accelerator ราคาถือว่าเอาเรื่องทีเดียว โดยจะอยู่ที่ 13,000 บาท
ใครจะไปคิดว่าเราเดินทางมาถึงยุคที่ตุ๊กตาตัวหนึ่งมีมูลค่ามากกว่า 4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว ๆ 130 ล้านบาท (ในมุมมองของคนขาย) สำหรับงานคอลแลบพิเศษจากศิลปินสตรีทอาร์ต Kaws ที่ได้รับเกียรติจาก Kim Jones ครีเอทีฟ ไดเรคเตอร์ คนล่าสุดของ Dior Homme ให้มาร่วมแสดงผลงานพร้อมทิ้งปริศนาด้วยกันในงาน Paris Fashion Week ที่ผ่านมา ปัจจุบันราคาของเจ้าตุ๊กตาตัวดังกล่าวกำลังถูกประมูล (Bid) กันอย่างเข้มข้มบนเว็บไซต์ StockX โดยคาดว่าราคาน่าจะจบไม่ต่ำกว่าหลักล้านบาทอย่างแน่นอน สำหรับตุ๊กตาหน้าขนสีชมพูจริง ๆ แล้ว มีชื่อเรียกว่า BFF “Best Friend Forever เป็นผลงานตัวคาแรกเตอร์ล่าสุดของ Brain Donnelly หรือที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันในนาม Kaws โดยเขาจัดเป็นศิลปินทรงอิทธิพลแห่งยุคและเป็นผู้บุกเบิกศิลปะในแนวสตรีทอาร์ตให้กลายเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก แต่หลายคนอาจสงสัย ทำไมตุ๊กตาหน้าตาพิลึกสีชมพูนี้อยู่ดี ๆ ถึงได้มีราคาค่างวดแพงระดับที่สามารถดาวน์บ้านหรือรถได้เลยทีเดียว ซึ่งเราต้องเกริ่นท้าวความก่อนสักเล็กน้อยว่าเหตุผลง่าย ๆ ที่ทำให้เจ้าตุ๊กตา Pink ‘BFF’ Plush ตัวนี้แพงแบบไร้เหตุผล เพราะมันคือผลงานของ Kaws ศิลปินสตรีทอาร์ตที่กำลังร้อนแรงที่สุดในขณะนี้ Kaws ถือเป็นคนแรก ๆ ที่นำผลงานศิลปะของตัวเองไปเชื่อมต่อกับศาสตร์แขนงอื่น ๆ
ทุกเช้าระหว่างเดินทาง ขณะที่นิ้วเราขยับปัด feed ยิก ๆ บนสมาร์ตโฟน เชื่อว่าสุภาพบุรุษในมหานครใหญ่อย่างเราคงต้องเหลือมืออีกข้างเอาไว้รับหนังสือพิมพ์ฉบับฟรีก๊อปปี้ที่มีคนยืนแจกตามรถไฟฟ้าหรือสะพานลอยเพื่ออ่านรับข้อมูลเพิ่มอย่างแน่นอน แต่รู้หรือเปล่าว่าแต่ละฉบับที่เราหยิบติดมือมานั้นมีใครบ้างอยู่เบื้องหลัง ? หรือนำเสนอเรื่องราวแนวไหนกันบ้าง ? ทำไมบางทีวันนี้เดินมาแล้วเจอแต่บางครั้งกลับไม่เจอซะอย่างนั้น ในฐานะที่ UNLOCKMEN เป็น Online Publisher ที่สนใจติดตามการนำเสนอข้อมูลดี ๆ เหมือนกัน เราจึงอยากส่งต่อเรื่องเล่าของ Publisher แขนงอื่นกันบ้าง และวันนี้ขอเริ่มที่ TABLOID ที่ใกล้ชิดกันผู้ชายอย่างเรากันก่อน WHAT’S TABLIOD ? ฟรีก๊อปปี้อาจจะมีมากมายหลายฉบับ แต่ไม่ใช่ทุกอย่างที่จะใช้คำว่า “แท็บลอยด์” หนุ่ม ๆ อย่าเผลอไปเรียกรวมกัน เพราะคำว่าแท็บลอยด์เขาเอาไว้ใช้เรียกหนังสือพิมพ์ขนาดย่อมที่มีจำนวนหน้าน้อยกว่าหนังสือพิมพ์ปกติทั่วไป หากเราลองสังเกตให้ดีจะเห็นว่าจุดแตกต่างระหว่างแท็บลอยด์กับฟรีก๊อปปี้ประเภทอื่นมีอยู่ไม่น้อย ตั้งแต่การนำเสนอเนื้อหาที่เป็นเรื่องข่าวมากกว่าไลฟ์สไตล์ ความถี่ของการออกแต่ละฉบับที่มีมากกว่าเมื่อเทียบกับฟรีก๊อปปี้ประเภทอื่น (ถ้าไม่นับโปรโมชั่น) ที่สำคัญคือช่วงเวลาแจกมักแจกช่วงเช้า ดังนั้น อย่าไปหวังเห็นมันตอนเย็นเพราะเขาไม่แจกกันช่วงนั้น อ่านแท็บลอยด์ฉบับไหนดี ? ในขณะที่นิตยสารเริ่มล้มหายตายจากไปจากแผง แต่สำหรับปีนี้ถือว่าแท็บลอยด์สวนกระแสมีมากขึ้น เพราะจากที่เราพบตอนนี้มีถึง 3 หัวหลัก ๆ ที่ออกมาแจกให้เห็นเป็นประจำ ลองมาเช็กกันดูว่าคุณได้มันครบถ้วนทุกฉบับไหม M2F ฉบับนี้พวกเราน่าจะได้เห็นถี่ที่สุดเมื่อเทียบกับทุกฉบับเพราะแจกฟรีแบบ
เลือกเสื้อผ้าสีขาวดำยังไงให้ดูดีทุกสถานการณ์
“เมื่อเราไม่สามารถจ่ายให้กับของราคาแพงได้ ก็ทำมันขึ้นมาขายเองซะเลย” น่าจะเป็นสิ่งที่ Filip Tysander ผู้ก่อตั้งแบรนด์นาฬิกา Daniel Wellington อันโด่งดังในปัจจุบันคิดเอาไว้เมื่อเริ่มสร้างเรือนเวลามินิมอลออกวางจำหน่ายสู่ตลาดเมื่อปี 2011 ชายวัยเพียง 33 ปี กลับมีทรัพย์สินมากกว่า 1,000 ล้านโครนาสวีเดน (3,690 ล้านบาท) และสามารถซื้อบ้านเพนท์เฮ้าส์ที่แพงที่สุดในเมือง Stockholm ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง โดยเขาใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีในการสร้างแบรนด์ Daniel Wellington ให้กลายเป็นที่รู้จักและยอมรับไปทั่วโลก ซึ่ง UNLOCKMEN จะขอนำเรื่องราวของ Filip Tysander มาเล่าเพื่อเป็นแรงบันดาลใจสำหรับคนที่กำลังหมดไฟ ท้อแท้กับชีวิต ให้ได้มีพลังฮึดสู้ต่อไป ไม่มีนักรบที่ไม่มีบาดแผล และไม่มีนักสู้คนใดที่ไม่เคยล้ม หากคุณอยากจะประสบความสำเร็จบางครั้งก็จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้จากความล้มเหลวก่อน ซึ่ง Filip Tysander ถือแบบอย่างของความมุ่งมั่น และน่าจะเป็นเคล็ดลับสำคัญที่ผลักดันให้เขากลายเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุน้อย ๆ โดยในช่วงมัธยมขณะที่เด็กคนอื่นอาจจะมัววิ่งเล่น เที่ยวเล่น หรือปาร์ตี้เมาไปวัน ๆ Filip Tysander กลับพยายามทำธุรกิจออนไลน์ด้วยการขายเนคไทและนาฬิกาพลาสติก ทว่าแม้ทั้งสองกิจการนี้จะล้มเหลวไม่เป็นท่า แต่ในความคิดของเขากลับคิดว่าถือเป็นการได้เรียนรู้กับสิ่งที่ตั้งใจอยากจะทำ หลังจากเรียนจบมัธยม Filip ได้ตัดสินใจออกเดินทางไปท่องเที่ยว Backpacking ตามสไตล์วัยรุ่นยุโรปทั่วไป ที่อยากจะเปิดโลกกว้างค้นหาความหมายให้กับชีวิตของตัวเอง ระหว่างนั้นเขาได้พบกับชายชาวอังกฤษที่ชื่อว่า Daniel Wellington ทันใดนั้น Filip รู้สึกว่าชายคนดังกล่าวเป็นคนเท่ที่สุดเท่าที่เขาได้เจอมา โดยเฉพาะนาฬิกาบนข้อมือของชายที่ชื่อ Daniel
หากพูดถึงงานปาร์ตี้ระดับโลก ที่ทุกคนรอคอย แน่นอนว่าชื่อของ SENSATION จัดเป็นเทศกาลดนตรีที่น่าประทับใจ และแลนด์มาร์คของสายแดนซ์ทั่วโลก ต่างวาดฝันอยากจะเดินทางมาร่วมงานให้ได้สักครั้งในชีวิต เปรียบกับ Bucket List ของบรรดา Raver ที่หากไม่เคยไปร่วมงานถือว่ายังตายไม่ได้ ก่อนอื่น สำหรับหนุ่ม ๆ คงเคยได้ยินชื่อของ SENSATION มาบ้าง แต่อาจจะไม่รู้ว่าแท้จริงแล้ว งานที่คนพร้อมใจกันใส่เสื้อผ้าสีขาวโดยมิได้นัดหมาย นั้นมีที่มาอย่างไร ? สำหรับ SENSATION ครั้งแรกต้องนับถอยหลังย้อนกลับไปในปี 2000 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงอัมสเตอร์ดัม และมีผู้เข้าร่วมงานมากถึง 20,000 คน แต่ทว่าความเป็นมาของธีมชุดขาวอันเลื่องลือ จนเป็นเอกลักษณ์ของงาน เริ่มต้นขึ้นในปีถัดมา เมื่อ ดันแคน สตัทเทอร์ไฮม์ ประธานจัดงาน SENSATION ขอร้องให้ผู้ร่วมงานแต่งกายในชุดสีขาว เพื่อเป็นการไว้อาลัยแด่น้องชายที่ได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ โดยผู้มาร่วมงานต่างให้ความร่วมมือทำตามที่ดันแคนได้ขอไว้ จึงเกิดเป็นภาพประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ ทำให้ Dress Code สีขาวกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของงาน SENSATION นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ตลอดระยะเวลาหลายปีมานี้ SENSATION ได้ตระเวนมอบความสุขไปทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศไทยที่ Heineken® ผู้นำด้านประสบการณ์ทางดนตรี
ในช่วงขวบปีที่ผ่านมา เราได้บอกลาเทรนด์รองเท้าแบบมินิมอลไปจนหมดสิ้น ซึ่งถูกเติมเต็มด้วยกระแสแฟชั่นรองเท้าผ้าใบทรงหนาเตอะใส่แล้วดูบวม ๆ เข้ามาแทนที่ โดยทีแรกเราเชื่อว่าทุกคนจะต้องตั้งคำถามเกี่ยวกับ Dad Sneakers ว่าจะไปได้ไกลสักแค่ไหน แต่ตอนนี้ต้องยอมรับตามตรง ไม่ว่าจะหันมองไปทางไหน ล้วนเห็นรองเท้าประเภทนี้มากมายเต็มไปหมด แถมยังคงสร้างสรรค์ออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยหากจะพูดถึงความเป็นมาของเทรนด์ดังกล่าว เราจำเป็นจะต้องยกความดีความชอบทั้งหมดให้กับ Demna Gvasalia ที่ได้นำไอเดียคอนเซ็ปต์ Anti-Fashion ใส่ลงไปในคอลเลคชั่นของ Balenciaga จนเกิดเป็นรองเท้ารุ่น Triple S สร้างปรากฎการณ์ความนิยมรองเท้าไฮเอนด์ชนิดที่ไม่เคยมีมาก่อน กระทั่งอีกหลาย ๆ แบรนด์จำเป็นต้องสร้างสรรค์รองเท้าทรง Chunky ออกมาสอดคล้องกับการแต่งตัวในปัจจุบัน เพราะขนาด adidas หรือแม้แต่ Puma และแบรนด์แฟชั่นกีฬาชั้นนำมากมาย ยังต้องคลอดรองเท้ารุ่นใหม่ ๆ ที่เป็นการดึงกลิ่นอายแฟชั่นของ Balenciaga มาใช้กับตนเอง เพื่อโหนรับกับเทรนด์รองเท้าแบบ Dad Sneakers ดังนั้นในวันนี้ UNLOCKMEN ได้รวบรวมรองเท้า Dad Sneakers รุ่นอื่น ๆ ที่เป็นทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการตามเทรนด์ ทว่าไม่อยากซ้ำกับใคร adidas Yung-1 หากไม่บอกเราเชื่อว่าหลายคนต้องคิดว่ารองเท้าคู่นี้เป็นโมเดลเก่านำมาปัดฝุ่นทำใหม่อย่างแน่นอนสำหรับ adidas Yung-1
ในยุคปัจจุบันอะไรก็สามารถเป็นไปได้ทั้งนั้น เพราะคงพิสดารไม่น้อย เมื่อแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง IKEA จะไปขอทำคอลเลคชั่นร่วมงานกับองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติหรือ NASA’s เพื่อพัฒนาข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านให้อลังการกว่าเดิม แต่ทว่าโปรเจคต์นี้ได้เกิดขึ้นจริงเป็นที่เรียบร้อย เพราะว่าก่อนหน้านี้ IKEA ได้ส่งทีมพนักงานของบริษัทไปใช้ชีวิตที่ Mars Desert Research Station (แบบจำลองการใช้ชีวิตบนดาวอังคาร) เพื่อเก็บข้อมูลให้ได้ความรู้สึกแบบเดียวกับที่นักบินอวกาศต้องเจอเมื่ออยูบนดาวอังคาร และนำมาพัฒนาต่อจนเป็นโปรดักต์ที่เกิดประโยชน์มากที่สุดสำหรับคนเมืองที่มีพื้นที่ใช้สอยอย่างจำกัด หลังจากไปใช้ชีวิตเต็ม 3 วันเป็นที่เรียบร้อย ทางทีมดีไซน์ที่นำโดยหัวหน้าฝ่ายครีเอทีพ Micahel Nikolic ก็นำไอเดียต่าง ๆ เหล่านั้นกลับมาผลักดันจนเกิดเป็นคอลเลคชั่นใหม่ที่พร้อมวางจำหน่ายในอนาคตอันนี้ สำหรับเฟอร์นิเจอร์ชุด IKEA x NASA’s นั้น จะเน้นไปถึงการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ที่กำลังประสบปัญหามีพื้นใช้สอยน้อย IKEA จึงอยากมอบความสะดวกสบายในพื้นที่กะทัดรัด จนออกมาเป็นสินค้าต่าง ๆ ที่ล้วนมีความคล่องตัวในการเคลื่อนย้ายและพับเก็บง่าย เป็นการจัดการพื้นที่เก็บของในรูปแบบใหม่ ซึ่งจำแนกตามไลน์สินค้าเป็น Time, Space, Water และ Air จนออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ประกอบไปด้วย Terrarium (ระบบนิเวศในภาชนะใส) ที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็นโคมไฟได้ พร้อมทั้งยังมีเครื่องฟอกอากาศ ชั้นวาง โต๊ะ ตู้เสื้อ ที่ได้รับการออกแบบใหม่ทำมาจากวัสดุไม้รีไซเคิล และมีน้ำหนักเบา
อัลตร้าบูสท์ พาร์ลี่ย์ สี Deep Ocean Blue ได้รับแรงบันดาลใจจากมาเรียน่า เทรนช์ (The Mariana Trench) พื้นที่ใต้ทะเลที่ลึกที่สุดในโลกและยังเป็นที่ๆ ถูกค้นพบขยะที่เป็นถุงพลาสติกที่ลึกที่สุดในโลกอีกด้วย รองเท้าอัลตร้าบูสท์ พาร์ลี่ย์ทุกคู่ ใช้ขวดพลาสติกจากท้องทะเลจำนวนประมาณ 11 ขวดเป็นวัสดุในการผลิตรองเท้า โดยใช้นวัตกรรม Parley Ocean Plastic® นวัตกรรมอีโคที่ปฏิวัติวงการการผลิตรองเท้าซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากขยะพลาสติกที่เก็บมาจากชายหาด และนำมาแปลงเป็นเส้นใยเพื่อถักทอเป็นไพร์มนิตส่วนบนของรองเท้า และยังมีนวัตกรรม “บูสท์” (BOOST) สุดยอดเทคโนโลยีรองเท้าวิ่งของอาดิดาสที่ช่วยฟื้นคืนพลังให้แก่ผู้ใส่ พื้นรองเท้ายางคอนติเนนทัลยึดเกาะในทุกสภาวะพื้นผิว นอกจากนี้ยังมีชิพ NFC ในรองเท้าข้างขวาเพื่อให้ผู้ใส่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการลดปริมาณพลาสติกในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา อาดิดาสสนับสนุนองค์กรพาร์ลี่ย์ทั้งในด้านการศึกษาและการสื่อสาร โดยมีการคิดค้นนวัตกรรม อีโค Parley Ocean Plastic® ที่ช่วยรณรงค์ลดมลพิษจากขยะพลาสติกในท้องทะเล มาในปีนี้อาดิดาสเดินหน้าสนับสนุนองค์กรพาร์ลี่ย์อย่างต่อเนื่องโดยจัดแคมเปญ Run for The Oceans โดยนักวิ่งทั่วโลกสามารถวิ่งเก็บสะสมกิโลเมตรโดยใช้แอพลิเคชั่น Runtastic ระหว่างวันที่ 8 มิถุนายน – 8 กรกฎาคม


