ผู้ชายทุกคนที่ถือสมาร์ตโฟนในมือคงรู้ดีว่าต่อให้ใช้กระจกสุดอึดหรือเคสราคาแพงแค่ไหน สุดท้ายพอหลุดมือกระแทกลงพื้น หน้าจอก็มีสิทธิร้าวอยู่ดี พวกเราทีมงาน UNLOCKMEN เองก็เจอปัญหานี้บ่อยแต่ยังแก้ไม่ตก ที่สำคัญพอมันร้าวเริ่มเยอะ ไอ้ครั้นจะทนใช้ไปก่อนก็กลัวบาดใบหน้าหล่อ ๆ ตอนแนบใช้งาน เลยต้องยอมจำนนเสียเงินเปลี่ยนเครื่องใหม่อย่างไม่รู้จบ ท่ามกลางความรู้สึกช้ำใจที่ต้องเสียสองทางทั้งเงินทั้งของ นักศึกษาหนุ่มคณะวิศวะจากแดนเบียร์ที่ชื่อ Philip Frenzel ที่เจอปัญหาไม่ต่างจากเราก็คิดค้นเคส airbag อัจฉริยะขึ้นเพื่อแก้ปัญหานี้ และผลงานของเขายังได้รับรางวัลชนะเลิศจาก German Society for Mechatronics ซึ่งเป็นรางวัลที่คัดเลือกโปรเจ็กต์น่าสนใจจากเด็กนักเรียนทั้งประเทศด้วย ตัวอย่างผลงานถ้ามองจากด้านข้างหลายคนคงมองภาพไม่ออกว่ามันใช้ยังไงและดีแค่ไหน เพราะหน้าตามันช่างเหมือนโต๊ะกินข้าวขนาดย่อม ๆ เหลือเกินดูยังไงก็ไม่อยากใช้ แต่ถ้ามองจากภาพมุมท็อปขณะปล่อยมือถือให้หลุดมือไปแล้วล่ะก็ รับรองว่าคุณต้องมองมันด้วยตาลุกวาวเหมือนเราแน่นอน เพราะว่าเจ้าเคสชิ้นนี้มันมีเซ็นเซอร์กางโลหะที่เคยแบนราบติดอยู่บริเวณมุมทั้งสี่ของสมาร์ตโฟนให้ออกมาเป็นรูปร่างโค้งทั้งด้านบนและด้านล่าง 8 ชิ้น ทำหน้าที่ดุจสปริงดีดตัวกันกระแทกก่อนจะ landing ลงพื้นทำให้ไม่ได้รับรอยขีดข่วนสักแอะ หลังกางแล้วถ้าอยากใช้สมาร์ตโฟนตามปกติอีกครั้ง วิธีใช้งานแค่พับสปริงกลับเข้าไปในซองหนังเพื่อล็อกก็เรียบร้อย อย่างไรก็ตามนวัตกรรมชิ้นนี้ยังเป็นที่ถกเถียงเรื่องตัวแปรอื่น ๆ ที่อาจมีผลกับการใช้งาน ทั้งเรื่องระดับความสูงที่เซ็นเซอร์ทำงาน หรือความเลวร้ายถ้าเกิดจู่ ๆ มันดันกางทั้งที่เราไม่ได้อยากให้กางตอนอยู่ในกระเป๋าคงเป็นภาพที่ดูไม่คูลเสียเลย เพิ่มดอกจันไว้ว่าเจ้า airbag ชิ้นนี้เป็น Prototype เท่านั้นยังไม่ได้ผลิตออกมาขาย แต่ผลตอบรับที่ดีเกินคาดก็ทำให้น้องเขาวิ่งไปจดสิทธิบัตรกันก๊อปเรียบร้อยแล้ว ส่วนอนาคตอันใกล้เชื่อว่าผลงานชิ้นนี้ของเขาจะไปโผล่ในรายการระดมทุนเพื่อประดิษฐ์ใน kickstarter ต่อไป ยังไงก็ต้องไปติดตามฟังข่าวดีกันอีกที
เป็นความบังเอิญที่สวยงาม เมื่อป้าย GT-R และสำนักออกแบบ Italdesign มีอายุครบ 50 ปี พร้อมกันพอดิบพอดี เพื่อเป็นการสร้างความทรงจำดี ๆ ร่วมกัน ทั้งสองบริษัทจึงคิดว่าน่าจะสร้างผลงาน Masterpiece ขึ้นมาสักชิ้นนึง และรถโมเดลที่เหมาะจะนำมาปั้นเฉลิมฉลองครั้งนี้ จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก NISMO GT-R กลายเป็นผลงาน Collaboration ที่โหดสุดในชื่อรหัส Nissan GT-R50 by Italdesign Nissan GT-R50 by Italdesign ถูกสร้างขึ้นมาแบบ One-off เพียงคันเดียวในโลก Italdesign ได้ทำการออกแบบ GT-R ขึ้นมาใหม่ โดยใช้พื้นฐานจากความเป็น Iconic ของ GT-R ดั้งเดิมเอาไว้จะเหมาะสมกว่า รถคันนี้ถูกนำเสนอในโทนสีเทาใหม่ “Liquid Kinetic Gray” ที่ดูดุดันน่าเกรงขาม ตัดลวดลายด้วยโทนสีทอง “Energetic Sigma Gold” สร้างคาแรคเตอร์ที่น่าสนใจ นำเสนออารมณ์ได้ทั้งความเก๋า ความดุ และความหรูหราที่ลงตัว ลวดลายสีทองถูกเติมเข้าไปในตำแหน่งที่เหมาะเจาะมาก เริ่มจากกระจังด้านหน้าบริเวณช่องดักอากาศ ช่องระบายอากาศบนฝากระโปรงมีการเจาะรูที่ชัดเจนขึ้นในโทนสีทองเช่นกัน
ถ้าเราบอกคุณว่า “อีกไม่กี่ปีข้างหน้าพวกเราอาจต้องเป็นทาส AI” คุณจะเชื่อมันไหม จะรู้สึกยังไง โกรธที่เราพูดแบบนี้ ท้อแท้ใจ หรือบ่นงึมงำในลำคอว่า UNLOCKMEN เชียร์ AI เก่งเหลือเกิน แต่ไม่ว่าคุณจะคิดแบบไหนก็ตามความก้าวหน้าที่กำลังจะได้เห็นต่อจากนี้มันคงไม่มีวันถอยหลังอย่างแน่นอน ทีนี้มันก็อยู่ที่ว่าพวกเราจะยอมแพ้ให้กับสิ่งที่เห็นไหม หรือฮึดลุกขึ้นมองหาลู่ทางอื่น และพยายามหาทางหวดคืนเพื่อก้าวเหนือมันให้ได้ Why AI might takes all? “จะเก่งแค่ไหนกันเชียว มันก็เป็นแค่สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น?” อย่าเพิ่งพูดประโยคนี้ถ้าคุณไม่รู้ว่าวันนี้บรรดาสมองกลทั้งหลายทำอะไรได้บ้าง เรื่องแรก AI ไม่ได้เป็นแค่โค้ดลาย ๆ ในจอคอมพิวเตอร์ที่คอยดูดข้อมูลเราไปประมวลผลหรือแข่งขันเรื่องคำนวณเท่านั้น หลังตัดสายสะดือจากจอปุ๊ป มันจะกลายเป็นรูปแบบไหนก็ได้ชนิดที่เราคาดไม่ถึงทันที เรื่องที่สองเมื่อ AI โดดออกมาจากจอมันไม่ใช่หุ่นกระป๋องต๊อกต๋อยรูปทรงสี่เหลี่ยมอีกต่อไป และเรื่องที่สามอย่าประเมินต่ำว่า AI จะไม่มีวันเลื่อยขาเก้าอี้ของเราได้ เพราะเราไม่ได้ทำงานในอุตสาหกรรมประเภทโรงงาน แล้ววันนี้อาชีพที่ AI จะเข้าไป take over ได้เพิ่มเติมจากอาชีพที่เราเคยรู้คืออะไรกันบ้างมาเช็กดู HELLO INFLUENCER, HELLO STRANGER เชื่อว่าผู้ชายทุกคนต้องมีคนดังในใจที่เราคอยตาม follow กัน แต่แน่ใจได้จริงเหรอว่าคนในหน้าจอที่เราเห็นคือมนุษย์ตัวจริง ไม่ใช่กราฟฟิกสวมวิญญาณจากสิ่งแปลกปลอมอื่น เมื่อล่าสุดผลงานของ Hakuhodo Tokyo
เชื่อว่าหนุ่มชาว UNLOCKMEN หลายคนคงต้องเคยมีประสบการณ์ Party pool หรือการดื่มเล่นสุดเหวี่ยงริมสระน้ำกันสักครั้งในชีวิต หากการ PLAY ของเรากลับมีจุดสะดุดตรงที่ เวลาดื่มแต่ละทีเราทำได้แค่นั่งริมขอบสระเอาเท้าแช่น้ำทุกครั้งไป หรืออย่างดีถ้าเอาตัวลงไปในสระก็ต้องคอยระวังไม่ให้เครื่องดื่มกระฉอกลงน้ำ ครั้นถ้าแก้ปัญหาให้ไปโดดขึ้นห่วงยางสีหวานที่สาว ๆ เอาไว้ใช้เซลฟี่ พวกเราน่าจะคิดเหมือนกันว่า ‘ไม่ไหว มันไม่คูล’ แล้วกลับไปใช้วิถีเดิมดีกว่า “ถ้ามีอุปกรณ์สักอันที่ทำให้เราตีขาในน้ำตัวลอย มือว่าง ๆ ชนแก้วหรือกดสมาร์ทโฟนได้คงดี” กำลังรำพันแบบนี้อยู่ จู่ ๆ ก็เจอ GADGET เตะตาชิ้นนี้เข้า มันชื่อว่า Floating pant หรือการเกงลอยน้ำเข้า วิถีการลอยของมันจะเป็นแบบเดียวกับชูชีพ แต่ใส่ไว้ที่ท่อนล่าง ติดด้วยแป๊กแน่นหนาแบบเดียวกันรับรองได้ว่าไม่หลุดไปไหน คำถามคือถ้ามันยกตัวเราลอยขึ้นแบบชูชีพ แล้วทำไมเราถึงไม่คว่ำ เหตุผลหลักมันอยู่ที่ดีไซน์ที่เขาออกแบบให้มีด้านหน้าสั้นกว่าด้านหลัง เพื่อให้ด้านหลังสามารถพยุงหลังเราไว้ให้รู้สึกสบาย ด้วยศูนย์ถ่วงที่วางไว้เลยทำให้การลอยนั้นพยุงครึ่งบนของเราให้ลอยได้สบาย ๆ ขณะที่ด้านล่างยังคงสามารถเป็นอิสระตีขา และมือเราก็พร้อมจะถืออะไรก็ได้ Floating pant ผลิตจากไนลอนกันน้ำรั่วซึมได้ดี ด้านในมีสัมผัสนุ่มสบายก้นไม่รู้สึกรำคาญ มีให้เลือกถึง 7 แบบตามความชอบด้านล่าง แต่ถ้าอยากได้มู้ดแมน ๆ กวนใช่ย่อย 3 ลายที่แนะนำด้านล่างกำลังดี เหมาะกับหนุ่ม
ในชีวิตผู้ชาย มีไม่กี่โอกาสที่ทำให้เรามีความสุขที่สุด เช่น เรียนจบ ได้งาน มีลูก และที่สำคัญคือ โอกาสตอนกำลังเลือกรถคู่ใจคันใหม่ ช่วงนั้นเราจะเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เลือดสูบฉีดตลอดเวลาที่ได้หาข้อมูล เปรียบเทียบสเปคกับรถยนต์ราคาใกล้เคียงกัน แต่ละวันช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่ในโอกาสแห่งความสุข ก็มักจะแฝงไว้ด้วยความน่าปวดหัวเมื่อใกล้เวลาต้องตัดสินใจว่าเอาคันไหนดี เราต้องเจอห้วงเวลาที่หนักใจว่า คันนั้นก็ดี คันนี้ก็เหมาะ ปัญหาโลกแตกคือ เรามักจะอยากได้รถที่ให้อารมณ์สปอร์ต เท่ หรูหรา สง่างาม เพื่อความภูมิใจทุกครั้งที่ได้เห็นรถตัวเองจอดอยู่ เรียกว่าแค่เห็นรถตัวเองจากเงาสะท้อนกระจก ที่ทำงานมาเหนื่อย ๆ ก็ถึงกับหายได้เป็นปลิดทิ้ง ในขณะเดียวกัน เราก็อยากได้รถที่มีระบบความปลอดภัยสูง เพราะชีวิตของทุกคนในรถของเราล้วนมีค่า เพราะเราคงไม่อยากเสียเวลาไปกับอุบัติเหตุกวนใจในการจราจรร้อนแรงของเมืองหลวงแน่นอน และสุดท้าย เรามักจะมีต่อมกังวล ว่ารถที่ซื้อมาทั้งที มันมีพื้นที่ให้ใช้งานได้เพียงพอในทุกสถานการณ์หรือไม่ ถ้าต้องรับคุณพ่อ คุณแม่ และแฟนสาวไปทานข้าวพร้อมกัน จะนั่งกันพอมั้ย ถ้าต้องขนของไปด้วยอีกล่ะ จะทำยังไง ถ้าให้กำหนดงบประมาณสำหรับรถคันใหม่อยู่ราว ๆ 1,000,000 บาท ซึ่งเป็นช่วงราคาที่คนทำงานผ่อนได้สบายไม่เหนื่อย แต่ขอให้ตอบโจทย์ทุกข้อที่ว่ามา ทั้งมีความสปอร์ตสุดเท่ หรูหรา ระบบความปลอดภัยสูง และมีความเอนกประสงค์พร้อมสำหรับทุกสถานการณ์ เรียกว่าจ่ายเงินแล้วจบได้ในคันเดียว เราทำการบ้านคัดสรรมาให้เรียบร้อยแล้ว และคันแรกที่เราจะแนะนำซึ่งชนะผ่านเข้ารอบ Requirement ของเราครั้งนี้คือ New
อยากตัดขาดความเป็นเมืองแต่ไม่อยากตัดขาดการติดต่อทางโซเชียลคือเรื่องปกติของผู้ชายอย่างเรา เพราะอย่างน้อยเวลาผู้ชายอย่างเราบุกป่าฝ่าดงเดินทางท่องเที่ยวธรรมชาติที่ไหน เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันถึงคราวคับขันเจ้าสมาร์ตโฟนในมือยังช่วยชีวิตพวกเราได้ ทั้งเรื่องการเดินทาง เพราะเป็นแผนที่ การเชื่อมต่อกับคนทางบ้านเพื่อส่งคราวคราวกับความคิดถึงให้กัน หรือกระทั่งเรื่องที่เราไม่อยากให้เกิดอย่างการแก้ไขหรือนัดหมายงานสำคัญที่รีบร้อนมาในวันหยุด แต่เมื่อตัดสินใจท่องเที่ยวธรรมชาติแบบลุย ๆ ไม่สนใจความสบาย จึงเป็นธรรมดาว่าทุกที่ที่เราไปอาจจะไม่ได้มีไฟฟ้าพอให้ใช้งาน ไม่มีปลั๊กให้เสียบ การต่อสัญญาณชีพของสมาร์ตโฟนในมือไม่ให้กลายเป็นก้อนหินจึงต้องพกพาพาว์เวอร์แบงก์ แต่เหมือนแก้ปัญหาไม่ถูกจุดเพราะพาวเวอร์แบงก์เมื่อไฟหมดก็ไม่ต่างจากก้อนหินอีกก้อนหนึ่งเช่นกัน ดังนั้น UNLOCKMEN เลยแสวงหานวัตกรรมที่ตอบโจทย์มากกว่า นั่นก็คือที่ชาร์จพกพาจากธรรมชาติไร้สายที่ชื่อว่า Waterlily นี่เอง “Waterlily” มีลักษณะเป็นล้อสีเหลืองขนาด 7 x 7 นิ้ว หน้าตาเรียบง่าย ปลายล้อยึดกับเชือก สุดปลายเชือกอีกด้านหนึ่งเป็นช่องสำหรับเสียบพอร์ต USB เพื่อต่อสายชาร์จเข้าโดยตรงเข้ากับอุปกรณ์ที่เราต้องการชาร์จได้ทันที วิธีการใช้งานสามารถใช้ได้ง่ายเพราะอาศัยพลังจากธรรมชาติคือพลังงานลมหรือแรงดันน้ำเท่านั้น เมื่อเราพบแหล่งน้ำเราสามารถโยนล้อลงไปในแหล่งน้ำนั้นได้ทันที ล้อจะหมุนด้วยแรงดันน้ำและปั่นกระแสไฟส่งขึ้นมาให้ใช้งานได้ ข้อดีของเครื่องนี้ไม่เพียงพวกเราจะไม่ต้องปวดหัวจากการหาแหล่งชาร์จไฟให้เสียเวลาแล้ว เรายังต้องถูกใจกับความทนทานเพราะเขาออกแบบมาเพื่อการเดินทางจึงไม่พังง่าย ๆ แถมยังสามารถชาร์จทิ้งไว้ได้ตลอดทั้งคืนไม่ต้องกังวลเหมือนการชาร์จด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ด้วย ที่สำคัญเมื่อจบทริปแล้วใครอยากจะนำมาใช้ต่อที่บ้านหลังกลับจากวันหยุดเอาไปวางไว้แถวที่ลมโกรกยังช่วยประหยัดค่าไฟให้เราได้เป็นอย่างดี ใครที่อยากได้ไว้ในครอบครองสั่งซื้อกันได้จากเว็บไซต์ Official ที่ https://waterlilyturbine.com เจ้า Waterlily สนนราคาเบาะ ๆ ที่ 159.99 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5,277 บาทเท่านั้น เชื่อว่าบางคนที่อ่านเจอราคานี้อาจจะชะงัก แต่กับคนที่ท่องเที่ยวสายลุยบ่อย ๆ
ถ้าเราอยากรู้หรืออยากได้อะไร เด็กยุค 90 อย่างเราอาจจะเรียกหาพ่อแม่หรือครูไว้ก่อน แต่เดี๋ยวนี้เมื่อโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัล Keyword ในการหาความช่วยเหลือกลับกลายเป็นคำว่า “Google” แทนเสียแล้ว แทบทุก Browser ของหนุ่มอย่างเราต้องวนเวียนกับ Google ไม่ตำ่กว่า 10 ครั้งต่อวันอย่างแน่นอน เหตุผลที่ทำให้ Google ครองใจคนทั่วโลกไม่เพียงแค่จุดขายของความเป็น Search Engine เท่านั้น แต่พี่เขายังขยายโปรดักส์พัฒนาด้านอื่นให้ครอบคลุมทั่วถึงชนิดเป็นทุกอย่างให้ผู้ชายอย่างเราแล้ว ทั้งด้านการทำงานอย่างการมี Google Drive ทำหน้าที่เป็นคลังอัปโหลดข้อมูลออนไลน์ หรือ Google assistant เลขาส่วนตัวที่สามารถสั่งการได้ด้วยเสียง ล่าสุดยังทำในสิ่งที่ตอบโจทย์การใช้งานอย่างเราคือแปลงกายเป็นไม้บรรทัดโดยพัฒนาต่อยอดมาจากโปรเจ็กต์ Tango มาอยู่ในแอปฯ ใหม่ที่เรียกว่า ARCore เราจะไม่ได้ต้องคอยพะวงมองหาตามโต๊ะอีกต่อไป ARCore เป็นแอปพลิเคชันที่เราสามารถใช้กล้องในการวัดขนาดของสิ่งต่าง ๆ ผ่านแอปฯ ได้ โดยปักตำแหน่งที่เราต้องการวัดจากจุดเริ่มต้นถึงจุดปลาย รวมทั้งยังสามารถยืดภาพที่ต้องการออกมาเป็นรูปแบบสามมิติได้ โดยจอจะแปลงตัวเลขตามจริงเพื่อให้เห็นว่าเมื่อขยายพื้นที่แล้ว ความกว้าง ความยาว และความสูงจะเป็นอย่างไร https://www.youtube.com/watch?v=OX-LkVWKSTg ใครที่อยากรู้ว่าใช้งานอย่างไรลองดูตัวอย่างจากในคลิปวิดีโอได้ หากสงสัยว่าสายวัดล่องหนนี้มีจะประโยชน์กับผู้ชายอย่างเราอย่างไร คงต้องบอกได้เลยว่าสะดวกเรื่องการพกพาโดยต้องพกอุปกรณ์หลายชิ้น ช่วยเราทำหน้าที่บันทึกขนาดเพื่อจดบันทึก และยังประยุกต์เป็นเครื่องมือใช้ในการศึกษาได้ด้วย (อย่างน้อยก็วิชาคณิตศาสตร์) ที่สำคัญยังมีทีเด็ดอยู่ที่การดึงภาพ 2 มิติออกมาเป็นรูป 3 มิติ
คำว่า “บกพร่องทางการได้ยิน” ใกล้ตัวกว่าที่คิด ถ้าไม่นับอาการเกิดขึ้นและติดตัวมาแต่กำเนิด คนที่เป็นโรคหูดับหรือบกพร่องทางการได้ยินเพิ่มจำนวนมากขึ้นจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการกินอาหารดิบ โหมงานหนักจนเครียด หรือการกระหน่ำปรับ volume ระเบิดเสียงขนาบหูด้วย Headphone ราคาแพง แต่ไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมการฟังที่นุ่มละมุน เบสแน่น เสียงร้องฉ่ำชวนขนลุกแค่ไหนก็ไม่ได้การันตีว่าประสาทการได้ยินของเราจะอยู่อย่างนั้นตลอดไป แล้วโลกที่สดใสแต่การได้ยินขาดหายมันเป็นอย่างไร พวกเราเคยคิดถึงมันกันบ้างหรือเปล่า หลายคนมักคิดว่าเมื่อเทียบกับการทุพลภาพส่วนอื่นแล้วสิ่งนี้ถือว่าเล็กน้อยมาก ทว่าเรื่องเล็กน้อยก็มีผลมากกว่าที่คิด เพราะคนได้ยินไม่ชัดหรือได้ยินไม่ถนัด มักต้องพลาดการสื่อสารเรื่องตลกวงใหญ่ระหว่างเพื่อน พลาดบทสนทนาเมื่อมองไม่เห็นรูปปากของฝ่ายตรงข้ามเพื่อการันตีสิ่งที่ได้ยิน Hazelebach ชายหนุ่มผู้อยู่ในครอบครัวที่ทั้งพ่อและแม่ของเขาหูหนวกจึงคิดค้นอุปกรณ์ช่วยเติมเต็มการคุยแบบเรียลไทม์ที่เรียกว่า “Speaksee” ขึ้น ชิ้นงานดีไซน์ออกมาแบบมินิมัล อุปกรณ์ด้านในไมค์ลอยแบบคลิป 3 ตัวสำหรับติดให้กับคนที่เราต้องการคุยด้วย จากนั้นเมื่อผู้ที่ติดไมค์เริ่มเปล่งเสียง เครื่องจะประมวลผลเสียงจากไมค์ที่ผลิตมาเป็นพิเศษถอดเป็นอักษรโชว์ให้เห็นแบบเรียลไทม์บนหน้าจอขนาดเล็กไซส์เดียวกับ tablet ได้อย่างแม่นยำ โชว์ให้เห็นว่าผู้ที่พูดจากไมค์แต่ละตัวพูดว่าอะไร ตรงตามคอนเซ็ปต์ของชื่อ Speaksee คือสนทนาจากการมองเห็น ดังนั้น แม้จะพูดพร้อมกันทั้ง 3 คน ก็ไม่มีปัญหาเรื่องการพูดคุยอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการสังสรรค์บนโต๊ะอาหารธรรมดาไปจนถึงการประชุม คำพูดทุกอย่างก็ไม่ตกหล่นไปไหน ที่สำคัญยังประยุกต์ใช้ได้กับการใช้ชีวิตธรรมดา เมื่อเดินทางไปข้างนอกแล้วหลงทาง หรือพลัดแยก อย่างไรก็ตาม เจ้า Speaksee ชิ้นนี้ยังอยู่ระหว่างการระดมทุนเพื่อการผลิต เพราะทางผู้ผลิตยังต้องการปรับปรุงอุปกรณ์ให้เป็นไปตามข้อกำหนด เช่น ระยะเวลาการใช้แบตเตอรี่เป็นต้น และคาดว่า gadget ชิ้นนี้จะได้ลงสนามใช้งานจริงในเดือนกุมภาพันธ์ ปี
Leica เป็นกล้องที่ผ่านการทำ Limited Edition กับแบรนด์หรือบุคคลที่น่าสนใจมาไม่น้อย แต่สำหรับ M10 โมเดลล่าสุดที่เพิ่งจะเปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว เปรียบเสมือนผ้าขายที่ยังไม่เคยผ่านการ X กับใครมาก่อน จนกระทั่งโอกาสสุดพิเศษที่ Leica ได้เปิด Leitz Park โรงงานกึ่งท่องเที่ยวในเยอรมัน จึงร่วมมือกับ Dr. Andrea Zagato ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบที่ไม่ใช่แค่สวยงามดูดี แต่ต้องมีการใช้งานที่ดีขึ้นด้วย ได้ออกมาเป็นโปรเจค Leica M10 Edition Zagato สำหรับสาวก Leica ตัวจริง น่าจะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงใน Leica M10 Edition Zagato กล้องพิเศษสุดสวยเวอร์ชั่นนี้ได้ไม่ยาก โดยเฉพาะการเปลี่ยนวัสดุจากหนังในโมเดลปกติ เป็น Aluminum สี Chrome เช่นเดียวกับ Top และ Bottom plate พร้อม Texture ทำหน้าที่เหมือน Grip ช่วยให้ถือใช้งานได้สะดวกขึ้นไปในตัว ซึ่งคนที่ใช้ M10 อยู่จะรู้ดีว่าของเดิมมันถือจับค่อนข้างยาก ถ้าไม่เพิ่ม
เป็นการกลับมาอีกครั้งของรหัสแรงแห่งบ้านใบพัดฟ้าขาว BMW 8-Seires หลังจากหายหน้าหายตาไปนานเกือบ 20 ปี ทิ้งไว้เพียงมาตรฐานความเป็นรถยนต์ที่ดีที่สุดของ BMW มาถึงวันนี้ รหัสที่ถูกเก็บรักษาเอาไว้เพื่อรถที่ดีที่สุด ได้ถูกนำกลับมาใช้งานอีกครั้งใน 2019 BMW 8-Seires ซึ่งเปิดตัวพร้อมกันอย่างยิ่งใหญ่ในการแข่งขัน 24 Hrs Le Mans ซึ่งเรารายงานไปก่อนหน้านี้แล้ว ทั้งรหัสตัวแรง BMW M8 GTE และ BMW M850i xDrive รุ่น Production ที่หน้าตาแทบจะไม่เปลี่ยนไปจากเวอร์ชั่น Concept Car แม้ 8-Series ในวันนี้จะไม่มีไฟ Pop-up ทรงเสน่ห์แบบในอดีต แต่ BMW ก็ได้ทำการดึงเอาสัดส่วนจาก E31 ในช่วง 1989 – 1999 นำมาใส่แรงบันดาลใจในการออกแบบของ BMW ยุคปัจจุบันเข้าไป โดยเฉพาะช่วงจมูกที่ยาว หลังคาลาดลง ช่วง Clearence จากพื้นที่เตี้ยลง เสา


